Share

บทที่5 ถุงหอมใบนั้น

last update publish date: 2026-09-30 11:08:49

พูดจบ องค์ชายห้าก็สะบัดชายเสื้อแล้วเดินนำออกจากห้องผ้าไปอย่างสง่างาม โดยมีมู่เฉินเดินตามออกไปเงียบๆ ราวกับไร้ตัวตน ทั้งยังทิ้งความกดดันและบรรยากาศอันหนักอึ้งไว้เบื้องหลังอีกด้วย

เมื่อร่างของบุรุษสูงศักดิ์ลับสายตาไป ลี่อินก็ทรุดตัวลงกับโต๊ะอย่างหมดเรี่ยวแรง ความเหนื่อยล้าทางกายไม่สู้ความบอบช้ำทางใจ นางมองเสื้อคลุมสีดำตรงหน้าที่บัดนี้กลายเป็นตราบาปในชีวิต รอยชุนที่ถูกรื้อออกทิ้งร่องรอยยับย่นไว้บนเนื้อผ้า ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกของนางในเวลานี้

“ลี่อิน เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” ซูเจียวรีบวิ่งเข้ามาจับแขนพลางเอ่ยถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกปนห่วงใย “เจ้ากล้าดีอย่างไรไปต่อปากต่อคำกับองค์ชายห้า หากพระองค์สั่งประหารเจ้าขึ้นมาจะทำอย่างไร”

ลี่อินส่ายหน้าช้าๆ ขอบตาร้อนผ่าวขณะเอ่ยตอบ “ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เขานั่นแหละที่จงใจหาเรื่องข้า ไม่ว่าข้าจะปักดีเพียงใด เขาก็สั่งให้ข้ารื้อทิ้งอยู่ดี”

“ชู่ว... เบาเสียงลงหน่อยเถิด หากมีใครได้ยินเข้าเจ้าจะเดือดร้อน” ซูเจียวลูบหลังลี่อินเบาๆ ทว่าในดวงตากลับลอบมองผลงานที่ถูกรื้อทำลายด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “เจ้าทำใจดีๆ ไว้ ค่อยๆ เลาะด้ายออกแล้วเริ่มใหม่เถิด ข้าจะช่วยเตรียมเส้นไหมสีใหม่ให้เอง”

หญิงสาวพยักหน้ารับคำเพื่อนสนิทอย่างจำยอม นางหยิบกรรไกรขึ้นมาอีกครั้ง ในใจหวนนึกไปถึงใบหน้าคมคายและรอยยิ้มอบอุ่นของหานตงเมื่อคืนนี้ ช่างแตกต่างกับองค์ชายห้าผู้เย่อหยิ่งและร้ายกาจราวฟ้ากับเหว

หยางหลง... ชื่อนี้ถูกสลักลงในใจของลี่อินพร้อมกับความรู้สึกเกลียดชังอย่างลึกซึ้ง นางสาบานกับตัวเองว่าชาตินี้จะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือข้องแวะกับบุรุษผู้นี้อีกเป็นอันขาด โดยไม่รู้เลยว่า โชคชะตาที่ถูกร้อยรัดด้วยเส้นด้ายแห่งความแค้นและความรัก ได้เริ่มถักทอเรื่องราวของพวกเขาให้ผูกติดกันจนไม่อาจแยกออกได้อีกต่อไป และนี่ก็เป็นโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้

แสงเทียนในห้องพักนางกำนัลริบหรี่จวนจะดับมอด ลมหนาวที่พัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาทำให้เปลวไฟสั่นไหว ลี่อินนั่งพับเพียบอยู่บนเตียงไม้แคบๆ แผ่นหลังของนางปวดร้าวราวกับถูกหินถ่วงเอาไว้ นิ้วเรียวที่เคยขาวผ่องบัดนี้เต็มไปด้วยรอยเข็มทิ่มตำจนห้อเลือด นางเพิ่งกลับมาจากห้องผ้าหลังจากนั่งเลาะด้ายและปักลวดลายพยัคฆ์เหินเมฆาบนเสื้อคลุมขององค์ชายห้าใหม่ทั้งหมด

ดวงตากลมโตบอบช้ำและแดงก่ำจากการอดนอน นางฝืนลืมตาเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของงานเป็นครั้งสุดท้าย ฝีเข็มคราวนี้นางจงใจใช้ด้ายสีเงินหม่นสลับกับสีเทาเข้ม เน้นน้ำหนักมือให้หนักขึ้นเพื่อสร้างมิติให้ดวงตาของพยัคฆ์ดูดุดันและทรงอำนาจตามความต้องการของบุรุษผู้นั้น ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบจนนางเองยังประหลาดใจ

“ลี่อิน เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ”

เสียงหวานใสของซูเจียวดังขึ้นพร้อมกับร่างอรชรที่เดินถือชามกระเบื้องใบเล็กเข้ามาในห้อง นางกำนัลสาวนั่งลงข้างเตียง มองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ซูเจียววางชามลงบนโต๊ะเตี้ย ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลของลี่อินเอาไว้อย่างเบามือ

“ดูสิ นิ้วของเจ้าแดงไปหมดแล้ว องค์ชายห้าช่างใจร้ายนัก สั่งงานกระชั้นชิดแถมยังตำหนิเจ้าอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้คน ข้าเห็นแล้วยังนึกโกรธแทนเจ้าเลย” ซูเจียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ คล้ายจะร้องไห้แทนเพื่อน

ลี่อินส่ายหน้าเบาๆ ฝืนยิ้มเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวล “ข้าไม่เป็นไรหรอกเจียวเจียว แค่ทำงานให้เสร็จตามรับสั่งก็พอแล้ว ข้าไม่อยากมีปัญหา หากข้าทำไม่ถูกใจเขา โทษทัณฑ์ที่ได้รับอาจหนักหนากว่าการอดนอนเย็บผ้าเช่นนี้”

ซูเจียวได้ยินเช่นกันก็ถอนหายใจออกมาเป็นทางยาว ก่อนที่นางจะเปิดฝาชามกระเบื้องออก กลิ่นหอมของยาสมานแผลก็ลอยขึ้นมาเตะจมูก “ข้าไปขอตลับยานี้มาจากหมอหลวงชราตอนที่เจ้ายังอยู่ที่ห้องผ้า ทาเสียหน่อยเถิด หากทิ้งไว้จนเป็นแผลเป็น นิ้วสวยๆ ของเจ้าคงหมดความงามกันพอดี”

ไม่พูดเปล่า ซูเจียวยังใช้ปลายนิ้วแตะเนื้อยาสีเขียวอ่อนแล้วบรรจงทาลงบนรอยแผลของลี่อินอย่างเบามืออีกด้วย สัมผัสเย็นซ่านของตัวยาทำให้ความปวดแสบปวดร้อนบรรเทาลง ลี่อินมองเพื่อนสนิทด้วยความซาบซึ้งใจ ในวังหลวงที่กว้างใหญ่และอ้างว้างแห่งนี้ การมีเพื่อนที่คอยดูแลและห่วงใยกันด้วยความจริงใจถือเป็นวาสนาอย่างยิ่ง

“ขอบใจเจ้ามากนะ หากไม่มีเจ้า ข้าก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร” ลี่อินกล่าวจากใจจริง

“เราเป็นเพื่อนรักกันมิใช่หรือ เจ้ามีเรื่องทุกข์ร้อนใด ข้าก็ต้องช่วยแบ่งเบาอยู่แล้ว” ซูเจียวเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวาน ทว่าในจังหวะที่ลี่อินเผลอหลับตาพริ้มเพื่อรับสัมผัสจากตัวยา นัยน์ตาที่เคยดูใสซื่อของซูเจียวกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและริษยาชั่ววูบหนึ่ง

สายตาของซูเจียวตกลงบนถุงหอมสีขาวหม่นลายกิ่งเหมยที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง นางจำได้ดีว่ามันคือถุงหอมที่ลี่อินตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือเมื่อหลายวันก่อน บัดนี้มันไม่ได้อยู่กับเจ้าของแล้ว

“ลี่อิน ถุงหอมใบนั้น... เจ้ามอบให้ท่านองครักษ์หานตงไปแล้วหรือ” ซูเจียวแสร้งถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเหมือนเช่นเคย

ลี่อินลืมตาขึ้น แก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อเมื่อได้ยินชื่อของชายในดวงใจ นางจึงพยักหน้าช้าๆ และตอบกลับ “อืม เมื่อคืนเขาแวะมาหาข้าที่หน้าต่างห้องผ้า ข้าเลยมอบให้เขาไป เขาบอกว่าจะพกติดตัวไว้ตลอดเวลา”

“ช่างน่าอิจฉาเสียนี่กระไร” ซูเจียวหัวเราะคิกคัก แต่ปลายนิ้วที่กำลังทายาให้เพื่อนกลับเผลอกดน้ำหนักลงบนรอยแผลจนลี่อินสะดุ้งเล็กน้อย “อุ๊ย ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ เจ็บมากหรือไม่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผาซ่อนเงาใจสู่บัลลังก์หงส์    บทที่5 ถุงหอมใบนั้น

    พูดจบ องค์ชายห้าก็สะบัดชายเสื้อแล้วเดินนำออกจากห้องผ้าไปอย่างสง่างาม โดยมีมู่เฉินเดินตามออกไปเงียบๆ ราวกับไร้ตัวตน ทั้งยังทิ้งความกดดันและบรรยากาศอันหนักอึ้งไว้เบื้องหลังอีกด้วยเมื่อร่างของบุรุษสูงศักดิ์ลับสายตาไป ลี่อินก็ทรุดตัวลงกับโต๊ะอย่างหมดเรี่ยวแรง ความเหนื่อยล้าทางกายไม่สู้ความบอบช้ำทางใจ นางมองเสื้อคลุมสีดำตรงหน้าที่บัดนี้กลายเป็นตราบาปในชีวิต รอยชุนที่ถูกรื้อออกทิ้งร่องรอยยับย่นไว้บนเนื้อผ้า ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกของนางในเวลานี้“ลี่อิน เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” ซูเจียวรีบวิ่งเข้ามาจับแขนพลางเอ่ยถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกปนห่วงใย “เจ้ากล้าดีอย่างไรไปต่อปากต่อคำกับองค์ชายห้า หากพระองค์สั่งประหารเจ้าขึ้นมาจะทำอย่างไร”ลี่อินส่ายหน้าช้าๆ ขอบตาร้อนผ่าวขณะเอ่ยตอบ “ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เขานั่นแหละที่จงใจหาเรื่องข้า ไม่ว่าข้าจะปักดีเพียงใด เขาก็สั่งให้ข้ารื้อทิ้งอยู่ดี”“ชู่ว... เบาเสียงลงหน่อยเถิด หากมีใครได้ยินเข้าเจ้าจะเดือดร้อน” ซูเจียวลูบหลังลี่อินเบาๆ ทว่าในดวงตากลับลอบมองผลงานที่ถูกรื้อทำลายด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “เจ้าทำใจดีๆ ไว้ ค่อยๆ เลาะด้ายออกแล้วเริ่มใหม่เถ

  • บุปผาซ่อนเงาใจสู่บัลลังก์หงส์    บทที่ 4 ขาดความดุดัน

    คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาและไร้ความปรานีทำเอาลี่อินหน้าชา นางเม้มริมฝีปากแน่นพยายามข่มความรู้สึกไม่พอใจที่ตีตื้นขึ้นมาในอก เสื้อคลุมตัวนี้คืองานปักที่นางทุ่มเทสมาธิทั้งหมดลงไป เส้นด้ายทุกเส้นเรียงตัวสวยงามเสมอกัน ไม่มีทางที่จะดูบิดเบี้ยวอย่างที่องค์ชายห้ากล่าวหา บุรุษผู้นี้จงใจหาเรื่องนางชัดๆ“กราบทูลองค์ชาย” ลี่อินรวบรวมความกล้าเอ่ยปาก น้ำเสียงของนางพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด “หม่อมฉันตั้งใจปักลวดลายนี้อย่างสุดความสามารถ ฝีเข็มทุกเส้นเรียงตามแบบแผนของช่างหลวง หากองค์ชายทรงเห็นว่าจุดใดบิดเบี้ยว หม่อมฉันจะเร่งแก้ไขให้เพคะ”หยางหลงหรี่ตามองนางกำนัลใจกล้าที่กล้าเอ่ยปากโต้ตอบเขา แม้นางจะก้มหน้าอยู่ แต่น้ำเสียงที่แข็งขืนนั้นปิดไม่มิด พระองค์กระตุกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวชี้ไปที่ดวงตาของพยัคฆ์“แววตาของมันขาดความดุดัน สีไหมเงินที่เจ้าใช้ก็สว่างเกินไปจนดูตลก รื้อออกเสียให้หมด แล้วเปลี่ยนไปใช้ด้ายสีเงินหม่น ปักใหม่เดี๋ยวนี้”“รื้อออกทั้งหมดหรือเพคะ” ลี่อินเผลอเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ลวดลายพยัคฆ์ตัวนี้มีขนาดใหญ่เกือบครึ่งตัวเสื้อ การรื้อด้ายออกทั้งหมด

  • บุปผาซ่อนเงาใจสู่บัลลังก์หงส์    บทที่3 องค์ชายผู้เย่อหยิ่ง

    ม่านหมอกยามเช้ายังไม่ทันจางหาย สำนักกองภูษาก็กลับมาคึกคักและวุ่นวายอีกครั้ง เสียงฝีเท้าของเหล่านางกำนัลเดินขวักไขว่ไปมาพร้อมกับหอบม้วนผ้าแพรพรรณหลากหลายสีสัน กลิ่นสีย้อมผ้าและกำยานอบร่ำลอยปะปนกันในอากาศลี่อินนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนตั้งแต่ปลายยามเหม่า นิ้วเรียวหยิบเข็มและด้ายขึ้นมาเตรียมพร้อมสำหรับงานในวันนี้ นางพยายามสลัดความกังวลที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนทิ้งไป จากนั้นรอยยิ้มบางเบาก็ผุดขึ้นมาเมื่อปลายนิ้วเผลอไปสัมผัสกับเศษผ้าไหมสีชาดที่เหลือจากการปักถุงหอมให้หานตง“เมื่อคืนเจ้าลุกขึ้นมากลางดึกหรือลี่อิน”เสียงใสแจ๋วของซูเจียวดังขึ้นขัดจังหวะความคิด นางกำนัลสาวใบหน้าจิ้มลิ้มเดินถือชามน้ำชาเข้ามาวางบนโต๊ะ แววตาที่มองมาดูใสซื่อและเป็นห่วงเป็นใย ทว่าลี่อินที่กำลังจัดเรียงเส้นไหมไม่ได้สังเกตเห็นประกายบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ในส่วนลึกของดวงตาคู่นั้น“ข้าตื่นมาดื่มน้ำน่ะ ลมข้างนอกพัดแรงจนหน้าต่างเปิดออก ข้าเลยลุกไปปิด ขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้าตื่น” ลี่อินตอบกลบเกลื่อน นางไม่อยากเล่าเรื่องที่หานตงแอบมาหา เพราะรู้ดีว่ากฎระเบียบของวังหลวงนั้นเข้มงวดเพียงใด หากมีผู้ใดล่วงรู้ว่านางลอบพบกับอ

  • บุปผาซ่อนเงาใจสู่บัลลังก์หงส์    บทที่2 ใต้เงาจันทร์

    “อืม” หญิงสาวพยักหน้า แก้มเนียนซับสีเลือดฝาดด้วยความเขินอาย “ข้าเห็นว่าช่วงนี้ท่านต้องเข้าเวรดึกบ่อยครั้ง ลมหนาวปีนี้ก็พัดแรงกว่าทุกปี ข้าจึงเย็บถุงหอมใบนี้และใส่สมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาความหนาวเย็นลงไป ท่านพกติดตัวไว้นะ อย่างน้อยเวลาที่ท่านเหน็บหนาว จะได้รู้ว่ายังมีข้าคอยเป็นห่วงท่านอยู่เสมอ”หานตงที่ตั้วใจฟังจนจบ ก็ได้ยกถุงหอมขึ้นจรดปลายจมูกเพื่อสูดดมกลิ่นของมัน กลิ่นหอมจางๆ ที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว เขามองลวดลายดอกเหมยที่ถูกปักอย่างประณีต ถึงแม้จะเป็นบุรุษแต่เขาก็รู้ดีว่าผ้าแพรและไหมสีสดเหล่านี้มีราคาแพงเพียงใดสำหรับนางกำนัลธรรมดาผู้หนึ่ง นางต้องอดออมเท่าใดจึงจะได้มันมา“ผ้าผืนนี้งดงามยิ่งนัก ฝีเข็มของเจ้าประณีตไม่แพ้ช่างหลวงในกองภูษาเลย” ชายหนุ่มเอ่ยชมจากใจจริง ก่อนจะดึงสายถุงหอมไปผูกติดไว้ที่เอวอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต “ข้าจะพกมันติดตัวไว้ไม่ให้ห่างกาย ไม่ว่าข้าจะไปที่ใด ถุงหอมใบนี้จะเป็นตัวแทนของเจ้าที่อยู่เคียงข้างข้าเสมอ”“ท่านก็พูดเกินไป มันเป็นเพียงถุงหอมธรรมดาเท่านั้น” ลี่อินก้มหน้างุด เพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ปิดไม่มิดจากความเขินอาย“สำหรับข้า

  • บุปผาซ่อนเงาใจสู่บัลลังก์หงส์    บทที่ 1 ถุงหอมแทนใจ

    ลมหนาวปลายยามซวีพัดโชยหอบเอาความเย็นเยียบแทรกซึมผ่านรอยต่อของบานหน้าต่างไม้ ภายในห้องของสำนักกองภูษาที่เงียบสงัด แสงเทียนบนโต๊ะเตี้ยสั่นไหวไปตามแรงลม สะท้อนเงาของหญิงสาวร่างบอบบางที่ยังคงนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่เงียบๆนางผู้นี้มีนามว่า ลี่อิน ลี่อินขยับปลายนิ้วเรียวอย่างคล่องแคล่ว ด้ายไหมสีชาดถูกดึงผ่านเนื้อผ้าแพรสีขาวหม่นสลับขึ้นลง เกิดเป็นลวดลายกิ่งเหมยที่กำลังผลิบานท้าทายเหมันต์ฤดู ลี่อินเป็นเพียงนางกำนัลห้องผ้าเล็กๆ ที่ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ หน้าที่ในแต่ละวันมีเพียงการก้มหน้าก้มตาเย็บชุนเสื้อผ้าและเครื่องประดับยศให้แก่เหล่าเจ้านาย ทว่าชิ้นงานที่อยู่ในมือของนางยามนี้มิใช่ของราชสำนัก หากแต่เป็นของขวัญที่นางตั้งใจทำขึ้นด้วยหัวใจเพื่อให้ใครบางคน‘ใกล้จะเสร็จแล้ว’หญิงสาวคิดในใจพลางคลี่ยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตสะท้อนประกายความอบอุ่นเมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้ที่จะได้รับมัน พลางคิดย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางวันซูเจียว นางกำนัลเพื่อนสนิทที่อยู่ร่วมห้องพักเดียวกันได้แวะเวียนมาหาที่โต๊ะทำงาน สายตาของซูเจียวจับจ้องมาที่ผ้าแพรผืนนี้อยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามลี่อินด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า ‘ผ้าผืนงามปานนี้ เจ้าตั้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status