LOGINเทลเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เคาน์เตอร์บาร์ ที่มีไอ้ปลื้มเป็นคนคอยเสิร์ฟน้ำเติมน้ำแข็งให้อยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของหญิงสาว ก่อนที่จะส่งสายไปมองลูกน้องคนสนิท ทันทีที่ไอ้ปลื้มเห็นสายตาของผู้เป็นนายมันก็รีบพยักหน้ารับแล้วรีบเดินออกไปดูแลลูกค้าท่านอื่นทันที
“กลับบ้านมั้ย เฮียไปส่ง” “อุ้ย! ตกใจหมดเลย” คนตัวเล็กสะดุ้งตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะหันมามองคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของเธอ เฮียเทลมายืนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมไม่เห็นรู้เลย “ทำเป็นขวัญอ่อนไปได้” “ก็เฮียมาเงียบๆ” “กลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวเฮียไปส่ง” เทลยังเอ่ยย้ำคำพูดเดิม “หนูขับรถมาค่ะ” “แต่หนูดื่มไปแล้วนะ ห้ามขับรถเอง” เทลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง คนตัวเล็กเลิกคิ้วสูงมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย เขามาอารมณ์ไหนอีก “ไอดื่มไปแค่นิดเดียวเอง ไม่เมาค่ะ” “อย่าดื้อ ลุก!” “…” คนตัวเล็กยังคงนั่งนิ่งทำหน้าตาสงสัยอยู่ “ไอริส!” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อคนตัวเล็กน้ำเสียงดุ ทำให้เจ้าของชื่อทำหน้าหงอยๆ ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินนำหน้าเทลออกไป ไอริสเดินนำหน้าลงมาจากชั้นบน ส่วนเทลเดินตามหลังมาติดๆ การกระทำของเทลตกอยู่ในสายตาของเพื่อนสนิททุกๆ คน เพื่อนแต่ละคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'หมาคนที่สี่ของกลุ่มได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วครับ' เทลเปิดประตูให้กับคนตัวเล็กได้ขึ้นไปนั่ง ก่อนที่จะปิดประตูฝั่งของไอริสแล้วเดินไปขึ้นฝั่งของคนขับทันที เพียงครู่เดียวเท่านั้นรถสปอร์ตคันหรูก่อนเคลื่อนตัวออกจากใต้ตึกของบาร์เอโซนทันที “แล้วรถของไอละคะ?” หญิงสาวหันมาเอ่ยถามถึงรถของตัวเองที่จอดอยู่บาร์เอโซน เธอกลับมาแบบนี้แล้วรถที่จอดอยู่นั้นจะทำยังไง “เดี๋ยวให้เด็กที่ร้านขับมาให้” “แต่กุญแจรถอยู่ที่ไอนะ” “รถมีกุญแจสำรองมั้ย” เทลเอ่ยถาม สายตาของชายหนุ่มยังคงจำจ้องมองไปที่ท้องถนนเช่นเดิม “มีค่ะ” “เอากุญแจสำรองมาให้เฮียแค่นั้นก็จบ” “^_^” ไอริสคลี่รอยยิ้มสดใสให้กับเทล ก่อนที่เธอจะหันหน้ามองไปที่ท้องถนนแทนการมองคนขับอย่างเขา รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทันทีที่รถยนต์จอดสนิทชายหนุ่มก็หันมามองคนข้างกายก็ที่จะหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ไอริสเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนแล้วก็ไม่รู้ เทลเอื้อมมือหนามาสะกิดที่เรียวแขนเล็กเพื่อให้ไอริสรู้สึกตัวตื่น ก่อนที่เจ้าของเรือนร่างเล็กจะรู้สึกตัวตื่น “ถึงแล้วเหรอคะ” ไอริสเอ่ยถามน้ำเสียงงัวเงีย ก่อนที่จะพยายามปรับสายตามองไปรอบๆ ข้างของตัวเองก่อนที่จะเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย “ร้านอาหาร” “เฮียหิวข้าว ทั้งวันยังไม่ได้กินข้าวเลย” เทลเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูรถลงจากรถทันที ก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปในร้านอาหาร “อยากชวนมากินข้าวก็ไม่บอก” ทำเป็นมาอยากไปส่งบ้าน คนตัวเล็กเดินลงจากรถก่อนที่จะรีบเดินตามหลังเทลไปติดๆ ไอริสเดินมานั่งลงที่โต๊ะตรงข้ามกับชายหนุ่ม ก่อนที่จะจ้องมองใบหน้าคมพร้อมกับคลี่รอยยิ้มบนใบหน้า คนตัวเล็กจ้องมองเขาอย่างไม่คาดสายตา ทำให้คนที่โดนจ้องมองรู้สึกได้ว่ากำลังถูกมองอยู่จนต้องเอ่ยถามขึ้นทันที “มองทำไม” “มองคนหล่อค่ะ” ไอริสคลี่รอยยิ้มเอ่ยตอบอย่าจริงจัง เธอชอบเขามาก แล้วก็ยังคงชอบเขาอยู่เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าเธอจะมีเจ้าบ่าวอยู่แล้วก็ตาม เป็นเจ้าบ่าวที่เธอไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เธอจะต้องแต่งตัวเป็นคนยังไง “…” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ได้เอ่ยตอบ ก้มหน้าลงมองเมนูอาหารในมือต่อ ก่อนที่จะเอ่ยเรียกพนักงานให้มารับออเดอร์ เทลสั่งอาหารหลากหลายเมนู ไอริสแทบจะไม่ต้องสั่งอะไรเลยเพราะว่าเทลจัดการสั่งให้หมดแล้ว เพียงครู่เดียวอาหารที่สั่งไปก็ถูกยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะจนครบ ก่อนที่ชายหนุ่มกับหญิงสาวจะเริ่มทานอาหารตรงหน้า ทั้งคู่นั่งทานอาหารด้วยกันอย่างอร่อย ไม่รู้ว่าอร่อยเพราะอาหารหรือเพราะว่าคนที่ทานด้วยกันแน่ “ดีใจมั้ยที่จะได้แต่งงาน” อยู่ ๆ เทลก็เอ่ยถามขึ้น ทำให้คนที่โดนถามถึงกับต้องชะงักมือทันที “ถ้าคนที่แต่งด้วยเป็นเฮีย ไอจะดีใจค่ะ” “ฝันอยู่หรือเปล่า” เทลเอ่ย “ฮ่าๆ ถ้าฝันอยู่ก็คงจะดีนะคะ ไอไม่อยากตื่นเลย” “เพ้อเจ้อ!” “ถ้าให้ไอตอบตามความจริง ก็คงตอบว่าไม่มีความสุขค่ะ เพราะเจ้าบ่าวเป็นใครไอยังไม่รู้จักเลย” “ไม่รู้จักแล้วแต่งได้ยังไง” เทลเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย ไม่รู้จักแล้วทำไมถึงยอมแต่งวะ! “เบื่อที่จะทะเลาะกับแม่ค่ะ แต่งๆ ไปก็จบค่ะ แต่งสักปีแล้วก็ค่อยเลิกกันก็ได้” “แล้วถ้าเจ้าบ่าวไม่ยอมเลิกละ” “ถ้าเจ้าบ่าวเป็นคนดี ไม่ทำร้ายจิตใจไอ ไอก็ไม่ว่านะคะถ้าจะอยู่ด้วยกัน” คนตัวเล็กเอ่ยตอบก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทานอาหารที่อยู่ในจานตัวเองต่อจนหมด เธอคิดแบบที่เธอพูดจริงๆ ถ้าผู้ชายที่แต่งงานด้วยเป็นคนดี ไม่ทำร้ายเธอ ไม่ทำให้เธอเสียใจ เธอก็พร้อมที่จะใช้ชีวิตกับเขาไปจนตาย 1ชั่วโมงผ่านไป… ทั้งคู่ทานอาหารด้วยกันจนเสร็จแล้ว ก่อนที่จะเรียกเช็กบิลกลับบ้าน ชายหนุ่มมาส่งคนตัวเล็กที่บ้านทว่าส่งแค่หน้าบ้านเท่านั้น ก่อนที่จะเทลจะวนรถกลับมาที่บาร์เอโซน เพราะว่าเพื่อนๆ ยังคงอยู่ที่บาร์กันหมด อีกอย่างยังไม่ได้คุยรายละเอียดเรื่องงานกับธิเบศร์เลยด้วยซ้ำ บาร์เอโซน… รถของชายหนุ่มแล่นเข้ามาจอดที่ใต้อาคารของบาร์เอโซน ทันทีที่รถยนต์จอดสนิทชายหนุ่มก็ก้าวเท้าลงจากรถทันทีก่อนที่จะเดินขึ้นไปที่ชั้นบนของตัวอาคาร เทลเดินเข้ามาภายในบาร์ ผู้คนชายหญิงมากมายต่างก็ยังคงอยู่ภายในบาร์ กลุ่มเพื่อนของเทลก็ยังคงอยู่เช่นกัน จะขาดก็แค่ดร.ซันที่กลับไปก่อนหน้านี้แล้วเพราะว่าชายหนุ่มติดลูกกับเมียมาก “โค้ชของเอโซนกลับมาแล้วครับ” โรมเอ่ยแซวทันทีที่เห็นว่าเพื่อนสนิทเดินตรงมาที่โต๊ะ ทำให้เพื่อนคนอื่นๆ หันไปมองด้วยเช่นกัน “โค้ชบ้านพ่องมึงอะ” เทลเอ่ย “มึงรุนแรงกับกูไม่เปลี่ยนเลยนะ” “มึงก็ควรจะชินได้แล้ว” รามิลเอ่ย “กูขอคุยเรื่องงาน แบบจริงจัง” เทลเอ่ยขึ้นส่งสายตามองไปที่ธิเบศร์ ทำให้มันเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนที่จะเอ่ยตอบเทล “ก็ตามที่บอก เธอชื่อเนย” ธิเบศร์เอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ขอละเอียดกว่านี้ ลงลึกกว่านี้” “รอก่อน พรุ่งนี้นักสืบถึงจะส่งเอกสารมาให้กู” ธิเบศร์เอ่ย “ถ้าพ่อมันเล่นไม่ซื่อจริงๆ มึงจะทำยังไง” รามิลเอ่ยถาม “ฆ่า!” คำตอบของธิเบศร์ทำให้ทุกคนภายในโต๊ะอึ้ง โดยปกติแล้วธิเบศร์เป็นคนเลือดเย็นอยู่แล้ว แค่ฆ่ามันก็แค่เรื่องปกติของเขา “คิดดีแล้ว?” โรมเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจัง “อืม จะเก็บไว้ให้มันมาฆ่ากูที่หลังเหรอ” “ก็จริงของมึง” รามิลเอ่ย “ถ้าเรื่องนี้พลาด ไอ้ธิเบศร์จะกลายเป็นเป้าหมายของพวกมันทันที” โรมเอ่ยขึ้น ในเมื่ออีกฝั่งเล่นไม่ซื่อ แน่นอนว่าธิเบศร์จะต้องตกเป็นเป้าของอีกฝั่งอย่างแน่นอน แล้วถ้าเรื่องนี้พลาดธิเบศร์ก็จะกลายเป้าหมายทันที อย่างน้อยธิเบศร์ก็ต้องเป็นคนคุมเกมเท่านั้นถึงจะชนะอีกฝั่ง “กูจะไม่ปล่อยให้พลาด” เทลเอ่ย “กูเชื่อใจมึง” “งานนี้กูจัดการเอง มึงรอฟังผลได้เลย” “ค่าตอบแทนกูจ่ายไม่อั๋น หลังเสร็จงานมึงอยากได้อะไรบอกได้เลย” ธิเบศร์เอ่ยก่อนที่จะยกแก้วเครื่องดื่มสีเข้มขึ้นกระดกจนหมดแก้ว ทั้งสี่หนุ่มนั่งพูดคุยเรื่องงานกันตามปกติ ก่อนที่เวลาจะล่วงเลยไปนานหลายชั่วโมงจนบาร์ปิด ทุกคนถึงต่างพากันแยกย้ายกันกลับ ธิเบศร์กลับบ้านไปหาฟ้าใสเพราะว่าทั้งคู่แต่งงานอยู่กินด้วยกันแล้ว ส่วนรามิลก็กลับคอนโดไปหาข้าวหอม ส่วนเทลไม่ได้กลับไปไหนเขาเลือกที่จะนอนอยู่ที่บาร์ โรมเองก็เช่นกัน “ไม่กลับไปนอนบ้านอะ” เทลเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นว่าโรมยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะที่เดิมไม่ได้ไปไหน ทั้งๆ ที่เพื่อนแต่ละคนต่างก็พากันกลับไปหมดแล้ว “แล้วมึงไม่กลับไปนอนบ้านอะ” มันไม่ได้เอ่ยตอบ ทว่าย้อนถามกลับแทน “ที่นี่ก็บ้านกู ร้านกูมึงจะให้กูไปไหน” “งั้นที่นี่ก็ร้านกู เพราะกูก็มีหุ้นส่วนที่นี่เหมือนกัน” “กูเบื่อที่จะคุยกับมึงฉิบหาย” “กูก็เบื่อที่จะตอบมึงแล้วเหมือนกัน” โรมเอ่ย “ไอ้สัด!” เทลเอ่ยด่าน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนที่จะหันหลังเดินขึ้นบันไดทันที ยิ่งคุยกับมึงกูก็ยิ่งหงุดหงิด “ฮ่าๆ” ... ดูท่าทางแล้ว สนามนี้โค้ชจะแพ้ทางนะคะเนื้อหาต่อจากเดิม…‘ดึงดันไปก็เสียเปล่า เธอจะเจ็บเปล่าๆ’คำพูดนี้ของเฮียเทลดังก้องอยู่ในหูตลอดเวลาที่นั่งรถมากับเขา แน่นอนว่าทุกคำพูดของเขามันมีผลต่อใจเธอเอามากๆ ถึงเธอจะดื้อแค่ไหน ปากเก่งแค่ไหน แต่เวลาที่เธอเจอคำพูดแย่ๆ ของเฮียเทลในบางครั้ง เธอก็เจ็บใจอยู่ดี แต่แค่ไม่แสดงอาการแค่นั้นเอง“ต้องเดินขึ้นไปส่งถึงห้องทำงานป่ะ” เฮียเทลเอ่ยถามขึ้นทันทีที่รถหรูแล่นเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบริษัทแล้ว“กล้าป่ะล่ะ” ไอริสเอ่ยยิ้มๆ เธอก็แค่ท้าเล่นๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเฮียเทลไม่กล้า แล้วก็ไม่วันนั้นแน่นอน“ลงดิ! เดี๋ยวไปส่ง” ถามจริง? พูดจริงพูดเล่นว่ะเนี่ย“?” ไอริสได้แต่ทำหน้างงๆ ก่อนที่จะยอมเดินลงจากรถแต่โดยดี“เดี๋ยวๆ อาบน้ำหรือยัง ทำไมยังอยู่ชุดเดิม” ชายหนุ่มลงมาจากรถเดินมาหยุดอยู่ข้างเธอ ก่อนที่จะเอ่ยถาม เพราะตอนนี้ไอริสใส่เสื้อผ้าชุดเดิมอยู่“ในห้องทำงานมีเสื้อผ้าสำรองอยู่ เดี๋ยวไออาบน้ำที่บริษัทก็ได้”“อืม งั้นรีบเดินดิ” เฮียเทลเอ่ยขึ้นพร้อมกับแย่งสิ่งของที่อยู่ในมือของเธอเอาไปถือไว้เองทั้งหมด ทั้งถุงอาหาร ถุงยา แก้วน้ำแล้วก็กระเป๋า คนตัวเล็กทำได้แค่เดินสวยๆ เข้าบริษัทอย่างเดียวก็พอแล้วทั้งคู่เด
เนื้อหาต่อจากเดิม…โคตรกวน กวนประสาท กวนตีน! คนตัวเล็กเลือกที่จะไม่เอ่ยตอบอะไรเลยสักอย่าง เธอไม่อยากต่อปากต่อคำกับเฮียเทล เพราะรู้ว่าถ้าต่อปากต่อคำกับเขามีหวังคืนนี้คงไม่จบแน่นอน วันนี้ก็เหนื่อยมามากพอแล้ว ไม่อยากต้องมาทะเลาะกับเฮียเทลเลย“เป็นอะไรไป ทำไมเงียบปากไปแบบนั้น” เทลเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งลงที่เดิม“เหนื่อย แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว ไอไม่ต้องการมานั่งทะเลาะกับเฮียอีก” ไอริสเอ่ยตอบน้ำเสียงจริงจัง“ไม่อยากทะเลาะ ก็ยกเลิกงานแต่งดิ”“ไม่!” ไอริสยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะหันหลังเดินออก ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาเดินออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ เรือนร่างเล็กก็ถูกคนตัวใหญ่ประชิดตัวทันที ทำเอาเธอตกใจตั้งตัวไม่ทันเลย“เฮียทำบ้าอะไร!”“อยากแต่งมากนักใช่มั้ยงาน”“ถ้าเจ้าบ่าวเป็นเฮียก็อยากแต่งนะคะ” ไอริสเอ่ยตอบ ทว่าคำตอบของเธอมันทำให้เขาหงุดหงิด เธอเองก็ตั้งใจที่จะกวนประสาทเขาเช่นกันทำไม? ก็ช่วยไม่ได้ เฮียอยากกวนประสาทไอเอง..“ได้! ได้!” เทลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะจับอุ้มเรือนร่างเล็กขึ้นพาดบ่าทันที ไอริสส่งเสียงร้องโวยวายทันทีที่ถูกคนตัวโตกว่าอุ้มขึ้นอย่างไม่ทั
เนื้อหาต่อจากเดิม…คนตัวเล็กนั่งทำงานจนเวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงตอนบ่าย ตั้งแต่เช้ายันบ่ายคนตัวเล็กไม่พักเลยสักนิดเดียว เธอเอาแต่ทำงานเขียนแบบ ออกแบบ วาดรูปทั้งวันเลยจริงๆ เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายสอง ไอริสจึงวางปากกาที่อยู่ในมือวาง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาเฮียเทลทันที1 สายที่ไม่ได้รับ2 สายที่ไม่ได้รับ3 สายที่ไม่ได้รับเฮียเทลไม่ยอมรับสายเธอ แล้วยังไง? ไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับ เธอก็จะดื้อโทรอยู่อย่างนี้จนเขารำคาญ เดี๋ยวเขารำคาญเมื่อไหร่เขาก็จะกดรับสายเธอเองนั่นแหละ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอกับเขาใครจะมีความอดทนมากกว่ากันและแล้วเฮียเทลก็รับสายของเธอ ทันทีที่เฮียเทลกดรับสาย ปลายสายก็เอ่ยโวยวายเสียงดังขึ้นมาทันทีเลยเช่นกันหึ! แน่นอนว่าเฮียเทลแพ้..(โทรมาทำไม? รำคาญ!)(ว่างมากนักหรือไง?)“แม่โทรมาบอกว่าเย็นนี้มีนัดทานข้าวนะคะ”“แม่บอกว่าโทรหาเฮียแล้ว แต่เฮียไม่รับสาย”(เคยกินแล้ว เคยกินตั้งแต่เล็กจนโต) กวนตีน!“โทรมาแจ้งให้ทราบค่ะ ส่วนร้านอาหารอยู่ที่ไหนจะส่งโลเคชั่นให้อีกทีนะคะ”(อืม)“ค่ะ” สิ้นสุดคำว่าค่ะ เธอก็ตัดสายเขาทิ้งทันทีเลยเช่นกัน ก็บอกแล้วว่าไม่อยากคุยกับเฮียเทลเลยจ
หลังจากที่หมอรามิลกับดร.ซันเดินออกไปแล้ว ที่โต๊ะนี้ก็จะเหลือแค่โรมกับเทลที่ยังคงยืนอยู่กับที่ยังไม่ได้ขยับไปไหน เช่นเดียวกันกับคนตัวเล็กที่ยังคงจ้องมองใบหน้าคมอย่างจริงจัง“บรรยากาศไม่ค่อยดีกูกลับดีกว่า” โรมเอ่ยขึ้นหลังที่เงียบอยู่นาน ดูท่าแล้วศึกระหว่างเธอกับมันอีกนานคงกว่าจะจบลง ดูเหมือนว่ามันเพิ่งจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ“กูไปด้วย” ธิเบศร์รีบเอ่ยขึ้นทันที ก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมกับโรม ทำให้โต๊ะนี้เหลือแค่เฮียเทลแล้วก็ไอริสแค่นั้น“อยากคุยอะไรก็ว่ามา” เทลเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบ ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ไอริส“แม่ให้มาคุยกับเฮียเรื่องเรือนหอ” ไอริสเอ่ยขึ้นทันทีที่เฮียเทลเปิดโอกาสให้พูด“ใครอยากแต่งก็ออกแบบเอง”“แน่ใจ?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม แน่ใจใช่มั้ย? แน่ใจในคำพูดตัวเองหรือเปล่า“อืม แน่ยิ่งกว่าแน่อีก” เฮียเทลเอ่ยตอบย้ำอีกครั้ง คำตอบของเขายังคงเป็นคำเดิม“โอเค งั้นไอกลับก่อนนะคะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบ ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมามองเทลเลยสักนิด ทำเอาเฮียเทลนั่งเอ๋อ ทำหน้างงๆ ไปเลยด้วยซ้ำ“ลองสู้กับเฮียดูสักครั้ง ไออาจจ
ไอริสยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่กล้าขยับไปไหน เธอรู้สึกปวดหัวกับกลิ่นบุหรี่ของเฮียเทลเมื่อครู่เอามากๆ ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่กับที่เพียงครู่เดียว ก่อนที่จะขยับตัวแล้วเดินกลับเข้ามาข้างใน ทว่าพอเดินเข้ามาเธอก็ไม่เจอกับเฮียเทลแล้ว เธอเจอแค่ลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ แล้วก็ปลื้มลูกน้องคนสนิทที่ยืนประจำเคาน์เตอร์บาร์อยู่ จะว่าไปลูกค้าหกลุ่มนั้นที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ เธอรู้สึกคุ้นหน้าเป็นพิเศษ เหมือนคุ้นๆ ว่าจะเป็นเพื่อนของเฮียเทล“เฮียไปไหนแล้วเหรอคะ” เธอเดินตรงเข้ามาถามปลื้มทันทีที่“เฮียขึ้นไปที่ชั้นบนแล้วครับ”“ไอขอเข้มๆ แก้วหนึ่งค่ะพี่ปลื้ม”“เอ่อ..แต่ว่า”“ไอเป็นลูกค้านะคะ” ไอริสเอ่ยแทรกขึ้นทันทีที่ดูเหมือนว่าปลื้มตะกุกตะกัก ดูเหมือนว่าจะไม่อยากทำเครื่องดื่มให้เธอ ดูท่าทางแล้วเฮียเทลคงสั่งไว้แน่ๆ“แต่เฮียเทล..”“แต่ไอเป็นเมียในอนาคตเฮียเทลนะคะ” ไม่เมื่อพูดดีๆ แล้วไม่ฟังกัน ก็ขู่ซะเลย จะได้ยอมทำให้กัน อยากกินเข้มๆ จะได้ใจกล้ามากขึ้น อย่างน้อยวันนี้ก็ต้องคุยกับเฮียให้รู้เรื่องแค่กๆ แค่กๆเสียงไอดังขึ้นทันที ฉุดให้ไอริสหันไปตามเสียงนั้น เสียงไอดังมาจากกลุ่มลูกค้าที่นั่งกันอยู่ตรงนั้น เธอ
หลายวันผ่านไป…เป็นหลายวันผ่านไปที่โคตรเหนื่อยใจจริงๆ เรื่องงานแต่งไอริสไม่รู้มาก่อนว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล เธอรู้แค่ว่าเธอต้องแต่งงานเท่านั้น เธอรู้แค่ว่าแม่เตรียมเจ้าบ่าวไว้ให้เธอแล้ว ถ้าเธอรู้ว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล คือคนที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เด็กๆ เธอคงไม่เสียใจหรอก“เป็นอะไรไป หน้าตาไม่รับแขกเลย” ริต้า เพื่อนสนิทคนเดียวของไอริส เพื่อนแท้ เพื่อนตาย เธอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ริต้าเป็นสาวสวย เซ็กซี่ ปากร้าย แถมเธอยังชอบเล่นชอบแกล้งอีกด้วย“อาการออกขนาดนั้นเลยเหรอ” ไอริสเอ่ยถามกลับ เธอก็แค่นั่งคิดอะไรเรื่อยๆ นั่งเงียบๆ อยู่ในห้องทำงานของตัวเอง“อืม มองจากดาวอังคารยังดูออกเลย”“มึงก็พูดเกินไป”ก๊อกๆ ก๊อกๆเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นฉุดให้สองสาวหันมามองที่ประตูห้อง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามาด้านใน“มีอะไร” ไอริสเอ่ยถามเลขาคนสนิททันทีที่เธอเปิดประตูเข้ามาด้านในแล้ว“มีคนมาขอพบคุณไอค่ะ” แอน เลขาคนสนิทของไอริส เธอทำทุกอย่างที่ไอริสสั่งได้เป็นอย่างดี ไม่มีพลาดเลยสักครั้งเดียว“ใคร?”“คุณหญิงมณีค่ะ” แค่ได้ยินชื่อคนที่ขอเข้าพบ ไอริสก็คลี่รอยยิ้มบนใบหน้าห






![นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
