Masukเช้าวันใหม่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเริ่มต้นขึ้นด้วยความสดใส แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างใสแจ๋วของกองคลัง กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟโบราณจากโรงอาหารลอยอบอวลเข้ามาผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารใหม่เอี่ยม
อิมพอร์ต ในชุดนักศึกษาฝึกงานสีขาวสะอาดตาและกระโปรงพลีทสีดำยาวเรียบร้อยกำลังตั้งอกตั้งใจจัดเรียงแฟ้มสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายบนโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มือเรียวเล็กจรดปากกาลงบนกระดาษโน้ตเพื่อบันทึกรายการเบื้องต้น ใบหน้าหวานละมุนประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แสดงถึงความสุขที่ได้เริ่มต้นวันใหม่อย่างสงบ
แต่... ความสงบมักอยู่ได้ไม่นานในสถานที่ราชการ
โครม! เสียงประตูไม้บานใหญ่ของห้องกองคลังถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอประมาณ พร้อมกับเสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนทักทายเสียงดังลั่นตามวิสัยของเจ้าตัว
"อรุณสวัสดิ์ครับพี่น้องชาวกองคลังที่รักยิ่ง! เช้าอันแสนสดใสแบบนี้ มีใครคิดถึงนายช่างรูปหล่อคนนี้บ้างเอ่ย!"
เสียงนั้นดังทะลุเข้ามาในโสตประสาท ทำให้อิมพอร์ตสะดุ้งสุดตัว ปากกาในมือเกือบหลุดร่วง เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง มีเสื้อคลุมสีดำสวมทับอีกที ดูทะมัดทะแมงและดึงดูดสายตา รูปร่างสมส่วนรับกับใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่ตรงมุมปากเสมอ ตูน หรือ นายช่างตูน ประจำกองช่าง กวาดสายตามองรอบห้องก่อนที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะสะดุดเข้ากับร่างบางของนักศึกษาฝึกงานคนใหม่ที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง
“อ้าว... แม่คุณตัวแสบคนที่เดินชนฉันจนไวน์แดงหกเลอะเสื้อสูทในงานแต่งงานเมื่อวันก่อน แถมยังเป็นคนดวงเฮงรับช่อดอกไม้ได้แถมยังแนะนำตัวเจื้อยแจ้วด้วยตัวเองอีกต่างหากว่าจะมาฝึกงานที่ อบต.แห่งนี้... ที่แท้ก็คือน้องอิมพอร์ตเด็กฝึกงานฝ่ายบัญชีคนนี้นี่เอง รอวันนี้มานานแล้ว โลกกลมแถมยังน่าสนุกชะมัด!”
ตูนจำได้แม่นยำทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่เห็นหน้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมามากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ความทรงจำตอนนี้วนกลับมาเห็นภาพสาวน้อยหน้าหวานลนลานขอโทษขอโพยตอนทำไวน์หกใส่เสื้อเขา แต่วันนี้เจ้าตัวกลับตีสีหน้าเฉยชา ไม่ยอมทักทายเขาดี ๆ แถมยังจำเขาไม่ได้แม้แต่น้อย ปล่อยให้อิมพอร์ตได้แต่นั่งกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความประหม่ากับท่าทีคุกคามแปลก ๆ นั้น
ตูนสาวเท้ายาว ๆ เดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะทำงานของ พี่ปู พี่เลี้ยงสาวใหญ่ใจดีประจำแผนกงบประมาณ พร้อมกับตบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินลงบนโต๊ะเสียงดังป้าบ!
"พี่ปูคนสวยครับ ผมเอาเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่สำรองจ่ายไปก่อนโผลมาส่งครับ งวดนี้อนุมัติไว ๆ ให้หน่อยนะครับ ค่าวัสดุก่อสร้างซ่อมแซมฝายน้ำล้นมันกินแกลบผมไปหมดแล้วเนี่ย" ตูนพูดด้วยน้ำเสียงทะเล้น กวนประสาทตามสไตล์
พี่ปูเงยหน้าขึ้นมาจากกองกระดาษ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้ชายหนุ่มตรงหน้าทันที รู้ไส้รู้พุงกันดีเพราะผ่านศึกเบิกเงินกับนายช่างคนนี้มานักต่อนักแล้ว
"แหม นายช่างตูน เจ้าพ่อเบิกเงินไวตัวจริงเสียงจริงเลยนะยะ เอกสารมาทีไร ตัวเลขยุ่บยั่บตรวจยากทุกที" พี่ปูเอ่ยแซวพร้อมเปิดแฟ้มดูผ่าน ๆ ก่อนจะเหลือบสายตาไปทางโต๊ะของอิมพอร์ต แล้วหันมาแกล้งตูนด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน "ต่อไปนี้นะ... เอกสารพวกนี้ ไม่ต้องเดินมาส่งให้พี่หรอก ส่งให้น้องใหม่ในแผนกจัดการแทนซะ สั่งสอนงานน้องเขาซะบ้าง"
ตูนชะงักไปนิดนึง เหล่สายตาหันไปมองอิมพอร์ตที่กำลังนั่งตัวลีบตั้งใจฟังบทสนทนาอยู่เงียบ ๆ แววตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์และประกายความสนุกสนานขึ้นมาทันทีเพราะสบโอกาสที่จะได้เอาคืนเรื่องไวน์แดงพอดิบพอดี ก่อนจะหันกลับมาเบ้ปากใส่พี่ปูเบา ๆ
"โห... พี่ปูครับ จะบ้าเหรอ จะให้น้องเขามาทำเรื่องยุ่งยากพวกนี้ได้ยังไงเล่า เดี๋ยวเอกสารเกิดตกหล่นขึ้นมา หรือตรวจตัวเลขไม่เคลียร์ เงินเบิกไม่ได้ครบถ้วนตามเกณฑ์ขึ้นมา เดี๋ยวเด็กน้อยเขาจะร้องไห้งอแงเอาสิครับ หน้าตาเรียบร้อยบอบบางขนาดนั้น ดูทรงแล้วคงทำได้แค่รับยิ้มหวาน ๆ มากกว่ามานั่งปวดหัวกับใบเสร็จค่านอตค่าปูนของผมหรอกมั้ง... หรือต่อให้เคยทำอะไรซุ่มซ่ามพังมา ก็คงไม่ถนัดเรื่องตัวเลขหรอกมั้ง" (ตูนแอบหยอดคำพูดพาดพิงถึงเรื่องในงานแต่งเบา ๆ แต่คนฟังยังไม่เก็ต)
คำพูดกึ่งดูถูกกึ่งหยอกล้อของนายช่างตูนดังชัดเจนในความเงียบของห้องบัญชี
อิมพอร์ตที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ถึงกับเลือดขึ้นหน้า ความเรียบร้อยอ่อนหวานที่เคยมีถูกความหมั่นไส้และความทิฐิของเด็กบัญชีปี 4 ตีตื้นขึ้นมาแทนที่ มือเรียวเล็กกำจัดระเบียบกระดาษบนโต๊ะแน่น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าเดินตรงดิ่งเข้าไปใกล้โต๊ะของพี่ปูและนายช่างตูนทันที
ใบหน้าหวานที่เคยขาวเนียนตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฮึดฮัด ดวงตากลมโตจ้องมองสบตากับนายช่างหนุ่มเจ้าเล่ห์อย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะแอบสั่นระริกด้วยความประหม่าก็ตามที
"เอ่อ... ขออนุญาตนะคะพี่ปู และก็... ช่างตูนค่ะ" อิมพอร์ตสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและหนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เสียงจะสั่นน้อย ๆ ก็ตาม "ถึงหนูจะเป็นเด็กฝึกงานใหม่ และหน้าตาจะดูเรียบร้อย... แต่เรื่องงานบัญชีและความถูกต้องตามกฎระเบียบราชการ หนูเรียนมาและมีความรับผิดชอบมากพอค่ะ!"
เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังตูนที่ยืนอมยิ้มกวน ๆ รอฟังอยู่ ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงถนัดตา
"ถ้าเอกสารชุดนี้ของช่างตูนถูกต้องตามเงื่อนไขของกฎหมายและระเบียบการเบิกจ่ายจริง ๆ... หนูมั่นใจค่ะว่าจะตรวจสอบและดำเนินการให้ผ่านได้อย่างรวดเร็วแน่นอน แต่ถ้ามันไม่ตรงหรือมีข้อผิดพลาด... หนูจะพยายามตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎระเบียบทุกประการค่ะ! ขอแฟ้มนั้นให้หนูเป็นคนตรวจเองนะคะพี่ปู!"
พูดจบ อิมพอร์ตก็ยื่นมือเรียวไปหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินจากมือพี่ปูมาถือไว้แนบอกทันที โดยไม่รอให้นายช่างตูนได้ทันตั้งตัวหรืออ้าปากเถียงกลับแม้แต่คำเดียว
ตูนกะพริบตาปริบ ๆ มองหน้าเด็กฝึกงานตัวเล็กแต่ใจเด็ดที่ยืนจ้องเขาตาเขียวปั้ด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของนายช่างหนุ่มค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างด้วยความทึ่ง เอ็นดู และนึกสนุกที่เหยื่อตัวแสบกระโจนเข้าใส่หลุมที่เขาขุดไว้อย่างเต็มใจ
“หึ ๆ ยัยตัวแสบ... งานก่อนทำเสื้อสูทฉันเลอะไวน์ งานนี้แถมยังกล้ามาท้าทายเรื่องเอกสารเบิกเงินของฉันอีกเหรอเนี่ย น่าสนใจจริง ๆ... มาดูกันสิว่าคุณหนูนักบัญชีคนเก่งจะตรวจรอดพ้นเงื่อนไขยิบย่อยของฉันได้ยังไง!” ตูนคิดในใจ พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งท้ายจนอิมพอร์ตต้องรีบหันหลังหนีด้วยความหมั่นไส้สุดขีด!
ครืนนน! เปรี้ยง!จังหวะที่บรรยากาศกำลังเงียบงัน ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาที่เสาไฟฟ้าแรงสูงบริเวณไม่ไกลจากอ่างเก็บน้ำ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณ!"กรี๊ด!" อิมพอร์ตสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจกลัว หลับตาปี๋ยกมือขึ้นปิดหูตัวเองแน่นแต่ทว่า... ปฏิกิริยาของ ตูน กลับรวดเร็วยิ่งกว่า! เมื่อได้ยินเสียงฟ้าผ่าและฟ้าร้องคำรามใกล้ ๆ ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น "นายช่างผู้กล้าหาญลุยงานหนัก" กลับมีอาการผวาอย่างรุนแรง สัญชาตญาณความกลัวเสียงฟ้าร้องตั้งแต่เด็กกำเริบขึ้นมาฉับพลัน ร่างสูงโปร่งโผนเข้าประชิดตัวอิมพอร์ตแล้ว "สวมกอดร่างบางเอาไว้แน่นสนิท" ซุกหน้าลงกับไหล่เล็กทันทีด้วยความหวาดกลัว!"เฮ้ย! อย่าผ่าใกล้สิโว้ย! กลัวแล้ว ๆๆ!" ตูนสบถเสียงสั่น ร่างสูงสั่นเทาน้อย ๆ หลับตาปี๋กอดอิมพอร์ตแน่นราวกับเด็กน้อยเจอผีอิมพอร์ตที่กำลังตกใจจากเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ ลื
สายฝนเม็ดโตยังคงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีหม่น เสียงซ่าของหยาดน้ำที่กระทบลงบนผืนหญ้าและผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำดังระงมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความเย็นฉ่ำของอากาศและความชื้นแฉะของพื้นดิน ร่างของคนทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันอยู่บนเนินลาดชันตูนกะพริบตาปริบ ๆ พยายามตั้งสติกับสถานการณ์ชวนอึดอัดที่เกิดขึ้น ดวงตาคมกริบมองคนตัวเล็กที่ทับอยู่บนอกตัวเองด้วยความฉงนระคนแปลกใจ เมื่อเห็นเธอยังคงนิ่งค้างไม่ยอมขยับเขยื้อน แถมเอ่ยปากบอกว่าลุกขึ้นไม่ได้ ทั้งที่ปกติคนเราถ้ารู้ตัวว่าอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมคงจะรีบดีดตัวลุกขึ้นทันทีแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เจือไปด้วยความสงสัย"ทำไม... ถึงลุกไม่ได้ล่ะคุณน้อง เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"สิ้นเสียงถามของตูน อิมพอร์ตก็สะดุ้งเฮือกราวกับเพิ่งได้สติ ใบหน้าที่ซบอยู่กับแผงอกกว้างค่อย ๆ เงยขึ้นมาช้า ๆ ดวงตากลมโตคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของนายช่างหนุ่มในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่ผสานเป็นลมเดียวกันในเสี้ย
วันต่อมา... บรรยากาศภายในห้องกองคลังขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปิดรอบส่งงบเบิกจ่ายประจำสัปดาห์ บนโต๊ะทำงานของ อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงาน แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินและเครื่องคิดเลขถูกวางเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองนาฬิกาบนผนังห้องสลับกับประตูทางเข้าอยู่เป็นระยะวันนี้อิมพอร์ตตั้งใจมารอรับเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายที่ถูกแก้ไขตัวเลขใหม่จาก นายช่างตูน ตามกำหนดเดดไลน์ที่พี่ปูย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าไม่ส่งวันนี้ รอบเบิกจะถูกเลื่อนออกไปยาว ๆแต่ทว่า... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายแก่ ๆ เจ้าหน้าที่คนอื่นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้ช่างตูนมีคิวต้องออกไปตรวจหน้างานก่อสร้างระบบระบายน้ำและสำรวจพื้นที่นอกสถานที่ตั้งแต่เช้าตรู่ และไม่มีกำหนดว่าจะกลับเข้าสำนักงานทันเวลาเลิกงานหรือไม่อิมพอร์ตเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ ความกระวนกระวายใจเริ่มเข้าครอบงำ มือเรียวเล็กพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลาที่เดินผ่านไปอย่
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของกองช่าง อิมพอร์ตก็เห็นประตูเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง ด้านในมีโต๊ะทำงานหลายตัว และร่างสูงโปร่งของนายช่างตูนในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาตรวจแบบแปลนก่อสร้างอยู่ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมงานคนอื่นอิมพอร์ตสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ที่หน้าประตูก่อนจะเคาะเบา ๆ สองครั้ง"เอ่อ... ขออนุญาตค่ะ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงพัดลมเพดานตูนเงยหน้าขึ้นจากแปลนก่อสร้าง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาคมกริบก็ฉายแววเจ้าเล่ห์และประกายความสนุกสนานขึ้นมาทันที เขาวางปากกาลงในมือ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบาย ๆ กวนประสาทตามสไตล์"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่คุณนักบัญชีคนเก่งผู้ประกาศกร้าวว่าจะตรวจสอบเอกสารให้ผมนี่เอง มาหาผมถึงถิ่นแบบนี้ มีอะไรล่ะครับ หรือว่าเอกสารเบิกเงินของผมผ่านฉลุยจนอยากจะเอาเงินสดมาจ่ายให้ผมตอนนี้เลย?" ตูนเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้นและรอยยิ้มมุมปาก ชว
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องกองคลัง ส่องกระทบกองเอกสารและแฟ้มสีน้ำเงินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของ อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงานปี 4 ผู้มุ่งมั่น หลังจากที่เธอรับปากและรับแฟ้มเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดของนายช่างตูนมาเมื่อช่วงเช้า เธอก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็มในการตรวจสอบตัวเลข ใบเสร็จ และรายการวัสดุก่อสร้างอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามหลักการบัญชีที่ร่ำเรียนมานิ้วเรียวเล็กกดเครื่องคิดเลขคำนวณซ้ำไปซ้ำมาเป็นรอบที่สาม ดวงตากลมโตเพ่งมองตัวเลขบนกระดาษกับบิลใบเสร็จสลับกันไปมา คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม“เป็นไปตามคาดจริง ๆ ด้วย...” อิมพอร์ตพึมพำกับตัวเองเบา ๆทุกอย่างในแง่ของระเบียบและเงื่อนไขการเบิกจ่ายนั้นถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายทุกประการ แต่... "ยอดตัวเลข" ในหน้าสรุปค่าใช้จ่ายกับยอดรวมของบิลใบเสร็จจริง ๆ กลับไม่ตรงกัน! ผลรวมคลาดเคลื่อนไปเกือบสองพันบาท ซึ่งในทางบัญชีถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้แม้แต่บาทเดี
เช้าวันใหม่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเริ่มต้นขึ้นด้วยความสดใส แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างใสแจ๋วของกองคลัง กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟโบราณจากโรงอาหารลอยอบอวลเข้ามาผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารใหม่เอี่ยมอิมพอร์ต ในชุดนักศึกษาฝึกงานสีขาวสะอาดตาและกระโปรงพลีทสีดำยาวเรียบร้อยกำลังตั้งอกตั้งใจจัดเรียงแฟ้มสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายบนโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มือเรียวเล็กจรดปากกาลงบนกระดาษโน้ตเพื่อบันทึกรายการเบื้องต้น ใบหน้าหวานละมุนประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แสดงถึงความสุขที่ได้เริ่มต้นวันใหม่อย่างสงบแต่... ความสงบมักอยู่ได้ไม่นานในสถานที่ราชการโครม! เสียงประตูไม้บานใหญ่ของห้องกองคลังถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอประมาณ พร้อมกับเสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนทักทายเสียงดังลั่นตามวิสัยของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับพี่น้องชาวกองคลังที่รักยิ่ง! เช้าอันแสนสดใสแบบนี้ มีใครคิดถึงนายช่างรูปหล่อคนนี้บ้างเอ่ย!"







