Masukแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างโร่ในห้องทำงานของสิงหราช แต่วันนี้สมาธิของเขากลับไม่ได้อยู่ที่หน้าจอตรงหน้าแล้ว ปากกาเลเซอร์ที่ใช้สำหรับวาดภาพถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี เมื่อหูของเขากำลังจดจ่ออยู่กับเสียงที่เล็ดลอดมาจากผนังห้องนอนที่กั้นกลางระหว่างเขากับพิมพ์พธู
บ้านไม้กึ่งปูนหลังเก่าของแม่แม้จะดูแข็งแรง แต่ผนังห้องนอนที่รีโนเวทใหม่นั้นกลับบางกว่าที่คิด โดยเฉพาะในยามดึกสงัดที่เสียงเข็มนาฬิกาเดินยังได้ยินชัดเจน
“อื้อ... อ๊ะ... ร้อนจัง”
เสียงหวานที่เคยทักทายเขาอย่างสดใสเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นโทนเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ สิงหราชขยับแว่นสายตา หัวใจเต้นระรัว เขาพยายามจะบอกตัวเองว่าน้องอาจจะแค่ละเมอ หรืออากาศในกรุงเทพฯ มันร้อนเกินไปสำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างเธอ แต่เสียงขยับตัวเสียดสีกับผ้าปูที่นอนและเสียงลมหายใจที่หอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ นั้น... มันฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังทำอะไร
“พี่เสือ... พิมพ์... อื้อออ...”
กรามของหนุ่มเนิร์ดบดเข้าหากันแน่น เมื่อได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากเล็กๆ นั่น จินตนาการในหัวของเขามันพุ่งพล่านยิ่งกว่าภาพวาดสิบแปดบวกที่เขารับจ้างวาดเสียอีก ตอนนี้ภาพในหัวของเขาเห็นเป็นพิมพ์พธูในชุดนอนเนื้อผ้าบางเบา กำลังบิดเร่าไปมาบนเตียง มือเรียวเล็กอาจกำลังลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าที่เขาแอบมองเมื่อตอนกลางวัน
หน้าอกอวบอัดที่เบียดชิดกันจนล้น... หน้าท้องแบนราบที่รับกับสะโพกผาย... และส่วนที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้กางเกงขาสั้นนั่น...
“บ้าเอ๊ย!” สิงหราชสบถเบาๆ ลำคอแห้งผาก
เขาตัดสินใจลุกขึ้น เดินไปที่กำแพงห้องแล้วแนบหูลงไปอย่างห้ามใจไม่ได้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันนัวเนียในหัว แต่สัญชาตญาณดิบในกายมันชนะขาดลอย
ผมตัดสินใจเดินไปที่ประตูห้องข้างๆ ที่ไม่ได้ล็อกไว้...
ภาพตรงหน้าคือร่างเล็กของพิมพ์พธูที่นอนบิดเร้าอยู่บนเตียงกว้าง เสื้อยืดตัวบางเลิกขึ้นจนเห็นหน้าอกอวบอัดที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจหอบถี่ มือเรียวเล็กของเธอกำลังปรนเปรอตัวเองอยู่ใต้กางเกงขาสั้นที่รั้งลงมาจนหมิ่นเหม่
"พะ...พี่เสือ!" เธออุทานเสียงหลง ตาปรือปรอยนั่นเต็มไปด้วยความต้องการที่ไม่ปิดบัง
ผมไม่ตอบ แต่ก้าวเข้าไปหาพลางรั้งร่างเล็กขึ้นมาป้อนจูบที่เร่าร้อน มือหนาของผมเริ่มทำหน้าที่แทนมือเล็กๆ ของเธอ ปลายนิ้วร้ายกาจกรีดกรายลงบนใจกลางความสาว เขี่ยวนไปมาบนยอดเกสรที่ชูชัน ก่อนจะกดเน้นลงไปจนร่างบางกระตุกเกร็ง น้ำหวานใสเคลือบชุ่มปลายนิ้วจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอาย
"อื้อ... พี่เสือขา... ตรงนั้น..."
ผมผละริมฝีปากออก เลื่อนตัวลงไปคุกเข่าอยู่ระหว่างขาเรียวสวยที่แยกออกกว้างอย่างเต็มใจ ใบหน้าของผมซุกลงกับความฉ่ำเยิ้ม กลิ่นกายสาวผสมกับกลิ่นน้ำหวานเฉพาะตัวทำเอาผมคลั่ง ลิ้นร้อนเริ่มลากไล้ชิมรสชาติแสนหวานที่ใจกลางความเป็นสาว ดูดกลืนทุกหยาดหยดราวกับคนหิวกระหาย ในขณะที่นิ้วเรียวก็ยังคงทำหน้าที่สอดประสานเข้าออกในช่องทางที่รัดรึงจนแน่น
"กรี๊ด... พี่เสือ... พิมพ์ไม่ไหวแล้ว..."
เธอบิดเร้าไปมา มือเล็กขยุ่มกลุ่มผมของผมเพื่อระบายความเสียวซ่าน ผมรู้ดีว่าเธอพร้อมแล้ว พร้อมสำหรับของจริงที่กำลังพองขยายจนปวดหนึบ
ผมจัดการกับกางเกงตัวสุดท้ายของตัวเองออก ก่อนสาวแท่งร้อนผ่าวที่เส้นเลือดปูดโป่งไปกับกลีบเกสรชุ่มฉ่ำ ร่างสูงค่อยๆ กดแทรกความแข็งขืนเข้าไปในความคับแน่นที่บีบรัดจนแทบหายใจไม่ทัน
"อึก... แน่นชะมัด... พิมพ์"
ร่างสูงครางต่ำในลำคอ ก่อนจะเริ่ม สอดกระแทกตัวตนเข้าไปจนสุดทาง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมไปทั่วห้องสลับกับเสียงครางระงมของร่างเล็กที่โอบกอดผมไว้แน่น ทุกจังหวะที่โถมเข้าใส่คือความดิบเถื่อนที่ผสมปนเปไปกับความเร่าร้อน จนโลกทั้งใบเหลือเพียงเราสองคนในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้
…
เช้าวันรุ่งขึ้น สิงหราชเดินลงมาข้างล่างด้วยสภาพคนอดนอน เขาเห็นพิมพ์พธูในชุดเสื้อกล้ามสีขาวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋กำลังยืนชงกาแฟอยู่ แสงแดดรำไรที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้เห็นรอยนูนของยอดอกที่ไร้ชั้นในบดบังอย่างชัดเจน
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่เสือ เมื่อคืนหลับสบายไหมคะ? พิมพ์ว่าเสียงแอร์ห้องพิมพ์มันดังแปลกๆ พี่เสือได้ยินอะไรไหม?
เธอหันมายิ้มหวาน ดวงตาใสซื่อคู่นั้นดูไม่เหมือนคนที่ทำเรื่องอย่างว่าเมื่อคืนเลยสักนิด แต่มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยของเธอทำเอาสิงหราชชะงัก
ยัยเด็กนี่... ตั้งใจงั้นเหรอ?
“พี่ไม่ได้ยินอะไร... พี่ทำงานดึก” เขาตอบเสียงแหบพร่า พยายามไม่ก้มมองสิ่งที่ดึงดูดสายตาอยู่ตรงหน้า
“เหรอคะ... งั้นคืนนี้พี่เสืออย่าทำงานหนักนักนะคะ พิมพ์เป็นห่วง... กลัวพี่จะเหนื่อยเกินไป”
คำพูดที่มีเลศนัยนั้นมาพร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่จงใจแตะเข้าที่แขนของเขาเบาๆ ก่อนที่เธอจะเดินนวยนาดผ่านไป ทิ้งให้สิงหราชยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
เสือร้ายในตัวเขากำลังถูกล่อให้ออกจากถ้ำ และดูเหมือนเหยื่อสาวรายนี้จะเต็มใจให้เขาขย้ำเสียเหลือเกิน
ร่างสูงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้ฉ่ำวาวด้วยแรงอารมณ์ เขาสะบัดมือออกเพียงนิดก่อนจะรวบเอวบางของเด็กแสบดึงเข้าหาตัวจนร่างกายทุกส่วนบดเบียดกันไร้ช่องว่าง “พี่เสือ... ใจร้อนจังเลยนะคะ” พิมพ์กระซิบชิดริมฝีปากหนา มือซนของเธอลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี “ใครกันแน่ที่เริ่มก่อน?” สิงหราชเค้นเสียงต่ำ เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบ แต่กลิ่นกายสาวและสัมผัสจากทรวงอกนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดกับหน้าอกเขามันทำให้สติเขากระเจิดกระเจิง จนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาอุ้มร่างเล็กขึ้นวางบนโต๊ะทำงานพร้อมกับอุกวาดปกรณ์วาดรูปราคาแพงออกไปอย่างไม่ใยดี พิมพ์พธูหัวเราะคิกคักในลำคอพลางอ้าขาออกกว้างเพื่อให้เขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลาง แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบผิวขาวเนียนของเธอจนดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่มีชีวิต “ไหนบอกจะให้พิมพ์ยืมปลั๊กพ่วงไงคะ? หรือจะให้พิมพ์พ่วงอย่างอื่นแทน” เธอโน้มตัวลงมางับติ่งหูของเขาเบาๆ ก่อนจะลากลิ้นผ่านรอยนูนของเส้นเลือดที่ลำคอ สิงหราชครางฮึ่มในลำคอ มือหนาเลื่อนขึ้นไปบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ในเมื่ออยากระบายสี... พี่ก็จะลงสีให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลย!” สิงหราชคำรามก่อนจะโถมกายขยับขับกดตัวตนเข้าสู่ความคับแน่นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนสุดทางรัก พิมพ์พธูอ้าปากค้างพลางแอ่นอกรับความกระสันที่ถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง เสียงโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสั่นสะเทือนกึกก้องไปตามจังหวะการโถมกายของสิงหราช แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงนั้น ทำให้ร่างเล็กของพิมพ์พธูสั่นคลอนไปทั้งตัว มือหนาของเสือร้ายขยุ้มสะโพกมนไว้แน่นจนเกิดรอยนิ้วมือแดงจางๆ บนผิวขาวจัด เขาจงใจถอนตัวตนออกจนเกือบสุดก่อนจะ กระแทกกลับเข้าไปจนมิดลำเอ็นร้อนผ่าว ย้ำลงบนจุดกระสันภายในซ้ำๆ จนเกิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเฉอะแฉะน่าอาย "อื้อออ... พี่เสือ... แรงไปแล้ว... พิมพ์จะ... อ๊ะ! อ๊า!" เสียงหวานครางระงมไม่เป็นภาษา พิมพ์พธูแอ่นอกรับความกระสันขีดสุด ขาเรียวสวยเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น พยายามบดเบียดร่างกายเข้าหาความอุ่นร้อนที่เติมเต็มเธอจนจุกเสียด ทว่ายิ่งเธอรัดรึงเขามากเท่าไหร่ สิงหราชก็ยิ่งทวีความป่าเถื่อนมากขึ้นเท่านั้น "ตอดรัดแน่นขนาดนี้... อยากให้พี่ปล่อยข้างในใช่ไหมพิมพ์?" สิง
หลังผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ทำให้ผนังห้องดูบางลงถนัดตา สิงหราชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นปนร้อนรุ่ม พิมพ์พธูยังคงนอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอด ใบหน้าใสซื่อในยามหลับใหลทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้เส้นผมดำขลับของเธอเบาๆ ใครจะคิดว่ายัยเด็กตัวเล็กขี้มูกโป่งในวันนั้น จะกลายเป็นสาวสะพรั่งที่เร่าร้อนและยั่วยวนได้ถึงเพียงนี้ หลังมื้อเช้าจบลง พิมพ์ก็เดินตามเขาต้อยๆ เข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง “พี่เสือคะ วันนี้ไม่ทำงานเหรอ?” เธอถามพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่เคยเป็น 'เวทีรัก' เมื่อคืนนี้ “ทำสิ แต่วันนี้พี่อยากเปลี่ยนจากนางแบบในจินตนาการ มาเป็นนางแบบที่มีชีวิตจริงๆ บ้าง” สิงหราชตอบพลางหันจอคอมพิวเตอร์ไปทางเธอ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าคมคาย “นางแบบมีชีวิต? ใครคะ?” พิมพ์แกล้งทำหน้างง “ก็เธอไง พิมพ์พธู” เขาชี้ปากกาเลเซอร์ไปที่เธอ พิมพ์ตาโตก่อนจะหัวเราะคิกคัก “ว้าย! พี่เสือลามก! จะให้พิมพ์เป็นแบบชุดไหนคะ? ชุดนักศึกษาหรือชุดไหนดีคะ?” “ไม่จำเป็น พี่อยากวาดภาพความงามที่บริสุทธิ์แบบที่เห็นตอนเธอนอนเปลือยเปล่าในอ้อมกอดพี่มากกว่า”
เช้าวันจันทร์บรรยากาศในบ้านดูวุ่นวายกว่าปกติ แม่ของผมกำลังจัดกระเป๋าใบใหญ่ พลางกำชับสั่งเสียเรื่องงานบ้านงานเรือนราวกับจะไปเป็นปี ทั้งที่จริงแกแค่จะไปทัวร์ทำบุญเก้าวัดกับกลุ่มเพื่อนสนิทที่ต่างจังหวัดเพียงหนึ่งสัปดาห์ “เสือ แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะ กับข้าวในตู้เย็นมีเยอะแยะ อย่าพาน้องอดล่ะ” แม่หันมาสำทับผมที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวด้วยสายตาจิกกัดแกมหยอก “ครับแม่ ผมโตแล้วนะ ไม่ปล่อยให้แขกอดตายหรอก” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนิ่งขรึม ทั้งที่ในใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อหันไปสบตากับพิมพ์ที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างแม่ “พิมพ์ไม่อดหรอกค่ะแม่ พี่เสือดูท่าทางจะดูแลพิมพ์ดีจะตายไป” คำพูดกำกวมของยัยเด็กแสบทำเอาผมสะอึก พิมพ์ส่งสายตาใสซื่อให้แม่ แต่พอแม่หันไปปิดกระเป๋า เธอกลับส่งสายตาเย้ายวนมาทางผมพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ มันเป็นท่าทางที่ดูไร้เดียงสาแต่โหยหาอยู่ในที ทันทีที่รถตู้ของกลุ่มแม่เคลื่อนพ้นรั้วบ้านไป ความเงียบก็นเข้าปกคลุม... แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไม่อยากนึกถึงสักเท่าไหร่ ร่
แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างโร่ในห้องทำงานของสิงหราช แต่วันนี้สมาธิของเขากลับไม่ได้อยู่ที่หน้าจอตรงหน้าแล้ว ปากกาเลเซอร์ที่ใช้สำหรับวาดภาพถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี เมื่อหูของเขากำลังจดจ่ออยู่กับเสียงที่เล็ดลอดมาจากผนังห้องนอนที่กั้นกลางระหว่างเขากับพิมพ์พธู บ้านไม้กึ่งปูนหลังเก่าของแม่แม้จะดูแข็งแรง แต่ผนังห้องนอนที่รีโนเวทใหม่นั้นกลับบางกว่าที่คิด โดยเฉพาะในยามดึกสงัดที่เสียงเข็มนาฬิกาเดินยังได้ยินชัดเจน “อื้อ... อ๊ะ... ร้อนจัง” เสียงหวานที่เคยทักทายเขาอย่างสดใสเมื่อตอนกลางวัน บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นโทนเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ สิงหราชขยับแว่นสายตา หัวใจเต้นระรัว เขาพยายามจะบอกตัวเองว่าน้องอาจจะแค่ละเมอ หรืออากาศในกรุงเทพฯ มันร้อนเกินไปสำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างเธอ แต่เสียงขยับตัวเสียดสีกับผ้าปูที่นอนและเสียงลมหายใจที่หอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ นั้น... มันฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังทำอะไร “พี่เสือ... พิมพ์... อื้อออ...” กรามของหนุ่มเนิร์ดบดเข้าหากันแน่น เมื่อได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากเล็กๆ นั่น จินตนาการในหัวของเขามันพุ่งพล่านยิ่งกว่าภาพว
สายตาของผมพร่าเบลอไปหมดจากการจ้องหน้าจอคอมฯมาทั้งคืน 'สิงหราช' หรือ 'เสือ' คือชื่อของผม หนุ่มเนิร์ดวัย 26 ที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับการปั่นงานภาพวาดประกอบนิยายส่งสำนักพิมพ์และนักเขียนนิยาย ผมเป็นคนรักสันโดษ ชอบความเงียบ และที่สำคัญ... ผมชอบอยู่ในโลกจินตนาการที่มีแต่สาวสวยในลายเส้นฝีมือของตัวเอง มือข้างซ้ายของผมสาวลำเอ็นไปด้วย ในขณที่มือข้างขวาก็จับปากกาตวัดลายเส้นให้ภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดนเฉพาะจุดเร้นลับนั้นที่มันดูสมจริง จนคนวาดเกิดอารมณ์หลายต่อหลายครั้ง “อ่าส์..อึก...” เสียงผมครางแผ่วอื้ออึงในลำคอ จนสุดท้ายน้ำข้นเหนียวที่ผมกักเก็บมาทั้งเดือนถูกปลดปล่อยออกมาในที่สุด ใช่ครับทั้งเดือน ที่ผมไม่ออกไปไหน ไม่ได้ไปพบปะสาวเพื่อปลดปล่อย ด้วยเพราะว่างานใกล้ถึงกำหนดที่ต้องส่งลูกค้าแล้ว แต่โลกความจริงของผมกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อแม่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ก่อนไปตลาด "เสือ วันนี้หนูพิมพ์ลูกสาวน้าพรจะย้ายมาอยู่นะ น้องมาสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดูแลน้องด้วยล่ะ อย่าให้เสียชื่อพี่ชายคุณนายอรล่ะ" ผมได้แต่พยักหน้าส่งๆ ใจไม่คิดอะไร จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าบ้านด







