สกุลจาง...
เพียะ...!!!
เสียงฝ่ามือของหญิงวัยกลางคนที่ดูท่าทางสง่า แต่ใบหน้าอำมหิตดุจยักษา นางให้บ่าวลากนางหลานสาวตัวดี สตรีชั่วช้าริอาจยั่วสามีของตนออกมาตบสั่งสอนกลางบ้าน
“จับมันไว้” เสียงคำรามของฮูหยินจาง ป้าสะใภ้ของจางหย่งเล่อดังแข่งกับเสียงฟ้าคำรามด้านนอก
นางเดินมาตามสามี แต่ไม่พบที่ห้องหนังสือ จึงเดินไปรอบๆ เรือน และก็ได้ยินเสียงกรีดร้องให้คนช่วย แต่เมื่อผลักประตูไป ก็พบกับสามีกำลังจะขืนใจหลานในไส้ ใบหน้างดงาม กลิ่นกายหอมจรุงใจที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หยุ่นเอ๋อคิดไว้นานแล้วว่าวันหนึ่งสตรีนางนี้ต้องนำหายนะเข้ามาสู่เรือน
“ท่านป้าสะใภ้ โปรดฟังข้าก่อน..ฮึก!... ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิดนะเจ้าคะ” หย่งเล่อพยายามอธิบาย แต่ผู้เป็นป้าไม่ฟังเสียงใดๆ ของนางเลยแม้เพียงครึ่งคำ ดวงหน้างดงามมองสบขึ้น น้ำใสดุจน้ำค้างบริสุทธิ์ที่เอ่อคลอนัยน์ตาคู่สวย อย่างหน้าสางสาร ต้องการความเห็นใจจากผู้เป็นป้า
“หากไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคิดแล้วมันเป็นอย่างไร”
ฮูหยินจางชี้นิ้วด่ากราดสตรีชั่ววัยสิบแปดหนาว แรกเริ่มเขาก็ไม่เห็นด้วยที่รับนางมาเลี้ยงเมื่อสิบห้าปีก่อน ปีนั้นพ่อกับแม่นางประสบเคราะห์กรรม ช่วยเหลือผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่ง แต่ไม่อาจจะเอ่ยนามได้ นางจึงกำพร้าพ่อและแม่
ด้วยความที่สามีนาง จางเพ่ยชวน สงสารบุตรสาวของน้องชายจึงให้รับมาเลี้ยงไว้ แต่ว่าการเป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีนัก เพราะฮูหยินจางอิจฉาวาสนาของเด็กสาว ที่มีดวงหน้าจิ้มลิ้ม กลิ่นกายที่หอมกรุ่นดังบุปผาแรกแย้ม นางจึงส่งให้ไปอยู่เรือนหลัง และห้ามออกมาให้แขกที่มาในจวนเห็น
จางหยุ่นเอ๋อ เลี้ยงนางไม่ได้ต่างจากเลี้ยงดูลูกคนใช้ เมื่อนางอายุได้วัยปิ่นปักก็ไม่ได้จัดพิธีใดใหญ่โต เพียงแต่ส่งทรัพย์ส่วนของมารดาให้เพียงส่วนเดียว ที่เหลือนางจะเก็บรักษาไว้เอง
หากแต่ยิ่งโตความสวย ความสาวของนางก็ยิ่งเตะตามากขึ้น แต่สามีก็ไม่คิดจะหาบุรุษใดให้ตกแต่งนางออกไปเสียที สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับหยุ่นเอ๋อ อยู่ไม่น้อย
‘เลี้ยงไปก็เปลืองข้าวสุก’
จนเมื่อนางวัยได้สิบแปดหนาว ความสาวก้าวล่วงเต็มที่สามีของตนก็ริอาจจะปีนเตียงหลานสาว นางนึกแล้วก็คับแค้นใจนัก ร้อยวันพันปีสามีไม่เคยริอยากร่วมเรียงเคียงหมอน เอาแค่ใช้สตรีอุ่นเตียงในเรือนเป็นที่ระบาย แล้วเหตุใดถึงได้อยากจับหลานสาวทำเมียเสียเล่า
นางจะทำให้ทั่วเมืองหลวงเฉิงตูแห่งต้าเฉิง ที่เป็นที่ตั้งของบ้านตน เป็นที่พูดติดตลกขบขัน เรื่องลุงกินหลาน ญาติกินกันเอง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
“ข้านอนหลับอยู่ แล้วจู่ๆ ท่านลุงก็มาจากไหนไม่รู้ ข้าจึงร้องด้วยความตกใจ” นางเล่าความจริงทุกคำ แต่ว่าป้าสะใภ้นางกลับคิดตรงกันข้าม มือเล็กกำแน่นสลับกับคลายด้วยความเดือดด่าน นางคุกเข่าอยู่กับพื้นเพราะโดนสาวรับใช้กดไว้
“เจ้าร้องแรกแหกกระเชอให้คนทั้งเรือนได้รู้เรื่องราวคาวสวาทของเจ้ากับผัวข้าใช่หรือไม่” หยุ่นเอ๋อคิดว่าหลานสาวของนางต้องคิดมาแทนที่ ใช้ความสาวความสวยมาแข่ง จึงเอาไว้ไม่ได้ แบบนี้ต้องกำจัดให้สิ้นซาก
“มะ...ไม่ใช่นะ...ท่านป้า” หย่งเล่อเจ็บใจนัก นางไว้ใจผู้เป็นลุง ไม่คิดเลยว่าเขาจะคิดกับนางเชิงชู้สาว ตั้งแต่เด็กเขามักจะอุ้มบ้างกอดนางบ้าง แต่เมื่อเป็นสาวนางก็รักษาระยะห่าง และนึกไม่ถึงว่าเขาจะคิดกับไม่ซื่อเช่นนี้กับนาง
“หากข้าไปไม่เข้าไป จะเห็นเรื่องชั่วช้าที่เจ้าทำงั้นรึ...ลากตัวนางออกไป อย่าให้กลับเข้ามาเป็นเสนียดจัญไรในเรือนข้าอีก” หยุ่นเอ๋อ ไล่หลานสาวไม่ให้เข้าเรือนอีก ปล่อยให้นางไปหาที่อยู่ด้านนอกเองจะดีกว่า อยู่ก็มิสู้ทำให้เรือนของนางตกต่ำ เป็นขี้ปากชาวบ้าน หน้าที่การงานของท่านพี่นางก็นับว่ากำลังก้าวหน้านัก หากมีเรื่องเช่นนี้ออกไป รังแต่จะทำให้ถดถอย
หย่งเล่อแค้นเคืองนัก เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังอยู่นานราวครึ่งชั่วยามตั้งแต่โดนลากออกมาจากห้องนอน เมื่อป้าสะใภ้ขับไล่ไสส่งนาง ดวงตาที่เคยอ่อนแอกลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างฉับพลัน
สตรีร่างบอบบางอ่อนแอลุกขึ้นจากพื้น สะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเหล่าสาวใช้ ที่จับนางกดไว้ที่พื้น สองมือดึงแขนเสื้อขึ้นเท้าสะเอวประจันหน้ากับป้าสะใภ้
“ได้...หากท่านไม่เชื่อข้า เชื่อผัวเลวๆ ของท่าน เช่นนั้นก็จงนอนกอดแท่งหยกอันเดียวของท่านให้ดี ข้าต้องขอบคุณท่านเสียด้วยซ้ำ ที่เข้าไปช่วยข้าได้ทัน มิเช่นนั้น ข้าคงต้องตกเป็นทาสบำเรอกามกับชายแก่คราวลุง หึ...!” เมื่อยามเข้าตาจน นางไม่สนวัยวุฒิใดทั้งนั้น แตกเป็นแตก คิดว่านางอยากอยู่นักหรือไงบ้านหลังนี้
“นะ...นี่....เจ้า...!” หยุ่นเอ๋อตกใจ ไม่คิดว่านางจะกล้ามีปากมีเสียง ถอยกรูไปด้านหลังเมื่อนางย่างสามขุมเข้ามาเอ่ยวาจาน่าเกลียด ราวกับไม่ใช่สตรีที่ได้รับการอบรม
“พูดไม่ออกเลยใช่หรือไม่...นี่แหละข้า เมื่อวันนี้ท่านอยากตัดขาดความสัมพันธ์ ก็ดีข้าจะมาทวงคืนของของข้า” หย่งเล่อค่อยๆ ก้าวเข้าไปจนใกล้ตัวป้าสะใภ้ชั่วของนาง รอยยิ้มอำมหิตผุดขึ้นบนใบหน้าสวย แม้ไร้เครื่องสำอางใดแต่งแต้ม แต่ความงามก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย
“อะ...อะไร...อะไรกันที่เป็นของเจ้า” หยุ่นเอ๋อเสียงสั่น เมื่อหลานสาวที่เคยเป็นเบี้ยล่าง เริ่มน่ากลัวเข้ามาทุกที เมื่อก่อนนางประมาทเกินไป จนทำให้นางกำเริบเสิบสาน ริหาญกล้ามามีปากมีเสียงกับนาง
“สินเดิมแม่ข้า อย่าคิดว่าข้ามิรู้ ท่านยักยอกสิ่งใดไปย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ” ดวงตากลมที่เคยสวยดั่งดวงตาลูกกวางน้อย บัดนี้กร้าวขึ้นทั้งยังดูน่ากลัว
“เจ้า...เอาอันใดมาพูด” หยุ่นเอ๋อตกใจ ไม่คิดว่านางจะรู้เรื่องราวสินเดิมของแม่นาง คิดว่าจะยักยอกไว้เป็นของตน ต่อให้นางทวงคืนก็จะไม่ยอมให้เป็นเด็ดขาด
“ข้ามีจดหมายหนึ่ง ที่ท่านก็รู้ว่าข้าทำอันใดได้บ้าง” แม่นางเก็บจดหมายสำคัญนี้ไว้ให้นาง ดีที่มันถูกเก็บอยู่ในกล่องไม้เก่าเหมือนจดหมายที่มารดาเคยเขียนเล่าเรื่องราว มันถูกซ่อนอยู่ใต้หีบไม้อีกที จางเพ่ยชวน และ หยุ่นเอ๋อต่างพลิกจวนหาก็ไม่พบ และนั่นทำให้นางมีเครื่องต่อรอง
“เจ้าเอาอันใดมาพูด” จดหมายนี้ทุกคนต่างก็รู้ว่าผู้ใดเป็นคนเขียนให้ หลังจากเคราะห์คราวนั้น ทั้งบิดามารดาของนางสิ้นชีพ แต่จางเพ่ยชวนริอยากได้หน้า จึงรับเลี้ยงบุตรีของน้องชายแทน
“หากท่านไม่ให้ เพียงข้าไปตีกลองร้องเพียงคำเดียว ความชั่วของพวกท่านข้าจะกล่าวให้คนทั้งเมืองหลวงให้ได้ล่วงรู้” เสียงสตรีแน่งน้อยกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นป้าสะใภ้ นางจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ร้ายมาก็ร้ายกลับ
“เอาคืนนางไป...” เสียงแหบต่ำเอ่ยขึ้นหลังจากฟังอยู่นาน แรกเริ่มเป็นเขาที่เข้าไปปลุกปล้ำนาง แต่ว่ากลับทำการไม่สำเร็จ อุตส่าห์เลี้ยงดูมาเพื่อให้นางเป็นสตรีบำเรอในเรือน ไม่คิดว่าภรรยาของตนจะเอะอะโวยวายจนเสียเรื่อง
ยามนี้นางมีเครื่องต่อรองสำคัญ ที่หากนางยื่นออกมา คนผู้นั้นอาจจะกุดหัวเขาและภรรยาที่ไม่ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ก็เป็นได้
“ท่านพี่...ตะ...แต่”
“ก็ได้เช่นนั้น ข้าออกไปแต่ตัว...พวกท่านก็จับคอให้ดีก็แล้วกัน” นางทำท่าก้าวย่างออกจากจวนจางเพ่ยชวน แต่เดินเพียงไม่กี่ก้าว ก็ถูกเรียกให้หยุดเสียก่อน
“ชะ...ข้าก่อน” หยุ่นเอ๋อ ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ คิดว่าจะมีข้ออ้างขับไล่นางออกจากสกุลจางได้แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่า จะทำให้นางมีอำนาจมาต่อรองกับตนเพื่อเรียกสินเดิมคืนได้อีก
หย่งเล่อยืนเชิดหน้าขึ้น คราวนี้นางจะได้เป็นอิสระจากจวนนรกนี้สักที เบื้องหน้างนางเป็นเพียงสตรีเรียบร้อย ไม่มีปากเสียง แต่ภายในใจนั้นนางเก็บงำความคั่งแค้นไว้ และอยากไปจากเมืองหลวงเสียตั้งนานแล้ว
“นี่ของเจ้า...!” คนของป้าสะใภ้นางยกหีบมาให้สามหีบ นางตรวจตราทุกหีบว่ามีของครบหรือไม่ ทั้งเงินทอง เครื่องประดับและโฉนดที่ดินบ้านเกิดของแม่นาง
“ครบถ้วน...ก็ดีต่อไปนี้ท่านและข้าไม่รู้จักกัน หากท่านยังส่งคนมารังแกข้าไม่เลิก คงรู้สินะว่าจะเกิดอันใดขึ้น” หย่งเล่อเรียกบ่าวอีกสองคนมาช่วยยกหีบของตนออกไป แต่ก็ยังไม่วายโดนป้าสะใภ้เล่นแง่
“เจ้าอยากได้ก็ยกไปเอง บ่าวพวกนี้เป็นคนของสกุลจาง”
“อ่อ...ท่านคงลืมไปแล้ว ว่าบ่าวสองคนนี้ท่านไล่นางออกวันนี้ คงไม่ใช่บ่าวสกุลท่านแล้ว” หย่งเล่อที่ผูกมิตรกับบ่าวในเรือนไว้บ้าง หลายคนเกลียดชังฮูหยินและสงสารนาง แต่ว่าสองคนนี้มาช่วยนางทำงาน ป้าสะใภ้ไม่พอใจ จึงไล่พวกนางออก
เช่นนั้นนางก็จะออกไปพร้อมกับพวกบ่าวนี่แหละ และจะให้เงินพวกนางไปตั้งตัว จะได้ทำมาหากินได้
“นี่...เจ้า...” หยุ่นเอ๋อที่ไม่อาจจะเอาชนะหลานชั่วตัวดีได้ สะบัดแขนเดินกระแทกเท้ากลับเข้าจวน
ฮู้ว...!
“เหนื่อยเป็นบ้า” นางสบถเมื่อพ้นบ้านสกุลจางออกมาได้ สายตาหันมองไปที่หน้าประตูจวน ไร้ความอาลัย แต่เป็นสายตาที่บ่งบอกว่าวันหนึ่ง นางจะกลับมาแก้แค้นคนพวกนี้ให้จงได้