LOGINหลายวันผ่านไป…
เป็นหลายวันผ่านไปที่โคตรเหนื่อยใจจริงๆ เรื่องงานแต่งไอริสไม่รู้มาก่อนว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล เธอรู้แค่ว่าเธอต้องแต่งงานเท่านั้น เธอรู้แค่ว่าแม่เตรียมเจ้าบ่าวไว้ให้เธอแล้ว ถ้าเธอรู้ว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล คือคนที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เด็กๆ เธอคงไม่เสียใจหรอก “เป็นอะไรไป หน้าตาไม่รับแขกเลย” ริต้า เพื่อนสนิทคนเดียวของไอริส เพื่อนแท้ เพื่อนตาย เธอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ริต้าเป็นสาวสวย เซ็กซี่ ปากร้าย แถมเธอยังชอบเล่นชอบแกล้งอีกด้วย “อาการออกขนาดนั้นเลยเหรอ” ไอริสเอ่ยถามกลับ เธอก็แค่นั่งคิดอะไรเรื่อยๆ นั่งเงียบๆ อยู่ในห้องทำงานของตัวเอง “อืม มองจากดาวอังคารยังดูออกเลย” “มึงก็พูดเกินไป” ก๊อกๆ ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นฉุดให้สองสาวหันมามองที่ประตูห้อง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามาด้านใน “มีอะไร” ไอริสเอ่ยถามเลขาคนสนิททันทีที่เธอเปิดประตูเข้ามาด้านในแล้ว “มีคนมาขอพบคุณไอค่ะ” แอน เลขาคนสนิทของไอริส เธอทำทุกอย่างที่ไอริสสั่งได้เป็นอย่างดี ไม่มีพลาดเลยสักครั้งเดียว “ใคร?” “คุณหญิงมณีค่ะ” แค่ได้ยินชื่อคนที่ขอเข้าพบ ไอริสก็คลี่รอยยิ้มบนใบหน้าหวานทันที คุณหญิงมณีเธอเอ็นดูไอริสเป็นพิเศษ “โอเค พาท่านเข้ามาเถอะ เอาน้ำมาเสิร์ฟด้วยนะ” “ค่ะคุณไอ” แอนพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินออกไปทำตามที่เจ้านายสั่ง เพียงครู่เดียวคุณหญิงมณี แม่ของเฮียเทลก็เดินคลี่ยิ้มเข้ามา ก่อนที่จะเดินมาทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่ของมุมห้อง ไอริสยันตัวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินมานั่งลงข้างคุณหญิงมณี “สวัสดีค่ะ คุณป้า” คนตัวเล็กยกมือไหว้คุณหญิงมณี ก่อนที่จะคลี่รอยยิ้มให้ “เรียกแม่เถอะลูก เดี๋ยวก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” “เอ่อ..เฮียเทลเขา” “อย่าไปสนใจตาเทลเลย ดื้อตั้งแต่เล็กไม่เคยเปลี่ยน” ไอริสเอ่ยพูดไม่ทันจบคุณหญิงมณีก็เอ่ยพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน “…” คนตัวเล็กนิ่งเงียบได้เอ่ยตอบ หันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่มันนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน “ที่แม่มาวันนี้ แม่จะมาคุยเรื่องของเรือนหอ” “..แม่รอแต่งก่อนมั้ยคะ” “ต้องมีเรือนหอก่อนสิลูก พอเรือนหอเสร็จก็แต่งแล้วก็ย้ายเข้าอยู่เรือนหอเลย” “แม่ถามเฮียเทลหรือยังคะ?” คนตัวเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกประหม่า พอพูดถึงเฮียเทลทีไร ใจเธอประหม่าทุกทีเลยก็ว่าได้ “แม่..” ก๊อกๆ ก๊อกๆ “เอาน้ำมาเสิร์ฟค่ะ” เสียงของแอนดังขึ้นอยู่ทางด้านนอก “เชิญ” “น้ำค่ะ” แอนเปิดประตูห้อง เดินเอาน้ำเข้ามาวางไว้ตรงหน้าคุณหญิงมณี ก่อนที่จะรีบหันหลังเดินออกจากห้องทันที “แม่ทานน้ำก่อนนะคะ” ไอริสเอ่ยยิ้มๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบเอาแก้วน้ำตรงหน้าคุณหญิงมายื่นให้กับคุณหญิงมณี “ขอบใจจ้ะ เออ..ว่าแต่หนูคนนั้นชื่ออะไรเหรอ” คุณหญิงมณีเอ่ยถาม ก่อนที่จะส่งสายตามองไปที่ริต้า ทำให้ริต้าเงยหน้าสบตากับคุณหญิงมณี “สวัสดีค่ะคุณหญิงมณี หนูชื่อริต้าค่ะ เป็นเพื่อนสนิทไอ” ริต้าเอ่ยแนะนำตัวเองทันที “สวัสดีจ้ะ” “งั้นเชิญคุณหญิงคุยธุระต่อได้เลยนะคะ หนูกลับร้านก่อนดีกว่าค่ะ” ริต้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ก่อนที่จะหันมาคลี่ยิ้มพยักหน้าให้กับไอริส แล้วริต้าก็เดินออกจากห้องนี้ไปทันที “มาคุยเรื่องของเราต่อกันดีกว่า” “ค่ะ ^_^” “แม่โทรไปคุยกับตาเทลตั้งแต่เช้าแล้ว เหลือแค่หนูเข้าไปหาแค่นั้นแหละลูก” “อ๋อค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูเสร็จงาน หนูค่อยเข้าไปที่บาร์เฮียเทลนะคะ” “ให้แม่เข้าไปเป็นเพื่อนมั้ย” “ไม่เป็นไรค่ะแม่ ไอเข้าไปคนเดียวก็ได้ค่ะ ไอไปที่บาร์ของเฮียบ่อยอยู่ค่ะ” “โอเค งั้นวันนี้แม่กลับก่อนนะ เดี๋ยวแม่ไปทำธุระต่อ” “เดี๋ยวไอลงไปส่งนะคะ” คนตัวเล็กรีบยันตัวลุกขึ้นยืนทันที ก่อนที่จะประคองคุณหญิงมณีให้ลุกขึ้นด้วยเช่นกัน “ไม่เป็นไร หนูทำงานของหนูไปเถอะ แม่ไปได้” “งั้นแม่กลับดีๆ นะคะ สวัสดีค่ะ” คนตัวเล็กยกมือไหว้แม่สามีในอนาคต พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าหวาน “อย่าลืมไปหาตาเทลนะลูก” “ค่ะ ^_^” คุณหญิงมณีเดินออกไปจากห้องแล้ว ทำให้ภายในห้องนี้เหลือแค่เธออยู่คนเดียว ริต้าก็กลับไปแล้ว คนตัวเล็กเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน เอนหลังพิงกับเก้าอี้ตัวโปรดก่อนที่จะหลับตาลง ในหัวสมองประมวลผลช้า อาจจะเป็นเพราะว่าเธอคิดแต่เรื่องของเฮียเทลทั้งคืนทั้งวัน แค่หัวสมองคิดชื่อเฮียเทล ทุกอย่างก็ดูยากไปหมดเลยจริงๆ ในใจรู้สึกประหม่าทุกครั้งเลย จากที่เมื่อก่อนเธอใจสู้ วิ่งเข้าชน ทว่าตอนนี้เธอกลับไม่กล้าแล้ว ความกล้าเธอหายไปหมดแล้ว I. : เย็นนี้ไปบาร์กับกูมั้ย ไอริสส่งข้อความไปหาริต้า เพื่อที่จะหาเพื่อนไปที่บาร์ เธอไม่อยากไปคนเดียวเธอกลัวที่จะรับมือกับเฮียเทลไม่ไหว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอไม่กล้า เธอรับมือไหว ทว่าตอนนี้เธอรับมือไม่ไหวแล้ว ในใจมันรู้สึกประหม่าไปหมด Rita : เย็นนี้มีนัดแล้ว I. : ยกเลิกนัด แล้วไปกับกู Rita : ไม่ได้! นัดผู้ชายไว้ I. : ผู้ชายกับกู มึงเลือกอะไร Rita : ผู้ชายค่ะ 555 เออดี! ดีจริงๆ เพื่อนรักดันเลือกผู้ชาย แล้วที่เพื่อนที่น่ารักอย่างกูแท้ เห้อ! ไอริสนั่งถอนหายใจใส่โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือ ก่อนที่จะวางมันลงที่โต๊ะทำงาน แล้วยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเองทันที ก่อนที่จะหยิบเอาของสำคัญติดตัวมาด้วย ผลักประตูเดินออกมาจากห้อง ก่อนที่จะเดินลงมาที่ชั้นล่าง เดินไปที่รถของตัวเอง ก่อนที่จะขึ้นรถแล้วขับรถออกไปทันที บาร์เอโซน… รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดที่ใต้ตึกอาคาร ไอริสมาถึงเอโซนในช่วงเวลาเย็น ทันทีที่รถยนต์จอดสนิทเรือนร่างเล็กก็ก้าวขาลงจากรถทันที ก่อนที่จะเดินขึ้นไปที่ชั้นบน เพียงครู่เดียวร่างเล็กก็เดินขึ้นมาถึงชั้นบน ก่อนที่จะผลักประตูเปิดแล้วเดินเข้าไปภายในบาร์ “สวัสดีค่ะ” ไอริสเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์บาร์ ก่อนที่จะเอ่ยทักทายผู้ชายที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ “สวัสดีครับ” “เฮียเทลอยู่มั้ยคะ” คนตัวเล็กเอ่ยถาม พร้อมกับมองไปที่รอบๆ เพื่อมองหาคนที่เธอต้องการเจอมากที่สุด “อยู่หลังร้านครับ” “ขอบคุณค่ะ” ไอริสเอ่ยขอบคุณ ก่อนที่จะเดินเลี่ยงไปทางหลังร้าน บาร์เอโซนนี้เธอมาบ่อยจนรู้ทุกซอกทุกมุมแล้ว รู้หมดว่าอะไรอยู่ตรงไหน ร่างเล็กเดินเลี่ยงมาทางหลังร้าน ก่อนที่จะหยุดชะงักอยู่แค่หน้าประตูทางออกเท่านั้น เพราะเธอเห็นคนที่ต้องการเจอแล้ว เขากำลังยืนอัดบุหรี่เข้าปอดอยู่ กลิ่นมันเหม็นจนเธอปวดหัวเธอเลยไม่อยากเดินเข้าไปใกล้มากกว่านี้แล้ว หญิงสาวไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ “รู้ว่าไม่ชอบแล้วเดินเข้ามาทำไม” เจ้าของเรือนร่างใหญ่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่จะหันมามองเธอ ก่อนที่จะหันหน้าหนีเธอ “ไอมาคุยธุระค่ะ” “เรือนหอเหรอ?” เฮียเทลเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่จะทิ้งบุหรี่ที่อยู่ในมือลงกับพื้น ตามด้วยใช้เท้าเหยียบก้นบุหรี่ให้ดับสนิท แล้วหันกลับมามองที่เรือนร่างเล็กที่กำลังยืนเอามือปิดจมูกอยู่ “แม่ให้ไอมาคุยกับเฮียว่าเฮียชอบแบบไหน” “ไม่ชอบ” “เฮียยังไม่ทันดูเลยนะ” “ไม่ต้องดูหรอก ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรฉันก็ไม่ชอบอยู่ดี” “…” คนตัวเล็กยืนนิ่ง “อะไรที่เป็นเธอ ฉันไม่เคยชอบเลย” ชายหนุ่มเอ่ยจบ ก็เดินผ่านเธอเข้ามาภายในบาร์ทันที ไม่สนใจเธอเลยด้วยซ้ำ ปล่อยในเรือนร่างเล็กยืนอยู่ตรงนั้นอยู่เดียวแบบไม่สนใจไยดี … เอาจริง อิพี่ปากร้ายมาก แต่อิน้องก็เจ็บไม่เคยจำเลยจริงๆเนื้อหาต่อจากเดิม…‘ดึงดันไปก็เสียเปล่า เธอจะเจ็บเปล่าๆ’คำพูดนี้ของเฮียเทลดังก้องอยู่ในหูตลอดเวลาที่นั่งรถมากับเขา แน่นอนว่าทุกคำพูดของเขามันมีผลต่อใจเธอเอามากๆ ถึงเธอจะดื้อแค่ไหน ปากเก่งแค่ไหน แต่เวลาที่เธอเจอคำพูดแย่ๆ ของเฮียเทลในบางครั้ง เธอก็เจ็บใจอยู่ดี แต่แค่ไม่แสดงอาการแค่นั้นเอง“ต้องเดินขึ้นไปส่งถึงห้องทำงานป่ะ” เฮียเทลเอ่ยถามขึ้นทันทีที่รถหรูแล่นเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบริษัทแล้ว“กล้าป่ะล่ะ” ไอริสเอ่ยยิ้มๆ เธอก็แค่ท้าเล่นๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเฮียเทลไม่กล้า แล้วก็ไม่วันนั้นแน่นอน“ลงดิ! เดี๋ยวไปส่ง” ถามจริง? พูดจริงพูดเล่นว่ะเนี่ย“?” ไอริสได้แต่ทำหน้างงๆ ก่อนที่จะยอมเดินลงจากรถแต่โดยดี“เดี๋ยวๆ อาบน้ำหรือยัง ทำไมยังอยู่ชุดเดิม” ชายหนุ่มลงมาจากรถเดินมาหยุดอยู่ข้างเธอ ก่อนที่จะเอ่ยถาม เพราะตอนนี้ไอริสใส่เสื้อผ้าชุดเดิมอยู่“ในห้องทำงานมีเสื้อผ้าสำรองอยู่ เดี๋ยวไออาบน้ำที่บริษัทก็ได้”“อืม งั้นรีบเดินดิ” เฮียเทลเอ่ยขึ้นพร้อมกับแย่งสิ่งของที่อยู่ในมือของเธอเอาไปถือไว้เองทั้งหมด ทั้งถุงอาหาร ถุงยา แก้วน้ำแล้วก็กระเป๋า คนตัวเล็กทำได้แค่เดินสวยๆ เข้าบริษัทอย่างเดียวก็พอแล้วทั้งคู่เด
เนื้อหาต่อจากเดิม…โคตรกวน กวนประสาท กวนตีน! คนตัวเล็กเลือกที่จะไม่เอ่ยตอบอะไรเลยสักอย่าง เธอไม่อยากต่อปากต่อคำกับเฮียเทล เพราะรู้ว่าถ้าต่อปากต่อคำกับเขามีหวังคืนนี้คงไม่จบแน่นอน วันนี้ก็เหนื่อยมามากพอแล้ว ไม่อยากต้องมาทะเลาะกับเฮียเทลเลย“เป็นอะไรไป ทำไมเงียบปากไปแบบนั้น” เทลเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งลงที่เดิม“เหนื่อย แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว ไอไม่ต้องการมานั่งทะเลาะกับเฮียอีก” ไอริสเอ่ยตอบน้ำเสียงจริงจัง“ไม่อยากทะเลาะ ก็ยกเลิกงานแต่งดิ”“ไม่!” ไอริสยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะหันหลังเดินออก ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาเดินออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ เรือนร่างเล็กก็ถูกคนตัวใหญ่ประชิดตัวทันที ทำเอาเธอตกใจตั้งตัวไม่ทันเลย“เฮียทำบ้าอะไร!”“อยากแต่งมากนักใช่มั้ยงาน”“ถ้าเจ้าบ่าวเป็นเฮียก็อยากแต่งนะคะ” ไอริสเอ่ยตอบ ทว่าคำตอบของเธอมันทำให้เขาหงุดหงิด เธอเองก็ตั้งใจที่จะกวนประสาทเขาเช่นกันทำไม? ก็ช่วยไม่ได้ เฮียอยากกวนประสาทไอเอง..“ได้! ได้!” เทลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะจับอุ้มเรือนร่างเล็กขึ้นพาดบ่าทันที ไอริสส่งเสียงร้องโวยวายทันทีที่ถูกคนตัวโตกว่าอุ้มขึ้นอย่างไม่ทั
เนื้อหาต่อจากเดิม…คนตัวเล็กนั่งทำงานจนเวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงตอนบ่าย ตั้งแต่เช้ายันบ่ายคนตัวเล็กไม่พักเลยสักนิดเดียว เธอเอาแต่ทำงานเขียนแบบ ออกแบบ วาดรูปทั้งวันเลยจริงๆ เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายสอง ไอริสจึงวางปากกาที่อยู่ในมือวาง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาเฮียเทลทันที1 สายที่ไม่ได้รับ2 สายที่ไม่ได้รับ3 สายที่ไม่ได้รับเฮียเทลไม่ยอมรับสายเธอ แล้วยังไง? ไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับ เธอก็จะดื้อโทรอยู่อย่างนี้จนเขารำคาญ เดี๋ยวเขารำคาญเมื่อไหร่เขาก็จะกดรับสายเธอเองนั่นแหละ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอกับเขาใครจะมีความอดทนมากกว่ากันและแล้วเฮียเทลก็รับสายของเธอ ทันทีที่เฮียเทลกดรับสาย ปลายสายก็เอ่ยโวยวายเสียงดังขึ้นมาทันทีเลยเช่นกันหึ! แน่นอนว่าเฮียเทลแพ้..(โทรมาทำไม? รำคาญ!)(ว่างมากนักหรือไง?)“แม่โทรมาบอกว่าเย็นนี้มีนัดทานข้าวนะคะ”“แม่บอกว่าโทรหาเฮียแล้ว แต่เฮียไม่รับสาย”(เคยกินแล้ว เคยกินตั้งแต่เล็กจนโต) กวนตีน!“โทรมาแจ้งให้ทราบค่ะ ส่วนร้านอาหารอยู่ที่ไหนจะส่งโลเคชั่นให้อีกทีนะคะ”(อืม)“ค่ะ” สิ้นสุดคำว่าค่ะ เธอก็ตัดสายเขาทิ้งทันทีเลยเช่นกัน ก็บอกแล้วว่าไม่อยากคุยกับเฮียเทลเลยจ
หลังจากที่หมอรามิลกับดร.ซันเดินออกไปแล้ว ที่โต๊ะนี้ก็จะเหลือแค่โรมกับเทลที่ยังคงยืนอยู่กับที่ยังไม่ได้ขยับไปไหน เช่นเดียวกันกับคนตัวเล็กที่ยังคงจ้องมองใบหน้าคมอย่างจริงจัง“บรรยากาศไม่ค่อยดีกูกลับดีกว่า” โรมเอ่ยขึ้นหลังที่เงียบอยู่นาน ดูท่าแล้วศึกระหว่างเธอกับมันอีกนานคงกว่าจะจบลง ดูเหมือนว่ามันเพิ่งจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ“กูไปด้วย” ธิเบศร์รีบเอ่ยขึ้นทันที ก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมกับโรม ทำให้โต๊ะนี้เหลือแค่เฮียเทลแล้วก็ไอริสแค่นั้น“อยากคุยอะไรก็ว่ามา” เทลเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบ ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ไอริส“แม่ให้มาคุยกับเฮียเรื่องเรือนหอ” ไอริสเอ่ยขึ้นทันทีที่เฮียเทลเปิดโอกาสให้พูด“ใครอยากแต่งก็ออกแบบเอง”“แน่ใจ?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม แน่ใจใช่มั้ย? แน่ใจในคำพูดตัวเองหรือเปล่า“อืม แน่ยิ่งกว่าแน่อีก” เฮียเทลเอ่ยตอบย้ำอีกครั้ง คำตอบของเขายังคงเป็นคำเดิม“โอเค งั้นไอกลับก่อนนะคะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบ ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมามองเทลเลยสักนิด ทำเอาเฮียเทลนั่งเอ๋อ ทำหน้างงๆ ไปเลยด้วยซ้ำ“ลองสู้กับเฮียดูสักครั้ง ไออาจจ
ไอริสยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่กล้าขยับไปไหน เธอรู้สึกปวดหัวกับกลิ่นบุหรี่ของเฮียเทลเมื่อครู่เอามากๆ ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่กับที่เพียงครู่เดียว ก่อนที่จะขยับตัวแล้วเดินกลับเข้ามาข้างใน ทว่าพอเดินเข้ามาเธอก็ไม่เจอกับเฮียเทลแล้ว เธอเจอแค่ลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ แล้วก็ปลื้มลูกน้องคนสนิทที่ยืนประจำเคาน์เตอร์บาร์อยู่ จะว่าไปลูกค้าหกลุ่มนั้นที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ เธอรู้สึกคุ้นหน้าเป็นพิเศษ เหมือนคุ้นๆ ว่าจะเป็นเพื่อนของเฮียเทล“เฮียไปไหนแล้วเหรอคะ” เธอเดินตรงเข้ามาถามปลื้มทันทีที่“เฮียขึ้นไปที่ชั้นบนแล้วครับ”“ไอขอเข้มๆ แก้วหนึ่งค่ะพี่ปลื้ม”“เอ่อ..แต่ว่า”“ไอเป็นลูกค้านะคะ” ไอริสเอ่ยแทรกขึ้นทันทีที่ดูเหมือนว่าปลื้มตะกุกตะกัก ดูเหมือนว่าจะไม่อยากทำเครื่องดื่มให้เธอ ดูท่าทางแล้วเฮียเทลคงสั่งไว้แน่ๆ“แต่เฮียเทล..”“แต่ไอเป็นเมียในอนาคตเฮียเทลนะคะ” ไม่เมื่อพูดดีๆ แล้วไม่ฟังกัน ก็ขู่ซะเลย จะได้ยอมทำให้กัน อยากกินเข้มๆ จะได้ใจกล้ามากขึ้น อย่างน้อยวันนี้ก็ต้องคุยกับเฮียให้รู้เรื่องแค่กๆ แค่กๆเสียงไอดังขึ้นทันที ฉุดให้ไอริสหันไปตามเสียงนั้น เสียงไอดังมาจากกลุ่มลูกค้าที่นั่งกันอยู่ตรงนั้น เธอ
หลายวันผ่านไป…เป็นหลายวันผ่านไปที่โคตรเหนื่อยใจจริงๆ เรื่องงานแต่งไอริสไม่รู้มาก่อนว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล เธอรู้แค่ว่าเธอต้องแต่งงานเท่านั้น เธอรู้แค่ว่าแม่เตรียมเจ้าบ่าวไว้ให้เธอแล้ว ถ้าเธอรู้ว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล คือคนที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เด็กๆ เธอคงไม่เสียใจหรอก“เป็นอะไรไป หน้าตาไม่รับแขกเลย” ริต้า เพื่อนสนิทคนเดียวของไอริส เพื่อนแท้ เพื่อนตาย เธอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ริต้าเป็นสาวสวย เซ็กซี่ ปากร้าย แถมเธอยังชอบเล่นชอบแกล้งอีกด้วย“อาการออกขนาดนั้นเลยเหรอ” ไอริสเอ่ยถามกลับ เธอก็แค่นั่งคิดอะไรเรื่อยๆ นั่งเงียบๆ อยู่ในห้องทำงานของตัวเอง“อืม มองจากดาวอังคารยังดูออกเลย”“มึงก็พูดเกินไป”ก๊อกๆ ก๊อกๆเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นฉุดให้สองสาวหันมามองที่ประตูห้อง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามาด้านใน“มีอะไร” ไอริสเอ่ยถามเลขาคนสนิททันทีที่เธอเปิดประตูเข้ามาด้านในแล้ว“มีคนมาขอพบคุณไอค่ะ” แอน เลขาคนสนิทของไอริส เธอทำทุกอย่างที่ไอริสสั่งได้เป็นอย่างดี ไม่มีพลาดเลยสักครั้งเดียว“ใคร?”“คุณหญิงมณีค่ะ” แค่ได้ยินชื่อคนที่ขอเข้าพบ ไอริสก็คลี่รอยยิ้มบนใบหน้าห







