เข้าสู่ระบบบางคนเกิดมาเพื่อทำลายชีวิตของผู้คน แต่สำหรับบางคนนั้นก็เกิดมาเพื่อทำหน้าที่เป็น ‘พี่เลี้ยงเด็ก’ สำหรับจางจงกว่าน ก่อนคลอดเขาปฏิญาณตนไว้แล้วว่าให้ตายอย่างไรก็จะไม่แตะต้องบุตรชายของอี้เฟยเป็นอันขาด (หากเป็นเด็กผู้ชาย) เพราะในใจเขาคิดว่า เด็กผู้ชายคนนี้ก็คงจะน่าชังไม่ต่างจากพ่อของเขา
๙๒มาได้ถูกจังหวะ แม้จะโดนปฏิเสธแล้ว แต่อี้เฟยก็ไม่คิดจะหนีไปไหน ยังคงคอยตามเฝ้าตามมองชุนเอ๋อร์อยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส ครั้งไหนที่เจอหน้ากันตรง ๆ เขาจะตีหน้าเศร้าใช้สายตาอ้อนขอความรักอยู่เช่นนั้นจนคนที่หัวเสียแทนเป็นหลันเฟิง นั่นเพราะว่าเขาตัวกับมารดาตลอด การที่ต้องมาทนมองบ
“เจ้านี่!” ด้วยไม่อยากเป็นฝ่ายดึงแขนมารดา จึงได้ลุกขึ้นยืนแล้วแกะนิ้วของอี้เฟยออกเสียเลย คนในพรรคที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเขาความคิดเห็นต่างกัน บ้างก็พากันผิวปากแซวอี้เฟย บ้างก็ว่าหลันเฟิงช่างหวงญาติสาวถึงเพียงนี้ แต่สำหรับเกาจี้เฉินและโจวฉือเหอนั้นนิ่งอึ้ง ไม่
๙๑สองแม่ลูกใจอมหิต หลังจากที่หลันเฟิงกล่าวว่า ‘แล้วเจ้าจะเสียใจ’ ลู่จั๋วหรานก็ต้องเสียใจจริง ๆ เมื่อพัดของรักของหวงของหายากในยุทธภพโดนกระชากออกจากมืออย่างง่ายดาย นี่ไม่ใช่การขโมยอาวุธของผู้อื่นเพื่อตัดกำลังเท่านั้น แต่ยังทำลายอาวุธจนไม่เหลือซาก ทีนี้จะจัดการเจ้าของอาวุธก็ไม่ใช่เ
“เหมือนสตรีผู้นั้นจะมีปัญหากับท่านนะขอรับ ให้ข้าไปจัดการให้หรือไม่” อี้เฟยยกนิ้วชี้ไปทางสตรีที่ว่าตรง ๆ ชุนเอ๋อร์มองตามปลายนิ้วยาวไปก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย “ฮูหยินคนปัจจุบันของอดีตสามีข้าเอง ไม่รู้จะจับผิดอะไรกันนักหนา ก่อนเข้างานก็ป่าวประกาศกับชาวบ้านว่าข้าเล่นชู้กับพี่
๙๐อี้เฟยได้เลือด ชุนเอ๋อร์ตกใจกับภาพที่เห็นมาก ยกสองมือขึ้นปิดปาก ตะลึงค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สายตาจับจ้องร่างสูงที่กำลังจะลงจากเวทีประลอง มือสองข้างกดทับแผลห้ามเลือดไว้ ครู่ต่อมาก็มีคนพาเขาแยกไปทางหนึ่ง “ไม่ตามไปหรือ” ชุนเอ๋อร์หันมามองหน้าเฉียนจิ่นหง อย่างขอความมั่น
๘ เข้าครัว เหตุการณ์เมื่อวานจบลงได้ไม่ใช่เพราะว่าปรับความเข้าใจ แต่เป็นเพราะว่าหลังจากที่ชุนเอ๋อร์เดินออกไปกลางทุ่งนาได้ไม่ถึงเค่อ ฝนที่ไม่มีเค้าว่าจะตกลงมาเลยก็ดันตกลงมาเสียงั้น กลายเป็นหลันเฟิงที่ต้องถอดชุดคลุมของตัวเองออกแล้วใช้วิชายุทธ์ขั้นสูงวิ่งเข้ามาหาชุนเอ๋อร์แล้วพากลับเข้าเรือนโดยที่ไม
๗เด็กขี้อิจฉา นานทีเดียวกว่าหลันเฟิงจะปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติได้ โจวฉือเหอเห็นเขานั่งนิ่งเงียบมาสักพักแล้วจึงได้เดินเข้ามาสนทนาด้วย “เหล่าต้าอย่ารู้สึกแย่ไปเลย ข้าเองก็คิดไม่ต่างจากท่าน” หลันเฟิงเงยหน้ามองโจวฉือเหอ เมื่อหันไปมองเกาจี้เฉินแล้วเขาพยักหน้าให้จึงทราบ
๖ซีดแล้วซีดอีก ตอนนี้ในหัวของหลันเฟิงมีแต่คำว่าลูก ๆ ลอยวนซ้ำ ๆ เดิมทีเขาไม่คิดไปส่งมารดาในวันนี้ แต่พอทราบว่านางมีลูกรออยู่ที่หมู่บ้านก็ผุดลุกขึ้นจากโต๊ะชวนทุกคนไปที่นั่น ท่าทางของหลันเฟิงขึงขังเป็นอย่างมาก ชั่วขณะนั้นต่อให้ใครยังทานอาหารไม่อิ่มก็ต้องวางตะเกียบแล้ว
๕ ลูกของท่านแม่ เช้าวันต่อมาอากาศชื้นมาก เนื่องจากเมื่อวานฝนตกตั้งแต่ตอนเย็นลากยาวมาถึงรุ่งเช้าของอีกวัน เรือนป่าไผ่แห่งนี้จึงมีหมอกปกคลุมหนาแน่น บรรยากาศหนาวเย็นจนชุนเอ๋อร์ไม่อยากลุกจากที่นอน “ขออีกนิดก็แล้วกัน” ชุนเอ๋อร์พึมพำ ดวงตายังคงหลับพริ้มก่อนที่จะจมเข้าสู่นิทรา รู้สึกตัวตื่นอีกคราก็ต







