Se connecterวันต่อมา... บรรยากาศภายในห้องกองคลังขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปิดรอบส่งงบเบิกจ่ายประจำสัปดาห์ บนโต๊ะทำงานของ อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงาน แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินและเครื่องคิดเลขถูกวางเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองนาฬิกาบนผนังห้องสลับกับประตูทางเข้าอยู่เป็นระยะ
วันนี้อิมพอร์ตตั้งใจมารอรับเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายที่ถูกแก้ไขตัวเลขใหม่จาก นายช่างตูน ตามกำหนดเดดไลน์ที่พี่ปูย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าไม่ส่งวันนี้ รอบเบิกจะถูกเลื่อนออกไปยาว ๆ
แต่ทว่า... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายแก่ ๆ เจ้าหน้าที่คนอื่นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้ช่างตูนมีคิวต้องออกไปตรวจหน้างานก่อสร้างระบบระบายน้ำและสำรวจพื้นที่นอกสถานที่ตั้งแต่เช้าตรู่ และไม่มีกำหนดว่าจะกลับเข้าสำนักงานทันเวลาเลิกงานหรือไม่
อิมพอร์ตเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ ความกระวนกระวายใจเริ่มเข้าครอบงำ มือเรียวเล็กพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลาที่เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน 16.30 น. เสียงสัญญาณกริ่งเลิกงานดังขึ้น พร้อม ๆ กับที่พี่ปูเดินมาตบไหล่เธอเบา ๆ พร้อมบอกว่าให้เก็บของกลับบ้านได้เลย ส่วนเรื่องเอกสารของช่างตูนคงต้องยกยอดไปคุยกันวันอื่นแทน เพราะติดต่อเจ้าตัวไม่ได้เลย
แม้จะโล่งใจที่ไม่ต้องโดนเร่งเรื่องเอกสารในวันนี้ แต่อิมพอร์ตก็ยังรู้สึกหงุดหงิดและติดค้างในใจไม่น้อย ไหน ๆ ก็เลิกงานแล้ว แถมท้องฟ้าช่วงเย็นก็เริ่มมีเค้าลางความเปลี่ยนแปลง เมฆฝนสีเทาเข้มเริ่มก่อตัวหนาแน่นลอยต่ำปกคลุมไปทั่วบริเวณ แต่ลมพัดเอื่อย ๆ เย็นสบาย เธอจึงตัดสินใจขับรถยนต์อีโคคาร์คันเล็กคู่ใจแวะเที่ยวถ่ายรูปเล่นตามสถานที่ธรรมชาติแถวชานเมืองเพื่อหาคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดียคลายเครียดจากเรื่องดราม่าเมื่อวานสักหน่อย ก่อนที่ฝนจะตกลงมาจริง ๆ
รถเก๋งคันเล็กแล่นเลียบมาตามถนนดินลูกรังอัดแน่นจนมาถึง "อ่างเก็บน้ำห้วยสำราญ" แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมยามเย็นของคนในท้องถิ่น วิวทิวทัศน์รอบด้านเป็นผืนน้ำกว้างใหญ่ ภายใต้ท้องฟ้ามืดครึ้มที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนระลอกใหญ่ บรรยากาศเริ่มสลัวลงและมีลมกรรโชกแรงเป็นระยะ ๆ กลิ่นอายฝนลอยโชยมากับลมช่วยให้ความตึงเครียดในสมองของอิมพอร์ตผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
หญิงสาวจอดรถไว้บริเวณลานดินกว้าง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเดินหามุมสวย ๆ บนสันอ่างเก็บน้ำเพื่อถ่ายรูปวิวและเซลฟี่ตัวเองเก็บไว้ลงสตอรี่ไอจีก่อนที่ฝนจะเทลงมา
แต่เดินไปได้ไม่ไกล สายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งคุ้นตาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและสวมเสื้อคลุมสีดำตัวเก่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้สนามพับได้ริมตลิ่ง ชายหนุ่มกำลังถือเบ็ดตกปลาอย่างใจจดใจจ่อ ข้างตัวมีกล่องใส่อุปกรณ์ตกปลาวางอยู่
“นั่น... ช่างตูนนี่นา! ออกมานั่งตกปลาสำราญใจอยู่นี่เอง ถึงว่าล่ะติดต่อไม่ได้ ไม่ยอมเข้าสำนักงาน ที่แท้ก็โดดงานมาตกปลานี่แหละ!”
อิมพอร์ตคิดในใจ ความหมั่นไส้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที เธอลดโทรศัพท์มือถือลง กำหมัดแน่นด้วยความโมโหที่เอกสารเบิกเงินของเธอต้องชะงักเพราะผู้ชายคนนี้ แต่ตัวเจ้ากลับมานั่งชิลตกปลาท่ามกลางบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนอย่างสบายใจเฉิบ เท้าเรียวในรองเท้าผ้าใบก้าวฉับ ๆ เดินตรงดิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันทีโดยไม่ทันระวังตัว
"นี่! พี่ตูน!" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นขัดจังหวะขึ้นกะทันหัน
ตูนที่กำลังเคลิ้ม ๆ รอปลากินเบ็ดท่ามกลางลมเย็น ๆ สะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองตามเสียง ก่อนจะเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กฝึกงานตัวแสบที่เดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาหาเขาถึงริมอ่างเก็บน้ำ
"อ้าว... น้องอิมพอร์ต? มาโผล่อะไรแถวนี้เนี่ย หรือว่าแอบสะกดรอยตามผมมา เพราะคิดถึงผมล่ะสิ" ตูนเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นที่มุมปาก
แต่อิมพอร์ตไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วย เธอยืนเท้าสะเอว สีหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตจ้องมองเขาเขม็ง ท่ามกลางเสียงลมพัดอื้ออึงและเสียงฟ้าร้องคำรามเบา ๆ ในระยะไกล
"ใครจะไปสะกดรอยตามพี่กันล่ะคะ! หน้าหลงตัวเองชะมัด! หนูแค่ผ่านมาถ่ายรูปต่างหากเล่า ว่าแต่... ทำไมพี่ถึงไม่เอาบิลเอกสารที่แก้แล้วมาให้หนูที่สำนักงานคะ รู้ไหมว่าหนูรอจนเลิกงาน รอจนบ้านแล้วเนี่ย ทำให้เรื่องเบิกเงินมันติดขัดไปหมดรู้ตัวบ้างไหม!" อิมพอร์ตพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจออกมาเป็นชุด
ตูนถอนหายใจยาว ๆ วางคันเบ็ดลงช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวด้วยสีหน้าเรียบแกมดุตามสไตล์คนฟอร์มจัด พร้อมกับเหล่มองท้องฟ้าครึ้มฝนที่ดูท่าจะไม่ค่อยดีนัก
"นี่คุณน้อง... ผมมาทำงานข้างนอกสำนักงาน ตั้งแต่เช้าจนหัวหมุน คุมคนงานซ่อมแซมท่อระบายน้ำจนเหนื่อยสายตัวแทบขาด จะเอาเวลาไหนไปนั่งแก้เอกสารยิบย่อยแล้ววิ่งเอาไปส่งให้คุณที่โต๊ะล่ะครับ? ผมไม่ใช่เด็กรับใช้นะ จะได้วิ่งวุ่นตามคำสั่งตลอดเวลาเนี่ย!" ตูนสวนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนและดุเข้ม
พอเจอคำพูดดุ ๆ และสายตาคมกริบมองมาแบบนั้น อิมพอร์ตที่กำลังอารมณ์ขึ้นอยู่แล้วก็ชะงักกึก ความรู้สึกน้อยใจและตกใจพุ่งแปลบขึ้นมาในอกทันที ดวงตากลมโตที่จ้องมองอยู่เมื่อครู่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หยาดน้ำตาใส ๆ เอ่อคลอเบ้าแล้วไหลรินลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ท่ามกลางลมฝนที่เริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ
"ฮือ... พี่ตูนใจร้าย... เอาแต่ดุอยู่นั่นแหละ หนูแค่มารอตามหน้าที่ไหมล่ะ ทำไมต้องมาขึ้นเสียงใส่ด้วยเล่า..." อิมพอร์ตสะอื้นเบา ๆ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวก ๆ ด้วยความคับแค้นใจ
ตูนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้ากวน ๆ เมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความรู้สึกเซ็งและทำตัวไม่ถูกทันที ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองแล้วบ่นพึมพำออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นสภาพอากาศรอบตัวประกอบกัน
"เฮ้อ... อีกแล้วเหรอเนี่ย? อะไรวะเนี่ย ทำไมบ่อน้ำตาแตกง่ายจังวะคุณน้อง! ท้องฟ้าก็เริ่มร้องคำรามทำท่าจะหรี่ฝนลงมาอยู่แล้วเนี่ย ยังจะมาบ่อน้ำตาแตกใส่อีก!" ตูนบ่นอุบด้วยความปวดหัว จัดการไม่ถูกกับสถานการณ์เฉพาะหน้า
ครืนนน! ครืนนน!
เสียงฟ้าผ่าคำรามสนั่นหวั่นไหวใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับห่าฝนเม็ดเป้งเริ่มโปรยปรายลงมาประปรายเป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฝนกำลังจะถล่มอย่างหนักในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
"เฮ้ย! ฝนทำท่าจะตกหนักจริง ๆ แล้ววะเนี่ย!" ตูนสบถออกมาเสียงดัง รีบผุดลุกขึ้นยืน คว้ากล่องอุปกรณ์ตกปลาและคันเบ็ดด้วยความทุลักทุเล "วิ่งเร็วคุณน้อง! ลงจากสันอ่างเก็บน้ำไปหลบที่เพิงพักข้างล่างเร็วเข้า เปียกหมดแน่!"
อิมพอร์ตที่กำลังสะอื้นอยู่สะดุ้งตกใจกับเสียงฟ้าร้องและเม็ดฝนที่เริ่มซัดสาด ยิ่งลนลานเข้าไปใหญ่ รีบหันหลังวิ่งตามตูนลงมาจากสันอ่างเก็บน้ำทันที
แต่ทว่า... ทางเดินลงจากสันอ่างเป็นเนินลาดชันที่ปกคลุมด้วยหญ้าหนาประกอบกับละอองฝนที่เพิ่งเริ่มโปรยลงมาทำให้ดินชุ่มน้ำและลื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว
พรวด!
อิมพอร์ตวิ่งมาได้ไม่กี่ก้าว เท้าเรียวเกิดลื่นไถลไปกับพงหญ้าเปียกชื้นอย่างแรง ร่างบางเสียหลักพุ่งไถลลงไปตามเนินลาดชันด้วยความเร็ว "ว้าย!" เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังลั่น
ตูนที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้าหันกลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี สัญชาตญาณนายช่างร่างหนารีบทิ้งอุปกรณ์ในมือลงพื้นอย่างไร้เยื่อใย พุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางของอิมพอร์ตเอาไว้สุดแรงด้วยความตกใจ
"ระวัง!"
แรงดึงและแรงเหวี่ยงทำให้ตูนคว้าตัวอิมพอร์ตได้ทัน แต่ด้วยความลาดชันและพื้นดินที่ลื่นเกินต้านทาน ทำให้ร่างสูงของตูนเสียหลักล้มไถลตามลงไปติด ๆ กลายเป็นก้อนกลิ้งไถลลงไปกองกับพื้นดินเปียกปอนที่เชิงเนินด้วยกันทั้งคู่!
ตุบ!
ร่างบางของอิมพอร์ตไถลลงมาทับอยู่บนร่างหนาของตูนพอดิบพอดี โดยที่ใบหน้าและหน้าอิมพอร์ตซบแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างของตูนพอดี ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยเม็ดลงมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งคู่ค้างเติ่งอยู่ในท่ากอดกันกลมบนพื้นหญ้าแฉะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตกใจจนลืมหายใจ สมองขาวโพลนว่างเปล่าจากเรื่องทะเลาะเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ส่วนตูนเองก็นอนนิ่งค้างตาค้าง มือแกร่งยังคงโอบเอวบางเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความเงียบงันชั่วขณะปกคลุมท่ามกลางเสียงลมฝนที่โหมกระหน่ำรอบด้าน
ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ ๆ เมื่อเริ่มตั้งสติกลับมาได้ ตูนก็กะพริบตาถี่ ๆ ไล่หยดน้ำฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเปะปะใบหน้า ก้มมองคนตัวเล็กที่นอนซบหน้าแนบอกตัวเองอยู่ด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามแปลก ๆ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงทุ้มพร่าด้วยความเขินปนระอา
"เอ่อ... นี่... จะลุกขึ้นได้หรือยังคุณน้อง หนักนะเนี่ย..."
อิมพอร์ตสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หู เธอกะพริบตาปริบ ๆ ตั้งสติได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสภาพไหน แก้มเนียนที่แนบชิดอยู่กับอกแกร่งและเปียกปอนด้วยละอองฝนกลับแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดด้วยความเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เธอพยายามจะดันตัวลุกขึ้น แต่ด้วยความตกใจและความลื่นของพื้นทำให้ขยับตัวได้ยาก เธอกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ แล้วตอบเสียงสั่นพร่าลอดไรฟันด้วยความเขินจัด
"ยัง... ยังลุกไม่ได้ค่ะ..."
ครืนนน! เปรี้ยง!จังหวะที่บรรยากาศกำลังเงียบงัน ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาที่เสาไฟฟ้าแรงสูงบริเวณไม่ไกลจากอ่างเก็บน้ำ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วบริเวณ!"กรี๊ด!" อิมพอร์ตสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจกลัว หลับตาปี๋ยกมือขึ้นปิดหูตัวเองแน่นแต่ทว่า... ปฏิกิริยาของ ตูน กลับรวดเร็วยิ่งกว่า! เมื่อได้ยินเสียงฟ้าผ่าและฟ้าร้องคำรามใกล้ ๆ ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น "นายช่างผู้กล้าหาญลุยงานหนัก" กลับมีอาการผวาอย่างรุนแรง สัญชาตญาณความกลัวเสียงฟ้าร้องตั้งแต่เด็กกำเริบขึ้นมาฉับพลัน ร่างสูงโปร่งโผนเข้าประชิดตัวอิมพอร์ตแล้ว "สวมกอดร่างบางเอาไว้แน่นสนิท" ซุกหน้าลงกับไหล่เล็กทันทีด้วยความหวาดกลัว!"เฮ้ย! อย่าผ่าใกล้สิโว้ย! กลัวแล้ว ๆๆ!" ตูนสบถเสียงสั่น ร่างสูงสั่นเทาน้อย ๆ หลับตาปี๋กอดอิมพอร์ตแน่นราวกับเด็กน้อยเจอผีอิมพอร์ตที่กำลังตกใจจากเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ ลื
สายฝนเม็ดโตยังคงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีหม่น เสียงซ่าของหยาดน้ำที่กระทบลงบนผืนหญ้าและผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำดังระงมไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางความเย็นฉ่ำของอากาศและความชื้นแฉะของพื้นดิน ร่างของคนทั้งสองยังคงนอนกอดก่ายกันอยู่บนเนินลาดชันตูนกะพริบตาปริบ ๆ พยายามตั้งสติกับสถานการณ์ชวนอึดอัดที่เกิดขึ้น ดวงตาคมกริบมองคนตัวเล็กที่ทับอยู่บนอกตัวเองด้วยความฉงนระคนแปลกใจ เมื่อเห็นเธอยังคงนิ่งค้างไม่ยอมขยับเขยื้อน แถมเอ่ยปากบอกว่าลุกขึ้นไม่ได้ ทั้งที่ปกติคนเราถ้ารู้ตัวว่าอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมคงจะรีบดีดตัวลุกขึ้นทันทีแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เจือไปด้วยความสงสัย"ทำไม... ถึงลุกไม่ได้ล่ะคุณน้อง เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"สิ้นเสียงถามของตูน อิมพอร์ตก็สะดุ้งเฮือกราวกับเพิ่งได้สติ ใบหน้าที่ซบอยู่กับแผงอกกว้างค่อย ๆ เงยขึ้นมาช้า ๆ ดวงตากลมโตคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของนายช่างหนุ่มในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่ผสานเป็นลมเดียวกันในเสี้ย
วันต่อมา... บรรยากาศภายในห้องกองคลังขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปิดรอบส่งงบเบิกจ่ายประจำสัปดาห์ บนโต๊ะทำงานของ อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงาน แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินและเครื่องคิดเลขถูกวางเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ดวงตากลมโตสีนิลกวาดมองนาฬิกาบนผนังห้องสลับกับประตูทางเข้าอยู่เป็นระยะวันนี้อิมพอร์ตตั้งใจมารอรับเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายที่ถูกแก้ไขตัวเลขใหม่จาก นายช่างตูน ตามกำหนดเดดไลน์ที่พี่ปูย้ำนักย้ำหนาว่าถ้าไม่ส่งวันนี้ รอบเบิกจะถูกเลื่อนออกไปยาว ๆแต่ทว่า... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายแก่ ๆ เจ้าหน้าที่คนอื่นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้ช่างตูนมีคิวต้องออกไปตรวจหน้างานก่อสร้างระบบระบายน้ำและสำรวจพื้นที่นอกสถานที่ตั้งแต่เช้าตรู่ และไม่มีกำหนดว่าจะกลับเข้าสำนักงานทันเวลาเลิกงานหรือไม่อิมพอร์ตเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ ความกระวนกระวายใจเริ่มเข้าครอบงำ มือเรียวเล็กพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลาที่เดินผ่านไปอย่
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของกองช่าง อิมพอร์ตก็เห็นประตูเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง ด้านในมีโต๊ะทำงานหลายตัว และร่างสูงโปร่งของนายช่างตูนในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีดำกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาตรวจแบบแปลนก่อสร้างอยู่ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมงานคนอื่นอิมพอร์ตสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ที่หน้าประตูก่อนจะเคาะเบา ๆ สองครั้ง"เอ่อ... ขออนุญาตค่ะ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงพัดลมเพดานตูนเงยหน้าขึ้นจากแปลนก่อสร้าง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาคมกริบก็ฉายแววเจ้าเล่ห์และประกายความสนุกสนานขึ้นมาทันที เขาวางปากกาลงในมือ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบาย ๆ กวนประสาทตามสไตล์"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่คุณนักบัญชีคนเก่งผู้ประกาศกร้าวว่าจะตรวจสอบเอกสารให้ผมนี่เอง มาหาผมถึงถิ่นแบบนี้ มีอะไรล่ะครับ หรือว่าเอกสารเบิกเงินของผมผ่านฉลุยจนอยากจะเอาเงินสดมาจ่ายให้ผมตอนนี้เลย?" ตูนเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงทะเล้นและรอยยิ้มมุมปาก ชว
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องกองคลัง ส่องกระทบกองเอกสารและแฟ้มสีน้ำเงินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของ อิมพอร์ต นักศึกษาฝึกงานปี 4 ผู้มุ่งมั่น หลังจากที่เธอรับปากและรับแฟ้มเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดของนายช่างตูนมาเมื่อช่วงเช้า เธอก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็มในการตรวจสอบตัวเลข ใบเสร็จ และรายการวัสดุก่อสร้างอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามหลักการบัญชีที่ร่ำเรียนมานิ้วเรียวเล็กกดเครื่องคิดเลขคำนวณซ้ำไปซ้ำมาเป็นรอบที่สาม ดวงตากลมโตเพ่งมองตัวเลขบนกระดาษกับบิลใบเสร็จสลับกันไปมา คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม“เป็นไปตามคาดจริง ๆ ด้วย...” อิมพอร์ตพึมพำกับตัวเองเบา ๆทุกอย่างในแง่ของระเบียบและเงื่อนไขการเบิกจ่ายนั้นถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายทุกประการ แต่... "ยอดตัวเลข" ในหน้าสรุปค่าใช้จ่ายกับยอดรวมของบิลใบเสร็จจริง ๆ กลับไม่ตรงกัน! ผลรวมคลาดเคลื่อนไปเกือบสองพันบาท ซึ่งในทางบัญชีถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้แม้แต่บาทเดี
เช้าวันใหม่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดอนขุนเริ่มต้นขึ้นด้วยความสดใส แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างใสแจ๋วของกองคลัง กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟโบราณจากโรงอาหารลอยอบอวลเข้ามาผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารใหม่เอี่ยมอิมพอร์ต ในชุดนักศึกษาฝึกงานสีขาวสะอาดตาและกระโปรงพลีทสีดำยาวเรียบร้อยกำลังตั้งอกตั้งใจจัดเรียงแฟ้มสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายบนโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มือเรียวเล็กจรดปากกาลงบนกระดาษโน้ตเพื่อบันทึกรายการเบื้องต้น ใบหน้าหวานละมุนประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แสดงถึงความสุขที่ได้เริ่มต้นวันใหม่อย่างสงบแต่... ความสงบมักอยู่ได้ไม่นานในสถานที่ราชการโครม! เสียงประตูไม้บานใหญ่ของห้องกองคลังถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงพอประมาณ พร้อมกับเสียงทุ้มห้าวที่ตะโกนทักทายเสียงดังลั่นตามวิสัยของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับพี่น้องชาวกองคลังที่รักยิ่ง! เช้าอันแสนสดใสแบบนี้ มีใครคิดถึงนายช่างรูปหล่อคนนี้บ้างเอ่ย!"







