LOGIN“ไม่ทันแล้ว พวกเจ้ารีบพาข้าไปหาท่านอ๋องเถอะ” หวางหลินเอ่ยเสียงสั่น ไม่ติดใจกับคำเรียก ‘พระชายา’ เพราะในหัวยามนี้มีเพียงอยากรีบไปช่วยซ่งย่วนหยวน หากนางปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป ย่อมหมายความว่าชีวิตของลูกก็ตกอยู่ในอันตรายเพิ่มขึ้นเท่านั้น “เกิดอะไรขึ้นขอรับ” “หยวนเอ๋อร์กับปิงปิงถูกจับตัวไปแล้ว” หวางหลินน้ำตาคลอหน่วย หัวอกคนเป็นแม่ ใครอยู่เฉยได้บ้างหากทราบว่าลูกมีอันตราย ป่านนี้ซ่งย่วนหยวนจะเป็นเช่นไร ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดมากแค่ไหน “ขอรับ พวกเราจะพาพระชายาไปหาท่านอ๋อง” ถูลั่วและเหยียนหลัวรับคำอย่างไม่ลังเล พวกเขาตัดสินใจพาพระชายาซ่งอ๋องไปยังค่ายทหารด้วยวิชาวรยุทธ์ตัวเบา เพียงไม่นานก็ถึงจุดหมายคนสนิทมือซ้ายและมือขวาซ่งอ๋องนำทางหวางหลินไปยังกระโจมผู้บังคับบัญชา รายงานน้ำเสียงหนักแน่น“ท่านอ๋อง พระชายาอยากพบท่านขอรับ”สิ้นสุดคำกล่าวของถูลั่ว ซ่งอ๋องเดินออกมาด้วยตนเอง เขาไม่อยากเชื่อสายตาว่าหวางหลินตัดสินใจมาหา เมื่อครู่นางยังทำร้ายเขาและหนีไปมิใช่หรือเกิดอะไรขึ้น?“ท่านอ๋อง หยวนเอ๋อร์ถูกจับตัวไปเจ้าค่ะ” หวางหลินเข้าเรื่องทันที นางแทบจะไม่มีแรงเอื้อนเอ่ยอย
หวางหลินพิจารณาใบหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง พบว่าเขาคือซ่งอ๋อง อดีตสามีของนาง บัดนี้อีกฝ่ายกำลังนั่งตัวงอเอามือกอบกุมเป้าตนเอง สูดปากร้องด้วยความเจ็บปวด นางตัดสินใจใช้โอกาสนี้วิ่งหนีทันที ใครจะอยู่รอให้เขามาพรากลูกไปจากอ้อมอกนางกันเล่า หญิงสาววิ่งหนีไม่คิดชีวิต เพียงไม่นานแผ่นหลังก็ห่างซ่งอี้หลุนจนไม่เห็นแม้แต่เงา ชายหนุ่มยังคงเจ็บอยู่ เขาต้องใช้เวลานั่งพักอยู่นานกว่าจะดีขึ้น ไม่พบกันหลายเดือน นึกไม่ถึงว่าหวางหลินจะร้ายกาจขึ้นมากถึงเพียงนี้ นางกล้าทำร้ายส่วนอ่อนไหวของเขาได้อย่างไร แต่เพราะนางคือภรรยา เรื่องนี้จึงให้อภัยได้ หากเป็นผู้อื่น อย่าคิดมีชีวิตอยู่อีกเลย “ท่านอ๋อง จับพวกมันบางส่วนไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ” ขณะที่ซ่งอ๋องกำลังนั่งครุ่นคิดเรื่องหวางหลิน คนสนิทมือซ้ายและมือขวาของเขาก็มาแจ้งเรื่องกลุ่มก่อความวุ่นวาย เดิมทีพวกมันเงียบไปถึงสองปี นึกไม่ถึงว่าตอนนี้จะกลับมาอีกครั้ง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคงไม่ธรรมดาแน่ ซ่งอ๋องเคยไต่สวนมานับไม่ถ้วน พวกมันถึงขั้นยอมกินยาพิษที่พกติดตัวจนตาย แต่ครานี้ก่อนจับตัวไว้ ได้ค้นตัวและนำออกไปจนหมดแล้ว
หญิงสาวหยิบช้อนคนโจ๊ก ตักขึ้นมาพอดีคำ ก้มลงไปเป่าเชื่องช้าสักพัก ก่อนจะส่งเข้าปากลูก ซ่งย่วนหยวนอ้าปากงับอย่างรวดเร็วแล้วกลืนลงท้องทันทีอย่างง่ายดาย ไม่มีคราบอาหารเลอะปากสักนิด คนเป็นแม่มองลูกแล้วอมยิ้ม นางตักโจ๊กขึ้นมาใหม่แต่ยังไม่ยอมป้อนคำถัดไป ซ่งย่วนหยวนที่กำลังรออาหารจากมารดาส่งเสียงประท้วง ท่านแม่นะท่านแม่ ชอบแกล้งอยู่เรื่อย นางหิวมาก อันที่จริงอยากกินเป็ดย่างด้วยซ้ำ แต่จะทำอย่างไรได้ เด็กหกเดือนไม่มีฟันให้เคี้ยวของเหล่านั้น ได้กินโจ๊กแก้ขัดก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน หกเดือนที่ผ่านมา นางทรมานจะขาดใจอยู่แล้ว หวางหลินไม่อยากแกล้งลูกต่อ หญิงสาวตักโจ๊กป้อนลูกทีละคำอย่างเชื่องช้าด้วยความระมัดระวัง คอยสังเกตว่าซ่งย่วนหยวนอิ่มหรือไม่ นางจะได้หยุดป้อน ทว่าเมื่อป้อนจนหมดชาม เด็กทารกก็ยังอ้าปากรออาหารอยู่เช่นนั้น “หยวนเอ๋อร์ พอก่อนลูก เดี๋ยวอาเจียน เชื่อฟังแม่นะ”
วันที่ซ่งย่วนหยวนได้ลิ้มลองอาหารมาถึงแล้ว เจ้าก้อนแป้งตื่นแต่เช้าตรู่ ส่งเสียงเรียกปลุกมารดาเพื่อทวงสัญญา ยามท่านแม่ขยับเปลือกตา งดงามราวกับผีเสื้อโบยบิน เด็กทารกเผลอมองแล้วอมยิ้มจนแก้มพอง นางมีท่านแม่งดงามเช่นนี้ เดี๋ยวโตขึ้นมาตนก็คงงดงามเหมือนท่านแม่ แต่ซ่งย่วนหยวนไม่มีทางแต่งงานหรอกนะ อยู่กับท่านแม่มีความสุขมากที่สุดแล้ว หวางหลินเพิ่งตื่นยังมีอาการงัวเงียมองบุตรสาวที่จับจ้องมายังตนตาแป๋วก็หัวเราะ ดูเหมือนเจ้าก้อนแป้งจดจำแม่นยำว่าตนเองจะได้กินอาหารวันไหน ลูกของนางฉายชัดว่าเป็นเด็กกินเก่งตั้งแต่อายุไม่กี่เดือน ช่างตะกละจริง ๆ แน่นอนว่านางไม่เลี้ยงบุตรสาวให้เหมือนสตรีบ้านอื่น ปกติคนเป็นแม่ทุกบ้านมักห่วงรูปร่างลูกของตน กลัวว่าหากโตขึ้นจะออกเรือนไม่ได้ จึงควบคุมอาหารไม่ให้กินมา
หวางหลินชะงัก โอบกอดบุตรสาวแน่นขึ้น หัวใจนางเต้นระรัวยิ่งกว่ากลองศึกยามสู้รบ หากแต่ยังไม่หันไปมองเพราะคิดไม่ตกว่าควรหนีเลยดีหรือไม่ โชคดีที่ตลอดระยะเวลาสามเดือนมานี้ นางมิได้คบใครเป็นพิเศษ คนมาซื้อสมุนไพรที่ร้านก็ไม่เคยบอกนามจริงสักครั้ง พวกเขาย่อมไม่รู้ที่ไปที่มาอันแท้จริง “ข้าเรียกไม่ได้ยินหรือ เหตุใดยังไม่หันมาอีก” ซ่งอ๋องหงุดหงิดที่สตรีผู้นั้นไม่ยอมหันมา เขารู้สึกคุ้นเคยแผ่นหลังและขนาดตัวนางที่คล้ายคลึงหวางหลินสิบในสิบส่วน ทว่าพอเรียกอีกครั้ง หญิงสาวยังคงยืนนิ่ง ชายหนุ่มไม่รั้งรออีกต่อไป ก้าวลงจากหลังม้า เตรียมฝ่าวงล้อมชาวบ้านไปหาสตรีผู้นั้น แต่จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวมากมายมาจากที่ใดไม่รู้ ปรี่เข้ามาหา พวกนางพยายามมอบผ้าเช็ดหน้าประจำตัวมาให้จนซ่งอี้หลุนมิอาจฝ่าวงล้อมออกไป “ท่านอ๋อง ได้โปรดรับผ้าเช็ดหน้าด้วยเจ้าค่ะ” “ท่านอ๋อง ได้โปรดรับผ้าเช็ดหน้าข้านะเจ้าคะ” ซ่งอ๋องเป็นขุนนางยศสูง ทั้งยังพ่วงตำแหน่งอ๋องศักดินา การมีหลายภรรยามิใช่เรื่องผิด พวกนางเต็มใจแม้ได้เป็นแค่อนุหรือสาวใช้ห้องข้าง ขอเพียงซ่งอ๋องเมตตา นับเป็นเ
หวางหลินอยากพาบุตรสาวกลับบ้าน ทว่าเสียงกีบเท้าม้าของกองทัพทหารซ่งอ๋องดังเข้าใกล้เรื่อย ๆ คาดว่าอีกไม่นานเขาคงมาถึง หญิงสาวเห็นร้านขายอาภรณ์ จึงเดินไปขอซื้อเสื้อคลุมกันลมที่มีหมวกของสตรีและเด็กอย่างละตัว จัดการสวมใส่ให้ตนเองและบุตรสาว ก่อนจะไปยืนรวมกลุ่มกับชาวบ้าน ซ่งย่วนหยวนได้ยินผู้คนพูดคุยกัน เด็กทารกเข้าใจกระจ่างทันทีว่าท่านพ่อกำลังผ่านมาทางนี้ แต่เพราะท่านแม่ไม่ปรารถนาอยากพบ การสวมเสื้อคลุมกันลมนับเป็นการอำพรางตัวที่ดี ราวกับสวรรค์เป็นใจ จู่ ๆ ในตลาดก็มีสายลมพัดโชยรุนแรง การที่ชาวบ้านจะสวมใส่ชุดคลุมกันลมจึงมิใช่เรื่องแปลก พอท่านพ่อใกล้มาถึง ในใจเจ้าก้อนแป้งรู้สึกคิดถึงท่านมาก อยากเห็นหน้าท่านสักนิดก็ยังดี ไม่รู้ว่าตนจะมีโอกาสหรือไม่ อากัปกิริยาของลูกอยู่ในสายตาหวางหลิน หญิงสาวแอบคิดว่าเจ้าก้อนแป้งอาจกำลังโหยหาความรักจากบิดา อย่างไรเด็กก็ไม่ควรขาดพ่อและแม่ ที่ผ่านมาตนพยายามอย่างสุดความสามารถ ให้ความรักความอบอุ่นอย่างมิขาดตกบกพร่อง หวังว่าสักวัน ซ่งย่วนหยวนจะลืมท่านพ่อผู้ใจร้ายจนหมดสิ้น นางวางมือบนศีรษะทุยของลูก ลูบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ







