LOGIN“ข้าต้องบอกเอาไว้ก่อน ว่าการซื้อหาในยามนี้ ราคาจะเพิ่มถึงสิบเท่า หากรับได้ ข้าจะเปิดประตูเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวตอบกลับไป ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดุดันแม้แต่น้อย นางยินดีทำให้คนด้านนอกย่ามใจ ว่านางนั้นเพียงสตรีที่อยู่เฝ้าร้าน หึ ๆ หากนางบอบบาง จะกล้าเดินเคาะยามแทนบิดาได้หรือ แต่ก็นั่นละ นางไม่ควรประมาทคู่ต่อสู้
“ข้ายินดีจ่าย”
น้ำเสียงตอบกลับ คล้ายจะเต็มไปด้วยความยินดี ที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการ และดูจะเบาสบายใจขึ้นอีกหลายส่วน เมื่อคนที่ตอบกลับเขานั้น คือสตรี...ที่ไม่น่าจะมีอายุเท่าใดนัก
แอ๊ด!!! ประตูบานใหญ่เปิดออกเพียงครึ่ง ก่อนจะเผยให้เห็นหญิงสาว ในชุดบุรุษสีเข้ม ชายผู้มาเยือนมองสำรวจนาง ภายใต้แสงจากเทียนที่ส่องสว่างจ้าไปทั้งร้านของนาง เนื้อผ้าแม้จะดูไม่เทียบเท่าของราชวงศ์ แต่มันคือเนื้อผ้าของชนชั้นสูงอยู่ดี หญิงขายโลงมีรายได้สูงแค่ไหนกัน ไยจึงสวมใส่อาภรณ์ที่ตัดเย็นอย่างประณีต ด้วยผ้าไหมชั้นดีเยี่ยงนี้ได้
“นายท่านต้องการโลงศพแบบใดเจ้าคะ เชิญแจ้งมาได้เลยเจ้าค่ะ”
เยว่เมี่ยวเห็นสายตาของอีกฝ่าย มีหรือนางจะไม่รู้ ว่าเขากำลังสำรวจนาง ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แล้วอย่างไรเล่า นางมีเงิน...จะให้นางทนใส่เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบไปทำไม สามีลูกหลานก็ไม่มี ชีวิตนางนอกจากบิดากับน้องชาย นางก็ไม่ต้องแบ่งเงินให้ใครอื่นใช้ การสนองความสุขของตนเอง ย่อมไม่หนักศีรษะของผู้ใดอยู่แล้ว เพราะคนทั้งเมืองต่างรู้ดีว่ากิจการขายโลงศพนั้น ได้ค่าตอบแทนที่ดี เพราะนางรับจัดงานศพ ฝังศพให้ครบในกระบวนการเดียว รายได้ดีแต่เป็นความอัปมงคล จึงไม่มีบ้านใดอยากได้นางไปเป็นสะใภ้
“ข้าขอเข้าไปเลือกด้วยตนเองได้หรือไม่”
ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้น หญิงสาวมองไปยังคนข้างกายของเขา ที่สวมใส่ชุดสีดำ ยืนถือโคมไฟประกบซ้ายขวา แต่ที่น่าหนักใจคือวิญญาณร้าย ที่นางต้องแสร้งมองไม่เห็น กำลังยืนแสยะยิ้มแยกเขี้ยววาววับ อยู่เบื้องหน้านางในตอนนี้ต่างหาก หากอนุญาตก็เท่ากับนางเปิดประตูให้อีกฝ่าย เข้ามาจัดการกับนางได้โดยสะดวก แต่ถ้าปฏิเสธไป ย่อมทำให้ชายแปลกหน้าเลือกลงมือโดยไม่โยกโย้กับนางอีก
“หากนายท่านต้องการเลือกดูโลงศพ โปรดมาอีกครั้งในยามฟ้าสว่าง แต่หากอยากได้ในเวลานี้ ช่วยบอกเพียงขนาด และความหรูหราที่ต้องการเท่านั้นขอรับ เพราะนี่คือกฎของร้าน”
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยสิ่งใดตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบ พลันดังขึ้นจากด้านหลังของนางเสียก่อน เยว่ฉงเดินออกมายืนช้อนหลังบุตรสาว แววตาของเขานั้นคมกริบราวใบมีด เขาจ้องมองไปยังชายแปลกหน้า ที่กล้าขู่เข็ญบุตรสาวของเขา ให้เปิดประตูทำลายกฎ คนแบบนี้ดื้อด้านนัก หากปล่อยให้เยว่เมี่ยวรับมือเอง คงไม่พ้นมีการบาดเจ็บล้มตาย
“ข้าเป็นลูกค้า ย่อมยินดีจ่ายราคาดีให้แก่ร้านของเจ้า”
สำหรับคนที่มุ่งมั่นจะใช้เงิน ในการล่อใจคน ย่อมไม่เรียนรู้ว่ากฎที่ตั้งไว้ ต้องเคารพอันใด ยิ่งเป็นเมืองห่างไกลความรุ่งเรืองเช่นนี้ การได้รับเงินจากค้าขายในจำนวนสูง มีหรือผู้ทำการค้าจะไม่อยากรับไว้
“เงินข้าย่อมต้องอยากได้ขอรับ แต่กฎของผู้ค้าขาย ก็ย่อมต้องรักษาอย่างเคร่งครัด นับว่าบุตรสาวข้ายินยอมละเมิดกฎ เปิดประตูออกถามความต้องการของนายท่านแล้ว หากยังอยากที่จะได้มากกว่านี้ ข้าคงต้องขออภัย ที่ต้องปิดประตูบานนี้เสีย”
เยว่ฉง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงคงเดิม แม้ว่าเขาจะรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของอีกฝ่าย แล้วอย่างไรเล่า...เขาต้องนั่งแบกรับความไม่พอใจ กับคนที่จงใจมาระรานเช่นนั้นรึ! ในเมื่อมาอย่างมีจุดประสงค์ เขาก็มีสิทธิ์ที่จะปกป้องพื้นที่ของตนเองเช่นกัน กฎเท่านี้ยังไม่อาจทำตามได้ ก็ไม่คู่ควรที่จะทำการค้ากับเขา
“บังอาจ! นายท่านของข้า มาเพื่อมอบเงินให้แก่พวกเจ้า”
หนึ่งในสองของชายที่ถือโคมไฟเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงอันกร้าวกระด้าง มันดังกังวานนักในยามดึกสงัดเช่นนี้ ทว่ากลับไม่ได้ทำให้สองพ่อลูก ที่คุ้นชินกับความมืด รู้สึกอันใดแม้แต่น้อย
“นี่คือการค้าขาย มิใช่การร้องขอทาน หากอยากที่จะทำการค้ากับเรา ก็ต้องทำตามกฎ ในเมื่อแจ้งไม่ได้ว่าต้องการโลงศพแบบใด ก็โปรดมาอีกครั้งในตอนเช้า หรือจะลองไปดูที่ร้านอื่นได้ ข้ามิถือสา ว่าเป็นการข้ามหน้าข้ามตากัน”
เป็นการขับไล่และปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย คิดจะข่มขู่ผู้อื่น ก็ต้องดูให้ดีว่าอีกฝ่าย มีสิ่งใดที่จำต้องเกรงกลัวหรือไม่ ในเมื่อร้านของเขา ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีสิ่งใดที่ต้องกริ่งเกรง ว่าใครจะใช้ข้อกฎหมายอันไม่เป็นธรรมใดมากลั่นแกล้ง และกฎของร้านขายโลงศพ ก็มีเหมือนกันแทบทุกร้าน เว้นแค่พวกนอกรีตที่ไม่สนสิ่งใด และคนในร้านนั้น สุดท้ายก็จบลงด้วยความตาย มันเป็นกฎที่สืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น พวกเขาหากินกับคนตาย ย่อมต้องแบ่งแยกความเป็นตายให้ชัดเจน หลังเสร็จสิ้นงาน ชีวิตจึงจะรอดยืนยาวได้
“พวกเจ้ากลัวสิ่งใดกัน หรือซ่อนใครไว้หรือ”
ชายแปลกหน้าเอ่ยถามออกมา ด้วยน้ำเสียงปนเยาะหยัน และนั่นคือสิ่งที่สองพ่อลูกคาดเดาเอาไว้อยู่แล้ว เยว่เมี่ยวไม่รู้ว่าบิดามาที่นี่ได้อย่างไร แต่นางรู้ดีว่าบิดา กำลังคิดเช่นเดียวกับนาง สิ่งที่นางหวั่นเกรงหาใช้คนทั้งสาม แต่มันคือวิญญาณตนนั้นต่างหาก เพราะถ้าปล่อยให้เข้ามาได้ในค่ำคืนนี้ ครั้งต่อ ๆ ไป มันจะเข้าออกร้านของนาง ได้ราวเรือนของตนเลยทีเดียว นี่จึงเป็นกฎอันเข้มงวดของร้านขายโลงศพ ว่าจะไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้ามาในยามวิกาล
“ไม่มีสิ่งใดที่ข้าต้องแอบซ่อน หรือคิดกลัวเกรง แต่เป็นกฎที่มีมาแต่โบราณ ที่นี่คือร้านขายโลงศพหาใช่โรงเตี๊ยม ที่จะเปิดรับผู้คนได้ตลอดเวลา ท่านเองอายุก็ไม่น้อยแล้ว เรื่องเช่นนี้น่าจะพอรู้มาบ้าง หากไม่รับโลงศพ ข้าคงต้องขอเสียมารยาทปิดประตู”
ปัง! ไม่รอคำตอบจากคนด้านนอก เยว่ฉงสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ประตูที่เปิดอยู่พลันปิดลงในทันใด นี่คือการประกาศถึงการรักษาเขตอำนาจของตนเอง
“พวกมันมิใช่ธรรมดาเลยขอรับ”
หนึ่งในสองคนถือโคม เอ่ยกับผู้เป็นนาย แต่ที่น่าแปลกคือพวกเขา ไม่อาจล่วงรู้ได้ถึงพลังของคนด้านในได้เลย
“เข้าไปหาตัวเขาให้พบ!”
ชายแปลกหน้าหันไปสั่งการ กับวิญญาณ ที่มีรูปร่างเพียงเงาตะคุ่มอยู่เบื้องหน้า ทว่าเงาร่างนั้นกลับนิ่งงัน ราวกับหลังประตู ไม่ใช่สิ่งที่วิญญาณนี้จะล่วงล้ำเข้าไปมิได้
“นายท่านที่นี่คือร้านขายโลงศพ ย่อมมีสิ่งคุ้มกัน หากเป็นวิญญาณ ย่อมมิอาจเข้าไปได้ขอรับ ถ้าเจ้าของบ้านไม่เชื้อเชิญหรืออนุญาตขอรับ”
“เช่นนั้นก็เป็นพวกเจ้า! ต้องพบคนผู้นั้น หากตายข้าก็ต้องได้เห็นศพ”
“ขอรับ”
ชายหนุ่มทั้งสอง วางโคมไฟลงกับพื้น ก่อนจะพากันเหินกายขึ้นไปบนหลังคา เพื่อที่ทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย ชายแปลกหน้ายืนนิ่งมองไปยังหน้าประตู ที่มีเพียงแสงคบไฟวูบไหว ปักอยู่หน้าประตูทางเข้าร้าน นี่มิใช่ไฟทั่ว ๆ ไปสินะ! เพราะเขาลองใช้พลังปราณดับมันแล้ว แต่กลับยังคงลุกสว่างโร่อยู่มิดับลงอย่างที่ควรจะเป็น
“ฮ่า ๆ โชคใดจะเข้าข้างเจ้านัก มารดาเจ้าพี่ชายเจ้า ก็ต่ายไปแล้ว ไยเจ้าไม่ตายตามพวกมันไปเล่า!” คำพูดที่โพล่งออกมาจากปากของหวังเต๋อเฟย ประหนึ่งสายฟ้า ที่ฟาดลงกลางแสกหน้าของเหล่าขุนนางกบฏ สตรีวิปลาสผู้นี้กลับกล้าที่จะยอมรับ ว่านางสังหารอดีตฮองเฮา กับอดีตองค์รัชทายาท ช่างน่าตายนัก! “เพราะข้ายังต้องอยู่ เพื่อส่งเจ้าไปกราบเท้าพวกเขาทั้งสองอย่างไรเล่า” อึก! หวังเต๋อเฟยถึงกับดวงตาเบิกกว้าง เมื่อกลางอกของนาง ถูกสายพลังสายหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปราณสังหาร! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮ่องเต้ จึงไม่ทรงเลือกโอรสคนใดเลย เพราะเขามีตัวเลือกที่ซุ่มซ่อนเอาไว้มานาน ทั้งการฝึกฝนและเรียนรู้ คงถ่ายทอดมาแล้วเป็นอย่างดี ต่ำช้านัก! “เสด็จแม่! เจ้าสารเลว!” “ฮึ! ข้าทำแค่นี้ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เจ้ายังกล้าพูดออกมาว่าข้าเลว เช่นนั้นเจ้าก็รอดูความเลวของข้าให้ดี” สิ้นคำซ่งเถียนยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้คนของเขา พาสองแม่ลูกและเหล่าขุนนางกบฏออกจากท้องพระโรงไป เขาไม่ได้มานั่งพิถีพิถัน สอบสวนอย่างเนิบช้า หากจะลงมือก็ต้องให้จบสิ้นโดยไว ในเมื่อแผ่นดินนี่ ตาแก่ชุดทองอยากให้เขา
สามวันต่อมา หลังจากกลับถึงเมืองหลวง ทุกอย่างเหมือนจะสงบนิ่งไป ราวกับหลายสิ่งอย่างไม่เคยเกิดขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้น คนในราชวงศ์หายตัวไปอย่างไรร่องรอย ทว่าฮ่องเต้กลับไม่ทรงให้คนติดตามหา ราวกับทรงรู้อยู่แล้วว่าหายไปเพราะเหตุใด วันนี้ในท้องพระโรง มีการหารือเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทคนใหม่ โดยมีชินอ๋องถงลั่วอวิ๋น เป็นหนึ่งในผู้ออกความคิดเห็น ร่วมกับองค์ฮ่องเต้ องค์ชายที่ได้รับเลือก กลับเป็นองค์ชายที่ไม่เคยมีผู้ใดพบหน้ามาก่อน พระโอรสอีกองค์ของอดีตฮองเอา ที่ทรงถูกส่งไปให้ญาติฝ่ายมารดาของฮองเอาเลี้ยงดู การกลับมาขององค์ชายกู้เถียนเสวี่ย นับเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งราชสำนัก! ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาภายในท้องพระโรง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชาขององค์ชายห้า โอรสที่ไม่คิดว่าจะยังมีชีวิตอยู่ ทำให้หวังเต๋อเฟย ที่มีพระโอรส ล้วนมีใบหน้าที่ซีดเชียว เพราะทุกคนต่างมีความหวัง ว่าโอรสของตนเอง จะได้ก้าวไปแทนที่ องค์รัชทายาทที่สินพระชนม์ไปแล้ว เมื่อหลายปีก่อน “กระหม่อมกู้เถียนเสวี่ย ถวายบังคมเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” การประชุมครั้งนี้มิใช่เพียงขุนนาง แต่มีเหล่าสนมเข้าร่วมด้วย
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” คำตอบของหญิงสาว ทำให้ถงลั่วอวิ๋น แปรเปลี่ยนจากที่ต้องทบมวนใจและอ่อนโยนต่อนาง กลายเป็นความไม่พอใจ นางพูดออกมาได้อย่างไร ว่าสิ่งที่ต้องการมีเพียงแค่เงิน แล้วที่นางกับเขานอนร่วมห้อง แม้ไม่ร่วมเตียง ก็ใกล้ชิดกันอยู่ตลอด นางจะไม่รู้สึกสิ่งใดต่อเขาเลยจริง ๆ หรือ สตรีบ้าผู้นี้กำลังคิดที่จะปั่นหัวเขาเล่นอยู่หรืออย่างไร “ข้าย่อมไม่ผิดสัญญา พ่อบ้านไปนำค่าจ้าง ตามรายการในสัญญามอบให้แก่นาง” เมื่อนางต้องการเล่นกับความรู้สึกของเขา เช่นนั้นเขาก็จะตอบสนองนางตามที่ต้องการ เขาเองก็อยากรู้นักว่านางจะทำสีหน้าเช่นไร “ขอรับ” พ่อบ้านรับคำ ก่อนจะรับรายการสิ่งที่ต้องมอบให้หญิงสาว แล้วก้าวออกจากห้องรับแขกไป “พวกเจ้าพักที่จวนข้าก่อนก็แล้วกัน” เมื่อไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหญิงสาว อ๋องหนุ่มจำต้องอ่อนลงให้นางอีกสักส่วน นี่ถือว่าเขายินยอมนางมากแล้ว “ไม่เป็นไรขอรับ เราย่อมมีที่พักในเมืองหลวงแล้ว ท่านอ๋องเดินทางมาไกล ควรพักผ่อนให้ดี รับค่าจ้างแล้วเราก็จะกลับกันเลยขอรับ” เป็นซ่งเถียน ที่ปฏิเสธเอ่ยปาก ขึ้นมาก่
สิบห้าวันต่อมา ณ ประตูเมืองหลวง หวางเฟย ชะเง้อมองไปยังถนนเส้นเล็ก ที่ทอดยาวออกไปแสนไกล บุตรชายของนางจะมาถึงวันนี้ ตามที่คนของนางส่งข่าวมา “พระนาง...นั่นเจ้าค่ะ คณะเดินทางของท่านอ๋องอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” สาวใช้ข้างกาย ชี้ชวนให้ผู้เป็นนายมองตาม ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น คณะเดินทางที่มีธงของสำนักคุ้มภัยชื่อดัง เป็นผู้นำทาง ก่อนจะมีรถม้าคันใหญ่ปรากฏให้เห็นในครรลองสายตา หวางเฟยยกชายเสื้อขึ้นซับหน่วยตา ด้วยความรู้สึกอันตื้นตัน อย่างน้อยเขาก็กลับมา นางไม่อาจทนรับการสูญเสียใดได้อีกในเวลานี้ “มาก็ดีแล้ว” พ่อบ้านชรา รีบกุลีกุจออกไปยืนรอรับคณะเดินทาง ที่เคลื่อนเข้ามาหยุดยังลานกว้าง ก่อนเข้าสู่ประตูเมือง “ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือขอรับ” ชายชราที่ไม่สามารถเข้าใกล้รถม้าได้ ตะโกนถามออกไปเสียงดังอยู่หลายส่วน ก่อนที่เขาจะได้รับอนุญาตจากคนบนหลังม้า ให้เข้าใกล้ตัวรถม้าได้ เพราะคนด้านในส่งสัญญาณมาแล้ว ว่าชายชราคือคนจากจวนอ๋อง “ท่านอ๋องปลอดภัยดีหรือไม่ขอรับ” เมื่อมายืนอยู่ข้างรถม้า ชายชรา เอ่ยถามผู้เป็นนาย ด้วยความห่วงใย “
ภายในห้องนอน ร่างระหงในชุดบางเบา ได้เดินนวยนาทตรงปังเตียงนอน รอยยิ้มอย่างผู้ชนะ ปรากฎบนใบหน้างามของเหมยชุเหริน ด้านนอกคือการต่อสู้ของเจ้าคนไร้ค่า ที่ส่งผีร้ายกับพวกองครักษ์ไร้ฝีมือ เพื่อมากำจัดคนบนเตียง เขลาจนไม่มีใครเทียบจริง ๆ กู้หนานจิ่น นี่ไม่เท่ากับเขาเปิดโอกาสให้นาง ได้เข้าหาท่านอ๋องได้โดยสะดวกหรอกหรือ ทางด้านเล่อเจานั้น ได้ต่อสู้อยู่กับหัวหน้าผู้คุ้มกัน อยู่ทางด้านหลังเรือน เส้นทางที่นางพานายสาว ลอบเข้ามายังบ้านพักหลังนี้ การต่อสู้ที่ทำให้เล่อเจาได้รู้ ว่าที่ผ่านมานางตกอยู่ในกลลวง คนจากเฟิ่งหวง ต่อให้อายุยังน้อย ทว่าฝีมือนั้น เทียบเท่าผู้ฝึกมายาวนานทีเดียว เฟิ่งหวงต้องร่ำรวยเพียงใด จึงสามารถทำเช่นนี้ได้ จ้างวานคนที่มากฝีมือเข้ามาทำงานในสำนัก ทางด้านเหมยชูเหริน ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ มือบางค่อย ๆ ปล่อยปล่อยเสื้อคลุมตัวยามออกให้พ้นกาย เผยให้เห็นเพียงผิวร่างที่ขาวเนียน สะท้อนแสงเทียนสลัว ๆ จากมุมห้อง ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอของชายหนุ่ม ทำให้เลือดในกายนาง สูบฉีดได้ดีนัก! “ท่านต้องมีข้าเป็นชายาเอกเท่านั้น ถงลั่วอวิ๋น” หญิงสาวโน้มกายลงไปใ
เยว่เมี่ยวไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ นางยื่นมืออกไปเพียงเล็กน้อย ปราณสีทองก่อเกิดเป็นแส้เส้นยาว มันเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ยากนักจะนับได้ ว่านางต้องต่อสู้แบบนี้ เพื่อรักษาชีวิตและสร้างเงินตรา หญิงสาวหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดแส้ในมือใส่ร่างของคนที่นางควรเรียกแม่ เสียงหวีดร้องนั้นจางหายไป พร้อมกับร่างกายที่แหลกสลาย นี่คือการทำลายวิญญาณให้แหลกสลาย นางไม่อาจยินยอมให้ผู้ใด นำวิญญาณของมารดา มาใช้เป็นเครื่องมือได้อีกต่อให้นางไม่รู้สึกที่จะรักใคร่ แต่นางก็ไม่ได้ใจดำถึงเพียงนั้น ใครมันจะอยากต่อสู้กับวิญญาณของคนที่ให้กำเนิด สู้ให้วิญญาณนี้แตกสลายไปเสีย จะได้ไม่ต้องพบเจอหรือพัวพันกันไปมากกว่านี้ นางหาได้อกตัญญูต่อผุ้ให้กำเนิด แต่เป็นสิ่งที่มารดาเลือกแล้วด้วยตนเอง“เจ้าไม่รู้สึกจริง ๆ หรือ”ซ่งเถียนก้าวมาหยุดข้างหญิงสาว พร้อมคำถามที่เขาเคยถามนางไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเขาเป็นเยว่เมี่ยว เขาจะไม่คิดแยแสเลยแม้แต่น้อย สำหรับคนที่คิดเอาชีวิตเขา ตั้งแต่คลอดออกมาได้มิทันข้ามคืน“รู้สึกแล้วจะได้อันใดตอบแทน ความชิงชังที่ข้ายังไม่รู้ที่มาที่ไป แค่ดวงตาของข้ามีสีทอง หมอผีบอกว่าข้าคือตั
“คนเยี่ยงข้าไม่ไร้ศักดิ์ศรี จนต้องลดตัวไปร้องขอชีวิต จากเด็กเมื่อวานซืนเยี่ยงพวกเจ้าหรอกนะ” สิ้นคำชายแปลกหน้า ได้สะบัดปลายกระบี่อ่อน ออกมาเต็มแรง ปราณสายหนึ่งพุ่งเข้าหาหญิงสาว ตูม! ทว่ายังไม่ทันที่จะถึงร่างของนาง ปราณสีแดงเพลิงจากฝ่ามือของซ่งเถียน ได้พุ่งสวนออกมาปะทะเข้าเสียก่อนใบหน้าที่ย
ซ่งเถียนแสยะยิ้มเหี้ยม ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าโรมรันกับคู่ต่อสู้ ชายหนุ่มไม่ได้ยี่หระต่อความดุดันของอีกฝ่าย เขายังคงใช้พลังไปเพียงไม่กี่ส่วน ในการรับมือกับอีกฝ่าย ทางด้านวิญญาณร้าย เลี่ยงที่จะปะทะกับหญิงสาว ผู้มีดวงตาศักดิ์สิทธิ์ แต่เลือกที่จะต่อสู้กับปีศาจครึ่งหมูป่า อย่างน้อยยังจะพอมีโอกาสกำชัยอยู่บ
“ในเมื่อเจ้าเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น...ข้าก็คงต้องสะบั้นการค้าในครั้งนี้เสีย” สิ้นคำของหญิงสาว แส้ปราณได้ปรากฏในมือของนาง ก่อนนางจะสะบัดออกไป ด้วยพลังอันมหาศาล เปรี๊ยะ!! เสียงดังราวสายฟ้าฟาด ดังขึ้นกลางอากาศ ทว่าร่างของหนึ่งในสามของผู้บุกรุก ได้ร่วงลงสู่ถนน นอนแน่นิ่งสิ้นใจอยู่เบื้องล่าง พื
“ท่านพ่ออย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ แม้ว่าข้าจะยังไม่เก่งกาจเท่าใดนัก แต่ข้ามั่นใจว่าจะปกป้องท่านพ่อกับจ้านเอ๋อร์ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” หญิงสาวหันกลับไปมองบิดา ด้วยแววตาที่มั่นใจ ตามที่นางเอ่ยออกมาทุกคำ เพราะสำหรับนางแล้ว ยากนักจะมีคำว่าท้อถอยต่อชะตา ในเมื่อได้เกิดมาเป็นคนแล้ว ไยจะต้องยินยอมใ







