หน้าหลัก / รักโบราณ / บุปผาซ่อนไฟ / ตอนที่10 หลิวหนวนหนวน

แชร์

ตอนที่10 หลิวหนวนหนวน

ผู้เขียน: ไห่ถาง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-11 19:25:14

สองชั่วยามต่อมา ณ ห้องหนังสือ จวนมหาเสนาบดี

         ท่านมหาเสนาบดี พร้อมฮูหยิน นั่งจับจ้องไปยังสองพี่น้อง ซึ่งเดินทางไกลมาจากแดนเหนือ เจียงสือขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน นั่นคือเขากำลังข่มกลั้นความรู้สึก อย่างสุดความสามารถ ไม่ต่างจากหญิงสาวที่สบตากับพ่อแม่ ทว่าลำคอของนางราวกับมีก้อนแข็ง ๆ อุดอยู่จนไม่อาจเปล่งเสียงใดให้หลุดรอดออกมาได้

         “พี่สาวเจ้าไปที่ใด”

         ท่านมหาเสนาบดี เอ่ยออกมาได้ในที่สุด หลังลูกและหลานต่างพากันนิ่งเงียบ ไม่มีคนไหนพูดสิ่งใดออกมาให้กระจ่างแก่เขาและภรรยาเลย

         “พี่หญิงเดินทางไกลเหลือเกินเจ้าค่ะ”

         หลิวหนวนหนวน ตอบกลับคำถามของบิดา ก่อนจะล้วงเอากล่องไม้ขนาดเล็ก ที่นางใส่ไว้ในอกเสื้อออกมา แล้วยื่นส่งให้แก่บิดา ท่านมหาเสนาบดี ยื่นมือออกไปรับ ด้วยอาการคล้ายคนกำลังตกสู่ห้วงเหวลึก

         ทางด้านหลิวฮูหยิน เวลานี้ใบหน้าของนางไร้ซึ่งสีเลือด นางคือบุตรสาวแม่ทัพ ความนัยเช่นนี้ มีหรือที่นางจะฟังไม่เข้าใจ นี่มิใช่ครั้งแรกที่อินอินเดินทางไปชายแดนเหนือ ในทุกครั้งก้กลับมาอย่างปลอดภัย ไยครานี้จึงไม่กลับมาแม่เล่า

         “ใคร!”

         ท่านมหาเสนาบดี เอ่ยถามออกไป ทว่าดวงตาของเขา จับจ้องอยู่ที่ผ้าสีหวานเปื้อนเลือด ดวงตาที่เคยเย็นชาพลันแดงก่ำ ทว่าน้ำตาที่คลอหน่วย หาได้หลุดร่วงลงแม้เพียงหยด เขาที่ยืนอยู่ในตำแหน่งนี้ มีหรือจะไม่เข้าใจ ว่าสักวันต้องเกิดเรื่องกับคนในบ้าน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นบุตรสาวที่อ่อนโยนของเขา

         “นี่คือเหตุผลที่ลูกกลับมา ในฐานะของพี่หญิงเจ้าค่ะ”

         หลิวหนวนหนวน ตอบตามความเป็นจริง นางยังไม่รู้ตัวคนร้ายที่แน่ชัด เพราะจากคำบอกเล่าของพ่อบ้านเกา นางไม่อาจระบุได้ว่าเป็นใคร และนางก็มิได้ตัดชายชราผู้นั้น ออกจากผู้ต้องสงสัยเช่นกัน

         “นางเจ็บปวดมากหรือไม่”

         หลิวฮูหยินที่ตั้งสติได้แล้ว เอ่ยถามบุตรสาวคนรอง นางไม่ได้ฟูมฟาย เพราะรู้ดีถึงสายตามากมาย ที่คอยจับจ้องอยู่ ต่อให้เจ็บเจียนตาย ก็ยังไม่อาจหลั่งน้ำตาออกมาได้ ศัตรูมีทั้งนอกและในบ้าน ยากนักที่จะบอกได้ว่าเป็นใคร

         “นางยังคงงดงามมิเปลี่ยนเจ้าค่ะ”

         หลิวหนวนหนวนลุกขึ้น เดินไปนั่งแทบเท้ามารดา แล้วซบใบหน้าแนบตักคนเป็นแม่ นางไม่ได้ริษยาที่พ่อแม่คล้ายจะใส่ใจพี่สาวมากกว่านาง แต่เพราะนางรู้ดีว่าพี่สาวกับตัวนางนั้น ถูกเลี้ยงดูมาคนละแบบ พ่อแม่จะห่วงคนที่อ่อนแอกว่าย่อมมิใช่เรื่องแปลกอันใด

         “สัญญากับแม่ ว่าเจ้าจะไม่หายไปที่ใดอีก”

         หลิวฮูหยิน วางมือบนศีรษะของบุตรสาว แล้วบรรจงลูบอย่างเบามือ นางไม่พร้อมที่จะเสียดวงใจไปอีกดวง

         “ลูกสัญญาเจ้าค่ะ แต่ช่วงเวลานี้ลำบากท่านพ่อท่านแม่แล้ว ที่ต้องรั้งอยู่เมืองหลวงกับข้าก่อน”

         หญิงสาวบอกถึงสิ่งที่ต้องทำให้พ่อแม่ ลำบากใจอยู่ไม่น้อย แต่นางก็ไร้ซึ่งทางเลือก หากพ่อแม่เดินทางออกจากเมืองหลวงไป ทั้งที่นางเพิ่งกลับถึงเมืองหลวง ย่อมมีสายตาจับจ้องอย่างแน่นอน

         “เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องห่วง พ่อแม่รู้ดีว่าต้องทำเช่นไร ขอเพียงเจ้าอย่าพาตนเองไปเสี่ยง ให้พ่อแม่กลัวเท่านั้น”

         “ขอเวลาเพียงสิบห้าวันเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่ ค่อยออกจากเมืองหลวง เพื่อเยี่ยมหลิวหนวนหนวนยังเมืองอันห่างไกล เพราะนางจะเจ็บป่วยจนพ่อแม่ต้องไปดูใจเจ้าค่ะ”

         หญิงสาวเอ่ยแผนการให้พ่อแม่ได้รู้ แน่นอนว่าไม่เคยมีใครพบหน้าหลิวหนวนหนวน และทุกคนต่างรู้ดีว่าบุตรสาวคนรองของท่านมหาเสนาบดี เจ็บป่วยจนไม่อาจเดินทางไกลได้ เมื่ออาการไม่สู้ดี พ่อแม่ย่อมต้องไปเฝ้าอย่างใกล้ชิด ปล่อยให้ศัตรูย่ามใจ พุ่งเข้าหานางโดยไม่ต้องเปลืองแรงออกไล่ล่า

         “เจ้าอยู่ได้หรือ”

         ท่านมหาเสนาบดี กลัวว่าบุตรสาว จะรับมือพวกจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ในเมืองหลวงไม่ไหว จึงถามด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าเขาอยากที่จะไปดูร่างบุตรสาวคนโต แต่ก็ยังห่วงบุตรสาวคนรอง ที่ยังไม่คุ้นชินต่อคนเมืองหลวง

         “ท่านพ่อไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ในช่วงสิบห้าวันนี้ เพียงท่านพ่อ พาข้าออกร่วมงานเลี้ยง และมอบข้อมูลของผู้ที่ยืนคนละฝั่ง และฝั่งเดียวกับเราให้แก่ข้า ที่เหลือข้าจัดการเองเจ้าค่ะ”

         หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากตักของมารดา แล้วบอกกับบิดาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น นางคือขุนพลที่เจนสงคราม จับดาบตั้งแต่ยังเล็ก จนกระทั้งควบม้าออกศึก ย่อมรู้จักวิธีทำลวงศัตรูให้ตกหลุมพราง และนางไม่เคยที่จะประมาท กับความสามารถของคู่ต่อสู้เช่นกัน

         “ตกลง! แต่เจ้าจงจำเอาไว้ให้ดี ว่าสตรีในเมืองหลวง ต่างมากเล่ห์กว่าบุรุษหลายร้อยเท่า พี่หญิงของเจ้า แม้จะไร้วรยุทธ์ แต่นางรู้วิธีรับมือสตรีเหล่านั้นเป็นอย่างดี แต่เจ้า...เก่งการในเชิงรบ พ่อจึงห่วงอยู่ไม่น้อย”

         ท่านมหาเสนาบดี เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่หนักใจ บุตรสาวสองคน เติบโตแตกต่างกัน การรับมือกับคู่ต่อสู้ย่อมต่างรูปแบบ อินอิน มักใช่อ่อนสยบแข็ง แต่หนวนหนวน พร้อมหักไม่ยอมงอ นี่คือความต่างที่เขาหนักใจยิ่งนัก

         “ข้าทราบดีเจ้าค่ะ ครั้งนี้ข้าจึงได้พาสหาย ที่คุ้นเคยกับจริตของสตรี ติดตามมาเพื่อช่วยเหลือเจ้าค่ะ”

         “ใครกัน!”

         “ไม่ช้าท่านพ่อจะได้พบเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้นางยังมาไม่ถึงเมืองหลวง”

         หญิงสาวจะบอกได้อย่างไร ว่าสหายที่นางหมายถึง จะเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ และเป็นคนที่ต้องต่อสู้อย่างหนัก กับการช่วงชิงอำนาจ เพื่อให้มีชีวิตรอดในวังวนแห่งการแก่งแย่ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่67 ประชดหรือ

    “ท่านทำเพื่อนางอย่างนั้นหรือ” หนิงเชียวยังเชื่อว่าที่เขาทำเช่นนี้ เพื่อประชดนางที่ไม่แต่งงานกับเขา ตามสัญญาหมั้นหมาย หญิงสาวจึงเอ่ยถามออกไป ด้วยความมั่นใจ แม่ทัพหนุ่มทำเพียงเพื่อให้นางหึงหวง และเขาทำสำเร็จ นางกำลังหวงเขาที่เป็นของนางตั้งแต่แรก “ข้ามั่นใจว่าหูเจ้ายังคงปกติดี ไยจึงเข้าใจสิ่งใดยากเย็นนักเล่า ส่งแขก!” แม่ทัพหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ ก่อนจะสั่งพ่อบ้าน ส่งแขกที่เขาไม่ได้เชื้อเชิญ ก่อนจะหันไปคว้ามือว่าที่ภรรยา หลิวอินอิน เดินตามการจับจูงของแม่ทัพหนุ่ม นางก้าวเคียงข้างรถเข็ญ เข้าไปในเรือน โดยที่คนทั้งสามไม่ได้สนใจ ต่อเสียงหวีดร้อง ด้วยความไม่พอใจ นางถูกรั้งตัวพาออกไปยังประตูจวน หญิงสาวแสดงอาการขัดขืนอย่างที่สุด ไม่ว่าอย่างไรนางก็คือฮูหยินสายรอง เจ้าพวกคนชั้นต่ำนี้ กล้าดีเยี่ยงไรมาแตะต้อง เนื้อตัวของนาง หญิงสาวพยายามสะบัด มือของพ่อบ้านให้หลุด ออกจากต้นแขนของนาง ทว่ามือของชายชรา กับแข็งราวเหล็กกล้า “ปล่อยข้านะ เจ้าคนชั้นต่ำ เอามือสกปรกของเจ้าออกไปพ้นเนื้อตัวข้าเดี๋ยวนี้” หญิงสาวยังคงพยายามที่จะดื้อดึง ไม่ก้าวเดิน ต

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่66 อดีตคู่หมั้น

    ครึ่งชั่วยามต่อมา ณ จวนแม่ทัพสกุลจ้าวหลิวอินอิน ได้ก้าวลงจากรถม้า ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าประตูจวน วันนี้นางตั้งใจนำขนม ที่ซื้อหอชุ่นเทียน เพื่อเอามาฝากจ้าวหรูอี้ และว่าที่สามี ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขึ้นบันไดหน้าจวน ก็มีรถมาคันหนึ่ง เคลื่อนเข้ามาจอดเสียก่อน หญิงสาวจึงหันกลับไปมอง ก่อนจะคลี่ยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นแล้วว่าคนที่ลงมาจากรถม้าคือผู้ใด “ดูเหมือนความยุ่งยาก เฉกเช่นคนเมืองหลวง เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้วสินะ!” หญิงสาวเอ่ยเบา ๆ กับชุ่ยผิง นางไม่ได้ชื่นชอบความวุ่นวาย กับการช่วงชิงบุรุษ ของหญิงสาวมากมายในเมืองหลวง เพียงเพื่อให้ตนเองมีจุดยืน เพราะสำหรับนางแล้ว นับตั้งแต่จำความได้ นางมีจุดยืนอันแน่วแน่ของตนเอง มาตั้งแต่ต้น มิเว้นแม้แต่พี่สาวผุ้ล่วงลับของนาง ก็ไม่ต้องพึ่งพิงอำนาจของบุรุษ ในการมีชีวิตรอด นี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผล ที่พี่สาวของนางถูกลอบสังหาร จิ้งจอกหลายตัวเริ่มโผล่หัวออกมาแล้ว นางแค่ยังคงแสดงต่อไป “อ้าว...นึกว่าผู้ใด หนูใหญ่หลิวนี่เอง ลมอันใดหอบให้เจ้า มาที่จวนแม่ทัพเล่า” ยังไม่ทันที่หลิวอินอิน จะได้ตัดสินใจก้าว เข้าไปในจวนตามความตั้งใจเดิม เสียงจาก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่65 มุ่งมั่น

    “เอาเป็นว่าเรื่องนี้ แล้วค่อยมาคุยกันเมื่อ เจ้าอารมณ์เย็นลงกว่านี้อีกสักหน่อย” จ้าวเทียนหลง เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียง ดูสงบนิ่งที่สุด เพื่อยุติปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ด้วยอารมณ์ของภรรยา กำลังเดือดดาลอย่างที่สุด หากเวลานี้ เขายังขัดขวางตอนนางอยู่ ผลที่ออกมา ย่อมมิใช่เรื่องที่ดี ซึ่งนางไม่เคยที่จะพูดจา หรือแสดงสีหน้าเช่นนี้ ต่อเขาและมารดามาก่อนเลย แต่เมื่อนางกล้าที่จะทำ นั่นหมายความว่านางเอาจริงแล้ว “แต่นาง...” “ท่านแม่ กลับไปพักผ่อนที่เรือนสักครู่เถอะขอรับ นางมีหน้าที่ดูแลจวน อย่างไรเสีย ก็เป็นหน้าที่ของนาง ท่านแม่ควรอยู่ให้สบายเถอะขอรับ” ยังไม่ทันที่เจ้าฮูหยิน จะได้เอ่ยสิ่งใดออกมา จ้าวเทียนหลง รีบเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน เขารู้ดีว่ามารดา กำลังไม่พอใจ กับสิ่งที่ภรรยาของเขา เอ่ยออกมา แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อ ทั้งจวนรอง ล้วนอยู่ได้เพราะนาง หากมารดายังดึงดันไม่ให้เรื่องยุติ คงเกิดเรื่องใหญ่ตามมา จนยากที่จะประสานรอยร้าว ให้กลับมาเหมือนเดิมได้ “นับเจ้ายังรู้คิดจ้าวเทียนหลง แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ข้าจะยินยอม เป็นเบี้ยในกระดานของเจ้า หาก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่64 กุมอำนาจ

    “หนิงเซียว เจ้าหยุดได้แล้ว เรื่องในอดีตเจ้าจะขุดคุ้ย ขึ้นมาเพื่อสิ่งใดกัน หรือเจ้าคิดว่าเวลานี้ เจ้าช่วยเหลือเจ้าได้มากอย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินคำสบประมาทจากภรรยา จ้าวเทียนลง อยากที่จะพุ่งเข้าไป บีบคอนางเสียให้ตายคามือ แต่เพราะเวลานี้ นางยังมีประโยชน์ สำหรับเขาและมารดา หากจะลงมือให้นางถึงตาย ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยินยอม ให้นางแสดงความโอหัง เหนือเค้าที่เป็นสามีได้ตามแต่ใจ ตราบใดที่เขายังขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำครอบครัว นางจะพอใจต่อการกระทำของเขาหรือไม่ นั่นมิใช่สิ่งที่นาง จะมาแสดงออกต่อหน้าเขา “เหอะ! ข้าขุดคุ้ยเยี่ยงนั่นรึ การที่ข้ากล้าที่จะเอ่ยปาก ถึงความบกพร่องในตัวของเจ้าออกมา นั่นเพราะข้ายังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เจ้าในฐานะสามีอยู่ แต่จำไว้ให้ดี ว่าถ้าวันไหน ข้าไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาจากปากอีก นั่นหมายความว่า ในสายตาของข้า เจ้าก็มีต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง ที่ข้าพร้อมจะโยนทิ้งเมื่อใดก็ได้” “นังคนสารเลว! เจ้าอาจหาญด่าทอบุตรชายของข้า ทั้งยังหยามหมิ่นเขา ต่อหน้าข้าที่เป็นมารดา เจ้าช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย” จ้าวฮูหยิน ตวาดด่าทอลูกสะใภ้เส

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่63 ลองดู

    จวนจ้าวสายรอง จ้าวฮูหยิน กำลังมองตรงไปยังลูกสะใภ้คนรอง ด้วยแววตาชิงชัง อย่างไม่คิดที่จะปกปิดเอาไว้แม้แต่น้อย ลูกสะใภ้ที่นางเคยหมายมั่นเอาไว้ ว่าจะต้องนำพาบุตรชายคนรองของนาง ให้ก้าวสู่อำนาจในภายหน้า ด้วยการหนุนนำจากสกุลเดิมของลูกสะใภ้ ทว่าจนถึงเวลานี้ บุตรชายสุดที่รักของนาง ยังไม่ก้าวข้ามตำแหน่ง ขุนนางชั้นเล็ก ๆ ไปไม่ได้เลย ครั้งก่อนที่บุตรชาย ได้ก้าวเข้าสู่ราชสำนัก ก็ด้วยอำนาจของบุตรชายคนโต ที่แลกมากับการรับจ้าวหรูอี้ เป็นบุตรสาวสายตรง แต่เวลานี้ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามที่นางคาดหวัง แม้เพียงครึ่งเสียว “ท่านแม่มองข้าเยี่ยงนี้ หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ หรือกำลังตำหนิว่าขา ไม่อาจทำในสิ่งที่ต้องการได้เจ้าคะ” หนิงเชียวเอ่ยถามแม่สามี ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้อ่อนน้อม อย่างที่เคยเป็น นางอดทนมามาก พอแล้ว กับการถูกกดดัน และข่มเหงทางความรู้สึก ผู้ใดจะไปรู้เล่า ว่าการถอนหมั้นกับเจ้าเทียนฉี แล้วเลือกแต่งงานกับเจ้าเทียนหลง ชีวิตของนางจะแปรเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ มิใช่ดีขึ้น ทว่ามันตรงกันข้าม... “หนิงเชียว เจ้ากล้านักนะ ที่ใช้น้ำเสียงและสายตาเช่นนี้ต่อขา ใช่และอย่างไร! ข้าก

  • บุปผาซ่อนไฟ   ตอนที่62 เคารพเงิน

    “เช่นนั้น! ก็อย่าได้หาว่า พวกข้ารังแกสตรี” หัวหน้าของผู้มาเยือน ชี้ปลายกระบี่ไปยังหน้าของสาวใช้ นางก็แค่สตรีพูดหนึ่ง ที่เรียนรู้วิชายุทธ์ก็เท่านั้น หากเทียบกับบุรุษแล้ว เขามั่นใจว่า นางไม่มีทางทัดเทียมก็ได้ หากเป็นชายเจ้าของบ้าน นั่นใช่! เขายอมรับว่าคนผู้นั้น เขารู้สึกหวั่นไหวและกริ่งเกรงอยู่ในใจ แต่กับนาง สาวใช้ต่ำชั้น หาได้ทำให้เขา มีความรู้สึกหวาดกลัวได้เลยแม้แต่น้อย “อย่าเสียเวลาเลย หากชาหมดกา นายข้าต้องรีบกลับจวน สตรีในห้องหอ มิอาจเที่ยวเล่นนอกจวน ได้ตามอำเภอใจ” แค่ก ๆ เสียง ไอถี่ดังขึ้น จากชายเจ้าของบ้าน ก่อนที่เขาจะชำเลืองมอง ไปยังสตรีในห้องหอ ผู้ที่ไม่อาจไปไหนตามอำเภอใจได้ ช่างเป็นคำนิยาม ที่ไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย ด้วยรู้จักกันมานาน ทั้งยังทำการค้าด้วยกันมาหลายปี หญิงงามผู้นี้ ยังห่างไกลคำว่า สตรีในห้องหอประหนึ่งท้องฟ้าสูงกับหุบเหวลึก! “ท่านจะรีบดื่มไปทำไม ไม่ต้องเร่งเร้าให้ข้ารีบกลับบ้าน อย่างไรเสียค่าสตรีผู้บอบบาง ย่อมมิรั้งอยู่ รบกวนท่านนานอย่างแน่นอน” หญิงสาวเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ผู้ที่กำลังหน้าดำหน้าแดง จากการสำลักน้ำชา มีหรือน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status