Share

ตอนที่ 5 นักโทษประหาร

Penulis: Kanpiman
last update Tanggal publikasi: 2026-07-26 14:35:33

ฉันปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือกลับไปในโลกที่ฉันรู้จัก กลับไปสร้างสะพานของฉันให้เสร็จ

"เจ้าคิดให้ดี... ร่างเดิมของเจ้าไม่มีแล้ว! ถึงกลับไปก็ไม่สามารถอยู่ได้! วาระการมีชีวิตอยู่ในโลกก่อนของเจ้าสิ้นสุดแล้ว! แต่ถ้าเจ้าทำภาระกิจที่ข้ามอบให้สำเร็จ... ข้าจะส่งเจ้ากลับไป! โอเคมั้ย?"

มู๋มู่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งตาวิ๊บวั๊บ ราวกับกำลังยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้

"ถ้าไม่ทำ... เจ้าก็อยู่โลกนี้ไปเลยละกัน! หรือไม่ก็กลับไปล่องลอยเหมือนผีไร้ญาติในโลกของเจ้า!"

ฉันนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ... ร่างเดิมของฉันในโลกเก่าไม่มีแล้วเหรอ?

นี่ฉันไม่ได้มาแต่วิญญาณแต่วาร์ปมาทั้งตัวจริงๆ เหรอ?

หรือนี่คือการทะลุมิติมาอยู่ในโลกอื่นอย่างที่เคยอ่านในนิยายจริงๆ สินะ!

ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่เป็นไข้จนเพ้อ ไม่ใช่ประสาทหลอนแล้ว... !

ถ้าทำภารกิจสำเร็จจะได้กลับไปงั้นเหรอ? แต่ถ้าได้กลับไปในโลกนั้นจริงๆ ได้ก็ดีสิ!

"อย่าคิดนาน! ข้าหยุดเวลาได้ระยะสั้นๆ เท่านั้น! ท่านอ๋องคนนั้นกำลังโกรธจัด ถ้าเวลาเดินต่อเมื่อไหร่... เจ้าตายแน่!" มู๋มู่เร่งเร้า ทำสีหน้าจริงจังขึ้นกว่าเดิม

"ได้! ได้ก็ได้! แต่ก่อนอื่นปล่อยฉันก่อนได้มั้ย! เจ็บจนจะตายแล้วนะ! นี่มันทรมานชัดๆ! ฉันยอมรับภารกิจก็ได้!"

รีบตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมากไปกว่าการเอาชีวิตรอดในตอนนี้ ความเจ็บปวดจากการถูกทรมานมันทำให้ฉันยอมทำทุกอย่าง!

"ข้าปล่อยเจ้าไม่ได้หรอก! มันไม่ใช่หน้าที่ข้า! แต่ข้าจะช่วยรักษาแผลให้! เจ้าจะไม่เจ็บอีก... แค่ช่วงนี้อะนะ!"

มู๋มู่กระพริบตาปริบๆ ดูไร้เดียงสา แต่คำพูดของมันกลับทำให้ฉันอยากจะกรีดร้อง

“อ้าว! ไหนว่าจะช่วย!”

‘แบบนี้จะรอดตายมั้ยยยยยย ไอ้สัตว์เทพบ้าาาาาาา! ปล่อยก็ปล่อยไม่ได้ แถมยังรักษาแค่ช่วงนี้อีก! นี่มันช่วยตรงไหน!’

ฉันได้แต่กรีดร้องในใจอย่างหมดหวัง จะมีใครได้ยินเสียงในใจฉันบ้างไหมเนี่ย!

"ข้ารู้นะว่าเจ้าด่าข้าอยู่! เอาละ... ภารกิจแรก คือ เจ้าต้องรอด!"

มู๋มู่พูดเสียงเฉียบขาด ราวกับอ่านใจฉันได้จริงๆ

"แล้วถ้าภารกิจล้มเหลวละ?! ฉันก็อยากรอดหรอกนะแต่ดูสภาพแล้วมันยากเหลือหลาย! ติดอยู่กับเสานี่จะรอดได้ไงเล่า!"

ฉันพูดอย่างหมดหวังจริงๆ จังๆ ใครจะไปรอดในสภาพนี้กัน!

"เจ้าจะกลายเป็นดวงวิญญาณที่ถูกส่งไปโลกเดิม... จะล่องลอยเป็นผีไร้ญาติจนกว่าจะหมดวาระกรรมของเจ้า จึงจะได้ไปเกิดใหม่... ซึ่งต้องใช้เวลาชั่วกัปชั่วกัลป์เลยละ! ไม่รู้กี่พันปีแสง"

มู๋มู่พูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ

"แต่ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกนี้เลย! แม้แต่คนพวกนี้ฉันก็ไม่รู้จัก! จะเอาอะไรมารอดชีวิตได้ละ! ไม่แฟร์เลยนะมู๋มู่! นี่มันไม่แฟร์!"

ฉันโอดครวญด้วยความคับแค้นใจ นี่จับมามัดแล้วให้รอดเองงั้นเหรอ!

"ข้าจะให้ข้อมูลเบื้องต้นแด่เจ้า เพื่อประโยชน์ในการมีชีวิตรอด... อ้อ! อีกอย่าง คำพูดของเจ้าควรจะเป็นของคนยุคนี้นะ! เลิกใช้คำประหลาดๆ ได้แล้ว! มิฉะนั้นแล้ว ต่อให้ข้าช่วยเจ้าให้รอดตายไปได้ เจ้าก็อาจจะถูกจับได้ว่าไม่ใช่คนในโลกนี้ก็ได้" มู๋มู่พูดทิ้งท้าย

พูดจบเจ้าก้อนกลมมู๋มู่ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้เลย เวลาที่เคยหยุดนิ่งก็กลับมาเดินอีกครั้งอย่างฉับพลันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร่างกายที่เจ็บปวดเจียนตายเมื่อครู่ หายไปเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้แต่ความชากล้ามเนื้อเล็กน้อย มีแต่รอยเลือดจากการทรมานเต็มตัวที่ยังคงบ่งบอกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องจริง

กลับมาในเวลาปัจจุบัน

"ช่างกล้านัก! ไม่เคยมีใครหน้าไหนกล้าด่าข้าถึงเพียงนี้!"

มู่เฉิน พูดเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาคมกริบมองมาที่ฉันราวกับจะแช่แข็งให้ตาย สายตาของเขาเต็มไปด้วยโทสะที่รุนแรงจนน่ากลัว

"เฉินเฟิง! เอาตัวมันไปประหารห้าม้าแยกร่าง!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บันทึกรักวิศวกรสาวข้ามภพ   ตอนที่ 48 หลงเสน่ห์บุรุษ

    จะทำไงดี อากาศหนาวไม่เท่ากับหัวใจที่กำลังกลัวตายอยู่ตอนนี้ ฉันนั่งกอดตัวเองแน่น“เจ้าหนาวหรือ?” ฉันสะดุ้งกับคำถามที่ไม่ควรสะดุ้ง“เปล่าขอรับ ข้ามิได้หนาว ข้าแค่... รู้สึกรักตัวเองขึ้นมาเฉย ๆ ขอรับ!” ปากบอกพร้อมกับในใจก็ปลงสังขารไปด้วยจู่ ๆ ผ้าคลุมผืนหนาก็คลุมลงบนไหล่ ทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น เขาก้มต่ำจนกลิ่นกายเขาลอยเข้าจมูก ระยะห่างแค่ไม่คืบกว่า ๆ มันใกล้จนฉันเผลอมองริมฝีปากหนาที่นานๆ จะยิ้มสักทีอย่างลืมตัว‘ปากน่าจูบจัง... !’“เจ้าคิดอะไรอยู่” สายตาที่มองมาเกือบทำฉันละลาย“ปะ... เปล่า” ฉันรีบก้มหน้าเก็บอาการ หากเขาไม่ทักเรียกสติเมื่อครู ฉันคงทำไปแล้ว ฮู้... โชคดี โชคดีแล้ว“ห่มเสียเถอะ… อากาศยามค่ำคืนในหนานเจียงแตกต่างจากกลางวันมากนัก เดี๋ยวจะป่วยไปอีกรอบ ข้าไม่อยากแบกเจ้าไปส่งหมออีก” เขาเดินกลับไปที่เตียงฉันรีบเก็บสีหน้า กำผ้าคลุมแน่น มองเขาเดินไปปลดม่านบังเตียง แล้วหายเข้าไปในนั้นอะไร มาทำให้ใจเต้นแรงแล้วหนีไปนอนเฉย... คนอะไรอ่อยเก่งชะมัด.........................................................

  • บันทึกรักวิศวกรสาวข้ามภพ   ตอนที่ 47 หรือเจ้าคือไส้ศึก

    “ข้าคิดว่า เราควรปลูกข้าวโพดหวานและมันหวานเพิ่มพะยะค่ะ”มู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ขยับนั่งกอดอกมองมาด้วยความสนใจ“ว่าต่อสิ”“ข้าสำรวจผืนดินหลังหมู่บ้านมาแล้ว มีที่มากพอสำหรับพืชสองชนิดนี้ แต่เราต้องปรับร่องน้ำที่ระเกะระกะ ซึ่งขัดขวางการเพาะปลูกแปลงใหญ่และเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน หากไม่รีบจัดการ จะกระทบต่อผลผลิตอย่างร้ายแรงขอรับ เอ่อ พะยะค่ะ” คำราชาศัพท์นี่ช่างรำคาญจริง“เจ้าพูดธรรมดาเถอะ คำพูดเจ้าล้วนถือสาได้ยาก”คำพูดท่านอ๋อง ฉันฟังแล้ว... ความหมายมันพิลึก ๆ“แล้วเจ้ามีแผนแก้ไขอย่างไร?”“ข้าขอเสนอให้ปรับหน้าดิน พร้อมสร้างทางน้ำขึ้นใหม่ขอรับ! ขุดคลองส่งน้ำหลักจากแม่น้ำใหญ่เชื่อมต่อไปยังแปลงเพาะปลูก สร้างฝายกั้นน้ำขนาดเล็กเพื่อกักเก็บไว้ใช้ยามแล้งและควบคุมยามน้ำหลาก เพียงเท่านี้เราก็จะบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกฤดู”คนยุคนี้คุ้นชินแต่กับการพึ่งพาน้ำฝนตามธรรมชาติ การ ‘ควบคุมน้ำ’ เป็นสิ่งที่เกินจริงสำหรับพวกเขา“เจ้าหมายความว่าเราจะควบคุมน้ำได้ดั่งใจนึกเชียวหรือ?”“ขอรับ! ทั้งข้าวโพด มัน

  • บันทึกรักวิศวกรสาวข้ามภพ   ตอนที่ 46 จูบแรกของซินเยว่

    เดินไปได้สักพักใหญ่ๆ เริ่มรู้สึกว่าวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง...จู่ๆ เสียงฝีเท้าควบม้าอันคุ้นเคย พร้อมกับเงาดำทมิฬของม้าศึกตัวใหญ่ที่พุ่งตรงเข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง!เอี๊ยดดด... เสียงม้าเบรกในจินตนาการของฉันฉันสะดุ้งสุดตัวกระโดดหลบเข้าข้างทางเกือบไม่ทัน ฝุ่นกระจายจนต้องยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกเมื่อมองผ่านกลุ่มฝุ่น... ก็พบกับร่างสูงสง่าของท่านอ๋องมู่เฉินที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีดำสนิท ใบหน้าคมคายบึ้งตึงเช่นเคย สายตาดุๆ มองลงมาที่ฉันด้วยแววตาตำหนิเล็กน้อย“เจ้ามาทำอะไรอยู่แถวนี้คนเดียว?” ทำไม่รู้ไม่ชี้ว่าตัวเองนั่นแหละที่เป็นคนทิ้งฉันไว้‘อ้าวไอ้นี่! ถามได้... ก็เพราะแกไม่ใช่รึไงที่ขี่ม้าหนีไปก่อนน่ะห่ะ!’ฉันแอบแยกเขี้ยว ก่อนจะเงยหน้าตอบด้วยน้ำเสียงประจบสอพลอสุดปลอมกลับไป“ท...ท่านอ๋อง! ช่างบังเอิญเสียจริง ข้ากำลังกลับค่ายพะยะค่ะ!”มู่เฉินหรี่ตามองสำรวจสภาพเหงื่อโทรมกาย รองเท้าเปื้อนฝุ่น ท่าทางยืนโอนเอนของฉันแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขันขึ้นมาเล็กน้อยอย่างรู้ทัน

  • บันทึกรักวิศวกรสาวข้ามภพ   ตอนที่ 45 ศพปริศนา

    เขาไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ในหน้าของซินเยว่ผุดขึ้นมาละลายสมาธิการทำงานจนสิ้น ได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างเหม่อลอย“ท่านอ๋อง” เฉินเฟิงปรากฏตัวขึ้น“ว่ามา”“ได้เรื่องแล้วขอรับ”“ที่หมู่บ้านใกล้เคียงมีครอบครัวแปลกๆ เข้ามาอาศัยอยู่ช่วงหนึ่งขอรับ พวกเขาเป็นพ่อค้าต่างแดน ก่อนที่จะเกิดโรคระบาดขึ้นครอบครัวนี้ได้เข้ามาในหนานเจียงหลังจากนั้นไม่มีใครได้พบเจอเขาอีกเลย กระหม่อมตามสืบค้นจนเจอเป็นศพอยู่ในป่าขอรับ”“ศพอยู่ไหน”“โรงเก็บศพในค่ายทหารขอรับ”“ให้นักชันสูตรศพไปตรวจสอบอย่างละเอียด ให้ทหารเฝ้าศพอย่างเข้มงวดห้ามให้ใครเข้าใกล้ ระหว่างตรวจสอบศพเจ้าต้องอยู่ด้วยทุกครั้ง และห้ามแพร่งพรายเรื่องศพเป็นอันขาด” เสียงสั่งการเด็ดขาดเป็นระบบ แววตาวาวโรจน์ดุจมัจจุราช“ขอรับ” เฉินเฟิงรับทราบคำสั่งแล้วจึงรีบเร่งไปจัดการ.........................................................................................................มุมของซินเยว่มู่เฉินอ๋องมาส่ง แล้วก็กลับไปโดยไม่บอกอะไร แล้วขากลับฉันจะกลับยังไงละ ฉันมองแผ่นหลังของมู่เฉินที่ค่อยๆ

  • บันทึกรักวิศวกรสาวข้ามภพ   ตอนที่ 44 ซินเยว่คือใครกันแน่

    “ขึ้นมาสิ” เขายื่นมือมาให้ฉัน นี่เขาจะไปส่งฉันเหรอ เชื่อใจได้ป่ะเนี่ย“ชิ... เชื่อได้หรือ” ฉันยืนเฉยเหมือนไม่ได้ยิน สะบัดหน้ามองไปอีกทางอย่างไม่ใส่ใจว้ายยยย.. ฉันตกใจแทบขิต เมื่อร่างลอยละลิ่วปลิวลมไปตกบนหลังม้าด้านหน้าเขา ซึ่งตอนนี้สภาพของฉันคือ นั่งอยู่บนหลังม้าตัวเดียวกับเขา โดยมีท่านอ๋องปีศาจนั่งคร่อมซ้อนหลังอยู่ สองมือของเขายื่นไปจับสายเชือกบังเหียนม้า จนแผ่นหลังฉันกระแทกเข้ากับแผงอกแข็งๆ ของเขา“ข้าจะพาไป” แล้วเขาจะกระซิบข้างหูทำไมเนี่ย! ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้าฉันนั่งแข็งทื่อไม่กล้าหายใจ กลิ่นกายของเขาลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของที่ฉันน่าจะชินเพราะอาศัยในกระโจมเดียวกันตั้งหลายวัน แต่วันนี้กลับรู้สึกแปลก ๆ“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเสียงดัง จนฉันเริ่มอยู่ไม่ติด“ท่าน... หัวเราะอะไรอีก!”“ท่าทีของเจ้าช่างตลกนัก” เขายังไม่หยุดหัวเราะ เพียงแต่เบาเสียงลงเท่านั้น“หากเจ้าเป็นสตรี ท่าทางเช่นนี้คงเหมาะกับเจ้า” เขาพูดชิดริมหู จนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขา“ขะ... ข้า เป็นบุรุษขอรับ ท่า

  • บันทึกรักวิศวกรสาวข้ามภพ   ตอนที่ 43 เริ่มหวั่นไหว

    แรงกดดันในกระโจมเริ่มเบาบางลง มู่เฉินกลับมาหน้านิ่งก้มอ่านเอกสารอีกครั้ง โดยไม่สนใจฉันที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาแม้แต่น้อย“เดินไปสิ” ตอบง่ายเนอะ หากเดินสามก้าวถึงฉันคงไม่ด้านหน้ามาขอความช่วยเหลือหรอก“แต่มันไกลนะขอรับท่านอ๋อง” ฉันเริ่มมีอารมณ์ ‘ใจดำชิบ คนไร้น้ำใจที่สุดในสามโลก!’เงียบ...เขาละจากเอกสารมองฉันด้วยสายตาท้าทาย ท่านอ๋องมีมุมกวนประสาทคนอื่นด้วยหรือ“มันเรื่องของเจ้า หาใช่เรื่องของข้าไม่”อ้าววว พูดแบบนี้ในโลกของฉันตายมานักต่อนักแล้ว... ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ’“ชิ..” ฉันสะบัดหน้างอนตุ๊บป่องเดินปึงปังจากไปโดยไม่สนใจมารยาทใดๆ ทั้งสิ้นฉันเดินกระเท้าระบายอารมณ์โกรธไปตลอด เมื่ออารมณ์โมโหเริ่มเบาลง...“โอ้ยยยย เหนื่อยชะมัด! กว่าจะออกไปจากค่ายได้ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ขาคงเป็นตะคิวกันพิดี”ฉันบ่นพลางเดินกะเผลกๆ ไปตามบนถนนดินลูกรังไปพลาง เหงื่อไหลอาบสองข้างขมับลงมาถึงปลายคาง เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูดซับเหงื่อจนเป็นดวง แม้จะพยายามรักษากิริยาให้สมกับเป็นคุณชาย แต่ความเหนื่อยล้าก็ทำให้ฉันหลุดอาการออกมาเป็นระยะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status