แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-22 07:41:40

พวกนางได้แต่มองจือหลานที่อมยิ้มอย่างเห็นขัน เหตุผลนี้ของประมุขช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย เห็นชัดว่านางกำลังกลั่นแกล้งจื่อเยียนกับหลิวหรง อีกทั้งคงมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้นเป็นแน่

กระบวนท่าหนึ่งพิศุทธิ์เหนือธาร ซึ่งเป็นการร่ายรำพัดด้วยกำลังภายใน ไหนเลยจะมีคนของวังบุปผาสามารถฝึกจนก้าวหน้าได้โดยง่าย

จือหลานพลันรู้สึกโชคดีที่นางไม่ได้ติดตามไปยังกวงหมิงซานครานี้ แม้จะไม่เห็นด้วยที่รองประมุขจะเดินเข้าไปสู่กับดักของฝ่ายธรรมะ กระนั้นรองประมุขของพวกนางก็ไม่เคยทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล ดังนั้นพวกนางจึงได้แต่คล้อยตาม

“ข้าน้อยทราบแล้ว” จือหลาน จื่อเยียน และหลิวหรงค้อมกายรับคำสั่ง

 “อีกไม่กี่วันคงมีข่าวจากศิษย์พี่ ภายในเวลาไม่กี่วัน พวกเขาจะกล้าลงมือกับข้าเชียวหรือ ถึงแม้ตอนนี้จะมีผู้อาวุโสของฝ่ายธรรมะทั้งสี่ตระกูลอยู่ ก็ไม่ง่ายนักหากพวกเขาต้องการจะสังหารข้า”

น้ำเสียงรื่นเริงของเยว่ป่ายเหอช่างสวนทางกับดวงตาเย็นชา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้จือหลานไม่อาจทัดทาน นางจำต้องกลับวังบุปผาเหนือไปก่อน เพราะยังมีงานของวังบุปผาอีกมากที่นางต้องรับผิดชอบ

หลี่เทียนเสียงก้าวเดินเข้าไปยังห้องโถงคฤหาสน์ตระกูลหม่าด้วยท่าทีเงียบขรึม ผู้คนที่จ้องมองรอบด้านไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัด ข่าวลือมากมายเกี่ยวกับตัวเขา ทำให้หลายคนสงสัยใคร่รู้

ยิ่งเรื่องเส้นผมของเขาที่มีสีขาวแซมกว่าครึ่งทั้งที่อายุยังน้อย ยิ่งทำให้ผู้คนกระหายที่จะได้เห็นกับตา

นานมาแล้วเขาเคยหวาดหวั่นกับสายตาผู้คน กระทั่งเคยขังตัวเองเอาไว้ในห้อง เพราะไม่ต้องการเป็นตัวประหลาดในสายตาของผู้ใดแม้แต่กับคนตระกูลหลี่เอง

แต่วันนี้กลับรู้สึกเฉยชากับเรื่องทั้งหมด สิ่งเดียวที่เขามุ่งมั่นทุ่มเทให้ ก็คือครอบครัวที่อุ้มชูและอยู่เคียงข้างเขา ในยามที่เขาต้องการ

        แม้หลายปีมานี้สุขภาพของเขาอ่อนแอลงเรื่อย ๆ กระนั้นเขาก็ยังอยากจะทำประโยชน์ให้ตระกูลมากที่สุด ดังนั้นรากฐานของกิจการทั้งหมดของตระกูลหลี่ เขาได้วางคนที่เหมาะสมให้ช่วยดูแล ต่อไปหากว่าเขาจากไปจะได้จากไปอย่างหมดห่วง

...นี่จึงจะเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ

ย่างก้าวอันแผ่วเบา ท่วงท่าอันนุ่มนวลสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉยทว่าดวงตากลับทอประกายอ่อนโยนลง ในยามที่หลี่เทียนเหวินก้าวเข้ามาหาเขา

หลี่เทียนเสียงแย้มยิ้ม ก่อนจะมองไปยังด้านหลังผู้เป็นพี่ชาย เมื่อรับรู้ถึงสายตาคมกริบของคนจากหุบเขาพยัคฆ์เพลิง

หลินเจ๋ออี้ผู้นี้เขาเคยพบมาก่อน และดูเหมือนจะเป็นการพบกันในแบบที่ไม่น่าประทับใจเท่าไร เนื่องจากอีกฝ่ายพ่ายแพ้ให้เขาในวันที่ทั้งสองใช้การเดินหมาก เพื่อตัดสินว่าใครจะได้สินค้าซึ่งมาจากต่างเมือง

จากในตอนแรกที่มั่นใจว่าตนคือผู้ที่ได้สัมปทานสินค้า กระทั่งพ่ายแพ้หมดรูปให้คุณชายที่อ่อนแอขี้โรค ผู้เพิ่งจะเริ่มเข้ามาดูแลกิจการ ทำให้หลินเจ๋ออี้ไม่พอใจมาจนถึงทุกวันนี้

“รู้เรื่องที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ แล้วกระมัง”

“ขอรับ” เขาเอ่ยก่อนเดินตามหลี่เทียนเหวินเข้าไปคารวะเหล่าผู้อาวุโสที่นั่งรออยู่ในห้องโถง

“มาถึงแล้วหรือ” หลี่เซวียนเอ่ยเป็นคนแรก ก่อนมองบุตรชายคนรองคารวะเหล่าผู้อาวุโสตระกูลต่าง ๆ ซึ่งในยามนี้เคร่งเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“เดินทางราบรื่นดีหรือไม่”

“ขอรับ”

“ลำบากคุณชายรองแล้ว แต่หากไม่ใช่ท่านข้าก็มองไม่เห็นผู้ใดที่จะสืบหาคนร้าย ข้าได้ให้คนกันพื้นที่เอาไว้แล้ว เรื่องนี้ไม่อาจให้ทางการเข้ามายุ่งเกี่ยวเพราะเป็นเรื่องของพวกเราชาวยุทธ์ ดังนั้นจึงได้แต่รบกวนแล้ว”

หม่าชิงเหลยกล่าวขึ้นอย่างเกรงอกเกรงใจ

“ผู้อาวุโสหม่าเกรงใจไปแล้ว เรื่องนี้ข้าน้อยจะทำสุดความสามารถ ขอทุกท่านอย่าได้กังวล”

“จะว่าไปข้าต้องการให้คนของข้าเข้าร่วมการสืบหาคนร้ายด้วย” เกาซวี่ไห่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

“คนของตระกูลข้าด้วย” โจวจิ้งเหล่ยเสริม “ฮูหยินของข้าต้องมาตายไปเช่นนี้ ข้าไม่มีทางปล่อยคนร้ายไปโดยง่ายแน่นอน!”

“เช่นนั้นข้าน้อยเห็นว่าควรส่งคนของสี่ตระกูลมาเข้าร่วมการสืบสวน ยังมีคนของวังบุปผา และคนของหุบเขาพยัคฆ์เข้าร่วมอีกทาง เพื่อความโปร่งใส”

หลี่เทียนเสียงเสนอขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ทุกฝ่ายต่างก็เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อทุกฝ่าย ดังนั้นพวกเขาจำต้องดำเนินเรื่องให้โปร่งใสที่สุด

 “ในระหว่างที่ตกลงกันว่าจะส่งผู้ใดมาเข้าร่วมการสอบสวน อย่างไรข้าน้อยขอไปดูที่เกิดเหตุได้หรือไม่ขอรับ”

“ข้าพาไปก็แล้วกัน” หม่าเซียวหรานเสนอตัวในฐานะทายาทคนโตของตระกูลหม่า

ดังนั้นโจวจิ้งเหล่ยจึงส่งโจวจื่อหยวนบุตรชายของตนมาด้วย

ส่วนเกาซวี่ไห่ส่งหลิ่วเฉิน ซึ่งเป็นคนสนิทของตนมาเข้าร่วม เนื่องจากบุตรชายของเขาสิ้นใจไปแล้ว

ในระหว่างนั้นพวกเขาพบกับคนของคฤหาสน์ตระกูลหม่ากำลังนำสตรีสองคนเดินเข้ามาด้านใน ทั้งสองสวมชุดสีขาวดูทะมัดทะมัดทะแมง ใบหน้าเย็นชา และท่วงท่าเย่อหยิ่งไม่สนใจผู้ใดเช่นนั้น ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าพวกนางมาจากวังบุปผาเหนือเป็นแน่

“คุณชายแม่นางทั้งสองแจ้งว่ามาจากวังบุปผาขอรับ” คนของคฤหาสน์รีบแนะนำเมื่อเห็นหม่าเซียวหราน

ทั้งหมดเลิกคิ้วก่อนมองสตรีทั้งสองที่ยืนอยู่ตรงหน้า พวกนางแต่งกายเหมือนกันทั้งยังถือพัดผ้าไหมสีขาวทั้งคู่ ท่าทีหรือก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก

กระนั้นหนึ่งคนยืนอยู่ด้านหน้า หนึ่งคนเดินตามอยู่ด้านหลัง หม่าเซียวหรานจึงเลือกที่จะยกมือขึ้นคารวะสตรีที่ยืนอยู่ด้านหน้า

“ข้าน้อยหม่าเซียวหรานคารวะแม่นาง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 5

    พวกนางได้แต่มองจือหลานที่อมยิ้มอย่างเห็นขัน เหตุผลนี้ของประมุขช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย เห็นชัดว่านางกำลังกลั่นแกล้งจื่อเยียนกับหลิวหรง อีกทั้งคงมีเหตุผลที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้นเป็นแน่กระบวนท่าหนึ่งพิศุทธิ์เหนือธาร ซึ่งเป็นการร่ายรำพัดด้วยกำลังภายใน ไหนเลยจะมีคนของวังบุปผาสามารถฝึกจนก้าวหน้าได้โดยง่ายจือหลานพลันรู้สึกโชคดีที่นางไม่ได้ติดตามไปยังกวงหมิงซานครานี้ แม้จะไม่เห็นด้วยที่รองประมุขจะเดินเข้าไปสู่กับดักของฝ่ายธรรมะ กระนั้นรองประมุขของพวกนางก็ไม่เคยทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล ดังนั้นพวกนางจึงได้แต่คล้อยตาม“ข้าน้อยทราบแล้ว” จือหลาน จื่อเยียน และหลิวหรงค้อมกายรับคำสั่ง “อีกไม่กี่วันคงมีข่าวจากศิษย์พี่ ภายในเวลาไม่กี่วัน พวกเขาจะกล้าลงมือกับข้าเชียวหรือ ถึงแม้ตอนนี้จะมีผู้อาวุโสของฝ่ายธรรมะทั้งสี่ตระกูลอยู่ ก็ไม่ง่ายนักหากพวกเขาต้องการจะสังหารข้า”น้ำเสียงรื่นเริงของเยว่ป่ายเหอช่างสวนทางกับดวงตาเย็นชา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้จือหลานไม่อาจทัดทาน นางจำต้องกลับวังบุปผาเหนือไปก่อน เพราะยังมีงานของวังบุปผาอีกมากที่นางต้องรับผิดชอบหลี่เทียนเสียงก้าวเดินเข้าไปยังห้องโถงคฤหาสน์ตระกูลหม่าด้วยท่าที

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 4

    มือเรียวงามขาวซีดปล่อยม่านรถม้าลง ก่อนก้มลงหยิบหยกขึ้นมา ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนเรือนหยกอย่างทะนุถนอมเขาเก็บมันเอาไว้กับตัวจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว ชะตากรรมของสหายตัวน้อยผู้นั้นจะเป็นเช่นไรเขาก็สุดรู้“สิบห้าปีแล้ว...เจ้าอยู่ที่ใด จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรบ้าง ตลอดมานับจากวันนั้นข้าก็ตามหาเจ้ามาโดยตลอด”ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเก็บหยกเข้าไปในอกเสื้อความพยายามในการตามหาหยกอีกครึ่งหาเป็นผลไม่ ราวกับหยกที่เขามีนั้นเป็นเพียงหยกชิ้นเดียวที่มีในโลก ทั้งที่เขามั่นใจว่าหยกแบบเดียวกันนี้เคยมีสองอันผูกเอาไว้ด้วยด้ายสีแดงในวันนั้นเขาไม่อาจรั้งข้อมือน้อย ๆ ของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ เพราะหยกทั้งสองถูกดึงขาดออกจากกัน หยกผีเสื้อคู่สีขาวในยามนี้มีเพียงหนึ่งในมือเขาเท่านั้นหลี่เทียนเสียงได้แต่หวังว่าจะพบร่องรอยหยกอีกครึ่ง อย่างน้อยก็เพื่อให้เขาได้ไถ่ถอนความรู้สึกผิด ทั้งที่เขาเองก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเขาต้องรู้สึกผิด และทำไมเขาจึงรู้สึกว่าตัวเขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจาก...ตัวเขาเองก็จดจำเรื่องราวในวันนั้นไม่ได้...ในขณะเดียวกันที่ขบวนรถม้าตระกูลหลี่กำลังมุ่งหน้าไปยั

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 3

    “ผู้ที่ควบม้านำหน้าขบวนคือคุณชายสามหลี่เทียนลู่ ส่วนคนที่อยู่ในรถม้าคงจะเป็นคุณชายรองหลี่เทียนเสียงกระมัง”“ข้าเคยได้ยินว่าคุณชายรองตระกูลหลี่สุขภาพอ่อนแอไม่อาจออกมานอกป้อมปราการไม่ใช่หรือ”“มีเรื่องสำคัญอันใดทำให้คุณชายรองหลี่ถึงกับลงเขามาด้วยตัวเองเช่นนี้นะ”“ได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองผู้นี้ อายุเพียงยี่สิบสองก็เอ่อ...เส้นผมเขาขาวทั้งศีรษะจริงหรือไม่”“เจ้าไปได้ยินมาจากที่ใดกัน เพียงจอนผมเท่านั้น หาใช่ทั้งศีรษะไม่ เฮ้อ พูดไปแล้วคุณชายรองผู้นี้น่าเห็นใจนัก ตั้งแต่เล็กก็ถูกพิษจนร่างกายไม่อาจทานทนต่อการฝึกวรยุทธ์ ทั้งที่เกิดในตระกูลจ้าวยุทธภพสามชั่วคนแท้ ๆ”“เช่นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่เขาถูกพี่ชายของเขาผู้นั้นวางยาพิษ”“เหลวไหล!!! เจ้าไปได้ยินข่าวลือนั่นมาจากไหนกัน คุณชายทั้งสามรักใคร่ปรองดอง ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองหรือก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเช่นที่เจ้าว่าเด็ดขาด”“แล้วเรื่องจริงเป็นเช่นใดเล่า”“เรื่องนี้...ข้าเองก็ไม่รู้ จะว่าไปไม่มีผู้ใดรู้นอกจากคนตระกูลหลี่ที่ไม่ยอมเปิดปาก แต่ข้ามั่นใจว่าหาใช่ฝีมือคนในตระกูลหลี่ไม่”ขณะที่เสียงซุบซิบดังมาจากสองข้างทาง ภ

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 2

    ตระกูลหม่า ตระกูลเกา ตระกูลโจวและตระกูลหลี่ นับเป็นสี่ตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อฝ่ายธรรมะ คนจากสองตระกูลใหญ่ถูกสังหารซ้ำยังเป็นการลงมือในเขตคฤหาสน์ตระกูลหม่าเช่นนี้ นับว่าคนร้ายช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่ง“ท่านพ่อ” หลี่เทียนเหวินมองใบหน้าเคร่งเครียดของบิดา แล้วได้แต่ถอนหายใจ ครั้งนี้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เดินทางมายังคฤหาสน์ตระกูลหม่าเพื่อเข้าร่วมการชุมนุม เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตและทายาทที่จะรับหน้าที่ผู้นำตระกูลจากบิดาเรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งชื่อเสียงการเป็นสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งของตระกูลหม่า ฝ่ายมารที่หลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัย รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีของสี่ตระกูลใหญ่ที่ต้องมีอันสั่นคลอน“ส่งคนของเราไปรับเจ้ารองมาจากเหลียนหัวซานเถิด”“ขอรับท่านพ่อ”หลี่เทียนเหวินเองก็เห็นด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความปราดเปรื่องของหลี่เทียนเสียง เพราะหากจะมองหลาย ๆ ด้าน คนของฝ่ายมารนับว่าได้ประโยชน์ที่สุดทั้งนี้หากความสัมพันธ์ของฝ่ายธรรมะสั่นคลอน ย่อมส่งผลให้ฝ่ายมารผงาดขึ้นมามีอำนาจเหนือฝ่ายธรรมะอีกด้านหนึ่งคนของวังบุปผาก็กำลังหารืออยู่กับคน

  • บุปผาพรางเล่ห์   บทที่ 1

    “กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องของสาวใช้ดังขึ้น ทำให้เหล่าผู้คุ้มกันคฤหาสน์ตื่นตัว เสียงฝีเท้าสับสนวิ่งตรงไปยังต้นเสียง ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก กระนั้นไม่นานผู้คุ้มกันคฤหาสน์ก็สามารถควบคุมเหตุการณ์ ให้กลับมาสงบได้อย่างรวดเร็วเว้นก็แต่...“เกิดอะไรขึ้น” พ่อบ้านหม่าเอ่ยถามองครักษ์ที่บัดนี้มาถึงที่เกิดเหตุ“เรียนท่านพ่อบ้าน มีคนร้ายบุกเข้ามาสังหารคนภายในคฤหาสน์ขอรับ”“เป็นผู้ใด” พ่อบ้านหม่าขมวดคิ้วมองไปยังร่างสองร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนทางเดินใกล้กำแพง ข้าง ๆ กันนั้นยังมีสาวใช้นางหนึ่ง นั่งตัวสั่นงันงก เดาว่านางก็คือเจ้าของเสียงกรีดร้องเมื่อครู่ และเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียว“เมื่อครู่เป็นเจ้าหรือที่กรีดร้อง” พ่อบ้านหม่าเพิ่งจะถามจบ เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ใกล้เข้ามา เขาหมุนกายไปยังต้นเสียง ก่อนต้องขมวดคิ้วด้วยความหนักใจ เพราะผู้ที่เพิ่งมาถึงไม่พูดไม่จา กลับพุ่งตรงไปยังร่างแน่นิ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่“ฮูหยินเกิดอะไรขึ้น ใคร! มันผู้ใด! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า ลืมตาสิ เป็นใครกันเป็นใครที่กล้าลงมือกับคนสกุลโจว ไม่! ฮูหยินเจ้าลืมตามองข้า” โจวจิ้งเหล่ยตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความโศกเศร้าเขากวาดส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status