Se connecterหุ้นในเครือบริษัทตระกูลซุนร่วงกราวไม่เหลือชิ้นดี เวลานี้หลายต่อหลายคนต่างก็กำลังวิพากษ์วิจารณ์ซุนชิงเสวี่ยแต่ซุนชิงเสวี่ยกลับไม่มีแก่ใจจะสนใจเรื่องเหล่านั้นเลยเพราะหัวใจของเธอกำลังถูกความละอายใจและความรู้สึกผิดกัดกินทีละนิด ๆ เธอตัดสินใจไปหาพ่อแม่ของหวานหว่านและคุกเข่าขอโทษพวกท่านแต่พ่อแม่ของหวานหว่านกลับลงไม้ลงมือกับเธอจนเลือดอาบศีรษะ ก่อนจะไล่เธอออกจากบ้านเธอได้แต่จมอยู่กับความเสียใจ พีเยงหวังว่าจะได้ชดใช้ความผิดที่เคยก่อไว้ในงานแถลงข่าว เธอเปิดเผยความผิดของพ่อเธอต่อหน้าสาธารณชน ก่อนจะยกทรัพย์สินทั้งหมดของตนให้แก่พ่อแม่ของหวานหว่านเพื่อเป็นการชดใช้หลังจากนั้น เธอก็มาที่โรงพยาบาลเพื่ออ้อนวอนให้แพทย์ช่วยชีวิตฉันให้ได้แต่คุณหมอประจำไข้ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญาแล้วบอกว่า เพราะอวัยวะหลายส่วนในร่างกายของฉันล้มเหลวอยู่ก่อนแล้วอีกทั้งการถอดความทรงจำนั่นยังสร้างความเสียหายให้แก่ร่างกายของฉันจนไม่อาจรักษาให้หายได้อีก ดังนั้นฉันคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง วินาทีถัดมา เธอก็แตกสลายลงอีกครั้ง ร่างของเพื่อนสนิททรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าฉัน“อี้เหยา…ขอโทษ ฉันขอโทษจริง ๆ !
ซุนอี้โจวพ่อของซุนชิงเสวี่ย กำลังคุกเข่าลงตรงหน้าหวานหว่าน เอ่ยขอร้องให้หวานหว่านให้อภัยทั้งน้ำตา“หวานหว่าน ขอโทษนะ ยกโทษให้อาได้ไหม ?”“วันนั้น อา อาแค่ขาดสติไป อาเมามาก อา อาไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ …”“ขอร้องล่ะหนูอย่าบอกเรื่องนี้กับใครเลยนะ…”ร่างของหวานหว่านสั่นเทา สีหน้าซีดเผือดและน้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเธอยกมือปิดหูแน่น กรีดร้องแล้ววิ่งหนีไปและนั่น…คือความจริงที่ฉันปิดบังไว้ด้วยชีวิต!วันนั้นฉันแอบอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง ความจริงที่ได้รับรู้มาทำเอาสมองรู้สึกเหมือนจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ความจริงอันแสนโหดร้าย ไม่ต่างอะไรจากมีดคมกริบที่กรีดลงบนหัวใจของฉันฉันได้แต่ยืนทำอะไรไม่ถูก ในใจอยากจะวิ่งตามหวานหว่านออกไป แต่ก็กลัวว่าการปรากฏตัวของฉันจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่กว่าเก่าฉันในตอนนั้นตัดสินใจวิ่งตามเธอไป พลางตะโกนเรียกชื่อหวานหว่านเสียงดังแต่ความทรงจำไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ วันนั้นหวานหว่านไม่ได้ยินฉันฉันอยากจะบอกกับเธอว่า:หวานหว่าน เธอห้ามคิดสั้นเด็ดขาดนะ!หวานหว่าน พวกเราไม่มีวันทิ้งเธอ!หวานหว่าน เธอกลับมาได้ไหม?ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่เสียใจวันนั้นห
เธอที่อยู่ในสภาพคลุ้มคลั่งไม่เหลือเค้าเดิมของนักธุรกิจสาวผู้สุขุมและเฉียบขาดอีกต่อไป“ เป็นไปไม่ได้!เป็นแบบนี้ได้ยังไง!”“พ่อ…หลังจากหวานหว่านตายไปได้วันเดียว พ่อก็ตกหน้าผาตายเลยไม่ใช่หรือไง!”“ทำไมเขาต้องทำร้ายหวานหว่านด้วย?”“ทั้งที่เขารู้ดีว่าหวานหว่านเป็นเพื่อนสนิทของหนูนี่!”หลิวเหมิงข่มตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูไม่ขาดสาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย:“การตายของพ่อลูก…ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆ่าตัวตายเพราะสำนึกผิด!”ทั้งบริเวณตกอยู่ในความโกลาหลอีกครั้ง“วันนั้น เขาออกไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนแล้วเมาจนขาดสติ”“ระหว่างทางกลับบ้าน เขาเจอหวานหว่านที่กำลังจะไปหาอี้เหยาที่บ้าน”“ทั้งสองคนจึงเดินไปด้วยกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ ๆ เขาก็เกิดอารมณ์ชั่ววูบขึ้นมา แล้วทำให้หวานหว่าน…”เมื่อเล่าถึงตรงนี้ หลิวเหมิงก็รู้สึกละอายใจจนเล่าต่อไปไม่ได้เธอทรุดตัวคุกเข่าลงบนพื้นตรงหน้าพ่อแม่ของหวานหว่าน ก่อนจะเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา:“พี่ซู พี่เสี่ยวเถียน ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ!”“ครอบครัวเราทำผิดต่อพวกพี่!”“หลังจากวันนั้น อันหัวรู้สึกผิดและสับสนอย่างหนัก เขาทั้งตกใจและหว
เธออ้าปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับไม่รู้เลยว่าควรอธิบายอย่างไรดีวินาทีต่อมา เธอผลักพ่อแม่ของหวานหว่านออกอย่างแรง แล้วปรี่ตัวมาหาฉันก่อนจะยกมือกระชากคอเสื้อฉันพร้อมตวาดลั่น:“จางอี้เหยา! พูดมาให้ชัด ๆ เดี๋ยวนี้!”เส้นเลือดบนหน้าผากเธอปูดโปนด้วยความเกร็งเครียด ร่างบางตรงหน้าเหมือนคนที่ใกล้จะแตกสายอยู่รอมร่อ“เธอรีบอธิบายให้ทุกคนฟังสิว่าคนร้ายไม่ใช่พ่อฉัน!”“พ่อของฉันเป็นคนดีขนาดนั้น ทั้งคุณธรรมและจิตใจก็สูงส่ง จะเป็นคนร้ายคดีข่มขืนได้ยังไง!”แต่ไม่ว่าซุนชิงเสวี่ยจะเขย่าตัวฉันแรงแค่ไหน ฉันก็ไม่สามารถให้คำตอบอะไรได้เลยเธอจึงหันกลับไปถามเจ้าหน้าที่เทคนิคว่าความทรงจำมีปัญหาหรือเปล่าแต่เจ้าหน้าที่กลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่าความทรงจำทั้งหมดเป็นของจริง ไม่มีการปลอมแปลงใด ๆ ทั้งสิ้นร่างของซุนชิงเสวี่ยถึงกับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง จนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอพุ่งเข้ามาดึงอุปกรณ์ออกจากตัวฉันด้วยความโกรธจัด ก่อนจะเขย่าตัวเรียกสติฉันครั้งแล้วครั้งเล่า“รีบลืมตาสิ!จางอี้เหยา อย่ามาแกล้งตายนะ!”“เธอพูดความจริงออกมานะ!”“เธอกำลังหลอกฉัน เธออยากจะแก้แค้นฉันใช่ไหม!”และในวินาทีที่เธอกำลั
“จางอี้เหยา เธออยากจะบอกอะไร?”“เธอคิดเหรอว่าการที่เธอให้ฉันดูภาพที่พ่อตัวเองเสียชีวิตแล้วจะทำให้ฉันเจ็บปวดใจน่ะ คิดจะเอาคืนฉันอย่างนั้นใช่ไหม?”“ฉันจะบอกให้นะว่าไม่มีวัน!”“พ่อของฉันเป็นคนที่ดีที่สุดในโลก เขาเป็นครูดีเด่นที่คนทั้งอำเภอต่างยอมรับ เป็นเรือจ้างที่สั่งสอนลูกศิษย์มามากมายนับไม่ถ้วนแล้วคนอย่างเธอล่ะ?”“มีพ่อเป็นขี้ขโมย มีแม่เป็นคนโง่ ส่วนเธอมันก็แค่นังงูพิษที่เห็นแก่ตัวและไม่มีความเมตตาต่อคนอื่น!”ซุนชิงเสวี่ยยังคงสาดคำด่าทอใส่ฉันไม่หยุด ทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเธอราวกับเป็นถ้อยคำหยาบคายและโหดร้ายที่สุดเท่าที่คนอย่างเธอจะนึกออกได้ส่วนฉันที่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่เบื้องลึกของหัวใจน้ำตาค่อย ๆ ไหลรินลงมาอย่างเงียบงันภาพบนจอขนาดใหญ่ก็ปรากฏภาพใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ผู้คนต่างร้องอุทานด้วยความตกใจ:“อ๊ะ!นั่นอะไรน่ะ!”“นั่นมัน…นั่นมันไม่ใช่ชุดที่คนร้ายใส่เหรอ!”และภาพนั้น แทบจะทำให้ซุนชิงเสวี่ยล้มไปทั้งยืน!หลิวเหมิงแม่ของซุนชิงเสวี่ยนำเสื้อผ้าที่พ่อของเธอเคยสวมใส่ตอนมีชีวิตอยู่ออกมาเผาทิ้งเมื่อเห็นเสื้อผ้าของพ่อเธอ ขอบตาของเธอก็ร้อนผ่าวไปหม
“ดูสิ!นั่นมันที่เกิดเหตุ!”“แม่เจ้า…ออกมาแล้วจริง ๆ ด้วย…!”เสียงฝูงชนฮือฮาขึ้นเป็นระลอก ซุนชิงเสวี่ยรีบหันขวับไปมองจอภาพขนาดใหญ่ป่ารกร้างท่ามกลางสายฝนยามค่ำคืน ชวนให้รู้สึกวังเวงและน่าขนลุกเป็นพิเศษ ฉันในตอนนั้นยืนกางร่มอยู่พลางตะโกนออกไปด้วยความหวาดกลัว:“ใคร ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ?”แต่กลับไร้เสียงตอบรับมีเพียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมากระทบร่มเท่านั้นทันใดนั้นเสียงฟ้าผ่าก็ดังสนั่นพร้อมกับเงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านหน้าฉันไป จนฉันตกใจล้มลงไปกองกับพื้นและเงานั้นก็หายไปในความมืดอย่างรวดเร็วรูม่านตาของซุนชิงเสวี่ยหดเล็กลงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ตอนนี้เธอแทบจะคุมสติไม่อยู่จึงรีบสะบัดหน้าไปถามเจ้าหน้าที่ทันที:“หน้ามันล่ะ!”“ทำไมมีแค่แผ่นหลัง?”“ทำไมถึงมองไม่เห็นหน้า!”เจ้าหน้าที่ปรับค่าระบบที่แผงควบคุมซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความกระวนกระวาย ก่อนจะพยายามซูมภาพของคนร้ายให้ชัดขึ้น แต่ภาพบนจอยังคงพร่าเลือนเหมือนอย่างเคย เห็นเพียงแผ่นหลังที่เปียกชื้นจากสายฝนเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากของทีมเทคนิค เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักใจ:“ประธานซุนครับ…น่าจะเป็นเพราะในความทรงจำนี้ จางอี้เหยาเธอไม่ได้เห็นหน้าคน







