Masuk"รวมถึงเรื่องเรียนของฟาร์ด้วย..." ธามหันไปมองฟาร์ด้วยสายตาที่ทอดมองอย่างทะนุถนอมและห่วงใยสุดหัวใจ "ฟาร์ต้องได้กลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดิม ต้องได้เรียนจนจบปริญญาอย่างที่ฟาร์เคยตั้งใจไว้นะ ความฝันและอนาคตของฟาร์ไม่ควรจะต้องมารับกรรมหรือหยุดชะงักลงเพราะคนงี่เง่าอย่างฉัน..." "คุณธาม... เอ่อ..." ฟาร์พึมพำเสียงแผ่วในลำคอ หัวใจสับสนและสั่นคลอนอย่างหนัก "ถ้าฟาร์ไม่อยากเห็นหน้าฉัน... ถ้าฟาร์เกลียดฉันมากจนไม่อยากให้อยู่ในสายตา..." ธามเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ริมฝีปากสั่นระริกเมื่อต้องเอ่ยประโยคถัดมา "ฉันสัญญา... ฉันจะไม่เข้าไปวุ่นวาย ไม่เข้าไปปรากฏตัวให้ฟาร์ต้องอึดอัดหรือกังวลใจเลยแม้แต่วินาทีเดียว ฉันจะถอยออกมาอยู่ในที่ของฉัน จะคอยมองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น ขอแค่ให้ฟาร์ได้กลับไปใช้ชีวิตสดใสเหมือนเดิม ขอแค่ให้คุณลุงได้ดูแลฟาร์อย่างเต็มที่ในบ้านของเรา... แค่นี้จริงๆ ครับที่ผมอยากจะขอ" วริศยืนฟังสิ่งที่มาเฟียหนุ่มพูดออกมาด้วยความอึ้งงัน สายตาของคนเป็นพ่อเริ่มวูบไหวเมื่อเห็นว่าธามยอมลดทิฐิและยอมเสียสละถึงขนาดนี้เพื่อแลกกับความสุขของลูกสาวตน "ฉันรักเธอมากนะฟาร์..." ธามเอ่ย
"แต่คุณรู้ไหมครับคุณธาม... คำว่าขอโทษของคุณเพียงคำเดียว มันไม่ได้ช่วยลบล้างรอยแผลเป็นในใจของลูกสาวผมได้เลยสักนิด ที่ผ่านมาคุณทำอะไรไว้กับฟาร์บ้าง คุณใช้หนี้สินมาบีบบังคับเธอ คุณมองเธอเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่สิ่งของที่คุณจะทำร้ายหรือโยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ลูกสาวผมต้องแอบร้องไห้จนแทบขาดใจไปกี่ครั้ง ต้องฝันร้ายเพราะความกลัวคุณไปกี่หน คุณเคยรับรู้มันบ้างไหม!" ธามนิ่งอึ้งไป ใบหน้าคมคายฉายแววเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส คำพูดของวริศเหมือนเข็มพันเล่มที่แทงลงกลางอกของเขาตรงๆ "ลูกสาวผมเป็นเด็กดีมาตลอดชีวิตเธอไม่เคยทำร้ายใคร..." วริศพูดต่อทั้งน้ำตาที่เริ่มไหลอาบแก้ม "แต่พอเธอต้องมาเจอคุณ ชีวิตของเธอก็เหมือนตกอยู่ในฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น วันนี้เธอกล้าตบหน้าคุณ เธอกล้าสู้คุณ นั่นไม่ใช่เพราะเธอเกลียดคุณอย่างเด็ดเดียวหรอกครับ... แต่มันเป็นเพราะเธอแตกสลายจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไงแล้ว!" "คุณลุงครับ... ผม..." ธามพยายามจะเอ่ยปาก แต่วริศกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ "ถ้าคุณบอกว่าคุณรักฟาร์จริงๆ... ถ้าคุณไม่ได้รักแค่ความรู้สึกอยากเอาชนะของตัวเอง ผมขอร้องล่ะครับคุณธาม" วริศเค้นเสียงพูดออกม
"ที่ผ่านมาฉันรู้ตัวดีว่าฉันทำผิดกับเธอไว้มากเหลือเกิน..." ธามเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดรวดร้าว "ฉันใช้หนี้สินมาบีบบังคับเธอ ฉันทำร้ายจิตใจเธอสารพัด ทั้งที่ความจริงแล้ว... ในใจของฉันมันมีแต่เธอมาตลอด ฉันควรที่จะบอกความรู้สึกจริงๆ ให้เธอรู้ตั้งแต่วันแรกที่รู้ใจตัวเอง แต่ฉันมันโง่เอง ฉันมันขี้ขลาดและหลงคิดว่าการใช้อำนาจกดเธอไว้จะทำให้เธออยู่กับฉันตลอดไป" "คุณ... คุณรู้ตัวไหมคะว่ากำลังพูดอะไรออกมา" ธามกระชับมือเล็กแนบอกแกร่งตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นแรง "รู้สิ... ฉันรู้ว่าฉันเอาแต่ทำร้ายเธอแต่พอเห็นเธอเดินจากไป พอคิดว่ามือคู่นี้จะไม่มีวันได้จับเธออีก... ฉันถึงได้รู้ว่าอำนาจหรือเงินทองพวกนั้นมันไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าไม่มีเธออยู่ตรงนี้ ฟาร์... อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ จะให้ฉันกราบขอโทษพ่อเธอ จะให้ฉันชดใช้ด้วยอะไรก็ได้... ขอแค่เธอกลับมาหาฉัน ให้โอกาสผู้ชายโง่ๆ คนนี้ได้เริ่มต้นใหม่อย่างถูกต้องกับเธออีกสักครั้งเถอะนะฟาร์" "คุณธามคะ... ลุกขึ้นเถอะค่ะ" ฟาร์เอ่ยเสียงสั่นเครือ สองมือบางที่ถูกจับไว้ยกขึ้นพยายามฉุดรั้งร่างสูงให้ลุกขึ้นมา เธอทำตัวไม่ถูกจริงๆ ความรู้สึกในหัวมันตีกันยุ่งเห
"ฟาร์... ช่วยยกโทษให้ฉันเถอะนะ ฉัน..." ธามก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ โดยที่คราวนี้ตินไม่ได้ขยับเข้ามาขวาง เพราะตัวตินเองก็กำลังตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของมาเฟียหนุ่ม ธามเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร่างบางในระยะประชิด นัยน์ตาคู่คมที่เคยมืดมนบัดนี้สะท้อนเพียงแค่เงาของเธออย่างเว้าวอน "คุณธาม..." ฟาร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด น้ำตาเม็ดใสยังคงไหลอาบแก้มเนียนทั้งสองข้างไม่ขาดสาย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาความจริง "ผม... ผมผิดเอง" "ทำไมคะ..." ฟาร์เอ่ยถามเสียงสั่นพร่า ร่างกายยังคงสั่นเทาด้วยความสับสน "ทำไมถึงต้องมาพูดแบบนี้ในวันที่คุณบีบให้หนูต้องสูญเสียทุกอย่าง... ทำไมถึงเพิ่งมาขอโอกาสในตอนที่หนูพยายามจะตัดใจจากคุณคะคุณธาม" "เพราะฉันมันโง่เองไงฟาร์..." ธามยกมือหนาที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมไปประคองพวงแก้มเนียนของเธอไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนจนฟาร์แทบจะกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่ "ฉันคิดว่าฉันควบคุมทุกอย่างได้ คิดว่าแค่เงินกับอำนาจจะรั้งเธอไว้ได้ตลอดไป... แต่พอเห็นเธอเดินหันหลัง
"ฟาร์! แกเป็นยังไงบ้างแก!" จูนรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคว้าแขนของฟาร์ไว้แน่น แล้วดึงเพื่อนสนิทให้ถอยห่างออกมาจากธามทันที ก่อนที่จูนจะหันไปมองรอบๆ ตัวด้วยสายตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดผวา ขบวนรถเอสยูวีหลายคันจอดปิดกั้นเลนถนนหลวงไว้จนมิด ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ในชุดดำยืนล้อมพื้นที่ไว้ราวกับฉากในหนังเจ้าพ่อ ‘ผู้ชายคนนี้... ไม่ธรรมดาจริงๆ’ จูนคิดในใจด้วยความสะพรึงกลัว เธอไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตจริงจะได้มาเจอมาเฟียที่มีอิทธิพลล้นฟ้าและกล้าทำเรื่องอุกอาจปิดถนนกลางวันแสกๆ ได้ขนาดนี้ "คุณมีสิทธิ์อะไรมาดักหน้ารถคนอื่นแบบนี้คุณธาม!" ตินกางแขนออกขวางหน้าฟาร์กับจูนไว้ ตวาดใส่หน้าธามอย่างไม่เกรงกลัว "เงินหนี้สินพวกเราก็เอาไปคืนให้คุณหมดแล้ว สัญญาก็จบไปแล้ว คุณยังจะตามมาราวีอะไรฟาร์อีก! คุณจะบีบคั้นให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคมเลยใช่ไหม!" "หุบปากไปซะไอ้ติน!" ธามกัดฟันกรอด กดเสียงต่ำจนน่ากลัว "เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างกูกับฟาร์ มึงเป็นคนนอก... อย่าสะเออะมาแส่เรื่องของผัวเมีย!" "ใครผัวเมียคุณมิทราบ!" ฟาร์ตะโกนแทรกขึ้นมาทั้งน้ำตา เธอเดินเบี่ยงตัวออกมาจากด้านหลังของตินเพื่อเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
"ลงมา" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของธามดังขึ้นสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน "ไม่! ฉันไม่ลง!" ฟาร์ตะโกนทั้งน้ำตา ถอยร่นตัวเข้าไปเบียดกับพ่อ "ออกไปนะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!" "ฟาร์ฉันบอกให้ลงมา... ฉันขอร้องละฟาร์" ธามกดเสียงต่ำลงอีกระดับ แววตาที่มองร่างบางเต็มไปด้วยความหวงแหนที่แทบคลั่ง "กลับไปกับฉันเดี๋ยวนี้!" "แกหยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้ธาม!" วริศตะคอกใส่หน้าธาม พยายามจะเอื้อมมือไปผลักเขาออก "แกได้เงินคืนไปหมดแล้ว! แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องลูกสาวฉันอีก! ไปให้พ้น!" "หึ... เงินงั้นเหรอ" ธามแค่นยิ้มเย็นที่มุมปากเบาๆ สายตาไม่แม้แต่จะเหลือบมองวริศ เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฟาร์เพียงคนเดียว "เงินของคุณมันไม่มีค่าอะไรกับผมตั้งแต่วินาทีแรกแล้ว... สิ่งเดียวที่ผมต้องการ คือลูกสาวของคุณ!" พูดจบ ธามก็เอื้อมมือหนาเข้าไปคว้าข้อมือเล็กของฟาร์ไว้แน่นแล้วออกแรงดึงร่างบางลงมาจากรถทันที "กรี๊ดดดด! ปล่อยนะ! พ่อช่วยหนูด้วย! ปล่อย!" ฟาร์กรีดร้องและพยายามดิ้นรนสุดชีวิต "ฟาร์! ปล่อยลูกสาวฉันนะไอ้สารเลว!" วริศพยายามจะพุ่งตามลงมาช่วย แต่ลูกน้องของธา
เพล้ง!! แก้วคริสตัลราคาแพงร่วงหล่นจากมือเล็กที่สั่นเทา กระทบเข้ากับขอบโต๊ะกระจกจนแตกกระจายละเอียด น้ำสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นพรมหรูหรา ทว่าเสียงของมีคมที่แตกหักนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสายตาคมกริบของชายที่นั่งอยู่ข้างกาย "อะไรกัน" ธามเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นท่าทางของเด็
"ซี๊ดดดด ฟู้วววว!"เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกอย่างเด็ดเดี่ยว ในหัวนึกถึงใบหน้าของพ่อที่รออยู่ เพื่อพ่อแล้ว ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีเธอก็ต้องเดินต่อไป"หนูพร้อมแล้วค่ะเจ๊""โฮ้ววว! สวยมา แบบนี้คุณๆ เขาต้องชอบแน่ๆ"เบลมองคนตัวเล็กตรงหน้าแล้วเธอก็อดชื่นชมไม่ได้ ตอนแต่งตัวธรรมดาว่าสวยแล้ว พอใส่
"ได้สิ... เดี๋ยวพี่ติดต่อเบลให้แล้วกันนะ" "ขอบคุณมากๆ นะคะพี่เอ๋ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ" ฟาร์รีบยกมือขึ้นไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ แววตาที่เคยสิ้นหวังกลับมีประกายความหวังจุดขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นความหวังที่ริบหรี่และต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดก็ตาม "อืม... ไม่เป็นไร พี่ก็ช่วยเราได้เท่าที่ช่วยได้
ก๊อกๆๆ... "เชิญเลยค่ะ" เอ๋ที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองเอกสารและรูปถ่ายนางแบบบนโต๊ะเงยหน้าขึ้นอนุญาต เมื่อประตูเปิดออกและเห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มเอ็นดูตามประสาพี่สาวใจดีก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ขออนุญาตค่ะพี่เอ๋" "ว่าไงจ๊ะฟาร์ ลมอะไรหอบมาหาพี่ถึงนี่ล่ะ" เอ๋วางปากกาลงพลางขยับแว่นสายตา "ปกติเ







