LOGIN"ขอบคุณครับคนดี... ขอบคุณมากๆ นะครับ พี่รักฟาร์นะครับ" ธามกระซิบพึมพำชิดหลังมือบาง นัยน์ตาคมทอประกายหวานฉ่ำ "ฟาร์ก็รักพี่ธามค่ะ" แชะ! แชะ! แชะ! แสงแฟลชรัวกดถ่ายภาพช่วงเวลาอันงดงามนี้ไว้ทันที เสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ หลังจากพิธีสวมแหวนและหลั่งน้ำพระพุทธมนต์อันแสนอบอุ่นเสร็จสิ้นลง เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองสดใสก็ดังขึ้นทั่วทั้งงาน เป็นสัญญาณว่าพิธีการอย่างเป็นทางการได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงเวลาสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุข ความสนุกสนานและการบันทึกความทรงจำของทุกคน "เอาล่ะครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน!" พิธีกรประกาศผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงสดใส "ขอเชิญบรรดาคุณพ่อ คุณแม่ คุณย่า คุณยาย รวมถึงเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวทุกท่าน ก้าวขึ้นมาบนเวทีเพื่อร่วมถ่ายภาพหมู่ครอบครัวและกัลยาณมิตรเป็นความทรงจำอันงดงามร่วมกันครับ!" ธามในชุดสูทสีขาวครีมสุดสง่าประคองฟาร์ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ลุกขึ้นยืน ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำที่ปิดไม่มิด ก่อนจะหันไปต้อนรับผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมาบนเวที วริศเดินนำขึ้นมาเป็นคนแรก ชายแก่ยิ
"ใช่ค่ะ! คุณธามก็หล่อสง่างามสมเป็นประธานใหญ่ ส่วนหนูฟาร์ก็สวยหวานน่ารักหยาดเยิ้มมาก เหมาะสมกันที่สุด ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคู่นี้อีกแล้ว!" เสียงญาติสนิทอีกคนเอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้ม ปายวาดที่ยืนอยู่ข้างพงษ์เดชยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง "คุณคะ... ดูลูกเราสิคะ หล่อและดูมีความสุขขนาดไหน หนูฟาร์ก็น่าเอ็นดูเหลือเกิน ดิฉันตื้นตันใจจนพูดไม่ออกแล้วค่ะ" "ฮ่าๆๆ! เออ! ผมเห็นแล้วคุณหญิงปายวาด! ไอ้ธามมันทำได้ดีจริงๆ วันนี้มันหล่อสมเป็นลูกชายพงษ์เดช!" พงษ์เดชหัวเราะร่าพลางตบบ่าภรรยาเบาๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ทางด้านเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่ยืนมองอยู่ข้างพิธี จูนยกมือขึ้นกุมอก ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติ "โอ๊ย... ยายฟาร์ แกโชคดีมากจริงๆ สวยด้วย ซาบซึ้งด้วย ฉันน้ำตาไหลจนเครื่องสำอางจะหลุดหมดแล้วเนี่ย!" อคินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะขยับเข้ามาเอ่ยเย้าจูนด้วยรอยยิ้มกวนๆ "แหมคุณ... ร้องไห้ซะเป็นนางเอกเลยนะ ถ้าอยากอินขนาดนี้ วันหลังลองมาแต่งกับผมดูไหมล่ะครับ รับรองซาบซึ้งไม่แพ้คู่นี้แน่" จูนหันกวับมามองอคินทันทีพร้อมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "เหอะ! ฝันไ
แชตเตอร์! แชตเตอร์! แชตเตอร์! เสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัวของช่างภาพมืออาชีพดังก้องรัวไม่ขาดสาย แสงแฟลชสว่างวาบวิบวับส่องประกายวูบวาบไปทั่วทั้งงาน ร่างบางถูกห้อมล้อมด้วยความงามอันทรงคุณค่า ขณะที่ธามซึ่งยืนรออยู่ด้านล่าง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวผู้เป็นดวงใจเพียงคนเดียว นัยน์ตาคมคายรื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน รอยยิ้มเปี่ยมสุขผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเจ้าสาวของเขาด้วยความเคารพและความรักอันล้นพ้น "สวยมาก..." คำชมนั้นหลุดออกมาจากปากเจ้าบ่าวอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังตะลึงจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง จนกระทั่งสองพ่อลูกก้าวลงมาถึงบันไดขั้นล่างสุด วริศหยุดนิ่งลง ชายแก่มองหน้าลูกสาวคนเดียวด้วยความรักที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่คนเป็นพ่อจะมอบให้ได้ ก่อนจะหันมามองธามที่ยืนตรงอยู่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม วริศสูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำตาแห่งความปิติล้นพ้นไหลซึมออกมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ ชายแก่ค่อยๆ ประคองมือนุ่มของฟาร์ แล้วนำไปวางลงบนฝ่ามือแกร่งของธามอย่างเบามือและมั่นคง "ตาธาม..." วริศเอ่ยด้
ตินเดินเข้ามาหาธาม ชายหนุ่มสบตากับคู่แข่งในวันวานก่อนจะยื่นมือออกไปหา "ยินดีด้วยนะธาม วันนี้นายหล่อมากจริงๆ... ฉันฝากดูแลฟาร์ด้วยนะ" ธามมองมือของตินนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับแน่นแล้วกระชับอย่างหนักแน่น "ขอบใจมากนะติน... ขอบใจที่ยอมมาร่วมงานและมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ฉัน ฉันสัญญาด้วยชีวิตว่าจะดูแลฟาร์ให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วง" ตินยิ้มรับเบาๆ "ฉันเชื่อใจนาย" โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! เมื่อได้เวลาฤกษ์ดี ขบวนขันหมากสุดยิ่งใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นทางการ ความสุขและเสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ธามเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าสง่างามและรอยยิ้มกว้าง ถัดไปด้านหลังคือพงษ์เดชและปายวาด ผู้เป็นพ่อและแม่ที่แต่งกายหรูหรา หน้าตาบานฉ่ำไปด้วยความภาคภูมิใจและรอยยิ้มปิติ ตามด้วยบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย รวมถึงเหล่าชายชุดสูทสีเข้มของกลุ่มมาเฟียพันธมิตรที่มาร่วมเดินขบวนขันหมากกันอย่างพร้อมเพรียง สร้างความเกรียงไกรและยิ่งใหญ่จนทุกคนในงานต่างมองด้วยความทึ่ง ขบวนขันหมากค่อยๆ เคลื่อนผ่านสวนดอกไม้ขึ้นมารายล้อมจนถึงบริเวณหน้าบ้าน ธามเดินนำผู้ใหญ่
"ไม่เวอร์เลยแก! คุณลุงวริศดูสิคะ ยายฟาร์วันนี้สวยจนหนูยังอยากขอแต่งงานเองเลยค่ะ!" จูนหันไปฟ้องวริศอย่างอารมณ์ดี วริศยิ้มรับพร้อมหัวเราะเบาๆ "พ่อก็บอกยายฟาร์ไปแบบนั้นเหมือนกันจ้ะหนูจูน ว่าวันนี้ฟาร์เขาสวยเหมือนแม่เขาไม่มีผิดเลย" "ใช่ไหมล่ะคะคุณลุง!" จูนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยสุดตัว ก่อนจะหันมาจัดเวลสีขาวหลังหัวให้ฟาร์อย่างเบามือ "แหม... ยายฟาร์ได้เป็นเจ้าสาวคนแรกของกลุ่มเลยนะเนี่ย เอาจริงฉันโคตรตื่นเต้นแทนแกเลยว่ะ ตื่นเต้นจนเมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ!" "แกตื่นเต้นอะไรก่อนจูน คนที่จะแต่งงานคือฉันไหมล่ะ" ฟาร์เอ่ยเย้าเพื่อนรัก "เอ้า! ก็ฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นแกมีความสุขไงยะ! แถมพี่ธามนะ... เมื่อเช้าฉันเดินผ่านห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว เห็นพี่เขานั่งเกร็งจัดเนคไทหลุดไปสามรอบ คิดดูสิ ประธานหมื่นล้านผู้เย็นชา แต่ตอนนี้ตื่นเต้นจนแทบช็อกตายคาห้องแต่งตัวแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ" จูนหัวเราะร่า โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! ยังไม่ทันที่จูนจะพูดจบ เสียงดนตรีโห่ร้องก้องกังวานของขบวนแห่ขันหมากจากทางเจ้าบ่าวก็ดังกระหึ่มมาจากบริเวณประตูหน้าคฤหาสน์ เสียงโห่
สองเดือนต่อมา ในที่สุดเข็มนาฬิกาแห่งช่วงเวลาสำคัญก็เดินทางมาถึงวันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยอย่างจดจ่อ นั่นคือวันพิธีมงคลสมรสระหว่างธามและฟาร์ สถานที่จัดงานในวันนี้ไม่ได้ไกลที่ไหน แต่เป็นคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่โตของธามที่ถูกเนรมิตใหม่ทั้งหมด บรรยากาศรอบบริเวณบ้านประดับประดาไปด้วยซุ้มดอกไม้สดโทนสีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นดอก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิ ดอกลิลลี่ และกุหลาบขาว ลอยอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งงาน สะท้อนแสงแดดยามเช้าอันอบอุ่น เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองไพเราะหวานหวามคลอบางเบา ผู้คนที่มาร่วมงานต่างมีแต่รอยยิ้ม รอยยินดีและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่า ณ ห้องแต่งตัวเจ้าสาวชั้นบนของตัวบ้าน บรรยากาศกลับเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความตื้นตันใจที่ยากจะเอ่ย ฟาร์นั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์อันแสนประณีต ลูกไม้เนื้อดีปักดิ้นเงางามโอบล้อมเรือนร่างได้อย่างพอดี ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างงดงามลงตัว ผมสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเป็นระเบียบพร้อมประดับด้วยเวลสีขาวนวล เธอดูสวยสะพรั่ง เลอค่า และน่ารักมากจนยากจะละสายตา เสียงประตูห้องเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างของวริศผู้เป็นพ่อที่ก้า
"ได้สิ... เดี๋ยวพี่ติดต่อเบลให้แล้วกันนะ" "ขอบคุณมากๆ นะคะพี่เอ๋ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" ฟาร์รีบยกมือขึ้นไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ แววตาที่เคยสิ้นหวังกลับมีประกายความหวังจุดขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นความหวังที่ริบหรี่และต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดก็ตาม "อืม... ไม่เป็นไร พี่ก็ช่วยเราได้เท่าที่ช่วยได้
ก๊อกๆๆ... "เชิญเลยค่ะ" เอ๋ที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองเอกสารและรูปถ่ายนางแบบบนโต๊ะเงยหน้าขึ้นอนุญาต เมื่อประตูเปิดออกและเห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มเอ็นดูตามประสาพี่สาวใจดีก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ขออนุญาตค่ะพี่เอ๋" "ว่าไงจ๊ะฟาร์ ลมอะไรหอบมาหาพี่ถึงนี่ล่ะ" เอ๋วางปากกาลงพลางขยับแว่นสายตา "ปกติเ
"นายครับ..." เปาลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ พลางเหลือบมองเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง "นายให้เวลาสองพ่อลูกนั่นตั้งหนึ่งสัปดาห์เลยเหรอครับ... ผมว่ายังไงซะ สองพ่อลูกนั่นก็ไม่มีทางหาเงินสิบล้านมาคืนให้นายได้อยู่แล้ว" ธามกระตุกยิ้มที่มุมปากเพียงนิด เขาละสายตาจากข้างท
"กลับ" น้ำเสียงเข้มเฉียบขาดของธามสั่งการลูกน้องเพียงคำเดียว ร่างสูงสง่าหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากบ้านที่พังยับเยิน ทว่าก้าวไปได้เพียงสองก้าวฝีเท้าหนักๆ นั้นก็หยุดชะงักลง ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันกลับมามองเด็กสาวตัวเล็กที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้น แล้วลูกน้องทุกคนต่างก็หยุดนิ่งเป็นหุ่นปั้







