Mag-log in
"แก ฉันกลับก่อนนะ"
เสียงหวานของฟาร์เอ่ยบอกจูนเพื่อนรัก หลังจากที่จบคลาสสุดท้ายของวัน "อืม... กลับดีๆ ล่ะ ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะแก" จูนโบกมือลาพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังรถยุโรปคันหรูที่มาจอดรอรับอยู่หน้าคณะเป็นประจำ พี่ชายของจูนลดกระจกลงมาทักทายคนเป็นน้องอย่างเอ็นดู ชีวิตของจูนถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีบ้านที่รวยและพร้อมที่จะซัพพลอร์ตเธอทุกอย่าง แตกต่างจากฟาร์ เธอต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะมีงานดีๆ ทำ และมีเงินพอที่จะเลี้ยงดูพ่อให้สุขสบายได้ 'เฮ้อ... อยากมีพี่ชายแบบยัยจูนจัง ถ้ามีใครสักคนให้พึ่งพาได้บ้างก็คงดีสินะ' ฟาร์คิดในใจพลางลอบถอนหายใจยาว สายตามองตามท้ายรถคันนั้นที่เคลื่อนตัวออกไปจนลับตา ก่อนที่เธอจะกระชับสายสะพายกระเป๋าเป้ แล้วก้าวขาเดินไปยังป้ายรถเมล์ที่เดิมที่เธอขึ้นเป็นประจำ ฟาร์ อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวที่เติบโตมาในโลกที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ภาระหน้าที่ที่เกินวัยหล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งกว่าเด็กสาวรุ่นเดียวกัน ในขณะที่เพื่อนคนอื่นใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างสนุกสนาน แต่ชีวิตของฟาร์กลับวนเวียนอยู่กับการแก้ปัญหาที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ พ่อที่ติดการพนันจนโงหัวไม่ขึ้น กลายเป็นหนี้ชีวิตที่เธอต้องแบกรับมาตลอด ฟาร์พยายามพาตัวเองออกมาจากจุดที่มืดบอดด้วยการทำงานหนัก เธอใช้รูปร่างหน้าตาที่พระเจ้าประทานมา ทั้งใบหน้าที่สวยหวานสะดุดตา และผิวพรรณที่ขาวเนียนละเอียด รับงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ เพื่อส่งเสียตัวเองเรียน เงินทุกบาทที่ได้มาจากการยืนโพสท่าท่ามกลางแสงไฟ ถูกบริหารอย่างมัธยัสถ์เพื่อให้เพียงพอต่อค่าเทอมและค่ากินอยู่ เธอไม่เคยร้องขอเงินจากผู้เป็นพ่อแม้แต่บาทเดียว หนำซ้ำ ยังต้องกลายเป็นฝ่ายหยิบยื่นเงินที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อให้พ่อเอาไปถลุงในวงพนันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพราะคำว่ากตัญญูที่ค้ำคอ "พ่อคะ พ่อ!" เสียงหวานเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบที่น่าใจหาย ประตูบ้านถูกเปิดทิ้งไว้ แต่หน้าแปลกที่ภายในบ้านดูเงียบเชียบจนต้องใจหาย "ไปไหนของเขานะ อย่าบอกนะว่าไปดื่มอีกน่ะ" เธอพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจก่อนจะค่อยๆ ก้าวขาเข้ามาภายในบ้านแต่แล้วดวงตาคู่สวยก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อสังเกตเห็นว่าข้าวของภายในบ้านที่เคยถูกจัดวางอย่างดี ตอนนี้กลับกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ราวกับเพิ่งผ่านการรื้อค้นอย่างบ้าคลั่ง "พ่อ!" ฟาร์ตะโกนเรียกสุดเสียงด้วยความตระหนก เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องโถงกลางบ้าน และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น "ฟาร์... ฟาร์ลูก!" ผู้เป็นพ่ออยู่ในสภาพสะบักสะบอม ถูกชายชุดดำสองคนกดไหล่ให้คุกเข่าลงกับพื้นกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์อีกหลายคนที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบบ้าน บรรยากาศภายในบ้านที่เคยอบอุ่นกลับเย็นเยียบ "พวกแกเป็นใคร! เข้ามาทำลายข้าวของในบ้านฉันได้ยังไง แล้วจับพ่อฉันไว้ทำไม!" แม้ขาจะสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ แต่สัญชาตญาณการปกป้องครอบครัวทำให้เธอแผดเสียงถามออกไป "ฟาร์ลูก... นั่งลงก่อน เชื่อพ่อ นั่งลงก่อน" คนเป็นพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและหวาดกลัว "ไม่ค่ะพ่อ! พวกแกปล่อยพ่อฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!" เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาหมายจะทำตามที่ขู่ แต่มือหนาของใครบางคนกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นเสียก่อน แรงบีบมหาศาลทำให้โทรศัพท์ร่วงลงพื้น พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก "หึ แจ้งตำรวจงั้นเหรอ" เสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้องนั่งเล่น ก่อนที่ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทจะค่อยๆ ก้าวเท้าออกมา แสงไฟสลัวในบ้านกระทบใบหน้าคมคายที่เรียบเฉยจนดูน่ากลัว ธามมองนักศึกษาสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่ของเธอเลยสักนิด ธาม อายุ 30 ปี นายใหญ่ผู้กุมอาณาจักรในโลกสีเทา ชื่อของเขาเป็นที่เลื่องลือในฐานะมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ยากจะต่อกร เขาเติบโตมาในโลกที่ต้องใช้ความรุนแรงตัดสินทุกอย่าง จนหล่อหลอมให้กลายเป็นชายหนุ่มที่เย็นชา ไร้ความปราณี และโดดเด่นเรื่องความอำมหิตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ภายใต้ใบหน้าที่หล่อคมราวกับรูปสลัก กลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายของนักฆ่า เพียงแค่ปรายตามองก็เพียงพอที่จะทำเอาศัตรูถึงกับชะงักจนตัวแข็งทื่อ ร่างกายเย็นวาบด้วยความหวาดกลัวในรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา สำหรับธาม ความอ่อนโยนคือสิ่งแปลกปลอม ชีวิตของเขามีเพียงการควบคุมและการทำลายล้าง ใครก็ตามที่กล้าลองดีหรือคิดจะโกงคนอย่างเขา จุดจบเดียวที่รออยู่คือความพินาศที่แม้แต่ความตายยังอาจเป็นเรื่องที่ปรานีกว่าเสียด้วยซ้ำ "ขอบคุณครับคนดี... ขอบคุณมากๆ นะครับ พี่รักฟาร์นะครับ" ธามกระซิบพึมพำชิดหลังมือบาง นัยน์ตาคมทอประกายหวานฉ่ำ "ฟาร์ก็รักพี่ธามค่ะ" แชะ! แชะ! แชะ! แสงแฟลชรัวกดถ่ายภาพช่วงเวลาอันงดงามนี้ไว้ทันที เสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ หลังจากพิธีสวมแหวนและหลั่งน้ำพระพุทธมนต์อันแสนอบอุ่นเสร็จสิ้นลง เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองสดใสก็ดังขึ้นทั่วทั้งงาน เป็นสัญญาณว่าพิธีการอย่างเป็นทางการได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ ถึงเวลาสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุข ความสนุกสนานและการบันทึกความทรงจำของทุกคน "เอาล่ะครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน!" พิธีกรประกาศผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงสดใส "ขอเชิญบรรดาคุณพ่อ คุณแม่ คุณย่า คุณยาย รวมถึงเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวทุกท่าน ก้าวขึ้นมาบนเวทีเพื่อร่วมถ่ายภาพหมู่ครอบครัวและกัลยาณมิตรเป็นความทรงจำอันงดงามร่วมกันครับ!" ธามในชุดสูทสีขาวครีมสุดสง่าประคองฟาร์ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ลุกขึ้นยืน ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำที่ปิดไม่มิด ก่อนจะหันไปต้อนรับผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมาบนเวที วริศเดินนำขึ้นมาเป็นคนแรก ชายแก่ยิ
"ใช่ค่ะ! คุณธามก็หล่อสง่างามสมเป็นประธานใหญ่ ส่วนหนูฟาร์ก็สวยหวานน่ารักหยาดเยิ้มมาก เหมาะสมกันที่สุด ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าคู่นี้อีกแล้ว!" เสียงญาติสนิทอีกคนเอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้ม ปายวาดที่ยืนอยู่ข้างพงษ์เดชยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง "คุณคะ... ดูลูกเราสิคะ หล่อและดูมีความสุขขนาดไหน หนูฟาร์ก็น่าเอ็นดูเหลือเกิน ดิฉันตื้นตันใจจนพูดไม่ออกแล้วค่ะ" "ฮ่าๆๆ! เออ! ผมเห็นแล้วคุณหญิงปายวาด! ไอ้ธามมันทำได้ดีจริงๆ วันนี้มันหล่อสมเป็นลูกชายพงษ์เดช!" พงษ์เดชหัวเราะร่าพลางตบบ่าภรรยาเบาๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ทางด้านเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวที่ยืนมองอยู่ข้างพิธี จูนยกมือขึ้นกุมอก ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติ "โอ๊ย... ยายฟาร์ แกโชคดีมากจริงๆ สวยด้วย ซาบซึ้งด้วย ฉันน้ำตาไหลจนเครื่องสำอางจะหลุดหมดแล้วเนี่ย!" อคินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะขยับเข้ามาเอ่ยเย้าจูนด้วยรอยยิ้มกวนๆ "แหมคุณ... ร้องไห้ซะเป็นนางเอกเลยนะ ถ้าอยากอินขนาดนี้ วันหลังลองมาแต่งกับผมดูไหมล่ะครับ รับรองซาบซึ้งไม่แพ้คู่นี้แน่" จูนหันกวับมามองอคินทันทีพร้อมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "เหอะ! ฝันไ
แชตเตอร์! แชตเตอร์! แชตเตอร์! เสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายภาพนับสิบตัวของช่างภาพมืออาชีพดังก้องรัวไม่ขาดสาย แสงแฟลชสว่างวาบวิบวับส่องประกายวูบวาบไปทั่วทั้งงาน ร่างบางถูกห้อมล้อมด้วยความงามอันทรงคุณค่า ขณะที่ธามซึ่งยืนรออยู่ด้านล่าง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวผู้เป็นดวงใจเพียงคนเดียว นัยน์ตาคมคายรื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน รอยยิ้มเปี่ยมสุขผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเจ้าสาวของเขาด้วยความเคารพและความรักอันล้นพ้น "สวยมาก..." คำชมนั้นหลุดออกมาจากปากเจ้าบ่าวอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังตะลึงจนไม่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง จนกระทั่งสองพ่อลูกก้าวลงมาถึงบันไดขั้นล่างสุด วริศหยุดนิ่งลง ชายแก่มองหน้าลูกสาวคนเดียวด้วยความรักที่ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่คนเป็นพ่อจะมอบให้ได้ ก่อนจะหันมามองธามที่ยืนตรงอยู่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม วริศสูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำตาแห่งความปิติล้นพ้นไหลซึมออกมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ ชายแก่ค่อยๆ ประคองมือนุ่มของฟาร์ แล้วนำไปวางลงบนฝ่ามือแกร่งของธามอย่างเบามือและมั่นคง "ตาธาม..." วริศเอ่ยด้
ตินเดินเข้ามาหาธาม ชายหนุ่มสบตากับคู่แข่งในวันวานก่อนจะยื่นมือออกไปหา "ยินดีด้วยนะธาม วันนี้นายหล่อมากจริงๆ... ฉันฝากดูแลฟาร์ด้วยนะ" ธามมองมือของตินนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับแน่นแล้วกระชับอย่างหนักแน่น "ขอบใจมากนะติน... ขอบใจที่ยอมมาร่วมงานและมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ฉัน ฉันสัญญาด้วยชีวิตว่าจะดูแลฟาร์ให้ดีที่สุด ไม่ต้องห่วง" ตินยิ้มรับเบาๆ "ฉันเชื่อใจนาย" โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! เมื่อได้เวลาฤกษ์ดี ขบวนขันหมากสุดยิ่งใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเป็นทางการ ความสุขและเสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ธามเดินนำหน้าขบวนด้วยท่วงท่าสง่างามและรอยยิ้มกว้าง ถัดไปด้านหลังคือพงษ์เดชและปายวาด ผู้เป็นพ่อและแม่ที่แต่งกายหรูหรา หน้าตาบานฉ่ำไปด้วยความภาคภูมิใจและรอยยิ้มปิติ ตามด้วยบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย รวมถึงเหล่าชายชุดสูทสีเข้มของกลุ่มมาเฟียพันธมิตรที่มาร่วมเดินขบวนขันหมากกันอย่างพร้อมเพรียง สร้างความเกรียงไกรและยิ่งใหญ่จนทุกคนในงานต่างมองด้วยความทึ่ง ขบวนขันหมากค่อยๆ เคลื่อนผ่านสวนดอกไม้ขึ้นมารายล้อมจนถึงบริเวณหน้าบ้าน ธามเดินนำผู้ใหญ่
"ไม่เวอร์เลยแก! คุณลุงวริศดูสิคะ ยายฟาร์วันนี้สวยจนหนูยังอยากขอแต่งงานเองเลยค่ะ!" จูนหันไปฟ้องวริศอย่างอารมณ์ดี วริศยิ้มรับพร้อมหัวเราะเบาๆ "พ่อก็บอกยายฟาร์ไปแบบนั้นเหมือนกันจ้ะหนูจูน ว่าวันนี้ฟาร์เขาสวยเหมือนแม่เขาไม่มีผิดเลย" "ใช่ไหมล่ะคะคุณลุง!" จูนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยสุดตัว ก่อนจะหันมาจัดเวลสีขาวหลังหัวให้ฟาร์อย่างเบามือ "แหม... ยายฟาร์ได้เป็นเจ้าสาวคนแรกของกลุ่มเลยนะเนี่ย เอาจริงฉันโคตรตื่นเต้นแทนแกเลยว่ะ ตื่นเต้นจนเมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ!" "แกตื่นเต้นอะไรก่อนจูน คนที่จะแต่งงานคือฉันไหมล่ะ" ฟาร์เอ่ยเย้าเพื่อนรัก "เอ้า! ก็ฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นแกมีความสุขไงยะ! แถมพี่ธามนะ... เมื่อเช้าฉันเดินผ่านห้องแต่งตัวเจ้าบ่าว เห็นพี่เขานั่งเกร็งจัดเนคไทหลุดไปสามรอบ คิดดูสิ ประธานหมื่นล้านผู้เย็นชา แต่ตอนนี้ตื่นเต้นจนแทบช็อกตายคาห้องแต่งตัวแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ" จูนหัวเราะร่า โห่ววววววว... ฮิ้ววววววว! เชิ้ง ชิ้ง เชิ้ง... โห่...ฮิ้ววววว! ยังไม่ทันที่จูนจะพูดจบ เสียงดนตรีโห่ร้องก้องกังวานของขบวนแห่ขันหมากจากทางเจ้าบ่าวก็ดังกระหึ่มมาจากบริเวณประตูหน้าคฤหาสน์ เสียงโห่
สองเดือนต่อมา ในที่สุดเข็มนาฬิกาแห่งช่วงเวลาสำคัญก็เดินทางมาถึงวันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยอย่างจดจ่อ นั่นคือวันพิธีมงคลสมรสระหว่างธามและฟาร์ สถานที่จัดงานในวันนี้ไม่ได้ไกลที่ไหน แต่เป็นคฤหาสน์หรูหราหลังใหญ่โตของธามที่ถูกเนรมิตใหม่ทั้งหมด บรรยากาศรอบบริเวณบ้านประดับประดาไปด้วยซุ้มดอกไม้สดโทนสีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นดอก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิ ดอกลิลลี่ และกุหลาบขาว ลอยอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งงาน สะท้อนแสงแดดยามเช้าอันอบอุ่น เสียงดนตรีบรรเลงท่วงทำนองไพเราะหวานหวามคลอบางเบา ผู้คนที่มาร่วมงานต่างมีแต่รอยยิ้ม รอยยินดีและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่า ณ ห้องแต่งตัวเจ้าสาวชั้นบนของตัวบ้าน บรรยากาศกลับเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความตื้นตันใจที่ยากจะเอ่ย ฟาร์นั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์อันแสนประณีต ลูกไม้เนื้อดีปักดิ้นเงางามโอบล้อมเรือนร่างได้อย่างพอดี ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอย่างงดงามลงตัว ผมสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเป็นระเบียบพร้อมประดับด้วยเวลสีขาวนวล เธอดูสวยสะพรั่ง เลอค่า และน่ารักมากจนยากจะละสายตา เสียงประตูห้องเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างของวริศผู้เป็นพ่อที่ก้า
"ถึงยังไง คุณไม่มีวันได้ครอบครองหนูหรอก... " ฟาร์พยายามขัดขืน แต่แรงปะทะที่ได้กลับมาคือสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังของเธออย่างจาบจ้วง จนเธอทำได้เพียงกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยความทรมานใจที่ต้องพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เคร้ง! เสียงแก้วคริสตัลถูกปัดกระเด็นไปกระท
เพล้ง!! แก้วคริสตัลราคาแพงร่วงหล่นจากมือเล็กที่สั่นเทา กระทบเข้ากับขอบโต๊ะกระจกจนแตกกระจายละเอียด น้ำสีอำพันสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นพรมหรูหรา ทว่าเสียงของมีคมที่แตกหักนั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับสายตาคมกริบของชายที่นั่งอยู่ข้างกาย "อะไรกัน" ธามเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นท่าทางของเด็
"ซี๊ดดดด ฟู้วววว!"เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาออกอย่างเด็ดเดี่ยว ในหัวนึกถึงใบหน้าของพ่อที่รออยู่ เพื่อพ่อแล้ว ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีเธอก็ต้องเดินต่อไป"หนูพร้อมแล้วค่ะเจ๊""โฮ้ววว! สวยมา แบบนี้คุณๆ เขาต้องชอบแน่ๆ"เบลมองคนตัวเล็กตรงหน้าแล้วเธอก็อดชื่นชมไม่ได้ ตอนแต่งตัวธรรมดาว่าสวยแล้ว พอใส่
"ฮือออ ได้โปรดเถอะค่ะคุณคะ ให้หนูทำอย่างอื่นเถอะนะคะ ล้างจานก็ได้ ขัดรองเท้าก็ได้ หรือจะให้หนูทำความสะอาดบ้านคุณหนูก็ยอมค่ะ แต่อย่าให้หนูทำแบบนี้เลยนะคะ..." เสียงหวานสะอื้นไห้ระงมจนแทบขาดใจ ฟาร์ยกมือขึ้นไหว้หงึกๆ ชายหนุ่มตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหมดสิ้นศักดิ์ศรี น้ำตาไหลพรากจนเครื่องสำอางบนใบหน







