Masuk"หึ... กล้าต่อรองกับฉันงั้นเหรอฟาร์"
ธามเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาประหลาดใจใจความเด็ดเดี่ยวที่เกิดขึ้นกะทันหันของเด็กสาวตรงหน้า ทว่ารอยยิ้มมุมปากกลับยิ่งลึกและร้ายกาจขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มปล่อยมือที่บีบคางเธอออก เปลี่ยนเป็นลูบไล้เส้นผมสลวยของเธอเล่นอย่างย่ามใจ "แล้วคุณคิดว่ายังไงล่ะคะ... ในเมื่อคุณบอกเองว่าหนูไม่มีสิทธิ์เลือก งั้นหนูก็ขอใช้สิ่งเดียวที่หนูมีอยู่ตอนนี้เพื่อแลกกับความปลอดภัยของพ่อ" ฟาร์เอ่ยเสียงเรียบ แม้ก้อนเนื้อในอกซ้ายจะเต้นระทึกจนแทบระเบิด "เงินสิบล้าน... กับตัวหนู คืนนี้คุณจะตีราคาหนูเท่าไหร่... คุณธาม" "ใจกล้าดีนี่... แววตาแบบนี้แหละที่ฉันอยากเห็น" ธามโน้มตัวเข้าไปใกล้ ขยับปลายนิ้วเชยคางมนของเธอขึ้นมาอีกครั้ง "แต่เธอคงลืมอะไรไปอย่างนะฟาร์... สัญญาที่พ่อเธอเซ็นไว้ มันระบุชัดเจนว่าถ้าไม่มีเงินมาคืนตามกำหนด ทั้งบ้านและตัวเธอต้องตกเป็นของฉันโดยไม่มีเงื่อนไขอยู่แล้ว แล้วทำไมฉันต้องยอมเซ็นสัญญาฉบับใหม่ให้เธอด้วยล่ะ" "แต่นั่นมันคือตอนที่ครบกำหนดเจ็ดวันไม่ใช่เหรอคะ!" ฟาร์สวนกลับทันควัน "แต่นี่มันเพิ่งผ่านไปแค่วันเดียว และตอนนี้หนูก็เป็นคนเดินเข้ามาหาคุณเอง ไม่ใช่เพราะคุณไปลากตัวหนูมา... ถ้าคุณอยากให้เกมนี้มันสนุกอย่างที่คุณต้องการ คุณก็ต้องยอมรับเงื่อนไขของหนูสิคะ" "โอ้... ฉลาดพูดนี่" ธามหัวเราะเสียงต่ำในลำคออย่างนึกสนุก "ชอบจังเลย เวลาเห็นลูกแมวพยายามจะแยกเขี้ยวใส่เสือ... ได้! ในเมื่อเธออยากจะเล่นเกมธุรกิจกับฉัน ฉันก็จะสนองให้" ธามปรายสายตาไปทางลูกน้องคนสนิท "เปา... ไปเอาเอกสารสัญญามา" "ครับนาย" เปารับคำสั่งก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้อง VIP ทันที ทิ้งให้ความเงียบอันกดดันโอบล้อมคนทั้งคู่เอาไว้อีกครั้ง "แล้วเรื่องราคาระคะ..." ฟาร์ถามย้ำ น้ำเสียงแฝงความขมขื่นที่พยายามปกปิดเอาไว้ "คืนนี้... คุณจะหักหนี้ให้พ่อหนูเท่าไหร่" "สองแสน... แต่ถ้าเธอทำดีถูกใจฉัน ฉันอาจจะหักหนี้ให้เธอสักห้าแสนก็ได้" ธามตอบเสียงเรียบ "สองแสนเองเหรอคะ!" ฟาร์เบิกตากว้าง "เงินสิบล้าน... ถ้าคืนละสองแสน หนูก็ต้อง..." "ใช่... เธอต้องอยู่ปรนนิบัติฉันกี่คืนก็ลองคำนวณดูสิฟาร์" ธามกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดชวนให้ขนลุกซู่ "และนั่นหมายถึงเธอต้องทำตามใจฉันทุกอย่าง... โดยไม่มีสิทธิ์ร้องขอ หรือทำหน้าอมทุกข์ให้ฉันหมดอารมณ์ แม้แต่นิดเดียว ถ้าฉันเห็นมันไหลออกมา... ฉันจะหักเงินคืนนั้นเหลือศูนย์ทันที" "คุณมัน..." ฟาร์เม้มปากแน่นจนห่อเลือด หมัดเล็กๆ ทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนสั่น "เลือกเอาหนูน้อย... เธอจะยอมรับราคาสองแสนแล้วเซ็นสัญญา หรือจะเดินออกไปตอนนี้แล้วรอรับศพพ่อเธอพรุ่งนี้เช้า" ธามยื่นคำขาด สายตาไร้ความปรานีจ้องมองมาราวกับจะแผดเผา ฟาร์หลับตาลงช้าๆ หยาดน้ำตาที่เกือบจะไหลถูกสะบัดทิ้งไปในความมืด ก่อนจะลืมตาขึ้นมาสบตาปีศาจตรงหน้าอีกครั้งด้วยความราบเรียบ "ตกลงค่ะ... สองแสนก็สองแสน เอาสัญญากับปากกามาได้เลยค่ะ" แต่ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ปลายตาไปมองที่เปาลูกน้องคงจะเหมือนของเขา เธอก็ต้องหยุดชะงักลงทันที "อุื้อก!... อื้อ..." เสียงหวานประท้วงในลำคอได้เพียงแค่นั้นเมื่อเรียวปากบางถูกบดขยี้อย่างรุนแรง ธามบีบปลายคางมนของฟาร์แน่นจนเธอต้องอ้าปากรับสัมผัสอันจาบจ้วง ดุดัน และเผด็จการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาจูบเธออย่างป่าเถื่อนบนตักกว้างต่อหน้าลูกน้องชุดดำที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบห้องอย่างไม่แคร์สายตาใคร เป็นการตอกย้ำให้เด็กสาวตระหนักถึงสถานะของตัวเองในตอนนี้ ว่าเธอเป็นแค่สินค้าที่ไม่มีสิทธิ์เลือกหรือต่อรองอะไรทั้งสิ้น จ๊วบ!! "อึก! อื้อ! น่าเกลียดที่สุด" เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก ฟาร์ก็หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดจนอกเพื่อสั่นสะท้าน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเจ็บและบอบช้ำ นัยน์ตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่จวนเจียนจะไหล แต่เธอกับต้องฝืนกลืนมันลงไปเพราะคำขู่ก่อนหน้า "เริ่มงานของเธอได้แล้วแม่หนู... รินเหล้าแล้วป้อนฉันด้วยปากของเธอซะ" ธามกระซิบสั่งชิดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเธออย่างผู้เหนือกว่า "แต่สัญญาณยังไม่ทันได้เซ็นเลยนะคะ" "แล้วยังไง ตกลงกันไปแล้วต้องรออะไรอีก" "ฮึก... คนแบบนี้ก็มี แค่ตกลงกันแค่นี้ก็คิดจะเริ่มเลยหรือไง อดอยากมาจากไหนกัน" ฟาร์พึมพำเสียงแผ่ว พยายามเบือนหน้าหนีจากสายตาคู่นั้นด้วยความขยะแขยงและอัปยศอดสูถึงขีดสุด "ฉันบอกแล้วไงว่าเธอไม่มีสิทธิ์ด่า หรือตั้งคำถาม" ธามกดเสียงต่ำพลางเอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้าที่เพิ่งชงใหม่ยัดใส่มือบาง "ทำตามที่ฉันสั่ง... ไม่อย่างนั้นข้อตกลงสองแสนเมื่อครู่จะถือเป็นโมฆะ และพ่อของเธอจะเดือดร้อนยิ่งกว่าเดิม""หึ... กล้าต่อรองกับฉันงั้นเหรอฟาร์"
"ขอบคุณครับคนดี... ขอบคุณมากๆ นะครับ พี่รักฟาร์นะครับ" ธามกระซิบพึมพำชิดหลังมือบาง นัยน์ตาคมทอประกายหวานฉ่ำ "ฟาร์ก็รักพี่ธามค่ะ" แชะ! แชะ! แชะ! แสงแฟลชรัวกดถ่ายภาพช่วงเวลาอันงดงามนี้ไว้ทันที เสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ หลังจากพิธีสวมแหวนและหลั่งน้ำพระพุทธมนต์อันแสนอบอุ่นเสร็จสิ้นลง เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองสดใสก็ดังขึ้นทั่วทั้งงาน เป็นสัญญาณว่าพิธีการอย่างเป็นทางการได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงเวลาสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุข ความสนุกสนานและการบันทึกความทรงจำของทุกคน "เอาล่ะครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน!" พิธีกรประกาศผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงสดใส "ขอเชิญบรรดาคุณพ่อ คุณแม่ คุณย่า คุณยาย รวมถึงเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวทุกท่าน ก้าวขึ้นมาบนเวทีเพื่อร่วมถ่ายภาพหมู่ครอบครัวและกัลยาณมิตรเป็นความทรงจำอันงดงามร่วมกันครับ!" ธามในชุดสูทสีขาวครีมสุดสง่าประคองฟาร์ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ลุกขึ้นยืน ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำที่ปิดไม่มิด ก่อนจะหันไปต้อนรับผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมาบนเวที วริศเดินนำขึ้นมาเป็นคนแรก ชายแก่ยิ
"ใช่ค่ะ! คุณธามก็หล่อสง่างามสมเป็นประธานใหญ่ ส่วนหนูฟาร์ก็สวยหวานน่ารักหยาดเยิ้มมาก เหมาะสมกันที่สุด ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคู่นี้อีกแล้ว!" เสียงญาติสนิทอีกคนเอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้ม ปายวาดที่ยืนอยู่ข้างพงษ์เดชยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง "คุณคะ... ดูลูกเราสิคะ หล่อและดูมีความสุขขนาดไหน หนูฟาร์ก็น่าเอ็นดูเหลือเกิน ดิฉันตื้นตันใจจนพูดไม่ออกแล้วค่ะ" "ฮ่าๆๆ! เออ! ผมเห็นแล้วคุณหญิงปายวาด! ไอ้ธามมันทำได้ดีจริงๆ วันนี้มันหล่อสมเป็นลูกชายพงษ์เดช!" พงษ์เดชหัวเราะร่าพลางตบบ่าภรรยาเบาๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ทางด้านเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่ยืนมองอยู่ข้างพิธี จูนยกมือขึ้นกุมอก ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติ "โอ๊ย... ยายฟาร์ แกโชคดีมากจริงๆ สวยด้วย ซาบซึ้งด้วย ฉันน้ำตาไหลจนเครื่องสำอางจะหลุดหมดแล้วเนี่ย!" อคินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะขยับเข้ามาเอ่ยเย้าจูนด้วยรอยยิ้มกวนๆ "แหมคุณ... ร้องไห้ซะเป็นนางเอกเลยนะ ถ้าอยากอินขนาดนี้ วันหลังลองมาแต่งกับผมดูไหมล่ะครับ รับรองซาบซึ้งไม่แพ้คู่นี้แน่" จูนหันกวับมามองอคินทันทีพร้อมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "เหอะ! ฝันไ
แชตเตอร์! แชตเตอร์! แชตเตอร์! เสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัวของช่างภาพมืออาชีพดังก้องรัวไม่ขาดสาย แสงแฟลชสว่างวาบวิบวับส่องประกายวูบวาบไปทั่วทั้งงาน ร่างบางถูกห้อมล้อมด้วยความงามอันทรงคุณค่า ขณะที่ธามซึ่งยืนรออยู่ด้านล่าง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวผู้เป็นดวงใจเพียงคนเดียว นัยน์ตาคมคายรื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน รอยยิ้มเปี่ยมสุขผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเจ้าสาวของเขาด้วยความเคารพและความรักอันล้นพ้น "สวยมาก..." คำชมนั้นหลุดออกมาจากปากเจ้าบ่าวอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังตะลึงจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง จนกระทั่งสองพ่อลูกก้าวลงมาถึงบันไดขั้นล่างสุด วริศหยุดนิ่งลง ชายแก่มองหน้าลูกสาวคนเดียวด้วยความรักที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่คนเป็นพ่อจะมอบให้ได้ ก่อนจะหันมามองธามที่ยืนตรงอยู่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม วริศสูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำตาแห่งความปิติล้นพ้นไหลซึมออกมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ ชายแก่ค่อยๆ ประคองมือนุ่มของฟาร์ แล้วนำไปวางลงบนฝ่ามือแกร่งของธามอย่างเบามือและมั่นคง "ตาธาม..." วริศเอ่ยด้
ตินเดินเข้ามาหาธาม ชายหนุ่มสบตากับคู่แข่งในวันวานก่อนจะยื่นมือออกไปหา "ยินดีด้วยนะธาม วันนี้นายหล่อมากจริงๆ... ฉันฝากดูแลฟาร์ด้วยนะ" ธามมองมือของตินนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับแน่นแล้วกระชับอย่างหนักแน่น "ขอบใจมากนะติน... ขอบใจที่ยอมมาร่วมงานและมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ฉัน ฉันสัญญาด้วยชีวิตว่าจะดูแลฟาร์ให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วง" ตินยิ้มรับเบาๆ "ฉันเชื่อใจนาย" โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! เมื่อได้เวลาฤกษ์ดี ขบวนขันหมากสุดยิ่งใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นทางการ ความสุขและเสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ธามเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าสง่างามและรอยยิ้มกว้าง ถัดไปด้านหลังคือพงษ์เดชและปายวาด ผู้เป็นพ่อและแม่ที่แต่งกายหรูหรา หน้าตาบานฉ่ำไปด้วยความภาคภูมิใจและรอยยิ้มปิติ ตามด้วยบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย รวมถึงเหล่าชายชุดสูทสีเข้มของกลุ่มมาเฟียพันธมิตรที่มาร่วมเดินขบวนขันหมากกันอย่างพร้อมเพรียง สร้างความเกรียงไกรและยิ่งใหญ่จนทุกคนในงานต่างมองด้วยความทึ่ง ขบวนขันหมากค่อยๆ เคลื่อนผ่านสวนดอกไม้ขึ้นมารายล้อมจนถึงบริเวณหน้าบ้าน ธามเดินนำผู้ใหญ่
"ไม่เวอร์เลยแก! คุณลุงวริศดูสิคะ ยายฟาร์วันนี้สวยจนหนูยังอยากขอแต่งงานเองเลยค่ะ!" จูนหันไปฟ้องวริศอย่างอารมณ์ดี วริศยิ้มรับพร้อมหัวเราะเบาๆ "พ่อก็บอกยายฟาร์ไปแบบนั้นเหมือนกันจ้ะหนูจูน ว่าวันนี้ฟาร์เขาสวยเหมือนแม่เขาไม่มีผิดเลย" "ใช่ไหมล่ะคะคุณลุง!" จูนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยสุดตัว ก่อนจะหันมาจัดเวลสีขาวหลังหัวให้ฟาร์อย่างเบามือ "แหม... ยายฟาร์ได้เป็นเจ้าสาวคนแรกของกลุ่มเลยนะเนี่ย เอาจริงฉันโคตรตื่นเต้นแทนแกเลยว่ะ ตื่นเต้นจนเมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ!" "แกตื่นเต้นอะไรก่อนจูน คนที่จะแต่งงานคือฉันไหมล่ะ" ฟาร์เอ่ยเย้าเพื่อนรัก "เอ้า! ก็ฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นแกมีความสุขไงยะ! แถมพี่ธามนะ... เมื่อเช้าฉันเดินผ่านห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว เห็นพี่เขานั่งเกร็งจัดเนคไทหลุดไปสามรอบ คิดดูสิ ประธานหมื่นล้านผู้เย็นชา แต่ตอนนี้ตื่นเต้นจนแทบช็อกตายคาห้องแต่งตัวแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ" จูนหัวเราะร่า โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! ยังไม่ทันที่จูนจะพูดจบ เสียงดนตรีโห่ร้องก้องกังวานของขบวนแห่ขันหมากจากทางเจ้าบ่าวก็ดังกระหึ่มมาจากบริเวณประตูหน้าคฤหาสน์ เสียงโห่
สองเดือนต่อมา ในที่สุดเข็มนาฬิกาแห่งช่วงเวลาสำคัญก็เดินทางมาถึงวันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยอย่างจดจ่อ นั่นคือวันพิธีมงคลสมรสระหว่างธามและฟาร์ สถานที่จัดงานในวันนี้ไม่ได้ไกลที่ไหน แต่เป็นคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่โตของธามที่ถูกเนรมิตใหม่ทั้งหมด บรรยากาศรอบบริเวณบ้านประดับประดาไปด้วยซุ้มดอกไม้สดโทนสีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นดอก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิ ดอกลิลลี่ และกุหลาบขาว ลอยอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งงาน สะท้อนแสงแดดยามเช้าอันอบอุ่น เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองไพเราะหวานหวามคลอบางเบา ผู้คนที่มาร่วมงานต่างมีแต่รอยยิ้ม รอยยินดีและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่า ณ ห้องแต่งตัวเจ้าสาวชั้นบนของตัวบ้าน บรรยากาศกลับเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความตื้นตันใจที่ยากจะเอ่ย ฟาร์นั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์อันแสนประณีต ลูกไม้เนื้อดีปักดิ้นเงางามโอบล้อมเรือนร่างได้อย่างพอดี ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างงดงามลงตัว ผมสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเป็นระเบียบพร้อมประดับด้วยเวลสีขาวนวล เธอดูสวยสะพรั่ง เลอค่า และน่ารักมากจนยากจะละสายตา เสียงประตูห้องเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างของวริศผู้เป็นพ่อที่ก้า
"ถึงยังไง คุณไม่มีวันได้ครอบครองหนูหรอก... " ฟาร์พยายามขัดขืน แต่แรงปะทะที่ได้กลับมาคือสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเธออย่างจาบจ้วง จนเธอทำได้เพียงกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยความทรมานใจที่ต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคร้ง! เสียงแก้วคริสตัลถูกปัดกระเด็นไปกระท
"ฮือออ ได้โปรดเถอะค่ะคุณคะ ให้หนูทำอย่างอื่นเถอะนะคะ ล้างจานก็ได้ ขัดรองเท้าก็ได้ หรือจะให้หนูทำความสะอาดบ้านคุณหนูก็ยอมค่ะ แต่อย่าให้หนูทำแบบนี้เลยนะคะ..." เสียงหวานสะอื้นไห้ระงมจนแทบขาดใจ ฟาร์ยกมือขึ้นไหว้หงึกๆ ชายหนุ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางบนใบหน
เพล้ง!! แก้วคริสตัลราคาแพงร่วงหล่นจากมือเล็กที่สั่นเทา กระทบเข้ากับขอบโต๊ะกระจกจนแตกกระจายละเอียด น้ำสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นพรมหรูหรา ทว่าเสียงของมีคมที่แตกหักนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสายตาคมกริบของชายที่นั่งอยู่ข้างกาย "อะไรกัน" ธามเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นท่าทางของเด็
"ซี๊ดดดด ฟู้วววว!"เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกอย่างเด็ดเดี่ยว ในหัวนึกถึงใบหน้าของพ่อที่รออยู่ เพื่อพ่อแล้ว ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีเธอก็ต้องเดินต่อไป"หนูพร้อมแล้วค่ะเจ๊""โฮ้ววว! สวยมา แบบนี้คุณๆ เขาต้องชอบแน่ๆ"เบลมองคนตัวเล็กตรงหน้าแล้วเธอก็อดชื่นชมไม่ได้ ตอนแต่งตัวธรรมดาว่าสวยแล้ว พอใส่







