/ รักโบราณ / บุปผาซ่อนไฟ / ตอนที่11 ขุนหลุมพราง

공유

ตอนที่11 ขุนหลุมพราง

last update 게시일: 2026-07-12 19:56:38

ห้าวันต่อมา ณ งานเลี้ยงชมบุปผา จวนราชครูถัง

         รถม้าจากจวนขุนนางน้อยใหญ่ ต่างค่อย ๆ หยุดนิ่ง ให้บรรดาคุณหนูสูงศักดิ์ เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงตามเทียบเชิญ แน่นอนว่าในงานเลี้ยงเช่นนี้ คือการเปิดโอกาสให้บรรดาฮูหยินสกุลใหญ่ ได้จับจ้องหาว่าที่สะใภ้เข้าจวน ทว่าในงานเลี้ยงย่อมมีข้อกำหนด ว่าหญิงสาวที่จะได้ร่วม จะต้องเป็นบุตรสาวสายตรงเท่านั้น และต้องเกิดจากภรรยาเอก จึงจะได้รับการเชื้อเชิญ

เว้นเสียแต่ว่าคุณหนูจวนนั้น ๆ จะนำญาติหรือพี่น้องต่างมารดาติดตามมาด้วย ซึ่งก็ได้เพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น การตั้งข้อจำกัดเช่นนี้ ก็เพื่อให้ง่ายต่อการจับตามองของเหล่าฮูหยินสูงศักดิ์ การแต่งหญิงจากสกุลที่ดี ย่อมหนุนนำสามีในภายหน้า ถึงจะดูเป็นเรื่องที่ครำครึไปหน่อย แต่การช่วงชิงในราชสำนัก ก็เสมือนสนามรบที่ต้องมีกำหลังหนุนที่ดี จึงจะกำชัยได้

“อินอิน เจ้าไม่ติดขัดแน่หรือ ที่ให้หรงหลิ่วติดตามมาด้วย”

หลิวฮูหยิน แม้จะรู้ดีว่าบุตรสาวคนรอง มิได้รู้สึกอันใดกับคู่หมายอย่างเหยาโจว แต่ก็ยังคงต้องวางตัวให้เป็นอินอิน การที่เหยาโจวให้ความสำคัญกับหรงหลิ่ว ย่อมทำให้เกิดการเสียหน้าได้

“หากพวกเขาอยากที่จะทำให้เราเสียหน้า ข้าก็จะฝังกลบไปเสียพร้อมกันเลยเจ้าค่ะ คนไม่คู่ควรจะนำมาทำให้ตัวเราแปดเปื้อนทำไมกัน ท่านแม่ว่าจริงไหมเจ้าคะ”

หญิงสาวเอ่ยกับมารดา โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองคนที่เดินตามอยู่เบื้องหลัง แน่นอนว่าสองแม่ลูกสกุลหรง มิได้เดินอยู่ใกล้นางกับมารดาเท่าใดนัก คล้ายกำลังรั้งรอใครบางคนอยู่ ทางด้านเจียงสือที่เดินหน้านิ่งตามผู้เป็นป้ากับพี่สาว ให้รู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึก ๆ เขาก็เสมือนคนบ้านป่า ที่ต้องเข้าสู่สังคมในเมือง ต่อให้ข่มกลั้นความตื่นเต้นนี้เอาไว้ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่รู้สึกเสียเมื่อไหร่

“เจ้าคือบุตรชายแม่ทัพ และเป็นขุนพลผู้หนึ่ง เกียรตินี้สูงมากพอให้เจ้าไม่ต้องแยแสต่อสายตาผู้ใด”

หลิวหนวนหนวน เอ่ยกับน้องชาย ที่เงียบอยู่ตลอดเส้นทางเข้าสู่ลานจัดเลี้ยง แน่นอนว่าอีกสักครู่ จะต้องแยกกันไปอยู่คนละส่วน ซึ่งตอนร่วมมื้ออาหาร จึงจะได้พบหน้ากันระหว่างชายหญิง

“พี่หญิง อย่างไรเสียข้าก็ต่างถิ่นนะขอรับ อีกอย่างข้าไม่คิดว่าจะได้รับเทียบเชิญนี่”

เจียงสือ บอกออกมาตามความเป้นจริง เขาไม่คิดมาก่อนว่าตนเอง จะได้รับเทียบเชิญ ทั้งที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้เพียงห้าวัน ดูเหมือนหูตาของคนเหล่านี้จะว่องไวยิ่งนัก

“หึ ๆ เจ้าคือทายาทสกุลแม่ทัพอันเกรียงไกร ไม่มีตรงไหนแปลกเลยที่จะได้รับเทียบเชิญ”

การพูดคุยอย่างสนิทสนมของสองพี่น้อง ถูกสายตาเดือดดาลของคนที่เพิ่งเดินมาถึง แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“อินอิน เจ้ามีข้าเป็นคู่หมายแล้ว ไยจึงใกล้ชิดบุรุษอื่นต่อหน้าผู้คนเยี่ยงนี้”

น้ำเสียงที่ไม่เบาของเหยาโจว เรียกสายตาของแขกที่มาร่วมงาน หันมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“คุณชายเหยา โปรดระวังคำพูดด้วย คำว่าคู่หมาย ก็เป็นท่านที่เออออไปเพียงฝ่ายเดียว ข้าเพียงมีไมตรีที่ดี ยังไม่ได้รับปากว่าจะแต่งเข้าจวนของท่าน อีกทั้งบุรุษอื่นที่ท่านกำลังหมายถึง คือญาติผู้น้องร่วมสายเลือดฝั่งมารดาของข้า ไม่ว่าจะสายเลือดหรือความผูกพัน แน่นอนว่าเขากับข้าย่อมมีมาแต่กำเนิด ส่วนท่านเล่าเป็นใครกัน จึงกล้าใช้ว่าจาแข็งกระด้างต่อข้า แล้วยังเรียกชื่อข้าอย่างสนิทชิดเชื้อ”

คำพูดที่ห่างเหิน ทำให้เหยาโจวถึงกับใบหน้าเขียวตล้ำ นางไปชายแดนกลับมา ไยจึงหมางเมินเขาได้ถึงเพียงนี้ แม้ว่าปกตินางจะไม่ได้ตอบรับอย่างชัดเจน แต่นางก็ยังรู้จักไว้หน้าเขาด้วยมารยาทอยู่เสมอ

“พี่หญิง ไยไปชายแดนกลับมาแล้วเปลี่ยนไปเล่าเจ้าคะ”

หรงหลิ่วรีบเติมเชื้อไฟ เพื่อให้หลิวอินอินในสายตาชนชั้นสูง เป็นที่น่ารังเกียจ โดยที่นางไม่รู้เลยว่านางกำลังขุดหลุมฝังกลบตนเอง

“สำหรับข้าไม่มีคำว่าเปลี่ยนไป เพราะข้ามิได้ทำเรื่องเสื่อมเสียต่อใคร”

“การที่พี่หญิงหมางเมินท่านพี่เหยาโจว เท่านี้ก็เรียกว่าเปลี่ยนแล้วนะเจ้าคะ”

         “หึ ๆ ที่ผ่านมาข้ามีไมตรีด้วยมารยาท ไม่เคยมีสิ่งใดนอกในกับเขา แต่เจ้าเล่า...ดูสนิทสนมกับเขาเกินกว่าคำว่าคนรู้จัก”

         “พี่หญิงกำลังหึงหวงข้าหรอกหรือเจ้าคะ ข้าเป็นเพียงบุตรสาวภรรยารองสกุลหรง ย่อมไม่อาจเอื้อมคิดที่จะตีเสมอ จนพี่หญิงต้องมาแสดงความหึงหวงเลยนะเจ้าคะ”

         คำพูดที่ดูถ่อมตน หวังเรียกความเห็นใจจากรอบด้าน ไม่ได้ทำให้หลิวหนวนหนวน ตกลงไปในหลุมพรางอันตื้นเขินนี้เลย

         “ไม่มีความจำเป็น สำหรับคำว่าหึงหวง เพราะข้าคือบุตรสาวสายตรง ของจวนมหาเสนาบดี ข้าไม่จำเป็นต้องดิ้นรน ที่จะวิ่งตามคนที่ด้อยกว่าตนเอง หรือแม้แต่คนที่สูงกว่าให้เสื่อมเกียรติ คนที่มีคุณค่า ย่อมรู้จุดยืนตนเอง”

         คำพูดที่ไม่อ่อนไม่แข็งของหลิวอินอิน ทำให้ฮูหยินจากหลายบ้าน ลอบยิ้ม เล่ห์เหลี่ยมของพวกลูกเมียน้อย ต่อให้ใช้มากเท่าใด เหล่าภรรยาเอกที่ควบคุมหลังจวน ย่อมรู้เท่าทันเป็นอย่างดี คุณหนูใหญ่สกุลหลิว นับเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวง เก่งกาจในทุกด้านของสตรีชั้นสูง การที่เลือกตอบรับไมตรีของคุณชายสกุลเหยา นั่นเพราะนางรู้ว่าการอยู่แบบใดจะดีต่อตนเอง ทว่าชายหนุ่มกลับมิรู้จักพอ ยังมาพัวพันกับญาติผู้น้องของนาง แน่นอนว่าสตรีที่เพียบพร้อมเช่นหลิวอินอิน จะไม่ลงสนามช่วงชิงหัวใจอันโลเลนั้นมาครอบครอง

         ส่วนคนที่ต้องหวาดหวั่น ในเรื่องนี้สมควรเป็นคนสกุลเหยา ที่กำลังจะเสียร่มไม้ใหญ่ ที่เขาเพียรพยายามที่จะคว้ามาบังลมฝน ถ้าเสียคนเยี่ยงหลิวอินอินไป อนาคตที่กำลังรุ่งเรือง จะต้องมอดดับลงอย่างไม่ต้องสงสัย

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่64 กุมอำนาจ

    “หนิงเซียว เจ้าหยุดได้แล้ว เรื่องในอดีตเจ้าจะขุดคุ้ย ขึ้นมาเพื่อสิ่งใดกัน หรือเจ้าคิดว่าเวลานี้ เจ้าช่วยเหลือเจ้าได้มากอย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินคำสบประมาทจากภรรยา จ้าวเทียนลง อยากที่จะพุ่งเข้าไป บีบคอนางเสียให้ตายคามือ แต่เพราะเวลานี้ นางยังมีประโยชน์ สำหรับเขาและมารดา หากจะลงมือให้นางถึงตาย ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยินยอม ให้นางแสดงความโอหัง เหนือเค้าที่เป็นสามีได้ตามแต่ใจ ตราบใดที่เขายังขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำครอบครัว นางจะพอใจต่อการกระทำของเขาหรือไม่ นั่นมิใช่สิ่งที่นาง จะมาแสดงออกต่อหน้าเขา “เหอะ! ข้าขุดคุ้ยเยี่ยงนั่นรึ การที่ข้ากล้าที่จะเอ่ยปาก ถึงความบกพร่องในตัวของเจ้าออกมา นั่นเพราะข้ายังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เจ้าในฐานะสามีอยู่ แต่จำไว้ให้ดี ว่าถ้าวันไหน ข้าไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาจากปากอีก นั่นหมายความว่า ในสายตาของข้า เจ้าก็มีต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง ที่ข้าพร้อมจะโยนทิ้งเมื่อใดก็ได้” “นังคนสารเลว! เจ้าอาจหาญด่าทอบุตรชายของข้า ทั้งยังหยามหมิ่นเขา ต่อหน้าข้าที่เป็นมารดา เจ้าช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย” จ้าวฮูหยิน ตวาดด่าทอลูกสะใภ้เส

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่63 ลองดู

    จวนจ้าวสายรอง จ้าวฮูหยิน กำลังมองตรงไปยังลูกสะใภ้คนรอง ด้วยแววตาชิงชัง อย่างไม่คิดที่จะปกปิดเอาไว้แม้แต่น้อย ลูกสะใภ้ที่นางเคยหมายมั่นเอาไว้ ว่าจะต้องนำพาบุตรชายคนรองของนาง ให้ก้าวสู่อำนาจในภายหน้า ด้วยการหนุนนำจากสกุลเดิมของลูกสะใภ้ ทว่าจนถึงเวลานี้ บุตรชายสุดที่รักของนาง ยังไม่ก้าวข้ามตำแหน่ง ขุนนางชั้นเล็ก ๆ ไปไม่ได้เลย ครั้งก่อนที่บุตรชาย ได้ก้าวเข้าสู่ราชสำนัก ก็ด้วยอำนาจของบุตรชายคนโต ที่แลกมากับการรับจ้าวหรูอี้ เป็นบุตรสาวสายตรง แต่เวลานี้ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามที่นางคาดหวัง แม้เพียงครึ่งเสียว “ท่านแม่มองข้าเยี่ยงนี้ หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ หรือกำลังตำหนิว่าขา ไม่อาจทำในสิ่งที่ต้องการได้เจ้าคะ” หนิงเชียวเอ่ยถามแม่สามี ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้อ่อนน้อม อย่างที่เคยเป็น นางอดทนมามาก พอแล้ว กับการถูกกดดัน และข่มเหงทางความรู้สึก ผู้ใดจะไปรู้เล่า ว่าการถอนหมั้นกับเจ้าเทียนฉี แล้วเลือกแต่งงานกับเจ้าเทียนหลง ชีวิตของนางจะแปรเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ มิใช่ดีขึ้น ทว่ามันตรงกันข้าม... “หนิงเชียว เจ้ากล้านักนะ ที่ใช้น้ำเสียงและสายตาเช่นนี้ต่อขา ใช่และอย่างไร! ข้าก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่62 เคารพเงิน

    “เช่นนั้น! ก็อย่าได้หาว่า พวกข้ารังแกสตรี” หัวหน้าของผู้มาเยือน ชี้ปลายกระบี่ไปยังหน้าของสาวใช้ นางก็แค่สตรีพูดหนึ่ง ที่เรียนรู้วิชายุทธ์ก็เท่านั้น หากเทียบกับบุรุษแล้ว เขามั่นใจว่า นางไม่มีทางทัดเทียมก็ได้ หากเป็นชายเจ้าของบ้าน นั่นใช่! เขายอมรับว่าคนผู้นั้น เขารู้สึกหวั่นไหวและกริ่งเกรงอยู่ในใจ แต่กับนาง สาวใช้ต่ำชั้น หาได้ทำให้เขา มีความรู้สึกหวาดกลัวได้เลยแม้แต่น้อย “อย่าเสียเวลาเลย หากชาหมดกา นายข้าต้องรีบกลับจวน สตรีในห้องหอ มิอาจเที่ยวเล่นนอกจวน ได้ตามอำเภอใจ” แค่ก ๆ เสียง ไอถี่ดังขึ้น จากชายเจ้าของบ้าน ก่อนที่เขาจะชำเลืองมอง ไปยังสตรีในห้องหอ ผู้ที่ไม่อาจไปไหนตามอำเภอใจได้ ช่างเป็นคำนิยาม ที่ไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย ด้วยรู้จักกันมานาน ทั้งยังทำการค้าด้วยกันมาหลายปี หญิงงามผู้นี้ ยังห่างไกลคำว่า สตรีในห้องหอประหนึ่งท้องฟ้าสูงกับหุบเหวลึก! “ท่านจะรีบดื่มไปทำไม ไม่ต้องเร่งเร้าให้ข้ารีบกลับบ้าน อย่างไรเสียค่าสตรีผู้บอบบาง ย่อมมิรั้งอยู่ รบกวนท่านนานอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ผู้ที่กำลังหน้าดำหน้าแดง จากการสำลักน้ำชา มีหรือน

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่61 หน้าหนา

    “ดูท่าแล้วคุณหนูรองหลิว จะมั่นใจเหลือเกิน ว่าจะต่อกรกับพวกข้าได้ เพียงให้สาวใช้คนเดียวลงมือ” เมื่อถูกสตรีหยามหมิ่น แม้ไม่พูดออกมาตรง ๆ แต่การใช้ถ้อยคำของนาง มันเป็นการบอกชัด ว่าพวกเขาเสมือนเศษขยะ ที่รกหูรกตานาง จนต้องให้สาวใช้ทำความสะอาด นางสมควรตายนัก! “ข้าชอบดื่มด่ำกับความสงบ” หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้ ต่อถ้อยคำของบุรุษแปลกหน้าผู้นั้น ทว่านางก็ยังคงเน้นย้ำ ว่าชอบดื่มด่ำกับความสงบราบเรียบ นักฆ่าระดับนี้ นางมั่นใจว่าไม่ขลาดเขลา จนมองไม่ออก ว่าหากตัวตนของนางถูกค้น ย่อมต้องทำให้แน่ใจ ว่าจะไม่ถูกนำไปเผยต่อบุคคลอื่นเพิ่มเติม เพราะสิ่งที่จะทำให้มั่นใจได้ ว่ามันจะเป็นความลับไปชั่วชีวิต นั่นคือความตายเท่านั้นกฎข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนสามัญทั่วไป หรือนักฆ่าทุกระดับ ย่อมรู้มันดีอยู่แก่ใจ ความลับที่ดีที่สุด ยอมเป็นความลับ ที่ไม่มีลมหายใจ ทั้งที่คราแรก นางไม่คิดที่จะใส่ใจ ว่าคนพวกนี้จะรู้เห็นสิ่งใด เพราะต่อให้รู้ก็เพียงเท่าที่นางให้รู้ แต่สิ่งที่ผิดคาดคือ พวกมันไม่ได้ติดตามนางต่อ แต่เลือกที่จะมาหาที่ตายในบ้านหลังนี้ ดังนั้นเพื่อความแน่ใจ ว่าสิ่งที่นางส่งให้กับเจ้าของบ้าน จะยัง

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่60 กลับมา

    “หึ ๆ ข้าย่อมพูดตามที่เห็น ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะปฏิเสธ ไมตรีอันดีจากข้า เช่นนั้น...จงแบกรับมันให้ได้” ก๊อก ๆ ทว่าเพียงหัวหน้าผู้มาเยือน เอ่ยจบประโยชน์ เสียงเคาะที่หน้าประตูบ้าน พลันดังแทรกขึ้นเสียก่อน ทุกสายตาหันไปมองหน้าประตู ด้วยความระแวดระวังตัว “หมดเวลาแล้ว ข้าต้องการพักผ่อน” เป็นเจ้าของบ้าน ที่ตะโกนตอบ คนที่อยู่อีกด้านของประตูไป ด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราด เช่นปกติของเขา ต่างจากเหล่าผู้มาเยือนทั้งหมด ที่ยังไม่ละสายตา ไปจากบ้านประตู ที่ยังคงไร้เสียงตอบกลับจากอีกด้าน นี่คือความกดดันอันยากจะอธิบายได้ พวกเขาเข้ามาเพราะมีจุดประสงค์ มิได้ทำการค้าอย่างตรงไปตรงมา หากจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว พวกเขาเพียงต้องการรู้ว่าหญิงสาวผู้ที่เพิ่งจากไป มาเพื่อการค้าใด และพวกเขาไม่รู้เลยว่าชายผู้เป็นเจ้าของบ้าน ทำการค้าอันใดกันแน่ “ข้าดื่มชายังไม่หมดกา รู้สึกเสียดาย จึงกลับมาดื่มให้หมด จะได้ไม่ต้องรู้สึกถวิลหา” น้ำเสียงราบเรียบของสตรีผู้นั้น ดังขึ้นอีกครั้ง เหล่าผู้มาเยือน ต่างพากันตื้นตัวราวกับเวลานี้ พวกเขากำลังยืนอยู่กลางวงล้อมศัตรู ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่59 ผู้มาเยือน

    “ชาดีเหมือนเดิม ข้าต้องกลับแล้ว อีกสามวันค่อยพบกัน” หนึ่งก้านธูปต่อมา หลังจากดื่มชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวได้ลุกขึ้น เอยคำลากับเจ้าของบ้าน ชายเจ้าของบ้านทำเพียงพยักหน้ารับ แล้วเดินไปส่งนางที่ประตูตามมารยาทอันดี หาไม่แล้วคนตัวซวยจะกล่าวโทษ ว่าเขาไร้การอบรมอีก เพียงนาก้าวพ้นประตูไปได้ไม่นาน ในขณะชายเจ้าของบ้าน กำลังง่วนกับการเก็บชุดน้ำชา เขาจำต้องชะงักค้างไปชั่วขณะ เพราะเวลานี้ได้มีสายตาหลายคู่ จับจ้องมาที่เขา และมุ่งร้ายเสียด้วย โอหังเกินไปแล้ว กล้าเข้าบ้านเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต “หมดเวลาทำการค้าของข้าแล้ว หากพวกท่านต้องการ เป็นวันหน้าเถิด” ชายผู้เป็นเจ้าของบ้าน เอ่ยออกไปโดยไม่ได้หันกลับไปมอง ว่าผู้ใดกันแน่ ที่มาเยือน เพราะสำหรับเขาแล้ว การกำหนดวันนี้วันและเวลา ในการซื้อขาย เป็นกฎที่เขาตั้งขึ้น ไม่อาจให้ผู้ใด ก้าวล่วงได้แม้แต่น้อย ขอบเขตที่มี ย่อมหมายถึงสิ่งที่เขาเลือกแล้ว ว่าไม่ต้องการให้ใครล่วงล้ำ “การค้า...ยอมมิเลือกเวลา หากเจ้าเลือกเวลา นั่นหมายความว่า เจ้าไม่เต็มใจที่จะแสวงหาผลกำไร” ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเนิบชา

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status