Se connecterครืนนน! เปรี้ยง!
จังหวะที่บรรยากาศกำลังเงียบงัน ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาที่เสาไฟฟ้าแรงสูงบริเวณไม่ไกลจากอ่างเก็บน้ำ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณ!
"กรี๊ด!" อิมพอร์ตสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจกลัว หลับตาปี๋ยกมือขึ้นปิดหูตัวเองแน่น
แต่ทว่า... ปฏิกิริยาของ ตูน กลับรวดเร็วยิ่งกว่า! เมื่อได้ยินเสียงฟ้าผ่าและฟ้าร้องคำรามใกล้ ๆ ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น "นายช่างผู้กล้าหาญลุยงานหนัก" กลับมีอาการผวาอย่างรุนแรง สัญชาตญาณความกลัวเสียงฟ้าร้องตั้งแต่เด็กกำเริบขึ้นมาฉับพลัน ร่างสูงโปร่งโผนเข้าประชิดตัวอิมพอร์ตแล้ว "สวมกอดร่างบางเอาไว้แน่นสนิท" ซุกหน้าลงกับไหล่เล็กทันทีด้วยความหวาดกลัว!
"เฮ้ย! อย่าผ่าใกล้สิโว้ย! กลัวแล้ว ๆๆ!" ตูนสบถเสียงสั่น ร่างสูงสั่นเทาน้อย ๆ หลับตาปี๋กอดอิมพอร์ตแน่นราวกับเด็กน้อยเจอผี
อิมพอร์ตที่กำลังตกใจจากเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงงเมื่อจู่ ๆ ก็มีร่างสูงหนัก ๆ พุ่งเข้ามาโอบกอดเธอไว้ซะแน่น เธอยืนนิ่งค้างไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพที่เห็นตรงหน้า นายช่างตูนผู้กวนประสาท ปากเก่ง และชอบแกล้งคนอื่นไปทั่ว ตอนนี้กลับตัวสั่นงก ๆ ซุกไหล่เธอเหมือนเด็กเล็ก ๆ กลัวเสียงฝนฟ้าคะนอง!
เมื่อตั้งสติได้ อิมพอร์ตก็กะพริบตาปริบ ๆ มองคนตัวโตที่กอดเธอแน่นไม่ยอมปล่อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกแกมประหลาดใจ
"พี่...ตูน... พี่ตูนกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเหรอคะ?"
ตูนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงถาม ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาจากไหล่ของเธอ ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงเล็กน้อยด้วยความตกใจกลัวเมื่อกี้ ก่อนจะสำนึกได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ชายหนุ่มรีบผละออกจากอ้อมกอดทันที ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขิน พยายามทำฟอร์มกลบเกลื่อนความอายสุดขีด
"อะ... ใครกลัวกันเล่า! ผมเป็นถึงนายช่าง นะเว้ย จะไปกลัวเสียงฟ้าผ่าได้ยังไงกันเล่า! มัน... มันแค่ตกใจเสียงมันดังเกินไปต่างหากล่ะ! อย่ามามั่วซั่ว!" ตูนปฏิเสธเสียงแข็งกลบเกลื่อน ฟอร์มจัดสุดฤทธิ์
อิมพอร์ตเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนและใบหน้าที่พยายามทำขรึมกลบเกลื่อนความกลัวนั้น ก็หลุดหัวเราะพรวดออกมาเบา ๆ ความโกรธและความหมั่นไส้ที่มีต่อเขาเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเอ็นดูและความรู้สึกแปลก ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจ
"หรอคะ... เสียงดังเฉย ๆ งั้นเหรอ? งั้นทำไมต้องตัวสั่นแล้วมาเกาะกอดแน่นขนาดนั้นด้วยล่ะเนี่ย?" อิมพอร์ตแกล้งเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เลียนแบบท่าทางของเขาเมื่อวันก่อน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ
ตูนหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม เถียงไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ ทำหน้าเลิกลั่ก "เอ่อ... คือ... มัน... มันเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดต่างหากเล่า! เออ ๆ ยอมรับก็ได้วะ! ว่าผมกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าตั้งแต่เด็กแล้ว โคตรเกลียดเลยเสียงแบบนี้! แต่... แต่ห้ามเอาไปบอกใครเด็ดขาดนะเว้ย! ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูคนอื่นใน อบต. ผมเสียฟอร์มนายช่างหมดพอดิบพอดี!" ตูนรีบยื่นมือมาทำท่าคาดโทษขู่แกมขอร้อง
อิมพอร์ตเห็นท่าทางน่ารักผิดคาดของนายช่างจอมกวน ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักออกมาเสียงดังอย่างอารมณ์ดี ความหมั่นไส้แปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจ เธอมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนตัวสั่นพับ ๆ เพราะความหนาวและกลัวฟ้าฝนด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้น
"แหม... กลัวก็บอกว่ากลัวสิคะ ไม่เห็นต้องฟอร์มจัดเลย... สาบานไว้เยอะเหรอคะถึงได้กลัวเสียงฟ้าผ่าขนาดนี้เนี่ย?" อิมพอร์ตอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซวต่อด้วยความหมั่นไส้เล็ก ๆ
"สาบานบ้าอะไรเล่า! จะบ้าเหรอคนอย่างผมเนี่ยนะจะไปสาบานอะไรสะเปะสะปะ!" ตูนโวยวายกลบเกลื่อนหน้าแดงก่ำ
อิมพอร์ตหัวเราะร่วนออกมาอย่างสดใส รอยยิ้มหวานละมุนที่ปรากฎบนใบหน้าท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของสายฝน ทำให้ตูนมองค้างไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นรัวเพราะความกลัวฟ้าผ่าเมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะมาเต้นรัวเพราะรอยยิ้มของคนตรงหน้าแทนอย่างห้ามไม่อยู่
สายฝนเม็ดโตยังคงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีหม่น เสียงซ่าของหยาดน้ำที่กระทบลงบนผืนหญ้าและผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำดังระงมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความเย็นฉ่ำของอากาศและความชื้นแฉะของพื้นดิน ร่างของคนทั้งสองยังคงยืนหลบฝนอยู่ภายในศาลา
ตูนกะพริบตาปริบ ๆ พยายามตั้งสติกับสถานการณ์ชวนอึดอัดที่เกิดขึ้น ดวงตาคมกริบมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ด้วยความฉงนระคนแปลกใจ เมื่อเธอยังคงยืนกอดอกและเอ่ยปากแซวเรื่องอาการกลัวฟ้าผ่าของเขา
และในเมื่อเห็นว่าตูนยังคงยืนตัวสั่นเทิ้มทั้งเพราะความหนาวและอาการตื่นตระหนก อิมพอร์ตที่แม้จะปากเก่งไปงั้น แต่ลึก ๆ แล้วเป็นคนมีน้ำใจและอ่อนโยน จึงตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ แล้วเอ่ยปากปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เอ้า... ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกค่ะพี่ตูน... ไม่ต้องกลัวนะคะ ฟ้าคงใกล้จะหยุดแล้วล่ะ..."
ครืนนน! เปรี้ยงงง!
ยังไม่ทันที่อิมพอร์ตจะพูดจบ ท้องฟ้ามืดครึ้มก็คำรามลั่นก่อนจะผ่าเปรี้ยงลงมาที่ต้นไม้ใหญ่ริมอ่างเก็บน้ำใกล้ศาลาอย่างจัง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นสะเทือน!
ด้วยความตกใจสุดขีดกับเสียงฟ้าผ่าที่ดังสนั่นระยะประชิด ตูนที่มีปฏิกิริยาไวต่อเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าอยู่แล้ว สะดุ้งเฮือกสุดตัว ร่างสูงโผนเข้าสวมกอดร่างบางของอิมพอร์ตเอาไว้แน่นสนิททันทีโดยอัตโนมัติ ซุกหน้าลงกับไหล่เล็กด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
อิมพอร์ตเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ยืนนิ่งค้างไปชั่ววินาทีกับแรงกอดที่รัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อสัมผัสได้ว่าแผ่นหลังหนาของชายหนุ่มกำลังสั่นเทาน้อย ๆ ด้วยความกลัวจริง ๆ
ความรู้สึกหมั่นไส้เมื่อครู่มลายหายไปทันที เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจ อิมพอร์ตจึงค่อย ๆ ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้นนั้นเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน
"ไม่เป็นไรนะคะ... อิมอยู่ตรงนี้แล้ว..." อิมพอร์ตกระซิบบอกเสียงนุ่มท่ามกลางเสียงฝนที่โหมกระหน่ำ โดยที่ไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาอีกเลย ปล่อยให้ความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บทำหน้าที่บอกเล่าความรู้สึกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยในใจของคนทั้งคู่
ครืนนน! เปรี้ยง!จังหวะที่บรรยากาศกำลังเงียบงัน ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาที่เสาไฟฟ้าแรงสูงบริเวณไม่ไกลจากอ่างเก็บน้ำ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณ!"กรี๊ด!" อิมพอร์ตสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจกลัว หลับตาปี๋ยกมือขึ้นปิดหูตัวเองแน่นแต่ทว่า... ปฏิกิริยาของ ตูน กลับรวดเร็วยิ่งกว่า! เมื่อได้ยินเสียงฟ้าผ่าและฟ้าร้องคำรามใกล้ ๆ ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น "นายช่างผู้กล้าหาญลุยงานหนัก" กลับมีอาการผวาอย่างรุนแรง สัญชาตญาณความกลัวเสียงฟ้าร้องตั้งแต่เด็กกำเริบขึ้นมาฉับพลัน ร่างสูงโปร่งโผนเข้าประชิดตัวอิมพอร์ตแล้ว "สวมกอดร่างบางเอาไว้แน่นสนิท" ซุกหน้าลงกับไหล่เล็กทันทีด้วยความหวาดกลัว!"เฮ้ย! อย่าผ่าใกล้สิโว้ย! กลัวแล้ว ๆๆ!" ตูนสบถเสียงสั่น ร่างสูงสั่นเทาน้อย ๆ หลับตาปี๋กอดอิมพอร์ตแน่นราวกับเด็กน้อยเจอผีอิมพอร์ตที่กำลังตกใจจากเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ ลื
สายฝนเม็ดโตยังคงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีหม่น เสียงซ่าของหยาดน้ำที่กระทบลงบนผืนหญ้าและผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำดังระงมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความเย็นฉ่ำของอากาศและความชื้นแฉะของพื้นดิน ร่างของคนทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันอยู่บนเนินลาดชันตูนกะพริบตาปริบ ๆ พยายามตั้งสติกับสถานการณ์ชวนอึดอัดที่เกิดขึ้น ดวงตาคมกริบมองคนตัวเล็กที่ทับอยู่บนอกตัวเองด้วยความฉงนระคนแปลกใจ เมื่อเห็นเธอยังคงนิ่งค้างไม่ยอมขยับเขยื้อน แถมเอ่ยปากบอกว่าลุกขึ้นไม่ได้ ทั้งที่ปกติคนเราถ้ารู้ตัวว่าอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมคงจะรีบดีดตัวลุกขึ้นทันทีแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เจือไปด้วยความสงสัย"ทำไม... ถึงลุกไม่ได้ล่ะคุณน้อง เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"สิ้นเสียงถามของตูน อิมพอร์ตก็สะดุ้งเฮือกราวกับเพิ่งได้สติ ใบหน้าที่ซบอยู่กับแผงอกกว้างค่อย ๆ เงยขึ้นมาช้า ๆ ดวงตากลมโตคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของนายช่างหนุ่มในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่ผสานเป็นลมเดียวกันในเสี้ย
วันต่อมา... บรรยากาศภายในห้องกองคลังขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปิดรอบส่งงบเบิกจ่ายประจำสัปดาห์ บนโต๊ะทำงานของ อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงาน แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินและเครื่องคิดเลขถูกวางเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองนาฬิกาบนผนังห้องสลับกับประตูทางเข้าอยู่เป็นระยะวันนี้อิมพอร์ตตั้งใจมารอรับเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายที่ถูกแก้ไขตัวเลขใหม่จาก นายช่างตูน ตามกำหนดเดดไลน์ที่พี่ปูย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าไม่ส่งวันนี้ รอบเบิกจะถูกเลื่อนออกไปยาว ๆแต่ทว่า... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายแก่ ๆ เจ้าหน้าที่คนอื่นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้ช่างตูนมีคิวต้องออกไปตรวจหน้างานก่อสร้างระบบระบายน้ำและสำรวจพื้นที่นอกสถานที่ตั้งแต่เช้าตรู่ และไม่มีกำหนดว่าจะกลับเข้าสำนักงานทันเวลาเลิกงานหรือไม่อิมพอร์ตเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ ความกระวนกระวายใจเริ่มเข้าครอบงำ มือเรียวเล็กพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลาที่เดินผ่านไปอย่
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของกองช่าง อิมพอร์ตก็เห็นประตูเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง ด้านในมีโต๊ะทำงานหลายตัว และร่างสูงโปร่งของนายช่างตูนในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาตรวจแบบแปลนก่อสร้างอยู่ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมงานคนอื่นอิมพอร์ตสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ที่หน้าประตูก่อนจะเคาะเบา ๆ สองครั้ง"เอ่อ... ขออนุญาตค่ะ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงพัดลมเพดานตูนเงยหน้าขึ้นจากแปลนก่อสร้าง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาคมกริบก็ฉายแววเจ้าเล่ห์และประกายความสนุกสนานขึ้นมาทันที เขาวางปากกาลงในมือ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบาย ๆ กวนประสาทตามสไตล์"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่คุณนักบัญชีคนเก่งผู้ประกาศกร้าวว่าจะตรวจสอบเอกสารให้ผมนี่เอง มาหาผมถึงถิ่นแบบนี้ มีอะไรล่ะครับ หรือว่าเอกสารเบิกเงินของผมผ่านฉลุยจนอยากจะเอาเงินสดมาจ่ายให้ผมตอนนี้เลย?" ตูนเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้นและรอยยิ้มมุมปาก ชว
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องกองคลัง ส่องกระทบกองเอกสารและแฟ้มสีน้ำเงินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของ อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงานปี 4 ผู้มุ่งมั่น หลังจากที่เธอรับปากและรับแฟ้มเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดของนายช่างตูนมาเมื่อช่วงเช้า เธอก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็มในการตรวจสอบตัวเลข ใบเสร็จ และรายการวัสดุก่อสร้างอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามหลักการบัญชีที่ร่ำเรียนมานิ้วเรียวเล็กกดเครื่องคิดเลขคำนวณซ้ำไปซ้ำมาเป็นรอบที่สาม ดวงตากลมโตเพ่งมองตัวเลขบนกระดาษกับบิลใบเสร็จสลับกันไปมา คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม“เป็นไปตามคาดจริง ๆ ด้วย...” อิมพอร์ตพึมพำกับตัวเองเบา ๆทุกอย่างในแง่ของระเบียบและเงื่อนไขการเบิกจ่ายนั้นถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายทุกประการ แต่... "ยอดตัวเลข" ในหน้าสรุปค่าใช้จ่ายกับยอดรวมของบิลใบเสร็จจริง ๆ กลับไม่ตรงกัน! ผลรวมคลาดเคลื่อนไปเกือบสองพันบาท ซึ่งในทางบัญชีถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้แม้แต่บาทเดี
เช้าวันใหม่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเริ่มต้นขึ้นด้วยความสดใส แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างใสแจ๋วของกองคลัง กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟโบราณจากโรงอาหารลอยอบอวลเข้ามาผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารใหม่เอี่ยมอิมพอร์ต ในชุดนักศึกษาฝึกงานสีขาวสะอาดตาและกระโปรงพลีทสีดำยาวเรียบร้อยกำลังตั้งอกตั้งใจจัดเรียงแฟ้มสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายบนโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มือเรียวเล็กจรดปากกาลงบนกระดาษโน้ตเพื่อบันทึกรายการเบื้องต้น ใบหน้าหวานละมุนประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แสดงถึงความสุขที่ได้เริ่มต้นวันใหม่อย่างสงบแต่... ความสงบมักอยู่ได้ไม่นานในสถานที่ราชการโครม! เสียงประตูไม้บานใหญ่ของห้องกองคลังถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอประมาณ พร้อมกับเสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนทักทายเสียงดังลั่นตามวิสัยของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับพี่น้องชาวกองคลังที่รักยิ่ง! เช้าอันแสนสดใสแบบนี้ มีใครคิดถึงนายช่างรูปหล่อคนนี้บ้างเอ่ย!"