مشاركة

3

last update تاريخ النشر: 2025-05-10 14:56:17

ภายหลังจากวันนั้น หม่อมราชวงศ์รวิมิอาจลบภาพของแก้วกัลยาออกจากความคิดได้ ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ รอยยิ้มหวานละไมที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง และน้ำเสียงอ่อนหวานที่ก้องกังวานอยู่ในหู ราวกับบทเพลงที่ไพเราะจับใจ เขาครุ่นคิดถึงบทสนทนาที่ได้พูดคุยกัน ความสนใจที่ทั้งสองมีต่อเรื่องราวต่าง ๆ อย่างลงตัว ทำให้เขารู้สึกราวกับได้พบเจอมิตรแท้ที่รู้ใจ

ในเช้าวันต่อมา หม่อมราชวงศ์รวิตัดสินใจเดินทางไปยังเรือนของพ่อเลี้ยงอินถา ด้วยความหวังว่าจะได้พบกับแก้วกัลยาอีกครั้ง เขามาพร้อมกับของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นตำราเก่าแก่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ล้านนา ซึ่งเขาตั้งใจจะมอบให้กับพ่อเลี้ยงอินถาเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ

เมื่อมาถึงเรือน พ่อเลี้ยงอินถาก็ออกมาต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง “ท่านหม่อมราชวงศ์ มาถึงเรือนข้าน้อยแต่เช้า มีธุระอันใดหรือขอรับ?”

“กระผมเพียงแค่อยากจะมาคารวะท่านพ่อเลี้ยง และนำตำราเล็กน้อยมามอบให้ด้วยความเคารพขอรับ” หม่อมราชวงศ์รวียื่นตำราให้พ่อเลี้ยงอินถา

พ่อเลี้ยงอินทารับไว้ด้วยความขอบคุณ “โอ้... ขอบคุณท่านมาก นี่เป็นตำราที่น่าสนใจยิ่งนัก เชิญท่านเข้ามานั่งพักผ่อนก่อนเถิด”

ทั้งสองนั่งสนทนากันในห้องรับแขก พูดคุยถึงเรื่องราวบ้านเมือง และความรู้ต่าง ๆ พ่อเลี้ยงอินทาสังเกตเห็นแววตาที่สดใสของหม่อมราชวงศ์รวิเมื่อเอ่ยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมล้านนา ทำให้เขารู้สึกชื่นชมในความใฝ่รู้ของชายหนุ่ม

“แม่แก้วกำลังจัดดอกไม้อยู่ที่สวนหลังเรือน ท่านสนใจจะไปชมหรือไม่ขอรับ?” พ่อเลี้ยงอินถาเอ่ยชวน

หม่อมราชวงศ์รวิรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง รีบตอบรับทันที “ด้วยความยินดีขอรับ”

เมื่อทั้งสองเดินไปยังสวนหลังเรือน ก็เห็นแก้วกัลยากำลังจัดดอกไม้อยู่ท่ามกลางหมู่มวลบุปผาหลากสีสัน เธอสวมชุดผ้าฝ้ายสีอ่อน ดูงดงามราวกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน

“แม่แก้ว... ท่านหม่อมราชวงศ์รวิมาเยี่ยม” พ่อเลี้ยงอินทากล่าว

แก้วกัลยารีบหันมา เมื่อเห็นว่าเป็นหม่อมราชวงศ์รวิ ใบหน้าของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มหวานอย่างมิอาจซ่อนเร้น “สวัสดีเจ้าค่ะ ท่านหม่อมราชวงศ์”

“สวัสดีขอรับ คุณแก้วกัลยากำลังจัดดอกไม้อยู่ งดงามมากทีเดียว” หม่อมราชวงศ์รวิกล่าวชมด้วยความจริงใจ

แก้วกัลยารู้สึกอบอุ่นในหัวใจกับคำชมนั้น “ขอบคุณค่ะ ดิฉันชอบดอกไม้มาก”

หม่อมราชวงศ์รวิเดินเข้าไปใกล้ มองดอกไม้หลากชนิดที่แก้วกัลยาจัดไว้อย่างประณีต “คุณมีความสามารถในการจัดดอกไม้ที่น่าทึ่งมาก”

ทั้งสองยืนสนทนากันเรื่องดอกไม้และธรรมชาติอย่างออกรส พ่อเลี้ยงอินทาได้แต่มองดูด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ เขาสังเกตเห็นความสนิทสนมที่เกิดขึ้นระหว่างคนหนุ่มสาวทั้งสอง

ในขณะนั้นเอง แม่หญิงเดือนฉายก็เดินทางมาที่เรือนของพ่อเลี้ยงอินถาเช่นกัน เธอมาพร้อมกับมารดา เพื่อเยี่ยมเยียนและพูดคุยเรื่องการค้า

“สวัสดีค่ะคุณพ่อเลี้ยง” แม่หญิงเดือนฉายกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงหวานเจื้อย แต่เมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นหม่อมราชวงศ์รวิที่ยืนอยู่ข้างแก้วกัลยา รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางหายไปเล็กน้อย

“อ้าว... แม่หญิงเดือนฉาย มาถึงเรือนข้าน้อยแต่เช้าเชียว” พ่อเลี้ยงอินทากล่าวทักทาย

“ดิฉันมาเยี่ยมคุณพ่อเลี้ยงค่ะ” แม่หญิงเดือนฉายตอบ ก่อนจะหันไปมองหม่อมราชวงศ์รวิด้วยสายตาที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน “ท่านหม่อมราชวงศ์ก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือคะ?”

“กระผมมาคารวะท่านพ่อเลี้ยงขอรับ” หม่อมราชวงศ์รวิตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ไม่ได้สบตากับแม่หญิงเดือนฉายโดยตรง สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่แก้วกัลยา

แก้วกัลยารู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เธอสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจที่แผ่ออกมาจากแม่หญิงเดือนฉาย

แม่หญิงเดือนฉายเดินเข้าไปใกล้หม่อมราชวงศ์รวิเล็กน้อย “ดิฉันกำลังจะชวนท่านไปชมตลาดวโรรสพอดี ท่านสนใจจะไปด้วยกันไหมคะ?”

หม่อมราชวงศ์รวิหันไปมองแก้วกัลยาเล็กน้อย ก่อนจะตอบแม่หญิงเดือนฉายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “วันนี้กระผมตั้งใจจะสนทนากับคุณพ่อเลี้ยงและคุณแก้วกัลยาเสียมากกว่า คงต้องขออภัยแม่หญิงด้วย”

คำตอบของหม่อมราชวงศ์รวิทำให้แก้วกัลยารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ในขณะที่แม่หญิงเดือนฉายกลับแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด... ความประทับใจที่หม่อมราชวงศ์รวิและแก้วกัลยามีให้กันนั้น เริ่มที่จะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนมิอาจซ่อนเร้นได้อีกต่อไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   40

    กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป ความรักและความผูกพันของแก้วกัลยาและหม่อมราชวงศ์รวิยังคงเบ่งบานและหยั่งรากลึกในหัวใจของลูกหลาน พวกเขาได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเป็นที่รักของคนรอบข้าง เรื่องราวความรักของทั้งสองกลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นในนครพิงค์ในวัยชรา แก้วกัลยาและหม่อมราชวงศ์รวิยังคงอยู่เคียงข้างกันและกัน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ความรักและความเข้าใจของพวกเขาก็ไม่เคยจางหาย ทั้งสองใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความสงบสุข มองดูลูกหลานเติบโตและสร้างครอบครัวของตนเองวันหนึ่ง ในยามเช้าที่อากาศสดใส แก้วกัลยานั่งอยู่บนเก้าอี้หวายในสวน มองดูดอกไม้ที่ยังคงเบ่งบานงดงาม หม่อมราชวงศ์รวิเดินเข้ามานั่งเคียงข้างเธอ จับมือของเธออย่างอ่อนโยน“วันนี้อากาศดีจริง ๆ นะครับ” หม่อมราชวงศ์รวิกล่าวด้วยรอยยิ้มแก้วกัลยามองตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน “ค่ะ ทุกวันที่ได้อยู่กับท่านก็เป็นวันที่ดีเสมอ”ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันอย่างเงียบ ๆ สูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้ และฟังเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ความเงียบนั้นไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจและความผูกพันที่ลึกซึ้ง“ท่านยังจำวันที่เราพบกันครั้งแรกได้ไหมคะ?” แก้วกัลยาเ

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   39

    กาลเวลาผันผ่านไป บุตรชายและบุตรสาวของแก้วกัลยาและหม่อมราชวงศ์รวิเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มสาว พวกเขาได้รับการสั่งสอนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม และมีความรักใคร่ในครอบครัว เฉกเช่นที่บิดามารดาเคยปฏิบัติบุตรชายคนโตของพวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนเฉลียวฉลาดและมีความมุ่งมั่น เขาได้รับการศึกษาอย่างดีและได้ช่วยแบ่งเบาภาระของหม่อมราชวงศ์รวิในการบริหารจัดการกิจการต่าง ๆ ในเมืองส่วนบุตรสาวคนเล็กก็มีความงดงามและมีจิตใจโอบอ้อมอารี เธอได้รับการอบรมให้เป็นกุลสตรีที่ดี และเป็นที่รักใคร่ของทุกคนในครอบครัวแก้วกัลยาและหม่อมราชวงศ์รวิมองดูลูก ๆ เติบโตด้วยความภาคภูมิใจ ความสุขของพวกเขาทวีคูณยิ่งขึ้นเมื่อได้เห็นลูก ๆ มีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิตพ่อเลี้ยงอินทาและมารดาของแก้วกัลยาก็แก่ชราลง แต่ท่านทั้งสองก็ยังคงแข็งแรงและเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลาน ความรักและความอบอุ่นในครอบครัวยังคงเหนียวแน่นเจ้าสรุศักดิ์ยังคงเป็นเพื่อนสนิทของครอบครัว เขามักจะมาเยี่ยมเยียนและเล่นกับหลาน ๆ เป็นประจำ แม้จะไม่ได้มีครอบครัวเป็นของตนเอง แต่เขาก็มีความสุขที่ได้เห็นความสุขของเพื่อนวันหนึ่ง แก้วกัลยาและหม่อมราชวงศ์รวินั่งอยู่ด้วยกัน

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   38

    ภายหลังจากพิธีแต่งงานครั้งที่สอง แก้วกัลยาและหม่อมราชวงศ์รวิก็ได้เริ่มต้นชีวิตคู่ร่วมกันอย่างแท้จริง เรือนของพ่อเลี้ยงอินทาอบอวลไปด้วยความรักและความสุข แก้วกัลยาปรับตัวเข้ากับการเป็นภรรยาได้อย่างราบรื่น เธอเรียนรู้การดูแลเรือนและการจัดการต่าง ๆ จากป้าเมี้ยน และได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากหม่อมราชวงศ์รวิเป็นอย่างดีหม่อมราชวงศ์รวิยังคงปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง เขาให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก และมักจะหาเวลาอยู่กับแก้วกัลยาเสมอทั้งสองใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในสวน การอ่านหนังสือ การสนทนา หรือการไปเยี่ยมเยียนญาติมิตร ความรักและความเข้าใจของพวกเขายิ่งแน่นแฟ้นขึ้นในทุก ๆ วันพ่อเลี้ยงอินทาและมารดาของแก้วกัลยามีความสุขที่ได้เห็นลูกสาวมีความสุข ท่านทั้งสองเอ็นดูหม่อมราชวงศ์รวิเหมือนลูกชายแท้ ๆ และมักจะให้คำแนะนำและช่วยเหลือทั้งสองเสมอเจ้าสรุศักดิ์เองก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีของทั้งคู่ เขามักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและร่วมรับประทานอาหารด้วยกันเสมอ แม้ในใจลึก ๆ จะยังคงมีความรู้สึกบางอย่าง แต่เขาก็เลือกที่จะยินดีกับความสุขของเพื่อนกาลเวลาผ่

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   37

    ข่าวการจับกุมแม่หญิงเดือนฉายได้ถูกส่งไปถึงแก้วกัลยาที่บ้านเดิมของเธอ ป้าเมี้ยนเป็นคนนำข่าวดีนี้ไปบอก เมื่อแก้วกัลยาทราบว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ความรู้สึกโล่งใจก็ท่วมท้นหัวใจ เธอรู้ว่าหม่อมราชวงศ์รวิได้ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอในจดหมายที่หม่อมราชวงศ์รวิส่งมาพร้อมกับข่าวนี้ เขาได้เขียนถึงความรักและความคิดถึงที่มีต่อเธออย่างลึกซึ้ง และขอให้เธอกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอีกครั้งเมื่ออ่านจดหมายจบ แก้วกัลยารู้สึกอบอุ่นหัวใจ เธอรู้ว่าที่ที่เธอควรอยู่คือข้างกายหม่อมราชวงศ์รวิ เธอตัดสินใจที่จะกลับไปหาเขาในทันทีแก้วกัลยาเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว และร่ำลาพ่อเลี้ยงและมารดาด้วยความรัก ท่านทั้งสองดีใจที่เห็นแก้วกัลยาตัดสินใจเช่นนั้น และอวยพรให้เธอมีความสุขกับหม่อมราชวงศ์รวิการเดินทางกลับมายังเรือนของพ่อเลี้ยงอินทาเต็มไปด้วยความรู้สึกตื้นตัน เมื่อรถม้ามาถึงหน้าเรือน แก้วกัลยารีบลงจากรถและมองไปยังเรือนที่คุ้นเคย หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความคิดถึงหม่อมราชวงศ์รวิที่รอคอยการกลับมาของเธออยู่แล้ว รีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก เมื่อทั้งสองได้พบกัน พวกเขาก็โผเข้ากอดกันอย่างแนบแน่น ค

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   36

    ภายหลังจากที่หม่อมราชวงศ์รวิและเจ้าสรุศักดิ์วางแผนการอย่างรอบคอบ พวกเขาก็เริ่มดำเนินการตามล่าแม่หญิงเดือนฉายอย่างเงียบ ๆ พวกเขาสืบหาเบาะแสจากคนรู้จักและแหล่งข่าวต่าง ๆ จนในที่สุดก็ทราบว่าแม่หญิงเดือนฉายได้หลบซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมร้างนอกเมืองหม่อมราชวงศ์รวิและเจ้าสรุศักดิ์นำกำลังคนจำนวนหนึ่งเดินทางไปยังกระท่อมร้างแห่งนั้นในคืนหนึ่ง แสงจันทร์ส่องสว่างพอให้เห็นทาง แต่บรรยากาศโดยรอบกลับเงียบสงัดและน่าหวาดหวั่นเมื่อไปถึงกระท่อม หม่อมราชวงศ์รวิสั่งให้คนล้อมกระท่อมไว้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้แม่หญิงเดือนฉายหลบหนีไปได้“ระวังตัวด้วยนะครับท่านหม่อมราชวงศ์” เจ้าสรุศักดิ์กระซิบเตือนหม่อมราชวงศ์รวิพยักหน้า เขาเดินนำหน้าเข้าไปในกระท่อมอย่างระมัดระวัง ภายในกระท่อมมืดสนิท แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน“ออกมาเถิดแม่หญิงเดือนฉาย เรารู้ว่าท่านอยู่ในนี้” หม่อมราชวงศ์รวิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะจะดังขึ้นจากมุมมืด“เก่งนี่ท่านหม่อมราชวงศ์ ตามหาฉันจนเจอ” เสียงของแม่หญิงเดือนฉายดังขึ้นจากเงามืด แม่หญิงเดือนฉายปรากฏตัวออกมา เธอมีสีหน้าที่บิดเบี้ย

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   35

    แม้จะรู้สึกเจ็บปวดกับการจากลาของแก้วกัลยา แต่หม่อมราชวงศ์รวิก็ไม่ยอมแพ้โดยง่ายดาย เขารู้ดีว่าการตัดสินใจของแก้วกัลยามาจากความหวาดกลัวและความปรารถนาที่จะปกป้องเขา เขาเชื่อมั่นในความรักที่พวกเขามีให้กัน และไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาจบลงเช่นนี้ตลอดหลายวันที่แก้วกัลยาไม่อยู่ หม่อมราชวงศ์รวิใช้เวลาทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา เขาคิดถึงความสุขที่เคยมีร่วมกัน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความผูกพันที่ลึกซึ้ง เขาไม่สามารถจินตนาการถึงชีวิตที่ไม่มีแก้วกัลยาได้หม่อมราชวงศ์รวิตัดสินใจว่าจะไม่ปล่อยให้ความหวาดกลัวมาพรากคนรักของเขาไป เขาจะหาทางพิสูจน์ให้แก้วกัลยาเห็นว่าเข้มแข็งพอที่จะปกป้องเธอได้ และความรักของพวกเขานั้นแข็งแกร่งกว่าความแค้นของแม่หญิงเดือนฉายหม่อมราชวงศ์รวิเริ่มวางแผนบางอย่าง เขารู้ว่าแม่หญิงเดือนฉายยังคงเป็นภัยคุกคาม และตราบใดที่เธอยังไม่ถูกจัดการ ทุกคนก็ยังคงไม่ปลอดภัยเขาได้ปรึกษากับเจ้าสรุศักดิ์ถึงเรื่องนี้ เจ้าสรุศักดิ์เองก็เห็นด้วยว่าพวกเขาไม่ควรปล่อยให้แม่หญิงเดือนฉายลอยนวล“เราต้องหาทางจับตัวแม่หญิงเดือนฉายให้ได้” หม่อมราชวงศ์รวิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่“ท่านมีแผนอย่างไรห

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   34

    คำพูดของแก้วกัลยาสร้างความเงียบงันและความตกตะลึงให้กับทุกคนในที่นั้น หม่อมราชวงศ์รวิรู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลาย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงตัดสินใจเช่นนี้ หลังจากที่พวกเขาได้ฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย“แก้วกัลยา... คุณพูดจริงหรือ?” หม่อมราชวงศ์รวิถามด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดแก้วกัลยามองหน้าเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   33

    ภายหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายและการต่อสู้ในงานแต่งงาน ทุกคนต่างก็อยู่ในอาการตกใจและเหนื่อยล้า ผู้บาดเจ็บได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และบรรยากาศแห่งความสุขได้แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบเหงาและความกังวลแก้วกัลยาดูแลบาดแผลของหม่อมราชวงศ์รวิด้วยความเป็นห่วง เธอใช้ผ้าสะอาดพันรอบแขนของเขาอย่างเบามือ ใบหน้าของเ

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   32

    ความโกลาหลและความวุ่นวายปกคลุมทั่วบริเวณงานแต่งงาน กลุ่มชายฉกรรจ์ที่แม่หญิงเดือนฉายส่งมาเข้าโจมตีแขกเหรื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงร้องด้วยความตกใจ เสียงข้าวของแตก และเสียงปะทะดังสนั่นไปทั่วสวนหม่อมราชวงศ์รวิรีบดึงแก้วกัลยามาไว้ข้างหลังเพื่อปกป้องเธอ เขามองไปยังกลุ่มผู้บุกรุกด้วยแววตาที่แข็งกร้าวแล

  • บุพเพสันนิวาสแห่งนครพิงค์   30

    ภายหลังจากที่หม่อมราชวงศ์รวิได้ขอแก้วกัลยาแต่งงาน และได้รับการยินยอมจากพ่อเลี้ยงอินทาและมารดาแล้ว ความสุขก็อบอวลไปทั่วเรือน การเตรียมงานแต่งงานจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการพ่อเลี้ยงอินทาและมารดาของแก้วกัลยามีความสุขอย่างมากที่จะได้เห็นบุตรีเป็นฝั่งเป็นฝา ทั้งสองช่วยกันจัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างเต็ม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status