เข้าสู่ระบบบทนำ 2
ณ โรงเตี้ยมฟูฮวา
ภายในโรงเตี้ยมที่คึกคักไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตานี้ กลับมีห้องแห่งหนึ่งที่เงียบเหงา ภายในห้องแม้เต็มไปด้วยบรรดาสาวงามทั้งสี่คน ซึ่งพวกนางต่างก็ได้ศักดิ์เป็นฮูหยินที่เพียบพร้อมที่สุดแห่งยุค ถึงกระนั้นสีหน้าอมทุกข์ของพวกนางช่างขัดคำสรรเสริญเยินยอจากเหล่าชาวบ้านนัก
หนึ่งในนั้นคือจ้าวซือเฟยที่นั่งฟังสหายร่ายยาวถึงความหนักใจของสามีพวกนาง อันที่จริงนางเองก็อยากร่วมวงนินทาด้วย แต่ว่าทำได้เพียงพยักหน้าเข้าใจถึงความทุกข์ใจทั้งหลาย
จนกระทั่งเมื่อสหายคนหนึ่งหันมาทางนาง หญิงสาวผู้นั้นคว้าข้อมือเล็กมาเกาะกุมพร้อมปั้นหน้าใกล้ร้องไห้ไปทุกขณะจิต
“ซือเฟยหนอซือเฟย เจ้านี่ช่างมีสามีที่ดีเสียจริง เขาคงดูแลเจ้าดีมากเลยกระมัง หรือว่าร่วมบทเพลงรักกับเจ้าอย่างเร่าร้อนหรือ” ป๋ายกุยเหนียง ฮูหยินแห่งคณะงิ้วเอ่ย ทว่านางกลับโดนหญิงที่นั่งข้าง ๆกันตีเสียงดังลั่น
“กุยเหนียงเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกเรามารวมกันด้วยสาเหตุอันใด!” หลีอั๋นเฟย ฮูหยินของบัณฑิตหนุ่มอันดับหนึ่งเอ่ยเสียงเอ็ด พลางส่งสายตาขอโทษมาให้ซือเฟยด้วยเช่นกัน
“เอาเถอะ ๆพวกเจ้าอย่าได้มาทะเลาะกันเองได้หรือไม่ พวกเราต่างก็มีสามีที่ไม่คิดทำการบ้านเช่นเดียวกัน ดังนั้นพวกเราก็ควรร่วมมือกันสิ” โม๋ว์มี่ฮวา ฮูหยินท่านแม่ทัพเอ่ยบ้าง
สิ้นเสียงของมี่ฮวาทั้งสี่ถอนหายใจพร้อมกันเสียงดัง บ้างกลอกตาไปอีกทางด้วยความเหนื่อยอ่อน บ้างหลุบตามองถ้วยชาที่เย็นชืดของตน แน่ล่ะว่าพวกนางต่างก็เป็นฮูหยินที่ดี แล้วเหตุใดสามีของพวกนางถึงได้หัวทึบกันมากนัก
“แต่พวกเราก็พยายามทุกวิธีแล้ว เหตุใดสามีแสนโง่งมของพวกเราถึงยังไม่เข้าใจความต้องการของพวกเราเสียที” กุยเหนียงบ่นอุบ นางเด็ดพวงองุ่นกินอย่างเหลืออด
“สามีข้าไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย เขาเป็นถึงบัณฑิตหนุ่มอนาคตอาจารย์ขององค์ชายเชียวนะ” อั๋นเฟยเชิดหน้าเล็กน้อย หากแต่ว่ามิอาจเรียกความโมโหจากกุยเหนียงได้
“เช่นนั้นก็คงไร้น้ำยาล่ะสิท่า” กุยเหนียงแลบลิ้นใส่อีกฝ่าย ก่อนโดนอั๋นเฟยตีเข้าที่ต้นแขน
“พอได้แล้วพวกเจ้าทั้งสองคน” มี่ฮวาหรี่ตามองพวกนาง ก่อนจิบชาที่ยังคงมีไอร้อนกรุ่น “ว่าแต่ซือเฟยเจ้าไม่มีวิธีดี ๆหน่อยหรือ”
“เอ่อข้า…” ซือเฟยกลืนน้ำลาย เลี่ยงสายตาคาดหวังจากคนทั้งสาม “ข้าไม่มีวิธีหรอก”
“เฮ้อออออออ” หญิงสาวทั้งสามระบายลมหายใจพร้อมกัน ก่อนพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดหนทาง
“แต่ข้ารู้จักตัวยาดี ๆที่ช่วยปลุกเร้าอารมณ์ภายในกายได้นะ” ซือเฟยเอ่ยอีกครั้ง แต่ว่ากลับเรียกสายตาสดใสจากพวกนางได้เป็นอย่างดี
“ยาอะไรหรือ!” กุยเหนียงกล่าวพร้อมแววตาเปล่งประกาย
“รีบเอาออกมาเลยได้หรือไม่!” อั๋นเฟยระบายยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นกุมแนบชิดอกอิ่ม
“มันคือยาปลุกกำหนัดน่ะ…” ซือเฟยอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆที่เตรียมโดนตำหนิ
“เช่นนั้นก็นำมาขายให้พวกข้าเถอะ” หากแต่ว่ามี่ฮวากลับยกยิ้มพึงพอใจ พร้อมคนที่เหลือที่มีสายตามาดมั่นเช่นเดียวกัน
บทที่ 12.4 ลาก่อน“ไม่เอามี่ฮวา มี่ฮวา!!! / พี่สะใภ้!!!” ไม่ทันขาดคำที่ชายหนุ่มจะกล่าวออกไปร่างบางค่อยๆ ทิ้งตัวเองลงไปทางด้านหลัง จนบนกำแพงนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า ชายร่างสูงในอาภรณ์สีดำสนิทอ้าปากค้างเบิกตากว้าง ขาทั้งสองข้างแข็งเกินกว่าจะวิ่งไปฉุดรั้งนางเอาไว้ได้ นางยอมจากเขาไปเสียอย่างงั้น ไม่สนแล้วแม้ว่าเขากำลังอ้อนวอนอย่างไร“ข้าขอโทษมี่ฮวา! ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ! ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าเลย ที่ผ่านมาเป็นข้าไม่ดีเอง! ได้โปรด ได้โปรดเถอะ ข้าขอร้อง นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง หลังจากนี้ข้าจะยอมเจ้าทุกอย่างเลย เจ้าปรารถนาสิ่งใดข้าจะหามาให้ทุกสิ่ง ขอร้องเจ้าอย่าไปจากข้าทั้งอย่างงี้” โม๋ว์ฟูเฉิงคร่ำครวญ ลากร่างแข็งค้างของตนไปยังขอบกำแพงเมืองส่วนโม๋ว์อิงฉินที่ตกใจกับความผิดของตนเอง แทบยืนไม่ไหว เพียงเพราะเขาแค่อยากขู่นางเล่นๆ เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ เขารีบเดินไปยังขอบกำแพงเมือง เพื่อหวังว่าเรื่องตรงหน้าจะไม่ใช่เรื่องจริง “พี่สะใภ้ข้าขอโทษท่านจริงๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษพี่สะใภ้ ท่านอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ”ทว่าเมื่อสองหนุ่มก้มมองลงไปยังพื้นเบื้องล่าง กลับเห็นโม๋
บทที่ 12.3 ลาก่อนบนกำแพงเมืองสูงชะลู่ท่ามกลางความมืดมิดที่แสงจันทร์ส่องมาไม่ถึง บนส่วนบนที่สุดกลับมีร่างบางในอาภรณ์แดงดำยืนเด่นเป็นสง่า นางจ้องมองไปยังพื้นที่เบื้องหน้า ปล่อยให้ก้อนเมฆาขับเคลื่อนไปช้าๆ นับจังหวะเวลาในใจ จนได้ยินเสียงฝีเท้าอย่างรีบเร่งถึงสองสายเป็นโม๋ว์ฟูเฉิงกับน้องชายของเขา...“มี่ฮวาลงมาเดี๋ยวนี้!” โม๋ว์ฟูเฉิงเมื่อมาถึงรีบส่งเสียงสั่งหญิงสาวอย่างร้อนรน ทว่านางเพียงแค่ปรายตาหันมามองเขาเท่านั้น“รีบลงมานะ! เจ้าโง่หรือไง!” โม๋ว์อิงฉินสั่งบ้าง ครานี้นางเพียงแค่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ“พวกท่านใครคนไหนคือสามีข้ากันแน่” โฉมสะคราญกล่าวเสียงเรียบ ก่อนหันกลับมเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนเป็นโม๋ว์ฟูเฉิงหันกลับมาสบตากับนาง “เป็นข้า”สิ้นคำพูดของเขา หญิงงามหัวเราะดังลั่น เล่นเอาชายหนุ่มทั้งคู่หันมองหน้ากันอีกครั้ง“เป็นบ้าอะไรของเจ้า! รีบลงมาได้แล้ว!” โม๋ว์อิงฉินตวาดก้อง หัวใจเต้นโครมครามไปหมด ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตถึงเพียงนี้“เจ้าอยากให้ข้าตายไม่ใช่เหรอน้องสามี” โม๋ว์มี่ฮวากล่าวเสียงแข็ง “อยากให้ข้าตายเพื่อสังเวยความสุขให้เจ้ามิใช่หรือ?”“ขะ ข้าไม
บทที่ 12.2 ลาก่อน“พี่ชายเจ้า?” นางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ท่าทีดูไม่ได้ประหลาดใจมากนัก“เฮอะ!”บรรยากาศเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง นางชำเลืองสายตาไปทางด้านหลังของร่างสูง มองเห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ ไม่ไกลจากที่แห่งนี้ พลันในหัวบังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา“แต่สุดท้ายพวกเจ้าก็ตลบหลังข้า ให้ข้าแต่งงานกับน้องชายซึ่งก็คือเจ้า นั่นก็หมายความว่าอำนาจภายในสกุลโม๋ว์ก็ยังไม่ตกถึงข้านี่”“...”โฉมสะคราญจ้องมองคนตรงหน้าตรงๆ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แถมยังหลบเลี่ยงสายตาไปจากนางเพียงชั่วครู่ นางอดไม่ได้ที่จะยกมือกอดอก เดินสำรวจหมุนรอบตัวเขา พยายามมองหาจุดให้จับผิด“งั้นพี่ชายเจ้าก็คือนักพรตขาว ส่วนเจ้าคือเกราะสีชาดหรือ? แล้วไหนเล่าตราสัญลักษณ์แห่งเกราะสีชาด ช่วยแสดงให้ข้าเห็นหน่อยได้หรือไม่”“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ!” โม๋ว์อิงฉินตวาดก้อง พร้อมทั้งถอยหลังให้ห่างจากนางไปอีกก้าว “เจ้าจะมาเฉไฉเปลี่ยนความผิดของตนเองงั้นรึ!”“ข้าไม่ได้ฆ่าท่านตาเจ้า ข้าได้ตำแหน่งมาด้วยความสามารถของข้าเอง”ข้อนั้นโม๋ว์อิงฉินรู้ดีว่านางไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายของท่านตาของเขา เพียงแต่ว่าครอบครัวของนางอย่างไร ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข
บทที่ 12.1 ลาก่อนภายในงานรื่นเริงของเหล่าขุนนางที่มาร่วมฉลองความยินดีกับงานหมั้นหมายระหว่างสองแคว้น โม๋ว์มี่ฮวากลายเป็นดาวเด่นให้เหล่าบุรุษต่างวัยทั้งหลายเข้ามาชนจอกเหล้า จุดประสงค์ของพวกเขามีหลากหลายนัก หากแต่ความหลงใหลที่มีให้นางก็ไม่แตกต่างกันเสียเท่าไหร่อีกทั้งโหย่วหลิงเซียสืบทอดตำแหน่งธิดาสวรรค์ จึงมิอาจร่วมดื่มสุราเมรัยกับทุกคนได้ ทั้งยังมีโม๋ว์อิงฉินยืนประกบข้างกาย จึงทำให้ทุกคนไม่คิดไปยุ่งเกี่ยวถึงกระนั้นตัวโม๋ว์มี่ฮวาก็หาได้สนใจพวกเขาทั้งสอง นางยกจอกเหล้าดื่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่ามันคือน้ำเปล่าที่ไม่ได้มีฤทธิ์มึนเมาใดๆเพียงชั่วอึดใจกับจอกที่เท่าไหร่ไม่รู้ จู่ๆ โม๋ว์อิงฉินเดินเข้ามาหานาง ฉวยจอกเหล้าไว้ ก่อนมองด้วยสายตาขับไล่พวกขุนนางให้เลิกเกะกะสตรีอาภรณ์แดงดำ“มาแย่งจอกเหล้าข้าทำไม” โม๋ว์มี่ฮวาช้อนตามองอีกฝ่าย นัยน์ตาหวานฉ่ำของนางไม่ได้เจือปนความยินดีมากนัก“ข้าก็ไม่อยากมาหรอก” โม๋ว์อิงฉินสบถในคอ มองไปทางฝั่งเงาสายหนึ่ง ที่แอบส่งสายตามาจากไกลๆ“งั้นก็กลับไปหาฮูหยินของเจ้าซะ” นางพึมพำอีกครั้ง ก่อนหยิบจอกเปล่าใบหนึ่งมารินเหล้ารสหวานทว่าโม๋ว์อิงฉินกลับฉวยจอกเหล้ามาอีกครั้
บทที่ 11.2 การเจรจาในยามเซิน[1]ระหว่างที่โม๋ว์มี่ฮวากำลังจัดเตรียมตนเองให้พร้อมสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับ ช่วงเวลาที่นางกำลังจะก้าวขาลงอ่างอาบน้ำใบใหญ่ จู่ๆ ผ้าปิดทางเข้ากลับถูกเปิดออกด้วยฝีมือชายร่างหนา วันนี้เขาไม่ได้สวมเกราะสีเงินทับไว้ สวมเพียงชุดนอกสีดำที่ปักริ้นด้วยด้ายเงินเท่านั้น หญิงสาวหันไปมองเขา สีหน้านางออกแววไม่พอใจอยู่บ้าง“ข้ากำลังจะอาบน้ำ” โม๋ว์มี่ฮวากล่าวเสียงเข้ม“ก็ข้าจะอาบน้ำด้วยไง” โม๋ว์ฟูเฉิงกล่าวจบ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าจนเผยผิวเข้มที่มีรอยแผลเป็นทางยาวตรงหน้าอกให้เห็นอย่างชัดเจน“เราจะหย่ากันแล้ว ท่านไม่ควรทำเช่นนี้” นางเอ่ยลอดไรฟัน“แล้วอย่างไร” เขาว่าจบเดินดุ่มๆ แล้วก้าวขาลงอ่าง ยึดถือครองพื้นที่ส่วนใหญ่ จนไม่มีแม้แต่ที่ให้หญิงสาวได้ผ่อนคลาย“ท่านบอกว่าไม่เคยคิดรักข้า และไม่มีวันที่จะรักด้วยซ้ำ”“ลงมา” ทว่าเขากลับไม่โต้ตอบกลับไป ทำเป็นเมินเฉยในคำพูดของนาง พร้อมทั้งยังออกคำสั่งอย่างกับพวกบ้าอำนาจในท้องพระโรง“ข้าไม่ลง ว้าย!” ท้ายที่สุดนางกลับถูกฉุดให้ลงไปกอดก่ายกับเขาภายในอ่างไม้น้ำร้อนส่งไออุ่นลอยคละคลุ้งเต็มอากาศ และเพราะน้ำอุ่นถึงทำให้ดวงหน้าเล็กกับทั่วกายสาวแดงซ
บทที่ 11.1 การเจรจาวันต่อมาขบวนสินสอดถูกจัดเตรียมเอาให้อลังการยิ่งใหญ่สมฐานะโหย่วหลิงเซีย โดยผู้นำขบวนนั้นคือโม๋ว์มี่ฮวา หญิงสาวผู้ที่สามารถยืนอยู่ท่ามกลางไฟสงครามได้อย่างองอาจ เหมาะสมกับการเป็นทูตของธิดาสวรรค์ วันนี้นางได้สวมชุดสีดำแดงปักริ้นสีเงิน สวมผ้าคลุมนัยน์ตาผืนโปร่งสีเข้ม ซึ่งประดับด้วยลูกปัดสีแดงและไข่มุกเม็ดสีขาว ท่วงท่านางยามก้าวเดินดูสงบเงียบ แผ่นหลังตั้งตรงของนางก็ดูยึดมั่นในสิ่งที่ตัดสินเลือกก่อนหน้าจะไปพบกับโม๋ว์ฟูเฉิง โฉมสะคราญได้ส่งจดหมายไปหาโหย่วหลิงเซียเรื่องที่ตกลงกันเอาไว้ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตกลงยอมรับในข้อเสนอทันทีก็คงดูน่าสนุกสำหรับนางส่วนคนที่มาด้วยกันกับนางหาใช่โม๋ว์ฟูเฉิงไม่ หากแต่เป็นโม๋ว์อิงฉินที่กำลังเดินท่องน่องผ่อนคลายอย่างสบายอุรา เขาชื่นชมนางนิดหน่อยเรื่องความเด็ดขาด ในการตัดสินใจหย่ากับท่านพี่ของเขา อย่างน้อยก็ไม่ได้โง่เสียทีเดียวภายในท้องพระโรงอันโอ่อ่านั้น หลังจากคณะทูตทำความเครพฮ่องเต้แคว้นอิงโจวกันเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของโม๋ว์มี่ฮวาที่จะกล่าวคำทักทาย“ข้าน้อยโม๋ว์มี่ฮวาตัวแทนคณะทูตจากแคว้นลู่เจิน ขอคารวะฮ่องเต้อิงโจว ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ




![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


