로그인"ลองดูสิ... ถ้าเธออยากจะให้พ่อของเธอติดคุกข้อหาโกงเงินสิบล้าน หรืออยากจะให้เขาหายสาบสูญไปเฉยๆ โดยที่ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้"
"สะ... สิบล้าน" ฟาร์หน้าซีดเผือด หันไปมองผู้เป็นพ่อที่เอาแต่ก้มหน้าตัวสั่นงันงก "ฟาร์ลูก..." "ไม่จริงใช่ไหมคะพ่อ พ่อไปเอาเงินเขามามากมายขนาดนั้นได้ยังไงกันอ่ะ" "พ่อ... พ่อขอโทษฟาร์ พ่อกะจะเอามาหมุนก่อน แต่มัน..." เสียงของพ่อขาดห้วงไป เมื่อถูกชายชุดดำกระชากหัวไหล่ให้หมอบลงกับพื้นยิ่งกว่าเดิม "ปล่อยพ่อฉันนะ!" ฟาร์ถลาจะเข้าไปช่วย แต่กลับถูกลูกน้องของธามคว้าแขนเอาไว้แน่นจนเธอเจ็บ "โอ้ย! ปล่อยฉันนะ!" ธามเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่แฝงไปด้วยความคุกคาม เขาใช้มือหนาเชยคางมนของฟาร์ขึ้นมา บังคับให้เธอสบตาที่ดุดันคู่นั้น แล้วพ่นควันบุหรี่สีเทารอยคละคลุ้งกลางอากาศ "เงินที่พ่อเธอผลาญไป มันไม่ใช่แค่เศษเงิน... และคนอย่างฉันไม่เคยปล่อยให้ใครโกงแล้วลอยนวลไปได้" เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก "อึก..." "แต่ถ้าเธออยากจะช่วยพ่อ... ฉันก็มีทางเลือกให้" "ทางเลือก... อะไร" ฟาร์ถามออกไปทั้งน้ำตา ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกลัว "บ้านหลังนี้ไหม แต่ก็คงจะไม่พอกับเงินสิบล้าน หรือเธอมีข้อเสนอที่ดีกว่านี้ไหมเด็กน้อย..." เสียงทุ้มต่ำที่กังวานอยู่ในความเงียบทำให้ฟาร์รู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูก ธามเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่สายตากับจ้องมองเด็กสาวราวกับเสือร้าย "ไม่นะ... ไม่เด็ดขาด" ฟาร์ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ร่างกายสั่นสะท้านจนแทบจะทรงตัวไม่ไม่อยู่ ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้มันหนักอึ้งเกินกว่าจะรับไหว เงินสิบล้าน เงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้นเธอไม่เคยเห็นแม้แต่เงา แล้วพ่อของเธอเอาไปทำอะไร ทำไมชีวิตที่เคยสงบสุขถึงได้พังครืนลงมาเพียงชั่วข้ามคืนแบบนี้ "เงินตั้งสิบล้าน... พ่อเอาไปทำอะไรคะ บอกฟาร์มาสิพ่อ!" เธอหันไปคาดคั้นผู้เป็นพ่อทั้งน้ำตา "........" แต่คนเป็นพ่อกลับเอาแต่ก้มหน้าหลบสายตา ความเงียบนั้นยิ่งตอกย้ำความจริงที่แสนเจ็บปวดว่าหนี้ก้อนนี้เป็นเรื่องจริง และมันกำลังจะพรากทุกอย่างไปจากเธอ "เลิกดราม่าครอบครัวกันได้แล้ว" ธามก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ จนหยุดอยู่ตรงหน้าฟาร์ เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นเป่ารดข้างใบหูขาว "สิบล้านสำหรับเธออาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับฉัน... มันซื้อชีวิตพ่อเธอได้" สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าใสที่เปื้อนน้ำตาอย่างมีความหมาย "ฉะ... ฉันขอเวลา ฉันจะหาเงินมาคืนให้คุณเอง แต่ขอร้อง... อย่าทำอะไรพ่อของฉันเลยนะ" ฟาร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มใสอย่างสุดจะกลั้น ในใจของเธอว่างเปล่าราวกับตกลงไปในเหวลึก เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กมหาลัยตัวเล็กๆ อย่างเธอจะไปหาเงินสิบล้านมาจากไหนในเวลาอันสั้น แต่ในวินาทีนี้ สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือให้ชายชุดดำพวกนั้นเลิกกดไหล่และบดขยี้ศักดิ์ศรีของผู้เป็นพ่อเสียที "ฟาร์ลูก... อย่า... เราไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกลูก" วริศเอ่ยเตือนลูกสาวทั้งน้ำตา หัวใจคนเป็นพ่อเจ็บปวดจนแทบขาดใจที่เห็นลูกต้องมารับภาระที่เขาก่อ "มีสิคะพ่อ! หนูจะหามาให้ได้ หนูจะหามาคืนเขาเอง!" ฟาร์ตะเบ็งเสียงบอกพ่อเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง ทั้งที่ความจริงโอกาสนั้นแทบริบหรี่ "ไม่นะลูก... ถ้าหามาไม่ได้ พวกมันต้องฆ่าหนูแน่ๆ" ฟาร์เม้มปากแน่นก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนนิ่งราวกับรูปสลักไร้หัวใจ เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาที่วาวโรจน์ แข็งกร้าวแต่ทว่าสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "ฉันขอเวลาหนึ่งสัปดาห์... แล้วฉันจะเอาเงินมาคืนคุณให้ครบ" ธามกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับดูน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก "หึ... ดี อีกหนึ่งสัปดาห์ฉันจะกลับมารับเงินสิบล้านของฉัน" "แต่คุณธามครับ! ได้โปรด... อย่าทำอะไรลูกสาวผมเลย ถ้าเราหามาคืนคุณไม่ได้ ได้โปรดมาลงที่ผมคนเดียวเถอะนะคราบ" วริศโพล่งออกมาอย่างหมดหนทางปกป้องลูกสาวคนเดียว ธามไม่ได้ปรายตาไปมองคนอ้อนวอนแม้แต่นิด เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฟาร์ ราวกับจะมองให้ทะลุถึงของหัวใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็น "หวังว่าฉันจะได้เห็นเงินสิบล้านกองอยู่ตรงหน้า ในวันที่ครบกำหนด..." เขาไม่ได้รับปากข้อเสนอของวริศ ไม่ได้ให้สัญญาว่าฟาร์จะปลอดภัย สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือผลลัพธ์ที่เป็นเงิน หรือไม่ก็สิ่งอื่นที่มีมูลค่าเท่าเทียมกันในสายตาของเขา "ขอบคุณครับคนดี... ขอบคุณมากๆ นะครับ พี่รักฟาร์นะครับ" ธามกระซิบพึมพำชิดหลังมือบาง นัยน์ตาคมทอประกายหวานฉ่ำ "ฟาร์ก็รักพี่ธามค่ะ" แชะ! แชะ! แชะ! แสงแฟลชรัวกดถ่ายภาพช่วงเวลาอันงดงามนี้ไว้ทันที เสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ หลังจากพิธีสวมแหวนและหลั่งน้ำพระพุทธมนต์อันแสนอบอุ่นเสร็จสิ้นลง เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองสดใสก็ดังขึ้นทั่วทั้งงาน เป็นสัญญาณว่าพิธีการอย่างเป็นทางการได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงเวลาสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุข ความสนุกสนานและการบันทึกความทรงจำของทุกคน "เอาล่ะครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน!" พิธีกรประกาศผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงสดใส "ขอเชิญบรรดาคุณพ่อ คุณแม่ คุณย่า คุณยาย รวมถึงเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวทุกท่าน ก้าวขึ้นมาบนเวทีเพื่อร่วมถ่ายภาพหมู่ครอบครัวและกัลยาณมิตรเป็นความทรงจำอันงดงามร่วมกันครับ!" ธามในชุดสูทสีขาวครีมสุดสง่าประคองฟาร์ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ลุกขึ้นยืน ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำที่ปิดไม่มิด ก่อนจะหันไปต้อนรับผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมาบนเวที วริศเดินนำขึ้นมาเป็นคนแรก ชายแก่ยิ
"ใช่ค่ะ! คุณธามก็หล่อสง่างามสมเป็นประธานใหญ่ ส่วนหนูฟาร์ก็สวยหวานน่ารักหยาดเยิ้มมาก เหมาะสมกันที่สุด ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคู่นี้อีกแล้ว!" เสียงญาติสนิทอีกคนเอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้ม ปายวาดที่ยืนอยู่ข้างพงษ์เดชยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง "คุณคะ... ดูลูกเราสิคะ หล่อและดูมีความสุขขนาดไหน หนูฟาร์ก็น่าเอ็นดูเหลือเกิน ดิฉันตื้นตันใจจนพูดไม่ออกแล้วค่ะ" "ฮ่าๆๆ! เออ! ผมเห็นแล้วคุณหญิงปายวาด! ไอ้ธามมันทำได้ดีจริงๆ วันนี้มันหล่อสมเป็นลูกชายพงษ์เดช!" พงษ์เดชหัวเราะร่าพลางตบบ่าภรรยาเบาๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ทางด้านเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่ยืนมองอยู่ข้างพิธี จูนยกมือขึ้นกุมอก ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติ "โอ๊ย... ยายฟาร์ แกโชคดีมากจริงๆ สวยด้วย ซาบซึ้งด้วย ฉันน้ำตาไหลจนเครื่องสำอางจะหลุดหมดแล้วเนี่ย!" อคินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะขยับเข้ามาเอ่ยเย้าจูนด้วยรอยยิ้มกวนๆ "แหมคุณ... ร้องไห้ซะเป็นนางเอกเลยนะ ถ้าอยากอินขนาดนี้ วันหลังลองมาแต่งกับผมดูไหมล่ะครับ รับรองซาบซึ้งไม่แพ้คู่นี้แน่" จูนหันกวับมามองอคินทันทีพร้อมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "เหอะ! ฝันไ
แชตเตอร์! แชตเตอร์! แชตเตอร์! เสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัวของช่างภาพมืออาชีพดังก้องรัวไม่ขาดสาย แสงแฟลชสว่างวาบวิบวับส่องประกายวูบวาบไปทั่วทั้งงาน ร่างบางถูกห้อมล้อมด้วยความงามอันทรงคุณค่า ขณะที่ธามซึ่งยืนรออยู่ด้านล่าง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวผู้เป็นดวงใจเพียงคนเดียว นัยน์ตาคมคายรื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน รอยยิ้มเปี่ยมสุขผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเจ้าสาวของเขาด้วยความเคารพและความรักอันล้นพ้น "สวยมาก..." คำชมนั้นหลุดออกมาจากปากเจ้าบ่าวอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังตะลึงจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง จนกระทั่งสองพ่อลูกก้าวลงมาถึงบันไดขั้นล่างสุด วริศหยุดนิ่งลง ชายแก่มองหน้าลูกสาวคนเดียวด้วยความรักที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่คนเป็นพ่อจะมอบให้ได้ ก่อนจะหันมามองธามที่ยืนตรงอยู่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม วริศสูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำตาแห่งความปิติล้นพ้นไหลซึมออกมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ ชายแก่ค่อยๆ ประคองมือนุ่มของฟาร์ แล้วนำไปวางลงบนฝ่ามือแกร่งของธามอย่างเบามือและมั่นคง "ตาธาม..." วริศเอ่ยด้
ตินเดินเข้ามาหาธาม ชายหนุ่มสบตากับคู่แข่งในวันวานก่อนจะยื่นมือออกไปหา "ยินดีด้วยนะธาม วันนี้นายหล่อมากจริงๆ... ฉันฝากดูแลฟาร์ด้วยนะ" ธามมองมือของตินนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับแน่นแล้วกระชับอย่างหนักแน่น "ขอบใจมากนะติน... ขอบใจที่ยอมมาร่วมงานและมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ฉัน ฉันสัญญาด้วยชีวิตว่าจะดูแลฟาร์ให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วง" ตินยิ้มรับเบาๆ "ฉันเชื่อใจนาย" โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! เมื่อได้เวลาฤกษ์ดี ขบวนขันหมากสุดยิ่งใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นทางการ ความสุขและเสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ธามเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าสง่างามและรอยยิ้มกว้าง ถัดไปด้านหลังคือพงษ์เดชและปายวาด ผู้เป็นพ่อและแม่ที่แต่งกายหรูหรา หน้าตาบานฉ่ำไปด้วยความภาคภูมิใจและรอยยิ้มปิติ ตามด้วยบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย รวมถึงเหล่าชายชุดสูทสีเข้มของกลุ่มมาเฟียพันธมิตรที่มาร่วมเดินขบวนขันหมากกันอย่างพร้อมเพรียง สร้างความเกรียงไกรและยิ่งใหญ่จนทุกคนในงานต่างมองด้วยความทึ่ง ขบวนขันหมากค่อยๆ เคลื่อนผ่านสวนดอกไม้ขึ้นมารายล้อมจนถึงบริเวณหน้าบ้าน ธามเดินนำผู้ใหญ่
"ไม่เวอร์เลยแก! คุณลุงวริศดูสิคะ ยายฟาร์วันนี้สวยจนหนูยังอยากขอแต่งงานเองเลยค่ะ!" จูนหันไปฟ้องวริศอย่างอารมณ์ดี วริศยิ้มรับพร้อมหัวเราะเบาๆ "พ่อก็บอกยายฟาร์ไปแบบนั้นเหมือนกันจ้ะหนูจูน ว่าวันนี้ฟาร์เขาสวยเหมือนแม่เขาไม่มีผิดเลย" "ใช่ไหมล่ะคะคุณลุง!" จูนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยสุดตัว ก่อนจะหันมาจัดเวลสีขาวหลังหัวให้ฟาร์อย่างเบามือ "แหม... ยายฟาร์ได้เป็นเจ้าสาวคนแรกของกลุ่มเลยนะเนี่ย เอาจริงฉันโคตรตื่นเต้นแทนแกเลยว่ะ ตื่นเต้นจนเมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ!" "แกตื่นเต้นอะไรก่อนจูน คนที่จะแต่งงานคือฉันไหมล่ะ" ฟาร์เอ่ยเย้าเพื่อนรัก "เอ้า! ก็ฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นแกมีความสุขไงยะ! แถมพี่ธามนะ... เมื่อเช้าฉันเดินผ่านห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว เห็นพี่เขานั่งเกร็งจัดเนคไทหลุดไปสามรอบ คิดดูสิ ประธานหมื่นล้านผู้เย็นชา แต่ตอนนี้ตื่นเต้นจนแทบช็อกตายคาห้องแต่งตัวแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ" จูนหัวเราะร่า โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! ยังไม่ทันที่จูนจะพูดจบ เสียงดนตรีโห่ร้องก้องกังวานของขบวนแห่ขันหมากจากทางเจ้าบ่าวก็ดังกระหึ่มมาจากบริเวณประตูหน้าคฤหาสน์ เสียงโห่
สองเดือนต่อมา ในที่สุดเข็มนาฬิกาแห่งช่วงเวลาสำคัญก็เดินทางมาถึงวันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยอย่างจดจ่อ นั่นคือวันพิธีมงคลสมรสระหว่างธามและฟาร์ สถานที่จัดงานในวันนี้ไม่ได้ไกลที่ไหน แต่เป็นคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่โตของธามที่ถูกเนรมิตใหม่ทั้งหมด บรรยากาศรอบบริเวณบ้านประดับประดาไปด้วยซุ้มดอกไม้สดโทนสีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นดอก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิ ดอกลิลลี่ และกุหลาบขาว ลอยอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งงาน สะท้อนแสงแดดยามเช้าอันอบอุ่น เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองไพเราะหวานหวามคลอบางเบา ผู้คนที่มาร่วมงานต่างมีแต่รอยยิ้ม รอยยินดีและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่า ณ ห้องแต่งตัวเจ้าสาวชั้นบนของตัวบ้าน บรรยากาศกลับเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความตื้นตันใจที่ยากจะเอ่ย ฟาร์นั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์อันแสนประณีต ลูกไม้เนื้อดีปักดิ้นเงางามโอบล้อมเรือนร่างได้อย่างพอดี ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างงดงามลงตัว ผมสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเป็นระเบียบพร้อมประดับด้วยเวลสีขาวนวล เธอดูสวยสะพรั่ง เลอค่า และน่ารักมากจนยากจะละสายตา เสียงประตูห้องเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างของวริศผู้เป็นพ่อที่ก้า
"ถึงยังไง คุณไม่มีวันได้ครอบครองหนูหรอก... " ฟาร์พยายามขัดขืน แต่แรงปะทะที่ได้กลับมาคือสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเธออย่างจาบจ้วง จนเธอทำได้เพียงกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยความทรมานใจที่ต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคร้ง! เสียงแก้วคริสตัลถูกปัดกระเด็นไปกระท
"ฮือออ ได้โปรดเถอะค่ะคุณคะ ให้หนูทำอย่างอื่นเถอะนะคะ ล้างจานก็ได้ ขัดรองเท้าก็ได้ หรือจะให้หนูทำความสะอาดบ้านคุณหนูก็ยอมค่ะ แต่อย่าให้หนูทำแบบนี้เลยนะคะ..." เสียงหวานสะอื้นไห้ระงมจนแทบขาดใจ ฟาร์ยกมือขึ้นไหว้หงึกๆ ชายหนุ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางบนใบหน
เพล้ง!! แก้วคริสตัลราคาแพงร่วงหล่นจากมือเล็กที่สั่นเทา กระทบเข้ากับขอบโต๊ะกระจกจนแตกกระจายละเอียด น้ำสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นพรมหรูหรา ทว่าเสียงของมีคมที่แตกหักนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสายตาคมกริบของชายที่นั่งอยู่ข้างกาย "อะไรกัน" ธามเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นท่าทางของเด็
"แก ฉันกลับก่อนนะ" เสียงหวานของฟาร์เอ่ยบอกจูนเพื่อนรัก หลังจากที่จบคลาสสุดท้ายของวัน "อืม... กลับดีๆ ล่ะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะแก" จูนโบกมือลาพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังรถยุโรปคันหรูที่มาจอดรอรับอยู่หน้าคณะเป็นประจำ พี่ชายของจูนลดกระจกลงมาทักทายคนเป็นน้องอย่างเอ็นดู ชีวิตของจูนถูกโรย







