LOGINห้าวันต่อมา ณ งานเลี้ยงชมบุปผา จวนราชครูถัง
รถม้าจากจวนขุนนางน้อยใหญ่ ต่างค่อย ๆ หยุดนิ่ง ให้บรรดาคุณหนูสูงศักดิ์ เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงตามเทียบเชิญ แน่นอนว่าในงานเลี้ยงเช่นนี้ คือการเปิดโอกาสให้บรรดาฮูหยินสกุลใหญ่ ได้จับจ้องหาว่าที่สะใภ้เข้าจวน ทว่าในงานเลี้ยงย่อมมีข้อกำหนด ว่าหญิงสาวที่จะได้ร่วม จะต้องเป็นบุตรสาวสายตรงเท่านั้น และต้องเกิดจากภรรยาเอก จึงจะได้รับการเชื้อเชิญ
เว้นเสียแต่ว่าคุณหนูจวนนั้น ๆ จะนำญาติหรือพี่น้องต่างมารดาติดตามมาด้วย ซึ่งก็ได้เพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น การตั้งข้อจำกัดเช่นนี้ ก็เพื่อให้ง่ายต่อการจับตามองของเหล่าฮูหยินสูงศักดิ์ การแต่งหญิงจากสกุลที่ดี ย่อมหนุนนำสามีในภายหน้า ถึงจะดูเป็นเรื่องที่ครำครึไปหน่อย แต่การช่วงชิงในราชสำนัก ก็เสมือนสนามรบที่ต้องมีกำหลังหนุนที่ดี จึงจะกำชัยได้
“อินอิน เจ้าไม่ติดขัดแน่หรือ ที่ให้หรงหลิ่วติดตามมาด้วย”
หลิวฮูหยิน แม้จะรู้ดีว่าบุตรสาวคนรอง มิได้รู้สึกอันใดกับคู่หมายอย่างเหยาโจว แต่ก็ยังคงต้องวางตัวให้เป็นอินอิน การที่เหยาโจวให้ความสำคัญกับหรงหลิ่ว ย่อมทำให้เกิดการเสียหน้าได้
“หากพวกเขาอยากที่จะทำให้เราเสียหน้า ข้าก็จะฝังกลบไปเสียพร้อมกันเลยเจ้าค่ะ คนไม่คู่ควรจะนำมาทำให้ตัวเราแปดเปื้อนทำไมกัน ท่านแม่ว่าจริงไหมเจ้าคะ”
หญิงสาวเอ่ยกับมารดา โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองคนที่เดินตามอยู่เบื้องหลัง แน่นอนว่าสองแม่ลูกสกุลหรง มิได้เดินอยู่ใกล้นางกับมารดาเท่าใดนัก คล้ายกำลังรั้งรอใครบางคนอยู่ ทางด้านเจียงสือที่เดินหน้านิ่งตามผู้เป็นป้ากับพี่สาว ให้รู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึก ๆ เขาก็เสมือนคนบ้านป่า ที่ต้องเข้าสู่สังคมในเมือง ต่อให้ข่มกลั้นความตื่นเต้นนี้เอาไว้ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่รู้สึกเสียเมื่อไหร่
“เจ้าคือบุตรชายแม่ทัพ และเป็นขุนพลผู้หนึ่ง เกียรตินี้สูงมากพอให้เจ้าไม่ต้องแยแสต่อสายตาผู้ใด”
หลิวหนวนหนวน เอ่ยกับน้องชาย ที่เงียบอยู่ตลอดเส้นทางเข้าสู่ลานจัดเลี้ยง แน่นอนว่าอีกสักครู่ จะต้องแยกกันไปอยู่คนละส่วน ซึ่งตอนร่วมมื้ออาหาร จึงจะได้พบหน้ากันระหว่างชายหญิง
“พี่หญิง อย่างไรเสียข้าก็ต่างถิ่นนะขอรับ อีกอย่างข้าไม่คิดว่าจะได้รับเทียบเชิญนี่”
เจียงสือ บอกออกมาตามความเป้นจริง เขาไม่คิดมาก่อนว่าตนเอง จะได้รับเทียบเชิญ ทั้งที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้เพียงห้าวัน ดูเหมือนหูตาของคนเหล่านี้จะว่องไวยิ่งนัก
“หึ ๆ เจ้าคือทายาทสกุลแม่ทัพอันเกรียงไกร ไม่มีตรงไหนแปลกเลยที่จะได้รับเทียบเชิญ”
การพูดคุยอย่างสนิทสนมของสองพี่น้อง ถูกสายตาเดือดดาลของคนที่เพิ่งเดินมาถึง แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“อินอิน เจ้ามีข้าเป็นคู่หมายแล้ว ไยจึงใกล้ชิดบุรุษอื่นต่อหน้าผู้คนเยี่ยงนี้”
น้ำเสียงที่ไม่เบาของเหยาโจว เรียกสายตาของแขกที่มาร่วมงาน หันมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คุณชายเหยา โปรดระวังคำพูดด้วย คำว่าคู่หมาย ก็เป็นท่านที่เออออไปเพียงฝ่ายเดียว ข้าเพียงมีไมตรีที่ดี ยังไม่ได้รับปากว่าจะแต่งเข้าจวนของท่าน อีกทั้งบุรุษอื่นที่ท่านกำลังหมายถึง คือญาติผู้น้องร่วมสายเลือดฝั่งมารดาของข้า ไม่ว่าจะสายเลือดหรือความผูกพัน แน่นอนว่าเขากับข้าย่อมมีมาแต่กำเนิด ส่วนท่านเล่าเป็นใครกัน จึงกล้าใช้ว่าจาแข็งกระด้างต่อข้า แล้วยังเรียกชื่อข้าอย่างสนิทชิดเชื้อ”
คำพูดที่ห่างเหิน ทำให้เหยาโจวถึงกับใบหน้าเขียวตล้ำ นางไปชายแดนกลับมา ไยจึงหมางเมินเขาได้ถึงเพียงนี้ แม้ว่าปกตินางจะไม่ได้ตอบรับอย่างชัดเจน แต่นางก็ยังรู้จักไว้หน้าเขาด้วยมารยาทอยู่เสมอ
“พี่หญิง ไยไปชายแดนกลับมาแล้วเปลี่ยนไปเล่าเจ้าคะ”
หรงหลิ่วรีบเติมเชื้อไฟ เพื่อให้หลิวอินอินในสายตาชนชั้นสูง เป็นที่น่ารังเกียจ โดยที่นางไม่รู้เลยว่านางกำลังขุดหลุมฝังกลบตนเอง
“สำหรับข้าไม่มีคำว่าเปลี่ยนไป เพราะข้ามิได้ทำเรื่องเสื่อมเสียต่อใคร”
“การที่พี่หญิงหมางเมินท่านพี่เหยาโจว เท่านี้ก็เรียกว่าเปลี่ยนแล้วนะเจ้าคะ”
“หึ ๆ ที่ผ่านมาข้ามีไมตรีด้วยมารยาท ไม่เคยมีสิ่งใดนอกในกับเขา แต่เจ้าเล่า...ดูสนิทสนมกับเขาเกินกว่าคำว่าคนรู้จัก”
“พี่หญิงกำลังหึงหวงข้าหรอกหรือเจ้าคะ ข้าเป็นเพียงบุตรสาวภรรยารองสกุลหรง ย่อมไม่อาจเอื้อมคิดที่จะตีเสมอ จนพี่หญิงต้องมาแสดงความหึงหวงเลยนะเจ้าคะ”
คำพูดที่ดูถ่อมตน หวังเรียกความเห็นใจจากรอบด้าน ไม่ได้ทำให้หลิวหนวนหนวน ตกลงไปในหลุมพรางอันตื้นเขินนี้เลย
“ไม่มีความจำเป็น สำหรับคำว่าหึงหวง เพราะข้าคือบุตรสาวสายตรง ของจวนมหาเสนาบดี ข้าไม่จำเป็นต้องดิ้นรน ที่จะวิ่งตามคนที่ด้อยกว่าตนเอง หรือแม้แต่คนที่สูงกว่าให้เสื่อมเกียรติ คนที่มีคุณค่า ย่อมรู้จุดยืนตนเอง”
คำพูดที่ไม่อ่อนไม่แข็งของหลิวอินอิน ทำให้ฮูหยินจากหลายบ้าน ลอบยิ้ม เล่ห์เหลี่ยมของพวกลูกเมียน้อย ต่อให้ใช้มากเท่าใด เหล่าภรรยาเอกที่ควบคุมหลังจวน ย่อมรู้เท่าทันเป็นอย่างดี คุณหนูใหญ่สกุลหลิว นับเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งในเมืองหลวง เก่งกาจในทุกด้านของสตรีชั้นสูง การที่เลือกตอบรับไมตรีของคุณชายสกุลเหยา นั่นเพราะนางรู้ว่าการอยู่แบบใดจะดีต่อตนเอง ทว่าชายหนุ่มกลับมิรู้จักพอ ยังมาพัวพันกับญาติผู้น้องของนาง แน่นอนว่าสตรีที่เพียบพร้อมเช่นหลิวอินอิน จะไม่ลงสนามช่วงชิงหัวใจอันโลเลนั้นมาครอบครอง
ส่วนคนที่ต้องหวาดหวั่น ในเรื่องนี้สมควรเป็นคนสกุลเหยา ที่กำลังจะเสียร่มไม้ใหญ่ ที่เขาเพียรพยายามที่จะคว้ามาบังลมฝน ถ้าเสียคนเยี่ยงหลิวอินอินไป อนาคตที่กำลังรุ่งเรือง จะต้องมอดดับลงอย่างไม่ต้องสงสัย
บ้านเช่าท้ายตลาด เมืองหลวง หรงหลิ่ว กำลังนั่งชื่นชม กับเครื่องประดับที่ได้รับ มาจากนายท่าน โดยนางไม่คิดจะใส่ใจต่อสายตาของผู้เป็นมารดา ที่กำลังมีความสงสัย กับเงินทองและทรัพย์สินที่นางได้มา เพราะสำหรับนางแล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด สตรียังสามารถที่จะมีทุกอย่างได้ นางไม่สนใจว่าจะได้มาด้วยวิธีใด ขอแค่ว่าชีวิตของนาง ไม่ต้องมองสีหน้าผู้ใด ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ต่อให้นางต้องทำลายใครสักคนก็ตาม หรือจะคนทั้งตระกูล นางก็ไม่ใส่ใจ ตราบใดที่นางมีเงินทองในมือ “เจ้าจะบอกแม่ได้หรือยัง ว่าเจ้าเอาเงินทองมาจากที่ใด แล้วนี่...เสื้อผ้าแพรพรรณ และเครื่องประดับ ผู้ใดให้เจ้ามากัน ไยจึงมากมายถึงเพียงนี้” หลิวหนิง เอ่ยถามบุตรสาว สายตาที่มองไปยังของในมือของบุตรสาวนั้น เต็มไปด้วยความเป็นกังวล นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยแม้แต่น้อย เพราะพวกนางออกจากจวนหรงตัวเปล่า แต่พอก้าวมาอยู่ในบ้านเช่านี้ บุตรสาวกลับมีทุกอย่าพร้อมสรรพ ราวกับเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วบุตรสาวยืนยันให้นางหย่าขาดจากสามี นางในตอนนั้นก็ทำตามอย่างว่าง่าย เพราะเหลืออด กับครอบครัวสามี ที่ดูหมิ่นเหยียดหยามนาง
สองชั่วยาม ต่อมา ณ แม่ทัพ หลิวอินอินเดินจูงมือจ้าวหรูอี้ เข้ามาภายในจวน ส่วนสิ่งของต่าง ๆ นั้น ชุ่ยผิงได้จัดการ นำไปเก็บยังเรือนของนางก่อน เพราะต่อให้วางใจคนในจวนแค่ไหน แต่นางเพิ่งเข้ามาอยู่ในเพียงข้ามคืน นางย่อมไม่วางใจสิ่งใดทั้งนั้น เอาไว้ตอนที่นางกลับเรือน ค่อยส่งไปยังเรือนของจ้าวหรูอี้ในภายหลัง ทางด้านผู้ดูแลจ่ง ก้าวตามนายหญิงกลับเข้าไปภายในจวนเงียบ เพื่อรอพบกับเจ้าของจวนตัวจริง “ฮูหยิน คุณหนูกลับมาแล้ว” พ่อบ้านชรา รีบก้าวออกมาต้อนรับ ด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม มีหรือเขาจะไม่รู้ความเคลื่อนไหวของนายหญิง วันนี้นางใส่ใจต่อชีวิตของคุณหนูเล็ก นั่นคือสิ่งที่ดีต่อจวนแม่ทัพอย่างแน่นอน หากเป็นสตรีบางคน แต่งเข้ามาอาจรีบผลักไสน้องสาวสามี ให้ออกเรือนเพื่อไปจากจวน แต่ฮูหยินกลับพาคุณหนูเล็กไปสมัครเข้าสถานศึกษา เพื่อให้มีวิชาติดตัว“ท่านลุงจวง พรุ่งนี้หณุอี้จะไปสถานศึกษาแล้วนะเจ้าคะ”จ้าวหรูอี้รีบรายงาน ด้วยความลิงโลด ความเป็นคุณหนูผู้สง่า ได้หายไปเมื่อก้าวเข้ามาในประตูบ้านตนเอง หรูอี้เสมือนเด็กน้อยที่ได้ของถูกใจ ทว่านั้นไม่ได้ทำให้หลิวอินอิน คิดตำหนิ เพราะนางเมื่อครั้งวัยเท่า
“บ้าไปแล้ว ก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่านางยังไม่ได้ควักเงินออกมาจ่ายเลย”ฉีหลิงไม่สนว่าหลิวอินอิน กับเจ้าของร้านจะตกลงอันใดกัน เพราะในสายตาของนาง จ้าวหรูอี้ยังไม่จ่ายเงินต่อหน้าเลย “ข้ามั่นใจว่าเถ้าแก่เนี้ย ได้บอกกะเจ้าไปแล้ว ว่าของทุกอย่างที่น้องสามีของข้าเลือก ล้วนถือว่าจ่ายเงินแล้วทั้งสิ้น” “จะเป็นไปได้อย่างไร นางยังไม่ได้วางเงินซักอีแปะ จะเรียกว่านางจ่ายได้อย่างไร” “ข้าจ่ายไว้แล้ว ต่อให้ของอยู่ในถาดนั้น จะมีราคาเป็นหมื่นตำลึงหรือแสนตำลึง ข้าหลิวอินอินก็ไม่ขาดแคลนเงินที่จะจ่าย คำพูดของข้าชัดเจนเสมอ หากบอกว่าจ่ายคือจ่าย เจ้ามีอันใดแคลงใจต่อข้านักเล่า” หลิวอินอิน เรียวปากบิดขึ้นเล็กน้อย แม้จะเบื่อหน่ายกับเรื่องไร้สาระนี้ แต่บทเรียนที่ดี คือการแสดงให้นักเรียนได้เห็น จ้าวหรูอี้จัดการได้ดี แต่ยังขาดเล่ห์เหลี่ยม หากอีกฝ่ายดึงเล่ห์เหลี่ยมออกมาใช้เมื่อใด จ้าวหรูอี้จะเป็นเพียงเบี้ย ที่ถูกกลืนกินในทันที ดังนั้นนางในฐานะพี่สะใภ้ ก็ควรที่จะจัดการหมากในกระดานให้หมด ด้วยเล่ห์กลเล็กน้อยให้เอง “ข้าไม่เอาแล้วก็ได้” เมื่อรู้ตัวว่าตนเอง กำลังจะถูกต้อนให้จนมุม ฉีหลิ
“ดูท่าคุณหนูเล็กจ้าว จะได้นิสัยของฮูหยินมาเต็ม ๆ เลยนะขอรับ” รองแม่ทัพจ่งในคราบของผู้ดูแล เอ่ยเย้าผู้เป็นนาย ที่กำลังยืนยิ้มกริ่ม กับการตอบโต้ของคุณหนูสกุลจ้าว เขามองเห็นได้ชัดเจน ว่าจริง ๆ แล้ว คุณหนูจ้าวมีความหวาดหวั่นอยู่ในใจ แต่พลัง ที่ทำให้คุณหนูจ้าว มีแรงต่อสู้ได้ ก็คงจะเป็นฝีมือของชุ่ยผิง ที่ยืนอยู่เคียงข้างมิได้ห่างไปไหน สาวใช้ที่ไม่เอ่ยสิ่งใด ทว่าสามารถที่จะใช้เพียงฝ่ามือ ปลอบประโลมนายสาว ให้มีพลังใจฮึกเหิม สู้โต้กลับต่อศัตรูได้ นับว่าเป็นพรสวรรค์ของชุ่ยผิงจริง ๆ “นางควรสู้เช่นนี้มานานแล้ว แต่เพราะกำแพงของนาง นอกจากท่านแม่ทัพ ก็ไม่มีผู้ใดอีกเลย บุรุษก็คือบุรุษ ยิ่งเขามิได้เติบโตมากับสตรีมากนัก ไม่แปลกที่เขาจะมิรู้ ถึงจุดด้อยที่น้องสาวมีอยู่ ยกเว้นท่าน ผู้ดูแลจ่ง ท่านอยู่กับท่านตา ท่านยาย ท่านแม่และท่านน้าของข้ามานาน จนกระทั่งเป็นตัวข้าเอง ดังนั้นความอ่อนโยนของท่าน กับสามีของข้า ย่อมแตกต่างกันนัก ถือเสียว่าท่านเห็นนาง เป็นเหมือนบุตรสาวอีกสักคน ช่วยข้าดูแลจ้าวหรูอี้สักหน่อยก็ดี” หญิงสาวเปรียบเทียบความเข้าใจสตรี ของสามีกับรองแม่ทัพ คนที่เติบโตมาแตกต่าง
ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ ร้านเครื่องประดับ หลิวอินอิน เดินกลับมายังร้านเครื่องประดับ ที่ปล่อยให้น้องสาวสามี เลือกซื้อของอยู่กับสาวใช้ของนาง เพียงก้าวพ้นประตูเข้าไป ภาพที่เห็นก็ทำให้หญิงสาว ต้องนิ่งไปครู่หนึ่ง คิ้วเรียวงามขมวดจนชิดกัน เมื่อเห็นว่าต้วนมี่ เหมือนจะมีกำลังเสริมมาเพิ่ม “ปิ่นนี้ข้าชอบ เจ้าไม่มีสิทธิ์ ที่จะช่วงชิงข้า หรือเจ้าคิดว่าพี่ชายพิการของเจ้า กับพี่สะใภ้ของเจ้า จะยอมมีปัญหากับบิดาเยี่ยงนั้นหรือ” หญิงสาวสูงศักดิ์ในอาภรณ์สดใส ใบหน้าแต่งแต้มอย่างหรูหรา โดดเด่นที่เรียวปากทาชาดสีแดงเข้ม กำลังยืนโต้เถียงอยู่กับจ้าวหรูอี้ ที่เวลานี้เอาจะยืนกำหมัดนิ่ง แต่ไม่เอ่ยสิ่งใด ดูเหมือนจ้าวหรูอี้กำลังคิดคำนวณสิ่งที่ต้องทำ หลิวอินอิน เลือกที่จะยืนมองเหตุการณ์ อยู่ที่หน้าประตูร้าน นางเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคุณหนูสมศักดิ์ผู้นั้น จะอวดเบ่งได้นานเพียงใด และน้องสามีของนาง จะแก้ปัญหานี้ได้เช่นไร “เจ้าจะชอบหรือไม่ นั่นก็คือสิทธิ์ของเจ้า แต่สิทธิ์ข้าพึงมี...คือข้าเลือกก่อน” จ้าวหรูอี้ เอ่ยออกมาในที่สุด หลังจากที่นางยืนนิ่งมาอยู่ชั่วขณะหนึ่ง หญิ
“ข้าน้อยจะฟังท่านขอรับ ว่าแต่...จะให้ข้าน้อย ช่วยสืบหาเรื่องนั้นหรือไม่ขอรับ” รองแม่ทัพจ่ง เอ่ยถามหญิงสาว ด้วยเกรงว่าคำถามของเขา จะกระทบต่อความรู้สึกของนาง จึงยังเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรงอยู่หลายส่วน “ไม่มีผู้ใด เคยเห็นหน้าท่านมาก่อน น่าจะทำงานได้ดีกว่าพวกข้า อีกทั้งเวลานี้ข้าสามคนพี่น้อง เรียกได้ว่าทุกย่างก้าว มีสายตาจับจอง คนผู้นั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ แน่นอนว่าต้องเป็นคนหลังกำแพงสูง เพราะเรื่องที่ลึกแค่ไหน เขาก็สามารถที่จะสาวไปจนถึงได้ แต่ยิ่งมือเขายาวมากเพียงใด ดาบในมือข้า ก็พร้อมที่จะบั่นมันทิ้งวันนั้นละ เพียงแค่ตอนนี้ ข้าต้องรอเวลาอีกสักหน่อย ไม่สะดวกลงมือ” หลิวอินอิน เอ่ยด้วยน้ำเสียงกดลึก ก่อนจะยกชาขึ้นจิบ เพื่อดับความเจ็บแค้นในใจ นางจะปล่อยให้ความรู้สึก อยู่เหนือการควบคุม หาไม่แล้วนางจะพลาดท่าให้ศัตรูได้ “ข้าน้อยจะจัดการเรื่องนี้ ให้เป็นที่เรียบร้อยท่านขุนพล ไม่ต้องห่วงไป” รองแม่ทัพจ่ง ตอบรับขุนพลสาว ด้วยความจริงใจ “แต่ข้ามีข้อเสนอที่ดีกว่านั้นนะเจ้าคะ ไหน ๆ ท่านอาจ่งก็มาถึงเมืองหลวงแล้ว มิสู้ให้ไปอยู่ข้างกายพี่หญิง น่าจะดีกว่านะเจ้า







