Masuk“ปัญหามันจะไม่เกิดหรือเกิดน้อยลงถ้าแกไม่ทำตัวเป็นพี่ที่ยอมให้น้องข่มจนไม่เห็นหัว” ต้นหยงยังมีสีหน้าไม่พอใจเช่นเดิม เธออยากให้จริงใจรู้จักปกป้องความรู้สึกของตัวเองบ้าง แต่อย่างที่เห็น เพื่อนเธอคนนี้มันแสนดีอ่อนโยนจนไม่กล้าทำให้ใครบอบช้ำน้ำใจ โดยเฉพาะสองแฝด น้องสาวกับน้องชายที่ไม่เคยเห็นหัวมันเลย
“ไม่หรอก วันเกิดแกปีนี้จะไม่มีใครมาพูดจาแย่ๆ หรือทำให้แกหมดสนุกได้แน่นอนเพราะพวกเราจะไปกับแกด้วย” คำพูดสุดเด็ดขาดนี้มาจากปากแม่ดาราหน้าใหม่ จริงใจสบตาเป็นประกายแกร่งกล้าแน่วแน่ของเห็ดหอมที่เสมือนเจ้าตัวกำลังจะลงมือทำสิ่งยิ่งใหญ่ระดับชาติ คนตัวเล็กนิ่งค้างมองเห็ดหอมด้วยสีหน้ามึนงง สตาร์มีสติกลับมาก่อนใครจึงเอ่ยปากถามย้ำไปว่า “แกจะไปบ้านต่างจังหวัดของจริงใจเหรอ แกเนี่ยนะ” “อ้าวทำไมอะ ทำเหมือนฉันไม่เคยไป” “ไม่ได้หมายความอย่างนั้นค่ะสาว แต่แกหาเวลาได้เหรอ ไม่มีถ่ายละคร โฆษณงโฆษณาอะไรหรือไง” สตาร์พูดจบ เห็ดหอมที่เหมือนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นดาราแล้วชะงักนิ่งไปเล็กน้อย “จริงด้วย” ก่อนปล่อยเสียงหัวเราะแห้งๆ ออกมา “ฉันจำไม่ค่อยได้ว่าก่อนวันเกิดจริงใจหนึ่งวันมีรับงานออกอีเวนต์หรือเปล่า แต่ที่จำได้แน่ๆ วันเกิดจริงใจฉันว่างทั้งวัน ฉันให้ความสำคัญกับวันสำคัญของเพื่อนนะ” “เป็นคำพูดที่ซึ้งกินใจมาก” ต้นหยงทำทีเช็ดน้ำตา “เอาเป็นว่าต่อให้ไม่ว่างจริงๆ ฉันก็จะทำให้ว่างให้ได้ ฉันจะกลับบ้านต่างจังหวัดไปกับแกด้วย” “ไม่เห็นต้องลำบากอะไรเลย ฉันกลับของฉันเองได้ พวกแกไม่ต้องไปด้วยหรอก” จริงใจไม่อยากเป็นสาเหตุให้เพื่อนเสียการเสียงาน “ฉันกับสตาร์น่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ไปได้แน่นอน แกไม่ให้ไปฉันก็จะไป ถ้าจะห้ามจริงๆ ก็บอกคนนี้จ้ะ” ต้นหยงจิ้มแขนเห็ดหอมจนเพื่อนตัวเอียง แต่แล้วผลของการถกเถียงเรื่องนั้นอย่างยาวนานลากไปหลายชั่วโมงก็ได้ข้อสรุปที่ดื้อดึงของเห็ดหอม ไม่ว่ายังไงเธอจะไปด้วยให้ได้ จริงใจห้ามจนคอแห้ง ไม่อยากจินตนาการภาพล่วงหน้าเมื่อต้องเห็นเห็ดหอมเถียงคอเป็นเอ็นกับน้องฝาแฝดของเธอ จริงใจลางานน้ารุ้งกลับบ้านต่างจังหวัดหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ แต่เพื่อนที่ไปด้วยกันคงอยู่ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เพราะทุกคนต่างมีงานมีการให้ต้องทำ เห็ดหอมวุ่นวายกว่าใครเพราะกว่าจะตกลงกับผู้จัดการส่วนตัวไม่ให้ตามมาดูแลได้เล่นเอาปาดเหงื่อ “เจ๊ปิงปองกลัวฉันโดนแอบถ่ายรูปน่ะ แต่แหม..มันก็ต้องมีอยู่แล้วไหมล่ะ ฉันค่อนข้างจะมีชื่อเสียงแล้วนี่” เธอหัวเราะคิกคักอารมณ์ดีไปตลอดทาง ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะถึงบ้านต่างหวัด สี่สาวเดินทางด้วยรถตู้หรูวีไอพีของที่บ้านเห็ดหอม ส่วนรถจริงใจมีลูกน้องปะป๊าเห็ดหอมขับกลับมาให้ เพื่อที่ว่าตอนเดินทางกลับกันคนล่ะวัน เธอได้ใช้รถของตัวเองในการเดินทางกลับ บ้านต่างจังหวัดของจริงใจเป็นบ้านไทยประยุกต์สองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้หลังใหญ่โออ่าที่สุดของตำบลนี้ เนื้อที่รอบบ้านปูล้อมด้วยหญ้านวลน้อยสีเขียวนุ่มเท้า ต้นไม้และพุ่มไม้เขียวขจีได้รับการเล็มแต่งกิ่งก้านอยู่เป็นประจำ ต้นดอกเฟื่องฟ้าริมรั้วสีชมพูบานเย็นแสบตาที่จริงใจชอบไปนั่งทำการบ้านตรงนั้นมีดอกร่วงหล่นพื้นเต็มไปหมด ยายสไบได้ยินเสียงรถและเห็นหลานสาวลงมาเป็นคนแรก ในรอบหลายเดือนที่ไม่ได้เจอกัน ความคิดถึงทำให้ลืมไปว่าตนนั้นปวดเข่า ยายสไบรีบเดินจ้ำท้าวเร็วรี่จากแคร่ไม้หน้าบ้านเพื่อต้อนรับหลานรัก ยายทั้งกอดทั้งหอมจริงใจด้วยความคะนึงหาและยังยิ้มแย้มต้อนรับเพื่อนๆ ของจริงใจให้เข้าไปนั่งดื่มน้ำเย็นๆ ในบ้านด้วย “ตะวัน จันทร์เจ้าออกมานี่หน่อยลูก” ยายเรียกน้องฝาแฝดทั้งสองคน และอีกฝ่ายเห็นว่าแขกมาใหม่เป็นใครบ้าง สีหน้าที่ยิ้มแย้มก็แปรเปลี่ยนเป็นมึนตึงไปในทันที “ไปเอาน้ำเอาขนมมาให้พี่ๆ เขาหน่อยลูก พวกพี่เขาเดินทางมาเหนื่อยๆ คงจะหิวแล้ว” จริงใจกำลังจะบอกยายว่าเธอจัดการทั้งหมดเองได้ แต่ยายก็เอ่ยเรื่องอื่นเสียก่อน “รอข้าวเย็นหน่อยนะเด็กๆ ยายเพิ่งให้คนไปซื้อกับข้าวที่ตลาดเอง ประเดี๋ยวก็คงมาแล้วล่ะ” จากนั้นยายหันไปมองสองแฝดที่ยังคงยืนนิ่งเฉย “เอ้า รออะไรกันอยู่เล่าสองคนนี้ ไปยกน้ำยกท่ามาให้แขกสิลูก” จริงใจเห็นความไม่พอใจเล็กๆ ฉายชัดบนใบหน้าทั้งสอง แต่ตะวันและจันทร์เจ้าคงไม่อยากขัดคำสั่งหรือทำตัวเสียมารยาทกับจริงใจและเพื่อนต่อหน้ายาย เพราะรู้ฤทธิ์เดชของยายดีว่าเป็นอย่างไร เมื่อพี่มะหมี่แม่บ้านชาวเมียนมาร์กลับมาจากตลาด ยายรีบโชว์ฝีมือทำกับข้าวโดยมีจริงใจและเพื่อนคอยเป็นลูกมือหยิบจับนั่นนี่ แม้ยายจะไล่ให้ไปรอด้านนอกก็ดื้อดึงกันเป็นที่สุด กับข้าวมื้อนั้นอร่อยมาก จริงใจมีความสุขจนมองข้ามเรื่องที่เห็ดหอมแอบขัดขาตะวันจนน้องของเธอล้มหัวคะมำ แล้วก็ยังเรื่องที่ตะวันแกล้งเดินกระแทกไหล่เห็ดหอมจนตัวปลิวนั่นอีก แค่ได้กลับบ้านมาหายาย เห็นรอยยิ้มมีความสุขของยาย จริงใจก็แทบจะลืมทุกเรื่องที่เคยคิดมากก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น “จริงเหรอเฮีย อยู่ไม่ไกลจากบ้านยายของจริงใจเลยนะคะ เฮียให้หนูไปช่วยไหม” ไม่มีใครรู้ เฮียที่เห็ดหอมกำลังคุยอยู่มันเฮียคนไหนเพราะเธอมีคนรู้จักและญาติโกโหติกาเยอะแยะไปหมด เห็ดหอมนั่งคุยโทรศัพท์บนเตียงในห้องที่ยายจัดไว้ให้นอนกับต้นหยง ส่วนสตาร์นอนห้องจริงใจ แต่ตอนนี้สาวๆ ก็มากระจุกตัวในห้องเดียวกัน “เฮียยังไม่มีที่พักด้วยใช่ไหม งั้นถือสายรอหนูแป๊บนึงนะ” เห็ดหอมหันมาคุยกับจริงใจที่กำลังแกะผมเปียให้ต้นหยง “แก รีสอร์ตของยายแกยังมีห้องว่างเหลืออยู่ไหมอะ เช็กให้หน่อยสิ” “ได้ๆ” จริงใจต่อสายโทร.ถามป้าแววเดือนหรือผู้จัดการรีสอร์ตคนสนิทของยาย ได้รับคำตอบว่ายังเหลือห้องว่างอีกสองห้อง “เฮียมาพักที่รีสอร์ตยายของจริงใจนะ เหลือห้องว่างสองห้องค่ะเฮีย หนูเคยเอารูปให้เฮียดูเมื่อวันก่อนไง เฮียน่าจะชอบนะคะ” เห็ดหอมเอ่ยกับปลายสายเสียงเจื้อยแจ้ว “เอางั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปหาเฮียเลย ใช่ค่ะ..ต้องพาจริงใจไปด้วยอยู่แล้ว” เจ้าของชื่อสะดุ้งนิดๆ ไม่ทันถามอะไรสักคำ เห็ดหอมหยิบกระเป๋าแล้วก็ลากข้อมือจริงใจออกไปด้วยกัน “เดี๋ยวมานะพวกแก ไปทำธุระกับจริงใจแป๊บ” ไม่มีใครได้ตั้งคำถามเพราะเห็ดหอมทำทุกอย่างว่องไวเสียเหลือเกิน จริงใจเข้ามาอยู่ในรถแล้ว เห็ดหอมสั่งให้คนขับรถของที่บ้านขับไปตามจีพีเอสในไอแพดที่เธอยื่นให้ดู “บอกมาสักทีเถอะน่า เราจะไปหาใครกันล่ะเนี่ย” “เอาเถอะ ไปถึงก็รู้เองนั่นแหละ แกอย่าเพิ่งกวนฉันตอนนี้ ไม่มีสมาธิเล่นเกมเลยเห็นไหม” ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ จริงใจนั่งหน้ามุ่ย ทุกอย่างมันดูรีบร้อนและงงงวยไปหมด ใครเป็นอะไร ที่ไหนยังไง แล้วพาเธอมาด้วยทำไม เห็ดหอมควรมีคำตอบให้เธอหน่อยสิ ขณะนั้นเองสายตากลมโตมองอะไรเรื่อยเปื่อยสองข้างทาง เธอเพิ่งเห็นรถสีดำคันคุ้นตาคันหนึ่งบนรถยกของอู่ที่เธอรู้จักขับสวนไป “คงไม่ใช่ล่ะมั้ง” บอกตัวเองให้สบายใจ “แกว่าอะไรนะ” “เปล่า แล้วนี่จะบอกได้หรือยังว่าจะพาฉันไปไหน” “แกก็ถามอยู่นั่น อ๊ะ..นั่นไงล่ะ คนที่ฉันพาแกมาหา” เห็ดหอมชี้นิ้วไปยังขวามือของถนนเบื้องหน้า จริงใจเห็นโครงร่างสูงใหญ่ได้รูปกำลังยืนสไลด์หน้าจอมือถือ โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องเงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ จริงใจรู้ได้ในทันทีว่าคือใคร “เฮียมาร์คัสน่ะ รถเฮียเสียกะทันหัน ฉันก็เลยบอกเฮียโทรหาที่อู่ให้มายกรถไปก่อน แล้วก็ชวนแกมารับเฮียด้วยกัน พาไปพักที่รีสอร์ตยายแกนี่แหละ เป็นไงล่ะ..ฉันแก้ไขสถานการณ์ดีปะ” คิดว่ามันไม่ใช่เวลาจะรับคำชมเลยนะ เห็ดหอมมองไม่เห็นสีหน้าเผือดซีดไม่สู้ดีของจริงใจที่จู่ๆ ก็เหมือนกลายเป็นคนเมารถไปอย่างนั้น จริงใจไม่อยากก้าวขาลงจากรถด้วยซ้ำเมื่อมันจอดลงตรงริมฟุตบาทที่มาร์คัสยืนหน้าหล่อออร่าจับคู่กับป้ายโฆษณาเก่าๆ หน้าร้านรองเท้า“อ่า..โคตรเสียวเลยคนสวย ของเธอแน่นมาก อืม..แน่นสุดๆ” เอวสอบสะบัดสะโพกแกร่งใส่เธออย่างพลิ้วไหว จริงใจได้ยินเสียงเนื้อที่กระทบกันดังสนั่นเรือ ดังแข่งเสียงคลื่นลมยามค่ำคืนของท้องทะเล แม้เนื้อตัวจะรุ่มร้อนดั่งโดนไฟลวกด้วยกันทั้งคู่ แต่อากาศเย็นสบายของลมทะเลก็ช่วยให้บทรักครั้งนี้ดำเนินไปอย่างลื่นไหล “ฮึก..ฮือออ เสียวจัง” บีบขยำหน้าอกกลมโตของตนที่กระเด้งขึ้นลงอย่างร้อนร่าน ท่าทางของจริงใจในตอนนี้ปลุกความดิบเถื่อนของคนพี่ออกมาจนหมด เขาเร่งทำความเร็วชนิดที่ว่าเธอต้องร้องขอชีวิต.. “อ๊ะ! อ๊า พี่ขาแรงไปแล้ว อื้อออ มันจุก!” เขากระแทกเข้ามาในร่องรักของเธออย่างแรง มือสากที่จับเอวคอดกิ่วไว้แน่นที่จะกดนิ้วลงบนผิวเนื้อบริเวณนั้นให้เป็นรอย นิ้วเรียวของเธอจิกเล็บบนแขนล่ำสัน ดวงตากลมสวยหยาดเยิ้มปนความทรมาน หน้าตาที่เร้าอรมณ์เหมือนกำลังจะร้องไห้ จะขาดใจตายเพราะความเสียว “ซี้ดดด! รัดพี่แน่นจัง แตกเลยคนสวย อ่า..แตกใส่พี่เลยครับ” เขากระตุ้นด้วยการเร่งความเร็วเพิ่มอีก สะโพกสอบทำหน้าที่ได้ดีเกินไปแล้ว ในตอนนี้ดวงตากลมสวยเริ่มจะลอยคว้าง เสียงร้องครางปนเปไปกับเสียงเรียกชื่อเขาราวคนเสียสติ “อ๊า.
“อืม..จูบพี่เองเลยเหรอครับ” มาร์คัสประคองดวงอ่อนหวานสีแดงเรื่อเหมือนลูกมะเขือเทศบ่มแดด อิงหน้าผากของตัวเองลงบนหน้าผากของน้อง ยิ่งได้มองใกล้ๆ เขาก็ยิ่งตกหลุมรักเจ้าของใบหน้าสวยหวานนี้ “ชอบจูบของหนูไหม” “ชอบสิ อะไรที่เป็นเธอพี่ก็ชอบทั้งนั้น” จุ๊บกลีบปากนุ่มนิ่มนั่นอีกทีเป็นการยืนยัน ในแววตาคนตัวเล็กเริ่มจะหยาดเยิ้มขึ้นมา จากตอนแรกที่อยากทดเวลาต่อไปอีกสักนิด แต่พอโดนเขาพูดจาด้วยถ้อยคำหวานหู เธอก็ต่อต้านมันไม่ไหว “งั้น..ของขวัญไว้แกะก่อนก็ได้ค่ะ หนูอยากให้พี่แกะหนูก่อน ช่วยถอดเสื้อผ้าให้หนูทีสิคะ” เป็นคำขอที่อ้อนมาก ยั่วยวนเขาที่สุด พูดไปด้วยพลางบดตัวกระตุ้นกลางกายที่แข็งกร้าวให้ยิ่งอยากออกมาดูโลกภายนอกมากขึ้น มาร์คัสขบกรามแน่น จับร่างบอบบางนอนหงายให้เธอดูดาวที่ดารดาษเต็มท้องฟ้า ส่วนเขาจะดูเธออีกที ดูให้ละเอียด ทุกซอกทุกมุม.. “อื้อออ~ อ่า” เสียงครางเครือหลุดผ่านริมฝีปากจิ้มลิ้มเมื่อใบหน้าคมสันหล่อเหลาราวเทพเจ้าตั้งใจปั้นแต่งกำลังจัดการกับชุดเสื้อผ้าของเธออย่างเร่งรีบ แพนตี้ตัวจิ๋วแทบจะปลิวออกนอกลำเรือเมื่อเขาถอดออกจากขาเรียวแล้วเขวี้ยงทิ้งแบบไม่สนใจทิศทาง ศีรษะที่ม
เรือยอร์ชำลำเล็กแล่นเลียบออกจากฝั่งไปบนผืนน้ำทะเลสีดำในยามรัตติกาล มาร์คัสทำหน้าที่ขับเรือไปตามเส้นทางที่ทะเลได้บอกเอาไว้ ตรงไหนคือจุดที่จะทำให้เขาและจริงใจเห็นวิวพลุปีใหม่ได้ดีที่สุด “เธอง่วงไหม จะนอนก่อนก็ได้นะ ใกล้เวลาเคาท์ดาวน์พี่ค่อยปลุก” “ไม่ง่วงค่ะ หนูชอบดูวิวตอนกลางคืน ที่นี่สวยจังเลยนะคะ” จริงใจมองเห็นแสงไฟจากริมฝั่งซึ่งอยู่ไกลออกไป เธอเกาะราวระเบียงเรือดูน้ำทะเลที่กระเพื่อมไหวเป็นระลอกบางเบายามที่เรือแล่นผ่าน แล้วก็หันมามองแฟนตัวเองบ้าง “พี่ไม่เก่งอะไรบ้างคะ ทำได้ทุกอย่างเลย ขับเรือได้ด้วย” อดกล่าวชื่นชมเขาไม่ได้ ในดวงตาของเธอราวกับมีฟิลเตอร์รูปหัวใจวิบวับ “จะตอบว่าเก่งทุกอย่างก็กลัวเธอหาว่าพี่ขี้โม้” “คิก~ อย่างพี่ไม่ต้องโม้หรอกค่ะ เพราะหนูเชื่อว่าพี่เก่งทุกอย่างจริงๆ” “ภูมิใจไว้นะ นี่แหละอนาคตพ่อของลูกเธอ” เขายกยิ้มมุมปากและยักคิ้วหนึ่งที หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงเป็นจังหวะซุมบ้าเลย เกินไปมาก ท่าทางของเขาแทบจะทำให้เธอละลายหายไปในอากาศได้อยู่แล้ว เมื่อมาถึงจุดชมวิวที่ต้องการ มาร์คัสจอดเรือให้ลอยลำอยู่กลางทะเล “อยากดื่มไวน์สักหน่อยไหม” “มีด้วยเหรอคะ”
“พี่ขา~ ถ้าเราชนะเกมนี้ ก็เท่ากับเราชนะทุกคู่เลยนะคะ” จริงใจกระซิบบอกแฟนหนุ่มด้วยความตื่นเต้น สายตาคอยจ้องมองฝั่งตรงข้ามไม่คลาดเคลื่อน คู่ของเธอทำคะแนนได้เท่ากับคู่ของภูผาและน้ำเหนือ ซึ่งหากชนะเกมนี้ก็เท่ากับว่ารางวัลปริศนาของทะเลจะต้องตกเป็นของคู่เธออย่างแน่นอน “พี่จะไม่ยอมแพ้ คู่เราต้องชนะ” ต่อให้อีกฝั่งเป็นสุภาพสตรีแต่กรณีนี้จะไม่มีการอ่อนน้อมให้เด็ดขาด “หยวนๆ ให้เมียกูบ้างโว้ย!” “รางวัลของไอ้ทะเลกูขอให้ภาคินไม่ได้เหรอไอ้คัส” ทั้งพายัพและภูผาตะโกนเสียงดังรบกวนสมาธิเขา “เสียใจด้วยว่ะ กูก็รักหลานนะ แต่กูรักเมียมากกว่า คู่กูต้องชนะเท่านั้น” มาร์คัสกระตุกคิ้วใส่เพื่อน เขาเริ่มเดินหน้าสลับฝ่าเท้าไปมา จนร่างของจริงใจขยับตามเกือบไม่ทัน เชือกที่มัดขาคืออุปสรรคจนแทบจะทำให้ล้มหัวคะมำหลายรอบ โชคดีที่มาร์คัสแข็งแรงจึงสามารถโอบเอวจริงใจให้ตัวลอยไม่ติดพื้นได้แบบสบายๆ “ว้ายยย!” น้ำเหนือเสียหลักในตอนที่พยายามจะหลบมาร์คัส ตัวเธอเซไปกระแทกต้นหยงเพราะเชือกที่มัดขาติดกัน ผลสรุปว่า… โพล๊ะ! “ฮื่ออออ ลูกโป่งแตกแล้ว” ต้นหยงทำลูกโป่งแตกเอง ทั้งเสียงโห่ร้องของสองสามีดังขึ้นอย่างเสียดายแทนเมี
“ทำไมแกทำหน้าเหมือนคนเห็นผีแบบนั้นล่ะ” ต้นหยงจับฉลากได้สีเหลืองคู่กับน้ำเหนือถามเพื่อนตัวดีอีกคนที่ยืนเหม่อเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เห็ดหอมได้ยินที่เพื่อนถามแต่หมดแรงตอบ เธอมองฉลากสีแดงแปร๊ดที่อยู่ในมือของคนตัวสูงตรงกันข้าม เกิดอาการลมตีหน้า แข้งขาอ่อนแรง มือไม้อ่อนเปลี้ย “อ้าว..แกได้คู่กับตะวันนี่” “ว้ายยย..งานหยาบซะด้วย กฎไม่สามารถเปลี่ยนคู่ได้ใช่ไหมคะพี่ทะเล” “เปลี่ยนไม่ได้ครับ คู่ใครก็ต้องคู่คนนั้นนะ” ทะเลตอบกลับต้นหยงแต่เสียงของเจ้าตัวราวกับคำประหารที่ลอยเข้าใส่หูของตะวันและเห็ดหอม ทั้งคู่จึงต้องจำใจจับคู่กันแม้ว่าอยากจะเลิกเล่นเกมมากก็ตาม ‘ไม่ได้ๆ! เดี๋ยวยัยหมาบ้าจะหาว่าเราป๊อด’ ตะวันคิดในใจ ‘หึ! ถึงเราจะเหม็นขี้หน้าไอ้บ้าตะวัน แต่ถ้าเราเลิกเล่มเกมมีหวังมันหัวเราะเยาะเราตายเลย’ เห็ดหอมคิดในใจเหมือนกัน สองสายตาสบประสานราวกับจะเปิดศึกกันเอง เห็นทีว่าการจะชิงที่หนึ่งของคู่นี้หมดหวังตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม เกมแรกยังไม่สามารถเรียกเหงื่อจากทุกคนได้ แต่เสียงหัวเราะวี้ดว้ายนั้นไม่เหลือ เป็นเกมที่ต้องเป่ายิ้งฉุบหาผู้ชนะ ซึ่งเมื่อแบ่งแถวกันแล้วก็ได้จำนวนคนเท่าๆ กันทั้งสอ
จริงใจกับบิกีนี่ที่เขาใฝ่ฝันโดนทำลายย่อยยัยเพราะไอ้ทะเลเล่นพิเรนทร์ใส่ยานอนหลับในแก้วเครื่องดื่มให้เพื่อนเสี่ยงดวง ผลมันเลยออกมาที่เขา.. (หงุดหงิดอะไรขนาดนั้น หรือว่าอดอึ้บเมียก็เลยโกรธกู) หลังจากที่เขาโทรไปด่ามันเสียชุดใหญ่ แทนที่ไอ้ตัวดีจะสำนึกคิดได้กลับหัวเราะคิกคักแล้วกวนประสาทเขากลับ “กูอยากใช้เวลากับน้องให้เต็มที่ แต่มึงเนี่ยไอ้มารผจญ เล่นเหี้ยไรไม่ปรึกษาเพื่อนเลย อย่าให้ถึงคราวมึงมีเมียบ้างนะ กูนี่แหละจะเป็นคนขัดขวางความสุขมึง ไอ้เล! ไอ้ฉิบหาย” น้ำเสียงกราดเกรี้ยวแบบที่อยากให้คนฟังสะทกสะท้านบ้างด่ากราดใส่ปลายสาย แต่กลับได้ยินเสียงพ่นลมหายใจบูดๆ กลับมาแทน (กูจะไม่หาเมียอีกเด็ดขาด อยู่เป็นโสดแบบนี้นี่แหละดี จะไม่เอาใครมาให้ปวดหัวอีกแล้ว) “เลิกตอแหล อย่าคิดว่ากูไม่เห็นที่มึงทำบนเรือเมื่อวานนะ กับน้องคนนั้นอะ ชื่ออะไรวะ..ม่าน..” เสียงมาร์คัสต้องหลบหายไปในลำคอเมื่อทะเลเอ่ยแย้งดังลั่นประหนึ่งชื่อที่กำลังจะออกจากปากเขามันแสลงหูมาก (ไอ้หมอหมา! หยุดความคิดมึงไปได้เลย ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มึงเห็นบนเรือมันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด กูกับยัยเด็กนั่น..โอ้ย! พูดแล้วแม่งขนตูดลุก!) เข







