Home / รักโบราณ / บุตรสาวคนเคาะยาม / ตอนที่14 คนในอดีต

Share

ตอนที่14 คนในอดีต

last update publish date: 2026-05-05 20:19:18

“พี่หญิง แบบนี้จะดีหรือขอรับ นางเป็นถึงท่านหญิง หากเราทำให้นางไม่พอใจ จะทำให้เราเดือดร้อนหรือไม่ขอรับ”

         เยว่จ้านเอ่ยถามพี่สาว โดยที่สายตาของเขา มองตามหลังรถม้า ที่เคลื่อนตัวออกห่างไปไกลแล้ว เขามิได้กลัวคนพวกนั้นเลย แต่เขาห่วงพี่สาวมากกว่า นางยังไม่ได้ออกเรือน หากถูกทำร้ายขึ้นมา ชีวิตของนางจะลำบากเพียงใด

         “เจ้ากลัวรึ!” หญิงสาวเอ่ยถามน้องชาย โดยที่มุมปากของนางยกยิ้มน้อย ๆ

         “ไม่เลยขอรับ” เยว่จ้านตอบตามความเป็นจริง

         “เจ้าต้องรู้จักกลัวเอาไว้บ้าง ต่อให้เจ้าเก่งกาจเพียงใด ก็ต้องรู้จักที่จะกลัว เพราะเราไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเรานั้น ซ่อนสิ่งใดเอาไว้บ้าง กลัวเพื่อตั้งหลักรับมือ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าขี้ขลาด ฉะนั้นอย่าได้ทำเช่นวันนี้อีก อันใดอ่อนลงได้ก็สมควรอ่อน แต่วันนี้เจ้าทำดีแล้ว สำหรับการปกป้องที่เจ้ามีต่อท่านปู่หวง”

         หญิงสาวทั้งตักเตือน และชี้แนะแก่น้องชาย พร้อมทั้งไม่ลืมการชื่นชมเขา หากวันนี้นางไม่มาเห็นเหตุการณ์เข้าเสียก่อน ท่านหญิงผู้นั้น มิรู้จะรอดชีวิตไปได้หรือไม่ นางมีคนกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง เพื่อเป็นหูเป็นตา และคอยดูแลบิดาและน้องชาย ถ้าองครักษ์ผู้นั้น คิดที่จะแตะต้องเยว่จ้าน ความตายเท่านั้น คือคำตอบที่คนจากเมืองหลวงจะได้รับ

         “ข้าขอโทษขอรับ” เยว่จ้านเอ่ยกับพี่สาวเสียงอ่อย ๆ

         “กลับกันเถอะ ป่านนี้ตาแก่รอบ่นเจ้าแล้ว”

         หญิงสาววางมือบนไหล่ของน้องชาย ก่อนจะพาเข้าเดินตรงกลับไปยังทิศทางของร้าน กึก! ทว่าเท้าบางจำต้องหยุดลงไปชั่วขณะ เมื่อสายตาของนาง พลันเหลือบไปเห็นใครบางคน ที่นางคุ้นเคยมาก่อน กำลังเดินตรงมาทางนี้

         “ไปเถอะ”

         หญิงสาวเอ่ยกับน้องชายอีกครั้ง กึก! ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวเท้า ทั้งคู่จำต้องยืนนิ่งอยู่กับที่ เมื่อมีร่างของชายหญิงคู่หนึ่ง เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้ม ที่ชวนให้สะอิดสะเอียนยิ่งนัก ทว่าสองพี่น้องยังคงไม่แสดงท่าทีใดออกมา

         “เจ้าสบายดีหรือเยว่เมี่ยว”

         น้ำเสียงที่ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า เอ่ยถามออกมานั้น มันเต็มไปด้วยความเยาะหยันอย่างที่สุด สายตาที่เขามองนาง ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ล้วนเต็มไปด้วยความดูหมิ่น ทว่าสองพี่น้องกลับเห็น แววตาริษยา พาดผ่านดวงตาคู่นั้นได้อย่างชัดเจน

แน่นอนว่าคนตรงหน้า ต้องรู้สึกอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะเนื้อผ้าบนกายของชายหญิงคู่นั้น รวมกันแล้ว ราคายังไม่เทียบอาภรณ์บนกายของเยว่จ้านเลย ไม่ต้องคิดเทียบกับเยว่เมี่ยว ผู้เป็นพี่สาว ที่ตลอดร่างล้วนล้ำค่าทั้งสิ้น ถึงสีอาภรณ์จะราบเรียบ ทว่าเนื้อผ้าไหมชั้นดี มันก็บอกได้ว่านาง มีชีวิตที่สุขสบายยิ่งนัก

         “ข้าย่อมสบายดี คุณชายเจิ้งมีสิ่งใดกับข้าหรือ”

เยว่เมี่ยวมิได้โกหก นางสุขสบายดี ไม่เดือดร้อนเรื่องกินอยู่ ซึ่งมันก็ไม่เคยเดือดร้อนสักครั้ง เพราะบิดาของนาง ไม่เคยให้นางกับน้องต้องอดสักมื้อ

         “คนเคยรู้จัก ทักทายกันบ้าง ก็ไม่น่าจะมีสิ่งใดผิดมิใช่หรือ”

เจิ้งคังพูดราวกับเป็นสิ่งที่นางต้องยอมรับ ว่ายังคงอาวรณืต่อเขาอยู่ ในฐานะคู่หมายที่จบกันไปแล้ว

         “แม่นางเมี่ยวนี่ดีนะเจ้าคะท่านพี่ ขายเพียงโลงศพ บิดาก็เป็นเพียงคนเคาะยาม แต่ดูการแต่งกาย ช่างหรูหรายิ่งนัก” หญิงสาวที่ยืนเคียงข้างชายหนุ่ม พูดด้วยน้ำเสียงแฝงความนัย

         “ฮูหยินต้องรู้จักคำว่า ทำงานหนักเจ้าคะ จะได้รู้ว่าเมื่อเราทำงานหนัก เราจะได้ผลตอบแทนที่ดี แต่ถ้าเอาแต่คอยพูดถึงคนอื่น จับผิดคนนั้นทีคนนี้ที คำว่าสุขสบายด้วยเงินตรา คงเป็นเพียงฝันอันลม ๆ แล้ง ๆ เท่านั้น”

         “หากินกับคนตายเช่นนั้น จะมีสิ่งใดเรียกว่าดี”

         “เช่นนั้นตอนที่เจ้าตาย ก็อย่าได้เรียกใช้ข้าก็แล้วกัน”

         “จะมากไปแล้วนะ เยว่เมี่ยว เจ้ามันก็แค่คนที่มีความมืดรอบกาย กลิ่นคนตายติดตัว เจ้าแค้นเคืองที่ข้าได้แต่งเป็นภรรยาเอกของท่านพี่ เจ้าจึงมาสาปแช่งข้าให้ตายเช่นนั้นสินะ” หรูเชียนแห้วใส่เยว่เมี่ยวเสียงดัง เมื่อถูกด่าทอกลับมา

         “ฐานะบ้านเจ้าไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก ข้าจึงไม่แปลกใจ ที่เจ้าจะไม่ได้ร่ำเรียนวิชา จนไม่รู้จักตีคำให้แตกฉาน”

         “เยว่เมี่ยว เจ้าจะไปขุ่นเคืองเชียนเอ๋อร์ทำไม ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ว่าเพียงเจ้ายอมเป็นอนุ ข้าก็พร้อมรับเจ้าเข้าบ้าน” เจิ้งคัง พูดแทรกขึ้น ด้วยรอยยิ้มกระหยิ่มใจ

         “เหอะ! ไปเป็นอนุ หรือไปเป็นคนหาเลี้ยงพวกเจ้าสกุลเจิ้งกันแน่ ถ้าข้าต้องหาเงินให้คนอื่นใช้ สู้ข้าเอาเงินนั่น มาใช้กับครอบครัวของข้ามิดีกว่าหรือ”

เยว่เมี่ยวแค้นเสียงออกมาด้วยความเย้ยหยัน คนพวกนี้คิดได้อย่างไร ว่านางต้องการแต่งงานออกเรือน เหอะ! ชีวิตคนเราไม่ได้ผูกติดที่คำว่าสามีภรรยา แต่มันคือการมีกินมีใช้ไปทั้งชีวิตต่างหาก ถึงจะเรียกว่าดีและยั่งยืน

         “เจ้าเลยวัยออกเรือนมาแล้ว ใครกันจะสนใจสตรีหยาบกร้านเยี่ยงเจ้า หากไม่ยอมแต่งเป็นอนุให้แก่ข้า นี่ข้าเห็นแก่สัมพันธ์อันดีในอดีต เอ่ยปากออกมาต่อหน้าภรรยาเอกเชียวนะ”

         “แล้วข้าต้องสนใจหรือ ข้าสนเพียงเงิน! ข้ามีเงิน! จะมีสามีหรือไม่ มิใช่สิ่งสำคัญ เพราะถ้าข้าไม่มีเงิน ชีวิตข้านั่นจึงจะเรียกว่าลำบาก”

         “เจ้าจะไปคุยกับนางทำไม หญิงสกปรกผู้นี้”

         เจิ้งฮูหยินเดินมาหยุดอยู่ข้างบุตรชาย ก่อนจะปรายตา มองไปยังอดีตคู่หมายของบุตรชาย ด้วยแววตาหยามเหยียด หญิงที่อยู่กับคนตาย มีแต่กลิ่นไออัปมงคล ไม่คู่ควรต่อบุตรชายของนางสักนิด

         “ข้าก็แค่เห็นใจนาง ที่จนป่านนี้ ก็ยังไม่มีใครมาสู่ขอเท่านั้นขอรับท่านแม่”

         “ฮึ! พี่สาวข้า ไม่จำเป็นต้องลดตัว ลงไปแต่งกับคนต่ำทรามเยี่ยงเจ้า! หลีกไป!”

         เยว่จ้านที่นิ่งฟังมานาน พูดขึ้นเสียงดัง จนทำให้คนจากบ้านเจิ้ง ก้มมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหู ว่าเด็กตัวแค่นี้ จะกล้าพูดจาจาบจ้วงผู้ใหญ่

         “ไร้การอบรม เจ้าลูกกำพร้า” เจิ้งฮูหยิน ตำหนิเยว่จ้าน

         “ข้ายังไม่ตาย ไยลูกข้าถึงเป็นกำพร้าได้”

เสียงเย็นเยียบ ดังขึ้นจากเบื้องหลังของคนสกุลเจิ้ง ก่อนที่ทั้งสามจะหันกลับไปมองยังผู้มาใหม่ เยว่ฉงเดินผ่านคนทั้งสาม เข้าไปยืนซ้อนหลังบุตรชายหญิงของเขา สตรีผู้นี้ช่างกล้าดูหมิ่นลูก ๆ ของเขา หากไม่เพราะอดีตภรรยาที่ตายจาก ได้เคยตกปากรับคำเรื่องหมั้นหมาย ระหว่างเยว่เมี่ยกับเจิ้งคัง มีหรือเจ้าพวกมิรู้คุณตรงหน้า จะได้เข้าใกล้บุตรสาวของเขา

ก็แค่ครอบครัวพอมีจะกิน ไม่ได้ร่ำรวยอันใด แต่เพราะมีสกุลเยว่ของเขามิใช่หรือ ที่คอยช่วยสนับสนุนให้เจิ้งคังได้เล่าเรียน จนมีดอกาสเข้าเมืองหลวงไปสอบจองหงวน แต่เท่าที่คนของเขาส่งข่าวมา เจิ้งคังยังไม่ประสบผลสำเร็จ เงินทองที่มีก็เริ่มอัตคัดขัดสน จึงได้กลับมาที่นี่ และคงหวังมาให้บุตรสาวของเขา ไปเป็นอนุเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวสินะ! ช่างเพ้อฝันสิ้นดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่89 สมบูรณ์แบบ

    “ฮ่า ๆ โชคใดจะเข้าข้างเจ้านัก มารดาเจ้าพี่ชายเจ้า ก็ต่ายไปแล้ว ไยเจ้าไม่ตายตามพวกมันไปเล่า!” คำพูดที่โพล่งออกมาจากปากของหวังเต๋อเฟย ประหนึ่งสายฟ้า ที่ฟาดลงกลางแสกหน้าของเหล่าขุนนางกบฏ สตรีวิปลาสผู้นี้กลับกล้าที่จะยอมรับ ว่านางสังหารอดีตฮองเฮา กับอดีตองค์รัชทายาท ช่างน่าตายนัก! “เพราะข้ายังต้องอยู่ เพื่อส่งเจ้าไปกราบเท้าพวกเขาทั้งสองอย่างไรเล่า” อึก! หวังเต๋อเฟยถึงกับดวงตาเบิกกว้าง เมื่อกลางอกของนาง ถูกสายพลังสายหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปราณสังหาร! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮ่องเต้ จึงไม่ทรงเลือกโอรสคนใดเลย เพราะเขามีตัวเลือกที่ซุ่มซ่อนเอาไว้มานาน ทั้งการฝึกฝนและเรียนรู้ คงถ่ายทอดมาแล้วเป็นอย่างดี ต่ำช้านัก! “เสด็จแม่! เจ้าสารเลว!” “ฮึ! ข้าทำแค่นี้ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เจ้ายังกล้าพูดออกมาว่าข้าเลว เช่นนั้นเจ้าก็รอดูความเลวของข้าให้ดี” สิ้นคำซ่งเถียนยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้คนของเขา พาสองแม่ลูกและเหล่าขุนนางกบฏออกจากท้องพระโรงไป เขาไม่ได้มานั่งพิถีพิถัน สอบสวนอย่างเนิบช้า หากจะลงมือก็ต้องให้จบสิ้นโดยไว ในเมื่อแผ่นดินนี่ ตาแก่ชุดทองอยากให้เขา

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่88 สตรีแห่งไป๋เหลียง

    สามวันต่อมา หลังจากกลับถึงเมืองหลวง ทุกอย่างเหมือนจะสงบนิ่งไป ราวกับหลายสิ่งอย่างไม่เคยเกิดขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้น คนในราชวงศ์หายตัวไปอย่างไรร่องรอย ทว่าฮ่องเต้กลับไม่ทรงให้คนติดตามหา ราวกับทรงรู้อยู่แล้วว่าหายไปเพราะเหตุใด วันนี้ในท้องพระโรง มีการหารือเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทคนใหม่ โดยมีชินอ๋องถงลั่วอวิ๋น เป็นหนึ่งในผู้ออกความคิดเห็น ร่วมกับองค์ฮ่องเต้ องค์ชายที่ได้รับเลือก กลับเป็นองค์ชายที่ไม่เคยมีผู้ใดพบหน้ามาก่อน พระโอรสอีกองค์ของอดีตฮองเอา ที่ทรงถูกส่งไปให้ญาติฝ่ายมารดาของฮองเอาเลี้ยงดู การกลับมาขององค์ชายกู้เถียนเสวี่ย นับเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งราชสำนัก! ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาภายในท้องพระโรง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชาขององค์ชายห้า โอรสที่ไม่คิดว่าจะยังมีชีวิตอยู่ ทำให้หวังเต๋อเฟย ที่มีพระโอรส ล้วนมีใบหน้าที่ซีดเชียว เพราะทุกคนต่างมีความหวัง ว่าโอรสของตนเอง จะได้ก้าวไปแทนที่ องค์รัชทายาทที่สินพระชนม์ไปแล้ว เมื่อหลายปีก่อน “กระหม่อมกู้เถียนเสวี่ย ถวายบังคมเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” การประชุมครั้งนี้มิใช่เพียงขุนนาง แต่มีเหล่าสนมเข้าร่วมด้วย

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่87 ไม่รู้สึกจริงหรือ

    “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” คำตอบของหญิงสาว ทำให้ถงลั่วอวิ๋น แปรเปลี่ยนจากที่ต้องทบมวนใจและอ่อนโยนต่อนาง กลายเป็นความไม่พอใจ นางพูดออกมาได้อย่างไร ว่าสิ่งที่ต้องการมีเพียงแค่เงิน แล้วที่นางกับเขานอนร่วมห้อง แม้ไม่ร่วมเตียง ก็ใกล้ชิดกันอยู่ตลอด นางจะไม่รู้สึกสิ่งใดต่อเขาเลยจริง ๆ หรือ สตรีบ้าผู้นี้กำลังคิดที่จะปั่นหัวเขาเล่นอยู่หรืออย่างไร “ข้าย่อมไม่ผิดสัญญา พ่อบ้านไปนำค่าจ้าง ตามรายการในสัญญามอบให้แก่นาง” เมื่อนางต้องการเล่นกับความรู้สึกของเขา เช่นนั้นเขาก็จะตอบสนองนางตามที่ต้องการ เขาเองก็อยากรู้นักว่านางจะทำสีหน้าเช่นไร “ขอรับ” พ่อบ้านรับคำ ก่อนจะรับรายการสิ่งที่ต้องมอบให้หญิงสาว แล้วก้าวออกจากห้องรับแขกไป “พวกเจ้าพักที่จวนข้าก่อนก็แล้วกัน” เมื่อไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหญิงสาว อ๋องหนุ่มจำต้องอ่อนลงให้นางอีกสักส่วน นี่ถือว่าเขายินยอมนางมากแล้ว “ไม่เป็นไรขอรับ เราย่อมมีที่พักในเมืองหลวงแล้ว ท่านอ๋องเดินทางมาไกล ควรพักผ่อนให้ดี รับค่าจ้างแล้วเราก็จะกลับกันเลยขอรับ” เป็นซ่งเถียน ที่ปฏิเสธเอ่ยปาก ขึ้นมาก่

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่86 ต่างชนชั้น

    สิบห้าวันต่อมา ณ ประตูเมืองหลวง หวางเฟย ชะเง้อมองไปยังถนนเส้นเล็ก ที่ทอดยาวออกไปแสนไกล บุตรชายของนางจะมาถึงวันนี้ ตามที่คนของนางส่งข่าวมา “พระนาง...นั่นเจ้าค่ะ คณะเดินทางของท่านอ๋องอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” สาวใช้ข้างกาย ชี้ชวนให้ผู้เป็นนายมองตาม ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น คณะเดินทางที่มีธงของสำนักคุ้มภัยชื่อดัง เป็นผู้นำทาง ก่อนจะมีรถม้าคันใหญ่ปรากฏให้เห็นในครรลองสายตา หวางเฟยยกชายเสื้อขึ้นซับหน่วยตา ด้วยความรู้สึกอันตื้นตัน อย่างน้อยเขาก็กลับมา นางไม่อาจทนรับการสูญเสียใดได้อีกในเวลานี้ “มาก็ดีแล้ว” พ่อบ้านชรา รีบกุลีกุจออกไปยืนรอรับคณะเดินทาง ที่เคลื่อนเข้ามาหยุดยังลานกว้าง ก่อนเข้าสู่ประตูเมือง “ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือขอรับ” ชายชราที่ไม่สามารถเข้าใกล้รถม้าได้ ตะโกนถามออกไปเสียงดังอยู่หลายส่วน ก่อนที่เขาจะได้รับอนุญาตจากคนบนหลังม้า ให้เข้าใกล้ตัวรถม้าได้ เพราะคนด้านในส่งสัญญาณมาแล้ว ว่าชายชราคือคนจากจวนอ๋อง “ท่านอ๋องปลอดภัยดีหรือไม่ขอรับ” เมื่อมายืนอยู่ข้างรถม้า ชายชรา เอ่ยถามผู้เป็นนาย ด้วยความห่วงใย “

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่85 ปีศาจเช่นนั้นหรือ

    ภายในห้องนอน ร่างระหงในชุดบางเบา ได้เดินนวยนาทตรงปังเตียงนอน รอยยิ้มอย่างผู้ชนะ ปรากฎบนใบหน้างามของเหมยชุเหริน ด้านนอกคือการต่อสู้ของเจ้าคนไร้ค่า ที่ส่งผีร้ายกับพวกองครักษ์ไร้ฝีมือ เพื่อมากำจัดคนบนเตียง เขลาจนไม่มีใครเทียบจริง ๆ กู้หนานจิ่น นี่ไม่เท่ากับเขาเปิดโอกาสให้นาง ได้เข้าหาท่านอ๋องได้โดยสะดวกหรอกหรือ ทางด้านเล่อเจานั้น ได้ต่อสู้อยู่กับหัวหน้าผู้คุ้มกัน อยู่ทางด้านหลังเรือน เส้นทางที่นางพานายสาว ลอบเข้ามายังบ้านพักหลังนี้ การต่อสู้ที่ทำให้เล่อเจาได้รู้ ว่าที่ผ่านมานางตกอยู่ในกลลวง คนจากเฟิ่งหวง ต่อให้อายุยังน้อย ทว่าฝีมือนั้น เทียบเท่าผู้ฝึกมายาวนานทีเดียว เฟิ่งหวงต้องร่ำรวยเพียงใด จึงสามารถทำเช่นนี้ได้ จ้างวานคนที่มากฝีมือเข้ามาทำงานในสำนัก ทางด้านเหมยชูเหริน ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ มือบางค่อย ๆ ปล่อยปล่อยเสื้อคลุมตัวยามออกให้พ้นกาย เผยให้เห็นเพียงผิวร่างที่ขาวเนียน สะท้อนแสงเทียนสลัว ๆ จากมุมห้อง ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอของชายหนุ่ม ทำให้เลือดในกายนาง สูบฉีดได้ดีนัก! “ท่านต้องมีข้าเป็นชายาเอกเท่านั้น ถงลั่วอวิ๋น” หญิงสาวโน้มกายลงไปใ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่84 ไม่รู้สึก

    เยว่เมี่ยวไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ นางยื่นมืออกไปเพียงเล็กน้อย ปราณสีทองก่อเกิดเป็นแส้เส้นยาว มันเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ยากนักจะนับได้ ว่านางต้องต่อสู้แบบนี้ เพื่อรักษาชีวิตและสร้างเงินตรา หญิงสาวหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดแส้ในมือใส่ร่างของคนที่นางควรเรียกแม่ เสียงหวีดร้องนั้นจางหายไป พร้อมกับร่างกายที่แหลกสลาย นี่คือการทำลายวิญญาณให้แหลกสลาย นางไม่อาจยินยอมให้ผู้ใด นำวิญญาณของมารดา มาใช้เป็นเครื่องมือได้อีกต่อให้นางไม่รู้สึกที่จะรักใคร่ แต่นางก็ไม่ได้ใจดำถึงเพียงนั้น ใครมันจะอยากต่อสู้กับวิญญาณของคนที่ให้กำเนิด สู้ให้วิญญาณนี้แตกสลายไปเสีย จะได้ไม่ต้องพบเจอหรือพัวพันกันไปมากกว่านี้ นางหาได้อกตัญญูต่อผุ้ให้กำเนิด แต่เป็นสิ่งที่มารดาเลือกแล้วด้วยตนเอง“เจ้าไม่รู้สึกจริง ๆ หรือ”ซ่งเถียนก้าวมาหยุดข้างหญิงสาว พร้อมคำถามที่เขาเคยถามนางไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเขาเป็นเยว่เมี่ยว เขาจะไม่คิดแยแสเลยแม้แต่น้อย สำหรับคนที่คิดเอาชีวิตเขา ตั้งแต่คลอดออกมาได้มิทันข้ามคืน“รู้สึกแล้วจะได้อันใดตอบแทน ความชิงชังที่ข้ายังไม่รู้ที่มาที่ไป แค่ดวงตาของข้ามีสีทอง หมอผีบอกว่าข้าคือตั

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่12 เด็กชายผู้ทะนง

    สิบวันถัดมา หน้าประตูเมืองหน้าด่าน รถม้าหรูหราได้เคลื่อนผ่านประตูเมืองเข้ามา จากเหล่าทหารในชุดองครักษ์ ก็บอกได้แล้วว่าเจ้าของรถม้า เป็นคนชนชั้นสูงจากเมืองหลวง สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องไปที่รถม้า เพื่อรอชมว่าคนด้านในคือใคร บุรุษหรือสตรีที่โดยสารมา แน่นอนว่ามีคนที่มองนั้น ล้วนมีเป้าหมายต่อค

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่11 ต่อรอง

    ภายในห้องนอน ที่มีแสงสว่างจากเทียน ซึ่งถูกจุดจนสว่างโร่ ทำให้คนที่เพิ่งรู้สึกตัว ทำได้เพียงกระพริบตาถี่ ๆ เขากำลังประมวลความคิดต่าง ๆ เพื่อเรียบเรียง ว่าตัวเขามาอยู่ตรงนี้ ในสภาพนี้ได้อย่างไร ก่อนที่เขาจะเอียงใบหน้าไปยังทิศทางที่มาของเสียง ฝีเท้าที่ใกล้ประตูเข้ามาทุกขณะ ทำให้ใจของ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่13 ล่าถอย

    “วาจาช่างไม่สมกับฐานะเอาเสียเลย จ้านเอ๋อร์ พาท่านปู่หวงหลีกทางเขาไป” เยว่เมี่ยวคร้านจะต่อคำกับคนในรถม้า จึงได้หันไปบอกน้องชาย ช่วยพยุงชายชราถอยออกจากตรงนี้เสีย และที่นางยินยอมเปิดทางให้แก่อีกฝ่าย มิใช่เพราะกลัวเกรงในฐานะของอีกฝ่าย แต่มันไร้สาระเกินที่นางจะมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้ ส่วนอีกฝ่ายจะ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่10 ฟื้นแล้ว

    “คนเยี่ยงข้าไม่ไร้ศักดิ์ศรี จนต้องลดตัวไปร้องขอชีวิต จากเด็กเมื่อวานซืนเยี่ยงพวกเจ้าหรอกนะ” สิ้นคำชายแปลกหน้า ได้สะบัดปลายกระบี่อ่อน ออกมาเต็มแรง ปราณสายหนึ่งพุ่งเข้าหาหญิงสาว ตูม! ทว่ายังไม่ทันที่จะถึงร่างของนาง ปราณสีแดงเพลิงจากฝ่ามือของซ่งเถียน ได้พุ่งสวนออกมาปะทะเข้าเสียก่อนใบหน้าที่ย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status