Se connecterยามสาย ณ ห้องโถงใหญ่ เรือนหลัก
ท่านราชครูจ้าวกับจ้าวฮูหยิน ต่างพากันนั่งรอการมาของลูกสะใภ้ ทั้งคู่ชะเง้อคอจนยืดยาว ด้วยข่าวที่ได้รับรู้ ว่าเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา บุตรชายได้ร่วมห้องกับลุกสะใภ้ นับเป็นข่าวดีอะไรเยี่ยงนี้ พวกเขามีแววจะได้เป็นปู่ย่า เพราะเท่าที่รู้มาอีก คือบุตรชายไม่มีการส่งยาห้ามตั้งครรภ์ให้สะใภ้รัก นั่นหมายความว่ามีสิทธิ์ที่ถานไห่ชินจะตั้งครรภ์
“มาแล้วเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่แล้วเข้าค่ะ”
แม่นมชรารีบวิ่งกุลีกุจอเข้ามารายงาน ถึงการมาของลูกสะใภ้ แน่นอนว่าข่าวเรื่องเมื่อคืน ของท่านแม่ทัพกับฮูหยินน้อย ถูกพูดถึงกันอย่างครึกโครม ก็ใครจะไม่พูดเล่า เพราะตั้งแต่ฮูหยินน้อยแต่งเข้าจวนมา ท่านแม่ทัพนอกจะไม่เหลียวแล ยังเมินเฉยต่อทุกความลำบากของนาง ถึงขนาดเคยปล่อยให้ฮูหยินน้อย เดินกลับจากงานเลี้ยงกับสาวใช้เพียงลำพังสองคน
หรือจะอีกหลายเหตุการณ์ที่ท่านแม่ทัพ กระทำต่อฮูหยินน้อย โดยมีต้นเหตุมาจากพระชายาลู่ สตรีที่ท่านแม่ทัพปักใจรัก ทว่าเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ท่านแม่ทัพกลัยบเลือกที่จะร่วมหอกับฮูหยินน้อย โดยไม่สนใจสายตาของผู้ใด หรือใครจะได้ยินเสียงแห่งบทรักของทั้งคู่
“ไห่ชิน เจ้ามาแล้วหรือ”
จ้าวฮูหยิน รีบลุกขึ้นเดินไปรับสะใภ้รัก ที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องมา ถานไห่ชิน ย่อกายให้แม่สามี และก้าวเดินตามการประคองของแม่สามี ชีวิตนางในจวนเมื่อชาติที่แล้ว ก็มีสองสามีภรรยานี่เท่านั้น ที่มอบความเมมตาให้แก่นาง หาไม่แล้วแม้แต่บ่าวไพร่ก็คงไม่คิดยำเกรง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ มีเรื่องใดจะใช้ข้าหรือเจ้าคะ”
หญิงสาวย่อกายให้พ่อสามี ก่อนจะเดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ใกล้กับแม่สามี ที่ยังคงประคองนางจนนั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงค่อยกลับไปนั่งลงยังเก้าอี้ตำแหน่งของตนเอง
“แม่จะออกไปซื้อผ้าที่ตลาด เลยอยากชวนเจ้าออกไปด้วยกัน”
จ้าวฮูหยิน ใช่ว่าจะไม่รับรู้ถึงความเปลี่ยนไปของสะใภ้คนโต จึงอยากที่จะทดสอบให้เห็นกับตา ว่าสาวน้อยที่เอาแต่หลบอยู่หลังผู้อื่น บัดนี้ได้เติบโตแกร่งกล้าขึ้นอย่างที่บ่าวไพร่เล่าลือกันหรือไม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นางก็คงวางใจให้ถานไห่ชิน ปกครองดูแลบ้านแทนตัวนางได้อย่างสมบูรณ์
“ได้เจ้าค่ะ ท่านแม่จะออกไปตอนไหนหรือเจ้าคะ”
หญิงสาวรับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทั้งตัวนางในตอนนี้ ยังรู้สึกขัดยอกอยู่ไม่น้อย จากศึกบนเตียงที่สามีกระทำอย่างไม่ถนอมนางเลย ครั้งนี้นางยกประดยชน์ให้เขา แต่ครั้งต่อ ๆ ไป จะเป็นนางที่ควบคุมมันทั้งหมด
“เช่นนั้นมื้อเที่ยงเราจะไปกินกันที่หอเชียนชุน ให้ท่านพ่อของเจ้าไปคุยธุระเสร็จสิ้น แล้วไปรอเราสองคนที่นั่น ดีหรือไม่เจ้าคะท่านพี่” จ้าวฮูหยินหันไปถามสามี คล้ายขอความคิดเห็น ทว่าแท้จริงแล้วนางออกคำสั่งเสียมากกว่า
“ได้ เจ้าสองแม่ลูกไปเที่ยวกันให้สนุก เที่ยงค่อยเจอกันที่หอเชียงชุน”
ท่านราชครูจ้าว ไม่คิดที่จะขัดใจภรรยา เพราะเขาเองก็รู้สึกยินดี ที่ครอบครัวของบุตรชายกำลังจะเป็นรูปเป็นร่างเสียที หากมีทายาทตัวน้อยขึ้นมา อย่างไรเสียด้วยนิสัยของบุตรชาย จะต้องไม่เย็นชาเช่นที่ผ่านมาอย่างแน่นอน สิ่งที่บุรุษตัดยากคือใจ แต่ถ้ามีเหตุต้องให้ตัดก็ควรตัดทิ้งเสีย ทว่าบุตรชายของเขายังไม่เด็ดขาดพอในเรื่องนี้ ความหวังเดียวคงอยู่ที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่าทายาทสกุลจ้าวคนต่อไป จะถือกำเนิดได้หรือไม่
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นเราไปกันเลยดีกว่าไห่ชิน หากสายไปกว่านี้จะร้อนเอาได้”
จ้าวฮูหยิน ลูกขึ้นคว้ามือลูกสะใภ้ พาให้นางลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป และในจังหวะนั้นเอง ที่สตรีต่างวัยทั้งสอง ต้องหยุดนิ่งชั่วขณะ เมื่อเบื้องหน้ามีร่างสูงใหญ่ ก้าวมาหยุดยืนทำใบหน้าเย็นชา มาที่พวกนางทั้งสองคน
“จะไปที่ใดกันหรือขอรับท่านแม่”
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามมารดา ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายเย็นเยียบกลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของภรรยา ซึ่งนางเองก้หาได้แสดงท่าทีตื่นกลัวเช่นทุกครั้ง และที่ดูเหมือนเขาถูกตบหน้าแดใหญ่ นั่นคือแววความเฉยชาของนาง ที่ส่งผ่านทางสายตา ทำให้เขารู้สึกอยากกระชากร่างนั้นกลับไปลงโทษที่เรือนอีกสักครั้ง
“แม่จะพาไห่ชินออกไปดูผ้ามาตัดเสื้อสักสองสามชุด สำหรับงานเลี้ยงฉลองวันเกิดองค์ชายรองในอีกสามวันข้างหน้า และจะเลยไปกินมื้อที่เที่ยงหอเชียงชุน เจ้าอยู่จวนก็หาอะไรกินเองก็แล้วกัน”
จ้าวฮูหยินมีหรือจะไม่เห็นสายตาของบุตรชาย นางจึงแสร้งสั่งไปราวกับในจวนไม่มีบ่าวไพร่ คอยหาข้าวปลาให้แก่บุตรชายเสียอย่างนั้น
“ท่านพ่อเล่าขอรับ”
“ท่านพ่อเจ้าจะไปทำธุระสักหน่อย แล้วไปรอที่หอเชียงชุน”
จ้าวฮูหยินกำลังมองบุตรชาย ที่ไม่ได้สนใจจะมองหน้านางที่เป็นแม่ แต่กลับจับจ้องอยู่ที่ลุกสะใภ้ของนางมิวางตา และดูเหมือนถานไห่ชินเอง ก็ใช่จะยินยอมหลบอยู่หลังนางเช่นทุกครั้ง สายตาที่ทั้งคู่ใช้สบกัน หากเป็นกระบี่ ก็คงตวัดโรมรันกันอย่างดุเดือด
“เจ้าหายดีแล้วหรือ จึงจะออกไปข้างนอก”
แม่ทัพหนุ่มไม่ได้สนใจมารดาอีกห แต่เขาเลือกที่จะเอ่ยถามคนตัวเล็กกว่า ที่เชิดหน้าผยองโต้ตอบเขาอยู่ในตอนนี้แทน นางผ่านเรื่องเช่นนั้นไปจนเกือบสว่างคาตา ยังมีเรี่ยวแรงออกไปเดินชมตลาดอีก ช่างเก่งกล้าเกินไปแล้ว
“ข้ามิได้เจ็บป่วยสักหน่อยนี่เจ้าคะ”
หญิงสาวตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก เพราะมุมปากที่จะตุกยิ้มของเขา มันทำให้ใบหน้าของนางร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่ง บ้าบอ! นางไม่สมควรยิ่งนัก ที่จะรู้สึกเยี่ยงนี้ กับแค่รอยยิ้มหยันของเขาที่ส่งมาให้
“อย่างนั้นรึ! หึ ๆ แล้วข้าจะคอยดู ว่าเจ้าจะทนได้นานสักแค่ไหน”
เมื่อได้ยินคำพูดของสามี ใบหน้าหวานละมุน ก็พลันเห่อร้อนขึ้นมาอีกคำรบ อีกอย่างเรื่องเมื่อคืน มันหาใช่ความลับแม้แต่น้อย สาวใช้ของนางได้รายงาน ตั้งแต่นางตื่นขึ้นมาแล้ว ว่าทุกคนรู้เรื่องการร่วมห้อง ของนางกับสามี ช่างเป็นความน่าอับอายยิ่งนัก ก็ในเมื่อชาติก่อนมันไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นแม้แต่น้อย เพราะนางกับเขาได้รับยาปลุกกำหนัด ที่มีคนจงใจใช้มันกับนางและเขา เรื่องที่เกิดขึ้นจึงถูกสั่งให้เก็บเงียบ
แต่ครานี้มันต่างออกไป เขาอยู่ร่วมห้องจนเกือบสว่างคาตา และเขาไม่มีการสั่งปิดปากบ่าวไพร่ เพียงก้าวออกจากห้อง นางก็ถูกจับจ้องจากทุกคน ชุดที่สวมก็มิอาจเผยส่วนใดได้ เพราะความที่เขาไม่ถนอม แล้วยังฝากร่องรอยเอาไว้บนกายนางหลายแห่ง
ทางเดินสู่เรือนรับรอง ถานหลี่เช่อ พร้อมสหายพากันเดินไปในความมืด ซึ่งจะมีคบไฟปักอยู่เป็นระยะ พอให้แสงสว่าง ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ทางเดินช่วงที่ไร้แสงไฟ คงมีเพียงดวงดาวบนท้องฟ้าที่กำลังสุกสกาว เท้าที่หยุดนิ่งของเขา รั้งให้จ้างซือเถาหยุดลงยืนเคียงข้างด้วยเช่นกัน “เจ้าอยู่ที่นี่ ลำบากไม่น้อยเลยสินะ” ถานหลี่เช่อเอ่ยถามออกไป โดยที่ใบหน้าของเขาแหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้า พร้อมกับคลี่ยิ้มละมุนให้กับความเงียบสงบในค่ำคืนนี้ “ไม่เท่าไหร่ เพียงแต่ทำไมเจ้าไม่เคยที่จะมาเมืองหลวงบ้างเลยเล่า” จ้างซือเถาขยับเข้าใกล้ถานกหลี่เช่ออีกนิด พร้อมกับโน้มใบหน้าไปใกล้ จับจ้องเสี้ยวหน้าในความสลัวรางนั้น ราวกับกำลังจับจ้องสิ่งล้ำค่า อ๊ะ! คนที่ถูกจับจ้องอยู่รู้สึกตัว จึงหันกลับมาเพื่อสบตากับคนมอง ทว่าเขากลับต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อใบหน้าของเขา สัมผัสกับจมูกคมของอีกฝ่าย “ข้าอยากที่จะมา แต่ยังไม่สะดกวเท่านั้น” น้ำเสียงที่ตอยกลับไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก เพราะว่าใบหน้าของทั้งคู่ชิดใกล้กันเพียงเส้นด้ายขวางกั้นเท่านั้น “เจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างเลยหรือ” ล
เรือนไห่ชิน แม่ทัพหนุ่มอุ้มภรรยาก้าวเข้าไปภายในห้องนอน ก่อนจะวางนางลงบนเตียงกว้าง แล้วเขาก้เดินกลับไปปิดประตูลงอย่างใจเย็น ถานไห่ชินเริ่มหายใจติดขัด นางรู้ดีว่าสามีนั้น แท้จริงมีความต้องการที่มากล้นอยู่ไม่น้อย “ข้าจะช่วยเจ้าอาบน้ำ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แน่นอนว่านี่หาใช่ครั้งแรกที่เขาทำ “ท่านแม่ทัพมิต้องก็ได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้เมามายข้าทำเองได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธด้วยหวังว่าสามีจะเมามาย มากพอที่นางจะไปแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ รอให้เขาหลับไปก่อน เรื่องอย่างว่าระหว่างเขาและนางจะได้ไม่เกิดขึ้น “อาบพร้อมกัน จะได้เข้านอน มันดึกมากแล้ว” ไม่รอให้นางปฏิเสธ แม่ทัพหนุ่มช้อนอุ้มภรรยาขึ้นสู่อ้อมแขนอีกครั้ง พานางก้าวเข้าไปยังหลังฉากกั้น ที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเวลานี้มีกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือน้ำ ก่อนที่เขาจะพานางออกมา ได้สั่งให้บ่าวรับใช้ จัดเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว “ท่านแม่ทัพ...อื้อ...” ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ใบหน้าหล่อเหลา ได้โน้มลงมา โดยที่มือของเขาเชยคางเล็กของนางให้เงยขึ้นรับจูบนั้นอย่างไม่อาจหลีกเล
หลังจากแขกสาวกลับไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มก้ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะคว้าต้นแขนภรรยา ให้ลุกขึ้นตาม แล้วช้อนอุ้มร่างบอบบางนั้นขึ้น แล้วก้าวออกจากห้องไป ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะเจียงสืออัน นี่มันภาพเหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด วันที่เขาตั้งใจมาดื่มสุรากับนาง แล้วจ้าวตงเสวียนอุ้มนางกลับเข้าเรือนไป เพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงครางของทั้งคู่ดังลอดออกมา เขาได้แต่นั่งดื่มสุราย้อมใจตนเอง ฟังความเคลื่อนไหวด้วยหัวใจอันเจ็บร้าว นี่อย่าบอกนะว่า...จ้าวตงเสวียนจะทำเช่นวันนั้นอีก มันจะหยามกันเกินไปแล้ว “สืออัน! เจ้าเป็นอันใดไป” จ้าวหย่งหนิง เอ่ยถามญาติผู้น้อง ที่เอาแต่มองตามหลังน้องชายของนางไป มีหรือนางจะมองไม่ออก ว่าเจียงสืออันกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่น่าเสียดายที่เจียงสืออันคือองค์ชาย การจะแต่งกับสตรีที่มีฐานอำนาจของครอบครัว ที่สามารถผลักดันให้สามารถล้มราชบัลลังก์ เป็นภรรยาได้ แต่ถ้าปรับเปลี่ยนให้เป็นเพียงอนุ ก็พอได้อยู่ แต่น้องสะใภ้ของนาง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของพ่อค้าหลวง จะแต่งเป็นอนุได้อย่างไร “พี่หญิงหย่งหนิง ไปอยู่ไกลถึงชายแดน คงมีเรื่องเล่ามากมายสินะ”
“ไม่ต้องมากพิธีไปน้องสะใภ้ คนกันเองทั้งนั้น มา ๆ ไหน ๆ ข้าก้กลับมาเยี่ยมบ้านทั้งที เรามาร่วมดื่มกันให้เต็มที่” จ้าวหย่งหนิง รินสุราลงจอกจนเต็ม แล้วยกขึ้นพร้อมเชิญชวนทุกคนให้ดื่ม รวมถึงอวิ๋นอิงที่รับสุรามาจากสาวใช้ เพื่อร่วมดื่มยินดี ที่พี่สาวของจ้าวตงเสวียนกลับมา แม้ว่านางจะขุ่นเคืองอยู่มาก ที่ถูกอีกฝ่ายพูดจากถากถางในคราแรก แต่ถ้านางต้องการเป็นหนึ่งในสกุลจ้าว เรื่องเล็กน้อยนี้นางย่อมมองข้ามได้ เมื่อใดที่นางได้เข้ามาอยู่ที่นี่อย่างเต็มตัว เมือ่นั้นนางจะทำให้คนที่ดูหมิ่นนาง ได้รู้สำนึกที่เคยดูแคลนนาง เป็นหม้ายแล้วอย่างไร บิดานางก็ยังคงเป็นขุนนาง ตัวนางเองก็ยังคงความงามอันดับหนึ่งอยู่ เพียงนางเปิดโอกาสให้คนเข้ามาในชีวิต ย่อมมีบุรุษนับร้อยดาหน้ามาสู่ขอนาง เพียงแค่เป้าหมายของนางนั้นมีแล้ว จึงได้ปิดโอกาสของบุรุษอื่นไปเสียสิ้น “เจ้าไม่ต้องดื่ม ชาดอกไม้นั่นเหมาะกับเจ้า” แม่ทัพหนุ่มเอยขึ้น ก่อนจะรับถ้วยชามาจากสาวใช้ ยื่นส่งให้ภรรยา ถานไห่ชินรับมาด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ นับตั้งแต่ได้ร่วมห้องกันมา นางไม่เคยได้ลิ้มรสสุราแม้แต่อึกเดียว หากจะเอ่ยถึงตัวตนของนาง ที่ไม่ได
อวิ๋นอิง นั่งลงอย่างจำยอม หญิงสาวชำเลืองมองไปที่แม่ทัพหนุ่ม เพื่อร้องขอความใส่ใจ ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับมา คือความนิ่งเฉย มันช่างต่างกับตอนเที่ยงยิ่งนัก หรือเพราะวันนี้เขาเห็นว่าถานไห่ชิน เก่งกาจในการเอาชนะจ้างชางชุนอย่างนั้นรึ! ฮึ! ก็ค่ำการค้า นางก็ทำได้ไม่แพ้กัน ในเมื่อเขาชอบสตรีที่หาเงินได้ นางก็จะทำให้เขาได้เห็น ว่านางเก่งกาจเพียงใด “เตรียมข้าวเพิ่ม” จ้าวฮูหยินสั่งการ ก่อนจะคีบอาหารเอาใจลุกสะใภ้ของนางต่อ ยิ่งเห็นความอิ่มเอิบบนใบหน้าของไห่ชิน ความหวังของนางก็ยิ่งมากตามไปด้วย แม่ทัพหนุ่มเลือกที่จะตักอาหารที่รสจัดน้อยที่สุด ให้แก่ภรรยา แม้จะทำเหมือนตามหน้าที่ แต่ใครบ้างไมรุ้ว่าปกติแล้ว แม่ทัพหนุ่มมิเคยทำเลยนับตั้งแต่แต่งงานมา จะมีเพียงช่วงหนึ่งเดือนมานี้ ที่ท่านแม่ทัพเริ่มจะทำ แม้ใบหน้าจะยังเฉยชาดังเดิม แต่ถ้าร่วมโต๊ะกันกับฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพก็จะทำให้โดยไม่ต้องมีผู้ใดบังคับ “ขอบคุณเจ้าค่ะ” อวิ๋นอิงเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะส่งยิ้มน้อย ๆ ให้แก่ทุกคน เมื่ออาหารของนาง ถูกนำมาวางบนโต๊ะ “อาหารบ้านเกิดของท่านแม่ จะมีรสกลมกล่อมไ
ยามค่ำคืน ณ จวนสกุลจ้าว ท่านราชครูในเวลานี้ ใบหน้าเริ่มที่จะแดงก่ำ ด้วยลิ้มรสสุราที่จ้างซือเถานำมาฝาก ไปเสียหลายจอก เสียงหัวเราะอย่างขบขันของเหล่าบุรุษ ทั้งหัวหงอกหัวดำ ทำให้จ้าวฮูหยินได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา สามีของนางกับสุรา นับว่าเป็นของคู่กัน ส่วนบุตรชายนั้น ไม่พูดไม่จานั่งตัวตรงหน้านิ่งราวรูปปั้น ทว่ามือก็ขยันยกจอกสุรา มิแพ้ผู้เป็นพ่อเลย “ท่านแม่มื้อค่ำเสร็จแล้วเจ้าค่ะ อาหารของหูเหอ ค้อนข้างเผ็ด ข้าได้เตรียมน้ำแกงที่ไม่จัดจ้านเท่าใดนักเอาไว้ให้ด้วยเจ้าค่ะ” ถานไห่ชินเอ่ยกับแม่สามีอย่างใส่ใจ ชาติที่แล้วนางมุ่งไปสนใจเพียงจ้างตงเสวียน จนบางครั้งลืมที่จะใส่ใจแม่สามี ทั้งที่อีกฝ่ายรักและเอ้นดูนางยิ่งนัก “ขอบใจเจ้ามาก แต่แม่กินเผ็ดได้ หากวันใดเราได้กลับไปเยือนหูเหอ เจ้าต้องพาแม่ไปกินของอร่อยให้ครบทุกอย่างเลยนะ” “เจ้าค่ะ แต่คงอีกนาน เพราะท่านแม่ทัพมิว่างจะเดินทางเจ้าค่ะ” หญิงสาวอยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่ก็ไม่อาจทำได้ตามใจนัก ถึงจะไม่แย่แสต่อความรัก ทว่านางก็ยังคงต้องรักษาสถานะของภรรยาจ้าวตงเสวียนอยู่ดี สามีไม่เอ่ยปากมีหรือจะอาจหายก







