Mag-log inสามแม่ลูกเดินถึงตลาดค้าสัตว์ หลินตงหยางเลือกล่อหนุ่มอายุ 2 ปี มาหนึ่งตัวเพื่อทำหน้าที่ลากเกวียน ส่วนน้องสาวนั้นไม่มีสุนัขตัวไหนที่ถูกใจจึงไม่ได้ซื้อกลับไปด้วย หลินตงหยางใช้เวลาหัดขับเกวียนล่ออยู่ไม่นานก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี ส่วนหลินเหมยเจียงผู้เป็นแม่นั้นก็ได้หัดบังคับเกวียนล่อด้วยเช่นเดียวกัน นางเองไม่อยากให้ลูกชายต้องเหนื่อยเกินไป คนเป็นแม่อย่างนางถึงเวลาที่จะต้องลุกขึ้นมาสู้แล้ว เมื่อสามารถขับเกวียนได้แล้ว สามแม่ลูกก็มุ่งหน้ากลับหมู่บ้านไปทันที
ตอนกลับหมู่บ้านมีชาวบ้านเห็นสามแม่ลูกขับเกวียนล่อเข้ามาในหมู่บ้าน ทำให้เกิดเสียงซุบซิบนินทาขึ้นในหมู่บ้าน บ้างก็ว่าตั้งแต่สามแม่ลูกออกจากตระกูลซ่งมาแล้วชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดซ่อมแซมต่อเติมบ้านและซ่อมรั้วบ้านจนแข็งแรง ที่สำคัญสุขภาพร่างกายของสามแม่ลูกนั้นยังแข็งแรงและดูดีมาก ไม่เหมือนตอนอยู่กับตระกูลซ่งเลย
เมื่อเรื่องไปถึงหูนางฉีกุ้ยเถียน ทำให้นางโมโหแทบตายหากว่าสามแม่ลูกนั่นยังอยู่ในบ้านของนาง ของทุกอย่างของทั้งสามแม่ลูกนั่นจะต้องตกเป็นของนาง แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำอันใดได้แล้ว เจ้าเด็กหน้าตายนั่นดุร้ายต่อยตีไม่เลือกหน้า อีกอย่างหากนางทำอะไรมากไปกว่านี้จะกระทบชื่อเสียงของซ่งเหอซีที่ตอนนี้เป็นนายอำเภออยู่ ถึงจะคิดได้เช่นนั้นแต่นางฉีกุ้ยเถียนก็ยังไม่ถอดใจ คนบ้านซ่งยังมีความคิดที่จะมาฉกฉวยเอาสิ่งของในบ้านของสามแม่ลูกนั้นอยู่เนือง ๆ แต่ทุกครั้งที่มาล้วนถูกหลินตงหยางตบตีกลับไปเสียทุกครั้ง
หลังจากที่บ้านมีเกวียนล่อแล้ว หลินตงหยางก็คิดว่าถึงเวลาที่เขาจะลองล่าสัตว์ใหญ่ไปขายให้กับโรงเตี๊ยมสกุลโจว เพื่อหาเงินเอาไว้ให้มากที่สุดอย่างน้อย ๆ เขาจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนส่วนตัวที่หมู่บ้านข้าง ๆ ได้อย่างสบายใจ หลังจากไปศึกษาเล่าเรียนในปีหน้า เวลาที่เขาจะหาเงินนั้นก็จะมีน้อยลง ถึงแม้ท่านแม่จะมีความสามารถด้านการปักผ้า แต่เขาไม่ต้องการให้ท่านแม่เหนื่อยเกินไป
โรงเรียนส่วนตัวจะเรียน 10 วันและจะมีวันหยุด 2 วัน หลินตงหยางคิดว่าตัวเองคงจะไปเรียนในตอนเช้าและกลับมาอีกหลังเลิกเรียน เพราะไม่ได้อยู่ไกลมาก เขาไม่จำเป็นที่จะต้องไปนอนค้างที่โรงเรียนเหมือนคนอื่น ๆ ถึงตอนนั้นเขาแค่ตื่นเช้าหน่อยและเข้าไปในภูเขาเพื่อตรวจดูกับดัก หากว่ามีเหยื่อมาติดเขาก็แค่เอากลับมาบ้าน เพื่อมาให้ท่านแม่ทำอาหาร ส่วนการล่าสัตว์ใหญ่อย่างเช่นหมูป่าเขาคงทำในวันที่ไม่ต้องไปเรียนหนังสือ
หลินตงหยางเดินเข้าป่าลึกไปเรื่อย ๆ พร้อมกับวางแผนชีวิตไปด้วย จนไม่ได้มองว่าตัวเองเดินเข้าป่ามาลึกมากแค่ไหน พอรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่กลางป่าหนาทึบแล้ว ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นป่าส่วนในแล้ว เพราะป่าบริเวณนี้ดูเงียบจนผิดปกติเหมือนกับว่าไม่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เลย แต่หลินตงหยางคิดว่ามันไม่ใช่อย่างที่ตาเห็นและคิดไปเองแน่นอน
เขามั่นใจว่าป่าส่วนในน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใหญ่ และเป็นสัตว์ที่อันตรายมาก เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็หันหลังกลับและรีบเดินออกจากป่าส่วนในทันที เพราะหากว่าเกิดอะไรขึ้น หรือมีเสือโผล่มาเขาคงต้องตายรอบสองเป็นแน่ หลังจากเดินออกมาถึงป่าส่วนกลางเด็กชายก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เกือบไปแล้ว มัวแต่เดินคิดเรื่อยเปื่อย ยังไม่ทันจะหาเงินได้ แต่จะตายเสียก่อน” หลินตงหยางพูดกับตัวเองพร้อมกับถอนหายใจ
เพราะรีบเดินออกจากป่าส่วนในมาทำให้เขารู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย หลินตงหยางทิ้งตัวลงนั่งบนก้อนหินใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อดื่มน้ำ ในตอนที่เขากำลังจะออกเดินต่อนั้น พุ่มไม้ด้านหลังของเขาก็สั่นไหวขึ้นมา หลินตงหยางขึ้นสายธนูแล้วถอยออกมาจากตรงนั้น หลังจากที่รอดูว่าจะมีตัวอันใดโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ เขาจะได้ถือโอกาสยิงธนูที่อยู่ในมือออกไปก่อนเพื่อเป็นการป้องกันตัว แต่พอเขาเห็นสิ่งที่ออกมาจากพุ่มไม้กลับเป็นเพียงลูกหมาป่าสองตัวเท่านั้น หลินตงหยางถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ให้ตายเถอะ ทำเอาข้าตกใจหมด ว่าแต่เจ้าสองตัวนี่มาจากไหน พ่อแม่พวกเจ้าเล่า หรือว่าหลงทางมา เออ ข้าลืมไปพวกเจ้าเป็นหมาไม่สามารถพูดได้ เช่นนั้นก็ไปอยู่บ้านข้าก็แล้วกัน”
หลินตงหยางเอาลูกหมาป่าตัวน้อยทั้งสองตัวใส่ในตะกร้าไม้ไผ่จากนั้นก็ออกเดินต่อ นอกจากจะเก็บลูกหมาป่าได้สองตัว หลินตงหยางก็บังเอิญพบเข้ากับฝูงกวางป่า นอกจากฝูงกวางป่าแล้ว ด้านข้าง ยังมีฝูงแพะป่าอีกฝูงดูเหมือนว่าทุ่งหญ้าแถวนี้จะเป็นที่หาอาหารของพวกกวางและแพะ หลินตงหยางกำลังคิดว่าจะล่ากวางป่าหรือแพะป่าดี
ถ้าล่ากวางป่าไม่แน่ว่าจะสามารถเอากลับไปได้ ด้วยตอนนี้เขาเป็นเพียงเด็ก 10 ขวบเท่านั้น ไม่ได้มีพละกำลังมากมายพอที่จะเอากวางตัวใหญ่กลับไป แต่ถ้าล่าหมูป่าได้แล้วจะเอากลับไปยังไง เป็นสิ่งที่หลินตงหยางยังคิดไม่ตก การมาอยู่ในร่างเด็กที่ผอมแห้งแรงน้อยไม่นับว่าเป็นเรื่องดีเลยจริง ๆ
“อะไรก็ดูจะลำบากไปหมด ถ้าหากมีช่องเก็บของเหมือนในเกมก็ดีน่ะสิ จะล่าเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ต้องมานั่งคิดหาวิธีเอากลับไปอีก เกิดเป็นหลินตงหยางนี่มันลำบากจริง ๆ”
แต่ถึงหลินตงหยางจะบ่น เขาก็ยังตัดสินใจที่จะลองล่ากวางป่าอยู่ดี แต่พอมาคิดดูแล้ว แพะป่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ากวางป่า อย่างน้อย ๆ ก็สามารถนำกลับไปเลี้ยงเอาไว้ที่บ้านได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลินตงหยางก็รีบเดินไปทางฝูงแพะป่าทันที เด็กชายตัดสินใจเลือกแพะป่าตัวเมียที่ดูเหมือนกำลังตั้งท้องอยู่ เมื่อตัดสินใจได้แล้วเขาก็ยิงธนูไปที่ขาของแพะป่าทันที
แพะป่าตัวเมียที่ถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บทำให้ล้มลงและร้องด้วยความเจ็บปวด แพะป่าตัวอื่น ๆ วิ่งหนีกันไปหมดรวมถึงฝูงกวางป่าด้วย แต่มีแพะป่าตัวผู้และลูกแพะป่าอีกหนึ่งตัวยังคงยืนล้อมแม่แพะป่าที่ถูกยิงที่ขา หลินตงหยางได้แต่ถอนหายใจ ขนาดแพะป่ายังรู้จักรักลูกรักเมีย ดูเหมือนว่าคนบางคนจะเลวร้ายกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก
หลินตงหยางเดินเข้าไปหาแม่แพะที่นอนอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะเดินเข้าไปใกล้แต่พ่อแพะกับลูกก็ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน พวกมันทั้งสองตัวยังพุ่งความสนใจไปที่แม่แพะที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเท่านั้น
“นี่พวกเจ้าน่ะ ข้าขอโทษนะ เดี๋ยวข้าจะดึงลูกธนูออกให้ ข้ารู้ว่าเจ้าฟังไม่รู้เรื่อง แต่ไม่เป็นไร ข้าพูดเองเข้าใจเอง ข้านักเลงพอ”
หลินตงหยางเข้าไปใกล้แพะป่าทั้งสามตัว พวกมันมีท่าทีระแวดระวังมาก แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น หลินตงหยางก็มั่นใจว่าพวกมันไม่มีทางวิ่งหนี เขาจึงนำเชือกที่เตรียมมา เอามาผูกเข้าที่คอ ของแพะป่าพ่อลูก จากนั้นก็ดึงลูกธนูออกจากขาแม่แพะ และนำเชือกอีกเส้นไปผูกที่คอแม่แพะ จากนั้นก็เอายาห้ามเลือดที่เขาพกติดตัวมาโรยใส่ขาแม่แพะก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“ท่านพ่อ ท่านพ่อขอรับ ลิ่วเป่าหิว" ทำหน้าตาน่าสงสารประหนึ่งว่าอดอาหารมาสามวัน“ชีเป่าก็หิว หิวมากเลย ท่านพ่อดุพุงของชีเป่าสิขอรับ ยุบหมดแล้ว”หลินตงหยางก้มมองน้องชายที่สูงเลยหัวเขาของเขามานิดหน่อย เขาได้แต่ส่ายหน้ามิใช่ว่าเอ่ยปากเรียกเขาว่าท่านพ่อเสียงดังขนาดนี้คงเห็นว่ามีสตรีมองเขาหรือพยายามจะเดินเข้ามาหาเขาตามเคย บางครั้งเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าในยุคโบราณเช่นนี้ที่สตรีควรสงบเสงี่ยมรักนวลสงวนตัวนั้นกล้าแสดงออกและให้ท่าบุรุษตั้งแต่เมื่อใดกัน บางครั้งเขารู้สึกรังเกียจการกระทำเช่นนี้มาก เพียงแต่ถ้าเกิดไม่ล้ำเส้นกันมากเขาทำได้แค่ปล่อยไปเท่านั้น แต่ถ้าหากมีใครกล้าล้ำเส้นเขาก็ไม่กลัวว่าจะตอบโต้กลับทันที เพียงแต่รับผลกระทบที่ตามมาให้ได้ก็แล้วกัน“ถึงจะมีลูกแล้วข้าก็ไม่ขัดหรอกนะ ไม่ได้พาภรรยามาด้วยเสียหน่อย พวกเจ้าว่าหรือไม่” สตรีสองสามคนบนชั้นสองของโรงน้ำชาต่างคุยกันหัวเราะคิกคัก“เจ้าไม่กลัวว่าเขาจะมีภรรยาอยู่แล้วรึ นางอาจไม่ได้มาด้วย เจ้าดูสิเด็กสองคนนั้นเป็นฝาแฝดใช่หรือไม่ หน้าตาก็น่ารักไม่หยอกเลยเชียว”“ข้าสนใจพ่อของเด็กหาได้สนใจเด็กไม่ อีกอย่างนะ เด็กไม่ได้เกิดมาจากท้องของข้าเสียหน่อยใครจะ
“ลิ่วเป่า วันนี้พี่ใหญ่จะออกไปข้างนอกหรือไม่” ชีเป่า“ไปสิ พี่ใหญ่จะต้องไปตรวจโรงหมักกับหอสุราในเมือง” ลิ่วเป่าทำหน้ามุ่ยตอบคู่แฝดของตน“ท่านพ่อทิ้งพวกเราไปเที่ยวกับท่านแม่ ไม่ให้พวกเราไปด้วย พี่หญิงใหญ่ก็อยู่ค่ายทหาร พี่รองก็อยู่เมืองหลวง ตอนนี้พี่สี่กับพี่ห้าเองก็ไปอยู่เมืองหลวงกับพี่รอง ทั้งที่เมื่อก่อนพี่สี่แทบจะไม่ห่างพวกเราเลย เฮ้อ เหลือแค่พี่ใหญ่แล้ว” ชีเป่า“แย่แล้ว แย่แล้ว ชีเป่า ตอนนี้พี่ใหญ่ก็อายุเยอะแล้วยังมิได้แต่งงาน หากพี่ใหญ่แต่งงานล่ะ แต่งงานก็ต้องมีลูกน่ะสิ เช่นนั้นแล้ว … เช่นนั้นแล้วพวกเราก็ไม่เหลือผู้ใดน่ะสิ ไม่เอาข้าไม่ให้พี่ใหญ่แต่งงาน” ลิ่วเป่า“ใช่ พี่ใหญ่จะแต่งงานไม่ได้ ข้าไม่ยอม เกิดพี่ใหญ่แต่งสตรีร้ายกาจเข้าจวนมาจะทำเช่นไรเล่า” ชีเป่า“เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด” ลิ่วเป่าชูมือขึ้นสูงพลางโบกกำปั้นน้อยๆ ของตัวเองไปมาหลินตงหยางไม่ได้รู้เลยว่าน้องชายของตัวเองวางแผนร้ายกันอยู่ เดิมทีเขาไม่ต้องการแต่งงานอยู่แล้วหากไม่เจอใครที่เขาพึงใจและใครคนนั้นต้องเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา อัธยาศัยดี ร่าเริง ส่วนเรื่องฐานะนั้นเขาไม่ได้สนใจ ของเพียงแค่ช่ว
“มันก็จริงเพคะ”“เจ้าอยู่รับสำรับกับป้าก่อน ประเดี๋ยวเสด็จลุงของเจ้าก็จะมาแล้ว”“เพคะ”“เมอเมอ ไปแจ้งห้องเครื่องให้เตรียมอาหารให้กับเจ้าสามหู่ด้วย อย่าปล่อยให้เจ้าพวกนี้หิวโหย”“เพคะฮองเฮา”เช้าวันต่อมาอู่เป่าพร้อมด้วยเจ้าเสือทั้งสามตัวออกจากจวนหลังจากที่เหวินหยางไปเข้าประชุมเช้าที่ท้องพระโรง หนึ่งเด็กหญิงกับสามเสือเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ทำเอาชาวบ้านอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน จะแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถแจ้งได้เนื่องจากเสือทั้งสามตัวใส่เสื้ออาญาสิทธิ์ ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงเดาสถานะของเด็กหญิงได้ไม่ยาก“นั่นใช่บุตรสาวของชินอ๋องหรือไม่”“ย่อมใช่อยู่แล้ว หาไม่แล้วผู้ใดจะมีเสือมาด้วยกัน เจ้าลืมไปแล้วหรือไม่ตอนที่พระชายาชินอ๋องแต่งเข้ามา ในขบวนสินเดิมเจ้าสาวมีอันใดบ้าง ไม่ใช่ว่ามีทั้งเสือทั้งหมาป่ารึ”“นั่นน่ะสิ ข้าเองก็ลืมไปเสียสนิท”“จะว่าไปแล้วตลอดเวลาที่พวกเราคิดว่าชินอ๋องเป็นพวกตัดแขนเสื้อที่ไหนได้แอบซุ่มแต่งพระชายาอีกทั้งมีบุตรธิดาถึงสามคน”“จ้านผิงอ๋องตงหยาง บุตรชายคนโตนั้นเป็นบุคคลที่มากความสามารถ ที่พวกเราได้มีเหล้ารสชาติดีดื่มก็เพราะจ้านผิงอ๋องเลยนะเจ้าว่าหรือไม่”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั
ลมหนาวพัดผ่านอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ โรงเรียนได้ประกาศหยุดเรียนแล้วเหล่าสหายของอู่เป่าต่างก็เดินทางกลับบ้านกันไปหมด ที่เหลือก็มีเพียงสหายในหมู่บ้านไม่กี่คนเท่านั้นอีกทั้งพวกเขาก็ต้องทำงานช่วยพ่อแม่ที่บ้าน อู่เป่าที่เป็นคนว่างงานเลยรู้สึกเบื่อขึ้นมาทันที ซื่อเป่านั้นรับหน้าที่ดูแลน้องชายฝาแฝด ใช่แล้วทุกคนฟังไม่ผิดอู่เป่ามีน้องชายฝาแฝดที่ท่านแม่เพิ่งจะคลอดออกมาตอนนี้น้องชายทั้งสองมีอายุเพียง 6 เดือนเท่านั้น น้องหกมีชื่อว่าอี้เฟยฉี น้องเจ็ดอี้เฟยเทียน แต่ละวันซื่อเป่าจะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงน้องชายทั้งสอง เพราะพี่ใหญ่ต้องดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ พี่รองเป็นขุนนางที่เมืองหลวง พี่หญิงใหญ่อยู่ชายแดน เหล่าสหายก็กลับบ้านหมด“เฮ้อ พี่ชายเอ้อร์หู่ พี่ชายซานหู่ พี่ชายซื่อหู่ ข้าเบื่อจังเลย บนภูเขาก็ไม่มีอะไรสนุกๆ ให้เล่นแล้ว พวกเราจะทำอันใดกันดี ข้าไม่ชอบฤดูหนาวเลย พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่”“โฮก” ทั้งสามตัวขานรับพร้อมกัน“เช่นนั้น พวกเราไปหาพี่รองดีหรือไม่ พวกเราไปเดินเที่ยวเมืองหลวงสักเที่ยว ไปหาเสด็จลุงด้วย”“โฮก”“ดี เช่นนั้นพวกเราไปกัน แต่ก่อนอื่นข้าต้องเอาเสื้อผ้าไปด้วยสองชุดก็น่าจะพอ” อู่เป่าพู
“เรื่องอันใดกัน ไม่เกี่ยวกับข้าเสียหน่อย ข้าจะไปท่องยุทธภพ ไม่มีเวลามาบริหารบ้านเมือง องค์รัชทายาทยังมี ยังไม่ถึงทีของข้ากระมัง”หลินตงหยางขึ้นนั่งบนหลังต้าจิน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านลั่ว วันนี้มีการเตรียมคัดแยกคุณภาพของไหมเหมันต์เพื่อนำไปขายส่วนหนึ่ง ส่วนไหมเหมันต์ชั้นดีนั้นหลินตงหยางเก็บเอาไว้ใช้เอง อดีตฮ่องเต้กับไทเฮาตอนนี้ได้ผันตัวเป็นชาวบ้านที่มีอาชีพปลูกผักและผลไม้ ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ“คุณชายใหญ่ ท่านมาแล้วหรือขอรับ”“พี่ชายห่าวหรานสบายดีนะ ยินดีด้วยที่ได้ลูกชาย”“ขอบคุณท่านเช่นกันสำหรับของขวัญรับขวัญลูกชายของข้า ว่าแต่คุณชายใหญ่พอจะมีเหล้าชนิดใหม่มาให้ข้าลองชิมหรือไม่ขอรับ”“ย่อมต้องมีอยู่แล้ว แต่อย่าดื่มให้มาก ระวังท่านปู่ของท่านจะทุบตีท่านอีก”“ข้าต้องระวังอย่างดีอยู่แล้ว คุณชายมาตรวจไหมเหมันต์ใช่หรือไม่”“ใช่แล้วล่ะ”“เช่นนั้นก็ตามข้ามาทางด้านนี้เลย ครั้งนี้เราได้ไหมเหมันต์สีฟ้ากับสีชมพู อย่างละ 100 พับ ส่วนไหมเหมันต์ธรรมดานั้น มีอยู่เพียง 300 พับเท่านั้น”“เท่านี้ก็ถือว่ามากขึ้นเป็นเท่าตัว แล้วหนอนไหมเหมันต์สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้”“แข็งแรงดีมาก
หลังจากที่ท่านแม่คลอดน้องสาวน้องชายให้ หลินตงหยางดีใจจนต้องให้ต้าจินนำจดหมายไปส่งที่ชายแดนเพื่อส่งข่าวให้กับซ่งลี่ฉุนกับหลี่เต๋อฟู่ได้รู้ว่าตอนนี้เขามีน้องชายน้องสาวแล้ว แถมยังเป็นฝาแฝดอีกด้วย หลินเหมยหลิงที่รู้ว่าท่านแม่คลอดน้องชายน้องสาวแล้วก็ดีใจเช่นเดียวกัน ถึงกับนั่งบนหลังต้าจินกลับมาที่หมู่บ้านเจียชุนทันที เดิมทีนางเองตั้งใจจะกลับมาอยู่แล้ว แต่พอต้าจินไปส่งจดหมายถึงได้รู้ว่าท่านแม่คลอดน้องชายน้องสาวก่อนกำหนด หลินเหมยเจียงเลยตัดสินใจนั่งหลังต้าจินกลับมาทันทีอี้เทียนหลงตั้งชื่อให้ลูกชายกับลูกสาวตามลำดับ ลูกชายให้ชื่อว่าอี้หยางหลงหรือซื่อเป่า ลูกสาวให้ชื่อว่าอี้หนิงเซียนหรืออู่เป่า เด็กน้อยทั้งสองคนเลี้ยงง่ายไม่งอแง หลินตงหยางไม่เคยออกจากจวนไปไหนไกล ๆ หรือไปครั้งละนานหลายวันตั้งแต่ที่มีน้องชายน้องสาว ส่วนลูกของต้าหู่นั้นอยู่เฝ้าเด็กน้อยทั้งสองคนไม่ห่าง หลินเหมยเจียงเองแทบจะไม่ได้เลี้ยงลูกทั้งสองคนเลยเพราะหลินตงหยางกับอี้เทียนหลงช่วยกันเลี้ยงจนกระทั่งนางออกจากการอยู่เดือนถึงได้มีเวลาใกล้ชิดกับลูกทั้งสองมากขึ้นหลังจากชาวเผ่าลั่วหนานย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านลั่วพวกเขาก็สามารถเลี้ยงหนอนไ







