Partager

บุปผาพรางเล่ห์
บุปผาพรางเล่ห์
Auteur: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1

last update Date de publication: 2026-01-21 17:27:24

“กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของสาวใช้ดังขึ้น ทำให้เหล่าผู้คุ้มกันคฤหาสน์ตื่นตัว เสียงฝีเท้าสับสนวิ่งตรงไปยังต้นเสียง ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก กระนั้นไม่นานผู้คุ้มกันคฤหาสน์ก็สามารถควบคุมเหตุการณ์ ให้กลับมาสงบได้อย่างรวดเร็ว

เว้นก็แต่...

“เกิดอะไรขึ้น” พ่อบ้านหม่าเอ่ยถามองครักษ์ที่บัดนี้มาถึงที่เกิดเหตุ

“เรียนท่านพ่อบ้าน มีคนร้ายบุกเข้ามาสังหารคนภายในคฤหาสน์ขอรับ”

“เป็นผู้ใด” พ่อบ้านหม่าขมวดคิ้วมองไปยังร่างสองร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนทางเดินใกล้กำแพง ข้าง ๆ กันนั้นยังมีสาวใช้นางหนึ่ง นั่งตัวสั่นงันงก เดาว่านางก็คือเจ้าของเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ และเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียว

“เมื่อครู่เป็นเจ้าหรือที่กรีดร้อง” พ่อบ้านหม่าเพิ่งจะถามจบ เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ใกล้เข้ามา เขาหมุนกายไปยังต้นเสียง ก่อนต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะผู้ที่เพิ่งมาถึงไม่พูดไม่จา กลับพุ่งตรงไปยังร่างแน่นิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่

“ฮูหยินเกิดอะไรขึ้น ใคร! มันผู้ใด! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า ลืมตาสิ เป็นใครกันเป็นใครที่กล้าลงมือกับคนสกุลโจว ไม่! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า” โจวจิ้งเหล่ยตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโศกเศร้า

เขากวาดสายตาโกรธแค้นและอาฆาตมาดร้ายไปยังผู้คนโดยรอบ แขนสองข้างกอดร่างไร้ลมหายใจของเซียวฟู่หรง โดยไม่รังเกียจว่าคราบเลือดจะเปรอะเปื้อนไปยังร่างของตน

ยังไม่ทันที่พ่อบ้านหม่าจะได้เอ่ยปาก เสียงตะโกนด้วยความทุกข์ระทมพลันดังขึ้นอีกครั้ง เกาซวี่ไห่พุ่งปราดเข้าไปยังร่างที่นอนไร้ลมหายใจของบุตรชาย

“ชิงหลิว เหตุใดจึงเป็นเจ้า ผู้ใดกล้าลงมือกับบุตรชายข้า!!”

ท่ามกลางความกดดันของตระกูลใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลต่อยุทธภพ ตระกูลหม่าผู้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงานชุมนุม เพื่อคัดเลือกเจ้ายุทธภพคนต่อไป ต้องรับมือกับคำถามมากมายที่ตามมา

คฤหาสน์ตระกูลหม่าเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งซึ่งมีการป้องกันแน่นหนา แต่กลับปล่อยให้เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นกับแขกของคฤหาสน์ ทั้งยังเป็นคนจากสองตระกูลที่มีอิทธิพลในยุทธภพพอกัน

เรื่องนี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบขึ้น จนถึงขั้นมีข่าวลือว่าตระกูลหม่ารู้เห็นเป็นใจกับฆาตกร

เหล่าผู้อาวุโสจากสี่ตระกูลก้าวเข้ามายังที่เกิดเหตุ หลี่เซวียนก้าวเข้ามา ก่อนแนะนำให้หม่าชิงเหลยผู้นำตระกูลหม่าสั่งการให้กันผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกไป ทั้งนี้เพื่อป้องกันการสับสน อีกทั้งสถานที่เกิดเหตุสมควรต้องคงสภาพเอาไว้เพื่อตรวจสอบหาหลักฐาน

“พี่หลี่” หม่าชิงเหลยเดินเข้ามาหาเขา พร้อมส่งหลักฐานบางอย่างให้หลี่เซวียน “คนของข้าพบสิ่งนี้ใกล้กับศพของโจวฮูหยิน”

“กระพรวนบุปผา” หลี่เซวียนขมวดคิ้วในยามที่รับสร้อยข้อมือเส้นเล็กมาถือไว้

สร้อยข้อมือทองคำบริสุทธิ์กรุลายบุปผานานาพรรณหลากสีสัน เสียงกรุ๋งกริ๋งของกระพรวนขนาดเล็กนับสิบ ซึ่งร้อยรวมกันกับบุปผากรุลาย ทำให้คนของวังบุปผา และคนของหุบเขาพยัคฆ์เพลิงก้าวเข้ามาทันที

“เป็นไปไม่ได้ คนของวังบุปผาอยู่กับข้าครบทุกคน” ป๋ายฉานซึ่งมีฐานะเป็นผู้คุมกฎของวังบุปผาเอ่ยออกมาเสียงเครียด

หญิงสาวเอ่ยจบก็มองไปยังคนของตนที่ยืนอยู่ด้านหลัง คนของวังบุปผาทั้งสามชูมือขึ้น เพื่อสำรวจกระพรวนบุปผาของตน เพราะกระพรวนบุปผาคือสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงตน ดังนั้นไม่มีทางที่พวกนางจะไม่ให้ความสำคัญ

“กระพรวนของพวกนางก็ยังอยู่ครบ”

“เดรัชฉาน! เอาชีวิตฮูหยินของข้าคืนมา แลกชีวิตพวกเจ้ามาเดี๋ยวนี้!”

โจวจิ้งเหล่ยที่ยังคงอยู่ในอาการโกรธแค้นเศร้าโศกพุ่งกายเข้ามา กระบี่ยาวคมกริบเฉียดลำคอป๋ายฉานไปเพียงปลายนิ้ว หากนางไม่ขยับหลบแน่นอนว่านางคงเป็นศพรายต่อไปที่ต้องนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

“พวกเจ้าฝ่ายมารลงมือฆ่าคนในงานชุมนุมเช่นนี้มีจุดประสงค์ใด” เกาซวี่ไห่เองก็ก้าวเข้ามาประจันหน้ากับป๋ายฉานเช่นกัน

หลินเจ๋ออี้ไม่อาจดูดาย เขาก้าวเข้ามาขวางก่อนเอ่ยออกมาเสียงเครียด “หมายความว่าอย่างไรที่ท่านพูดว่า ‘พวกเราฝ่ายมาร’ หุบเขาพยัคฆ์เพลิงเองก็เป็นคนของฝ่ายมารพวกท่านฝ่ายธรรมะส่งเทียบเชิญเพื่อให้เรามาหารือเราก็มา เกิดคดีฆาตกรรมขึ้นในการคุ้มครองดูแลของฝ่ายธรรมะ ต้องเป็นคนของฝ่ายมารลงมือเสมอไปเช่นนั้นหรือ”

“หากไม่ใช่พวกเจ้าแล้วจะเป็นใคร!”

“เกาซวี่ไห่ ท่านเป็นถึงผู้อาวุโสตระกูลเกา ทั้งยังเป็นที่นับหน้าถือตาของชาวยุทธ์ ท่านกล่าวหาคนฝ่ายมาร ทั้งที่หลักฐานยังไม่แน่ชัดเช่นนี้คิดว่าถูกต้องแล้วหรือ” ป๋ายฉานเอ่ยเสียงเย็น

นางหันมามองหลี่เซวียนด้วยใบหน้าโกรธขึ้น “กระพรวนบุปผานี่เป็นของปลอม”

“เจ้ามั่นใจหรือ” หลี่เซวียนและหม่าชิงเหลยเองก้าวเข้ามา

“ข้าเป็นถึงผู้คุมกฎวังบุปผาใต้ มีหรือจะแยกแยะกระพรวนบุปผาแต่ละรุ่นไม่ออก กระพรวนบุปผาจะมีการสลักสัญลักษณ์บุปผาเพื่อระบุตัวตนของสมาชิกพรรค คนนอกอาจเข้าใจว่าเพียงกระพรวนก็แสดงว่าเป็นคนของวังบุปผา แต่คนของเราเท่านั้นที่พิสูจน์ได้ กระพรวนบุปผาแต่ละอันจะใช้นามของรองประมุขเหนือใต้แสดงตัวตนของพวกนาง กระพรวนนี้ไม่มีสัญลักษณ์ใด ย่อมต้องเป็นของปลอม”

เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีเพราะนี่เป็นสิ่งที่พวกเขาเองก็เพิ่งได้รู้ เนื่องจากพวกเขารู้จักเพียงกระพรวนบุปผา หาได้ล่วงรู้เรื่องสัญลักษณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

“เรื่องนี้...” หม่าชิงเหลยขมวดคิ้ว เขามองสัญลักษณ์ที่ป๋ายฉานแสดงให้ตนดู ก่อนจะพิจารณากระพรวนที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งเขาก็เห็นจริงดังที่นางกล่าวอ้าง

“ไม่คิดว่าคนของฝ่ายธรรมะจะต่ำช้าใส่ร้ายพวกเราฝ่ายมาร ใช้คนหมู่มากคิดจะรังแกคนส่วนน้อย หรือนี่คือข้ออ้างที่ส่งเทียบเชิญเรามาเข้าร่วมการชุมนุม” หลินเจ๋ออี้กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“รองประมุขหลิน ท่านใจเย็นก่อนเถิด เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนอย่างเป็นกลางอย่างแน่นอนข้ารับรอง พี่เกา น้องโจว ทั้งสองก็สงบจิตใจเถิด เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนเพื่อหาคนผิดมาให้พวกท่าน ดังนั้นหากยังไม่ได้ข้อสรุปขอพวกท่านอย่าได้ทำอะไรวู่วาม นี่เป็นเรื่องที่กระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายมาร อย่างไรข้ารับปากว่าจะสอบสวนอย่างเป็นธรรมแน่นอน”

แม้จะหนักใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นยามที่เขาตั้งใจจะล้างมือจากยุทธภพ แต่หลี่เซวียนก็จำต้องรับหน้าที่ในการหาข้อเท็จจริงนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 64 จบ

    นี่อาจเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดแล้ว...เขาเองก็ไม่ต้องจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ที่ต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต อย่างน้อยเขาก็ได้ส่งบุตรชายไปดูแลทายาทคนเดียวของเหอจือวั่นแม้ไม่อาจทดแทน อย่างน้อยความรู้สึกผิดท่วมท้นก็บรรเทาลง เพื่อความสบายใจของเขาเอง...ยังไม่ทันที่จะได้ออกจากเหลียนหัวซาน เยว่จื่อจิงพลันขมวดคิ้ว สายตาของนางกวาดมองไปยังด้านหลัง ทำให้หลี่เทียนเหวินเองก็มีท่าทีระแวดระวัง รถม้าขนาดกลางซึ่งกำลังวิ่งตามมาด้านหลัง ทำให้คนทั้งสองหรี่ตาลงมองไม่วางตาผู้ที่บังคับรถม้าสวมชุดสีดำทั้งตัว เขาเป็นบุรุษที่สวมหมวกที่มีผ้าคลุมปิดบังใบหน้าเอาไว้มิดชิด กระทั่งรถม้าจอดลงผู้มาใหม่ก็ยังไม่ยอมเผยใบหน้าให้เห็น“จอมยุทธ์ท่านนี้ ท่านตามเราสองคนมาด้วยเหตุใด”มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง บรรยากาศเริ่มกดดันทันทีที่เยว่จื่อจิงก้าวมายืนตรงหน้าหลี่เทียนเหวินคนผู้นั้นดึงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ของสิ่งนั้นถูกกำลังภายในซัดออกมา เยว่จื่อจิงรับเอาไว้อย่างง่ายดาย ก่อนที่นางจะอ้าปากค้างเมื่อมองเห็นว่าของสิ่งนั้นคืออะไร“พวกเจ้า! เจ้า...ท่านมีวรยุทธ์! นางเล่า นาง...”ไม่มีเสียงตอบรับอีกทั้งรถม้าก็เริ่มออกว

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 63

    “หากคนที่นี่ยุ่งยากมากเรื่องกันนัก พรุ่งนี้ข้าจะพาเขากลับวังบุปผาทันที” เอ่ยจบนางก็ละสายตากลับมา ก่อนเริ่มพันแผลให้ชายหนุ่มที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาตั้งแต่แรกเริ่ม หลี่เซวียนกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง คนด้านหลังของเขามีท่าทีประดักประเดิด กระนั้นพวกเขาก็ยังมีแก่ใจส่งเสียงขอโทษนางออกมา ก่อนจะทยอยกันเดินหายไป โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ดังเดิม“ข้าจะกลับวังบุปผา” เยว่จื่อจิงเอ่ยหลังจากพันผ้าพันแผลให้เขาเสร็จ “เกี้ยวจะถูกส่งมารับท่านหนึ่งเดือนข้างหน้า คิดว่าท่านคงเตรียมตัวทัน”ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มพลันเลิกคิ้วมองนางอย่างอ่อนใจ “เช่นนี้เป็นอย่างไร ข้าจะกลับพร้อมเจ้า แต่เราไหว้ฟ้าดินกันก่อนอย่างถูกต้อง จากนั้นเราค่อยออกเดินทางจากเหลียนหัวซานพร้อมกัน”หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาด้วยท่าทีลังเล “เช่นนั้นข้าจะให้พวกนางเดินทางล่วงหน้าไปเตรียมการณ์ ข้า...ให้เวลาท่านสองวัน วันที่สามออกเดินทาง”“ได้”เขารับปากนางอย่างง่ายดายจนแม้แต่หญิงสาวเองก็คาดไม่ถึง“ท่าน...ยอมไปกับข้าจริง ๆ หรือ”“หากข้าไม่ไปตอนนี้แล้วเจ้ากลับคำไม่ส่งเกี้ยวมารับ ข้ามิต้องม่ายขันหมากหรอกหรือ” เขายังคงเห็นขันกับเรื่องนี้“จิงเอ๋อร์...เจ้าเป็นส

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 62

    “ข้ายังทนหิวได้อีกนิดหน่อย” นางกระซิบก่อนจุมพิตคนที่เอาแต่อดทนอดกลั้น “เดินทางมาหลายวันท่านไม่คิดถึงข้าเลยหรือ ข้าคิดถึงท่านแทบแย่”“มิใช่เพราะเจ้าที่บอกว่าไม่ชอบพื้นหยาบ ๆ หรือไร” เขากระซิบเสียงพร่า กระทั่งอุ้มนางตัวลอยขึ้นแล้วก้าวเดินไปยังฉากกั้นที่เขาเตรียมน้ำสำหรับอาบเอาไว้ “หากอาหารเย็นชืดอย่าโทษข้า เป็นเจ้าเองที่ยั่วยวนข้า”และแล้ววันนั้นกว่าที่คนทั้งสองจะได้กินมื้อเย็น ก็ในอีกชั่วยามต่อมา ซึ่งแน่นอนว่าอาหารทั้งหมดเสี่ยวเอ้อต้องนำลงมาอุ่นใหม่ หลังจากมื้อเย็น ทั้งสองจึงเริ่มปรึกษากันว่าจะทำเช่นไรจึงจะสามารถเข้าถึงตัวเยว่จื่อจิง ในยามที่ตระกูลหลี่วุ่นวายเช่นนี้ในความมืดเยว่จื่อจิงจ้องมองหลี่เทียนเหวิน ด้วยดวงตาที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ หญิงสาวกำลังใคร่ครวญบางอย่างในใจเงียบ ๆ คิดทบทวนและพยายามคาดเดาการกระทำของอีกฝ่ายอย่างละเอียดนางถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ก่อนตั้งใจจะลุกขึ้น กระนั้นคนที่นางคิดว่าหลับอยู่กลับคว้าข้อมือนางเอาไว้“หากถอนหายใจครั้งหนึ่งต้องอายุสั้นลงหนึ่งปี เช่นนั้นตั้งแต่เจ้ามานั่งลงข้างเตียงคงอายุสั้นแล้วอย่างแน่นอน”“ท่านกำลังแช่งข้าหรือ” นางเอ่ยถามเขาเสียงเข้ม“ช่วยข้าไ

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 61

    หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาอย่างโกรธกรุ่น เมื่อครู่นางมองไม่ผิดอย่างแน่นอน เขาจงใจไม่ปัดป้องกระบี่ของนางชัด ๆ “ท่านจงใจยอมแพ้หรือ” หญิงสาวกัดฟันกรอด“อย่าลืมคำสัญญาของตัวเองเล่า”“บัดซบ! หลี่เทียนเหวิน เจ้าคนสมควรตาย!” นางสบถออกมาแม้จะสบถออกมาแต่นางกลับดึงกระบี่ออก ปรี่เข้ามาสกัดจุดบนร่างใหญ่ กระทั่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังโงนเงน แต่ท่าทีเช่นนั้นดูเผิน ๆ แล้วคือการถลาเข้าไปกอดชายหนุ่มเอาไว้ในสายตาชาวยุทธ์ทั่วหล้าหลี่เทียนเหวินเอนตัวเข้าหาร่างเล็ก เกาะกุมนางเอาไว้จนมั่นใจว่านางจะไม่ดิ้นหลุดมือไปแน่ ๆ กระทั่งมองเห็นเหล่าผู้อาวุโสกำลังปรี่เข้ามาดูอาการของเขา“จิงเอ๋อร์ ข้ารู้นะว่าเจ้าเองก็จงใจจะพ่ายแพ้ให้ข้า” เขากระซิบเสียงเบาให้นางได้ยินเพียงคนเดียว “คิดไปจากข้าตอนนี้ ไม่ง่ายแล้ว”เยว่จื่อจิงสบถด่าทอชายหนุ่มออกมาหลายคำ กระทั่งผู้คนมากมายห้อมล้อมเข้ามา นางเงยหน้ามองทุกคนด้วยดวงตราโกรธเกรี้ยว “ไสหัวไปให้หมด!! หาไม่ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!!”พูดจบก็ตะโกนเรียกชุ่ยจวี๋ให้มารับกระบี่ไปจากมือของตน มองใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มของหลี่เทียนเหวิน นางพลันรู้สึกอยากสังหารคนขึ้นมาหญิงสาวกระชับมือเข้ากับร่างแกร่

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 60

    “ท่านพ่อเช่นนั้นข้าขอเสนอตัวเอง” หลี่เทียนเหวินพลันเอ่ยออกมาทุกคนสูดหายใจเข้าด้วยความประหลาดใจ แม้แต่เยว่จื่อจิงเองก็ยิ้มและเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม“ย่อมได้” นางตกลงก่อนจะหันไปมองหลี่เซวียน “หากข้าชนะ ข้าจะพาเขาไปทันที เรื่องในยุทธภพพวกท่านไม่อาจยุ่งเกี่ยว เรื่องฝ่ายมารตระกูลหลี่ยิ่งไม่อาจสอดมือ หากข้าพ่ายแพ้จากวันนี้ไปอีกห้าสิบปี วังบุปผาจะไม่ย่างกรายเข้ามาในหวงยี่ซานอีก”หลินยวี๋หรงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินกระนั้นหลินเจ๋ออี้กลับยิ้มออกมา “นี่เป็นวิธีที่ชาญฉลาด ประมุขเยว่ถึงกับประนีประนอมขนาดนี้ ช่างหาได้ยากยิ่ง” ชายหนุ่มพึมพำมองอย่างไรเขาก็ยังคิดว่าเยว่จื่อจิงกำลังหาทางออกให้กับทุกคน ดูท่าแล้วเรื่องราวความแค้นที่คิดว่าไม่อาจสะสาง อาจจะจบลงในวันนี้โดยที่ไม่จำเป็นต้องนองเลือดแต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องดูว่าการประลองจะจบลงเช่นไร เนื่องจากฝีมือของหลี่เทียนเหวินอยู่ในระดับที่ไม่อาจคาดเดา แต่เยว่จื่อจิงที่มีคัมภีร์เทพกระบี่ตระกูลเหอก็ไม่อาจดูแคลนดูแล้วการประลองครั้งนี้คงยากที่จะตัดสิน...เวทีประลองในยามนี้สองฝ่ายต่างก็ยืนเตรียมพร้อม เยว่จื่อจิงสะบัดฝักกระบี่สีแดงออกไป กระบี่หั่วซานร้อนแรงดังอั

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 59

    หลินยวี๋หรงมองดูผู้คนมากมายที่กำลังให้ความสนใจเยว่จื่อจิง กระทั่งสายตาของเขาสะดุดเข้ากับร่างอรชรที่กำลังก้าวขึ้นไปยังลานประลองหญิงสาวในชุดสีชมพูใบหน้าโกรธกรุ่น กำลังมองตรงมายังหลี่เทียนเหวิน กระทั่งจงใจส่งสายตาเกลียดชังมายังเยว่จื่อจิง“ผู้อาวุโสทั้งหลาย ข้าน้อยขอเสียมารยาท” อวิ๋นรั่วหลุนเดินขึ้นไปยังลานประลอง ซึ่งบัดนี้คู่ที่กำลังจะประลองยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นมาเรื่องนี้หาได้เกินความคาดหมายหรือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะในบางครั้งท่ามกลางการประลอง หากมีชาวยุทธ์คนใดข้องใจกับฝีมือของบางคน พวกนาง หรือพวกเขาสามารถขึ้นมาท้าทายคู่ต้อสู้ได้แต่เรื่องนี้ต้องอยู่ก่อนหน้าการประลองยุทธ์ระดับสูง การที่อวิ๋นรั่วหลุนทำเช่นนี้แม้ไม่ผิด แต่ก็นับว่าไม่ถูกไม่ควรเสียทีเดียว เนื่องจากการกระทำนี้นับว่าเป็นการล่วงเกินเหล่ายอดฝีมือ ซึ่งกำลังจะขึ้นประลองเป็นลำดับถัดไป“น้องเล็กเจ้ากำลังจะทำอะไร อย่าเสียมารยาท ลงมาจากลานประลองเดี๋ยวนี้”“พี่ใหญ่ข้าได้ท้าทายจอมยุทธ์หญิงท่านหนึ่งเอาไว้ นางกับข้าตกลงกันแล้ว ใครชนะย่อมได้แต่งให้พี่เหวิน” อวิ๋นรั่วหลุนผู้ไม่รู้จักที่ตายเอ่ยด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจหลี่เทียนเหวินที่

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 51

    ชายหนุ่มมองใบหน้าหลับใหลในอ้อมแขนอย่างครุ่นคิด ครึ่งเดือนมานี้นางนอนหลับในอ้อมกอดของเขา ราวกับว่าสิ่งที่พวกเขาทำล้วนเป็นเรื่องธรรมดาเขาไม่เคยเห็นนางแสดงท่าทีขัดเขิน ไม่เคยเห็นนางแสดงท่าทีรังเกียจ ทั้งยังไม่เคยเอ่ยถึงว่าการกระทำเช่นนี้ หาใช่สิ่งที่สหายสมควรกระทำกันในยามเข้านอนนางขยับตัวเว้นที่ให้เ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 46

    “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” ชายหนุ่มพึมพำในความมืดสองแขนกอดรั้งร่างเล็กเข้ามาชิดอก พยายามไม่ให้นางดิ้นรนจนทำให้บาดแผลได้รับความกระทบกระเทือน หรืออย่างน้อยหากเกิดเรื่องอย่างเมื่อครู่เขาจะได้คว้านางเอาไว้ได้ทันมือใหญ่ควานหาบาดแผลตรงข้างลำคอ ก่อนจะใช้มือกดเอาไว้เพื่อห้ามเลือด มองไปรอบกายที่มืดมิด เขาพลัน

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 40

    ประตูสู่ราตรีไร้กาลถูกเปิดออก หยกคู่ลายผีเสื้อของเยว่จื่อจิงและหลี่เทียนเสียง มาบัดนี้ยังคงอยู่ในช่องกุญแจ เนื่องจากหากดึงออกประตูหินที่ทั้งหนาและแข็งแกร่งจะถูกปิดลงในทันทีหลี่เทียนเสียงและเยว่ป่ายเหอถูกคุมตัวออกมาจากคุกไม้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ได้แต่ส่งเสียงตะโกนออกมาจากคุกน้ำ ซึ่งหนึ่งในเสียงที่ตะโก

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 11

    “ตำนานเล่าต่อกันมาเช่นนั้นไม่ผิดหรอก กระนั้นเส้นทางนั้นมีเพียงความตายที่รออยู่ ไม่มีผู้ใดที่เข้าไปแล้วรอดกลับออกมาสักคน” เอ่ยจบหม่าชิงเหลยก็ขมวดคิ้วใบหน้าเคร่งเครียดเขาหันไปสบตากับผู้อาวุโสที่มาจากสามตระกูล ด้วยดวงตาเป็นกังวล หรือความลับที่พวกเขาทั้งสี่สามารถปิดบังเอาไว้ได้นานกว่ายี่สิบห้าปีจะมีอั

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status