LOGINเรื่องย่อ เยว่หมี่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่สี่ (ระยะสุดท้าย) ในวัยเพียงยี่สิบเจ็ดปี ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานอีกต่อไป แม้ครอบครัวจะมั่งมีด้วยทรัพย์สมบัติ ตระกูลมหาเศรษฐี ดังสำนวนที่เขาว่ากัน สุขภาพดีคือลาภ ใครจะคิดว่าสวรรค์ยังเมตตาเยว่หมี่ ตื่นขึ้นมาในยุคโบราณเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายต่างจากยุคที่เธอจากมา ที่สำคัญ ตัวละครทั้งหมดมาจากนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบ!ที่สำคัญกว่านั้นเธอมาอยู่ในร่างของนางร้ายของเรื่องอีก ตายแน่เยว่หมี่ เอาแล้วถ้านี่คือโอกาสที่สองของการใช้ชีวิต เยว่หมี่ขอใช้ชีวิตอย่างสงบ แต่กลับไม่สงบอย่างที่คิด สิ่งที่หลี่เสียวฟางเจอมาทำให้เธอต้องร้ายกาจ! และชายที่เธอรักยังมาหลวงลวงเธออีก เพราะเหตุนี้นางถึงต้องร้าย บทในนิยายทำให้เห็นเพียงพระเอกนางเอกเท่านั้น งานนี้เยว่หมี่ขอสู้สุดใจเพื่อชีวิตของตัวเอง เรื่องราวของหลี่เสียวฟางจะเป็นเช่นไร
View Moreเยว่หมี่ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ เรื่องเสียใจที่ไม่มีโอกาสอยู่ต่อได้แล้วก็ใช่อยู่ แต่เรื่องนั้นเยว่หมี่ทำใจอยู่นาน ตั้งแต่ตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งพยายามรักษาด้วยคีโมมาตลอด แต่เหมือนโชคชะตาฟ้าดินจะกำหนดให้เยว่หมี่ต้องตาย
ร่างของหญิงสาวที่ผอมโซ นอนหอบหายใจที่แสนจะรวยรินด้วยเครื่องช่วยหายใจ แม้ร่างกายจะเจ็บปวดขนาดไหน แต่เยว่หมี่ก็รับรู้เรื่องราวทุกอย่างได้ดี พอร่างกายทำได้แค่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยของโรงพยาบาลดังของเซี่ยงไฮ้ มีแพทย์ผู้เชี่ยวและอาจารย์แพทย์อีกหลายคนกำลังปรึกษาแล้วหาทางช่วยเยว่หมี่ ดูเหมือนความพยายามของพวกเขาจะสูญเปล่า นอกจากอาการของเยว่หมี่ไม่ทุเลาลงแล้ว ยังทรุดตัวลงอีก เห็นแบบนี้แล้วความรู้สึกร้อนผ่าวหางตาก่อเกิดสงสารผู้ให้กำเนิดทั้งสองที่ต้องมาเสียใจที่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้ดูแลท่านอีกต่อไป แถมตัวเธอเองยังต้องมาจากไปด้วยอายุยังน้อย หมดกันความฝัน หมดกันคนที่รัก พอนึกถึงคนที่เธอรักแล้ว นอกจากป๊า หม่าม๊าแล้ว ก็มีหนุ่มรุ่นพี่ที่เยว่หมี่เคยแอบชอบ คงไม่มีโอกาสได้บอกว่าชอบเขาอีกแล้ว ร่างกายของเยว่หมี่คล้ายกับว่าจะทนต่อเซลล์มะเร็งที่ลุกลามอย่างกะทันหัน แว่วได้ยินเสียงของแพทย์แจ้งกับครอบครัวให้ทำใจตั้งแต่เนิ่น ๆ แม้ว่าเยว่หมี่จะหลับตาแต่กลับรับรู้ทุกอย่าง ร่างกายของเธอช่างอ่อนแอจัง...... แค่จะหายใจด้วยตัวเองยังไม่ได้เลย ช่างน่าเวทนานัก ถ้าเกิดว่าชาติหน้ามีจริง...ขอให้เยว่หมี่คนนี้มีร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่เข้มแข็ง สัญญาว่าเธอจะรักตัวเองให้เต็มหัวใจ ก่อนจะมอบความรักให้คนอื่น..... คิดแล้วก็เหมือนปลงใจ แม้ความเชื่อในทางศาสนาจะสอนให้คนแสวงหาการหลุดพ้น แล้วหลุดพ้นจากอะไรล่ะ เยว่หมี่ได้แต่ตั้งคำถาม หญิงสาวผู้ที่เกิดมาพร้อมทั้งหน้า รูปทรัพย์ ครอบครัวที่แสนอบอุ่น ความฝันที่อยากสานต่อธุรกิจให้กับทางครอบครัวคงจบลงแล้ว......ชีวิตของมนุษย์มันก็แค่ลมหายใจจริง..... ไม่รู้ว่าการครุ่นคิดของเยว่หมี่เป็นเพียงการจิตล่องลอย หรือเป็นห่วงของจิตสุดท้ายกันแน่ เพราะร่างกายของเธอเริ่มไร้ความรู้สึกแล้วหรือ ความเจ็บปวดที่คล้ายหนามแหลมทิ่มร่างกายของเธอไปทั่วสรรพางค์ เยว่หมี่....เธอคงตายแล้วสินะ นี่คงเป็นจิตสุดท้ายของเธอแล้วจริง ๆเวลาผ่านไปรวดเร็วจนหลี่เสียวฟางชินกับการอยู่บนโลกใหม่แห่งนี้เพราะอย่างน้อยชีวิตชาตินี้ของนางก็ไม่แย่อย่างที่คิดเอาไว้ นางกำลังปลอกลูกท้อที่เจ้าเสี่ยวเฮยตัวอ้วนกลมที่เลี้ยงดีขนาดไหนตัวไม่ยาวขึ้นเลยสักนิด เจ้างูน้อยนอกจากจะอ้วนขึ้นแล้วก็ไม่ยาวขึ้นอีกด้วย ซินหยานกำลังถักไหมพรมทอดสายตามองนางอยู่ไม่ห่าง เสี่ยวเฮยอ้าปากอวดฟันเขี้ยวของงูกับลิ้นสองแฉกรอรับอาหารอย่างลูกท้อในมือของนาง เสี่ยวเฮยอ้าปากงับลูกท้อก่อนกลืนลงคออย่างรวดเร็ว ก่อนนางจะยกมือขึ้นลูบท้อง หลี่เสียวฟางตั้งครรภ์ลูกน้อยมาสามเดือนแล้วทั้งประมุขอวี้ ผู้เป็นบิดาของอวี้หานดีใจที่มีทายาทตัวน้อยกำลังก่อกำเนิด อวี้หานครั้งแรกที่ได้รับรู้ว่าจากหมอว่าหลี่เสียวฟางก็ดีใจจนเนื้อเต้น หลี่เสียวฟางเองแอบคิดว่าตนเองจะกลายเป็นแม่คนรวดเร็วเช่นนี้ หวั่นกลัวว่าจะดูแลลูกน้อยได้ไม่ได้เท่าไหร่นัก ความกังวลของคนเป็นแม่เริ่มเข้ามาก่อกวนหัวใจของหลี่เสียวฟางเล็กน้อย แต่อวี้หานคอยพร่ำบอกนางว่าไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เขาก็รักทั้งนั้น หลี่เสียวฟางเบาใจขึ้นเล็กน้อย เสี่ยวเฮยพอกินอาหารจนอิ่มแปล้ก็เล
“ท่านพี่...” เสียงหวานหลุดออกมาจากริมฝีปากนุ่มเมื่อมือหยาบกระด้างของคุณชายรองกำลังบีบเคล้นทรวงอกผ่านเนื้อผ้าด้วยท่าทางหื่นกระหายราคะอย่างที่สุด ไม่เพียงแค่ฝ่ามือแสนร้ายกาจของเขาเท่านั้นที่คอยปลุกเร้าความร้อนผ่าวแพร่ซ่านไปทั่วร่างกายจนร่างเล็กเบียดชดเรือนร่างของเขา มือใหญ่บีบสะโพกผายอย่างแรงเรียกเสียงครางแผ่วเบา เขายิ้มกริ่มมองนางด้วยสายเจ้าเล่ห์เหลือร้าย ปลายจมูกซุกไซ้ลำคอระหงของนางไปพลางส่วนมือจัดการเสื้อผ้าของนางไม่นานจนร่างกายของหลี่เสียวฟางเปลือยเปล่า กายเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยร่องรอยรักเมื่อคืนยังคงเด่นชัดในแววตาของอวี้หาน ไม่รอช้าปากร้อนผ่าวอ้าปากงับยอดถันสีหวานด้วยความโหยหาทำราวกับกระหายน้ำมานานแรมปีทั้ง ๆ ที่ค่ำคืนที่ผ่านมาคนเอาแต่ใจอย่างอวี้หานยังเสพสมอารมณ์รักสมอุราอยู่เลย “อื้อ ท่านพี่....” “ร่างกายของเจ้าช่างหอมหวาน” น้ำเสียงพร่าจัดเต็มไปด้วยความต้องการยากจะถอนคืน กลิ่นกายหอมอวบอวลของหลี่เสียวฟางยังคงติดตรึงที่ปลายจมูกของเขา มือทั้งสองจับแยกเรียวขาของนางด้วยความเร่งรีบ แก่นกายร้อนผ่าวร้อนเร่ามากขึ้นทั้ง ๆ ที่เพิ่งเริ่มเท่านั้นเอง
“เจ้าหัวเราะอะไรน้องหญิง” “โอ๋ ๆ ก็ใบหน้าหน้าของท่านตลกนี่ เอาจริงถ้าข้าไม่มีใจให้ท่าน คงไม่ตัดพ้อหรอกนะ” ฝ่ามือของนางวางแนบแก้มของอวี้หานก่อนขยับไปมา อวี้หานถึงกลับตัวแข็งทื่อ ไม่คิดว่าฮูหยินตัวน้อยของเขาจะกล้าทำแบบนี้ ชายหนุ่มเขินอายแดงไปจนถึงหู “พอแล้วเสี่ยวฟาง” “ไปกันเถอะ” หลี่เสียวฟางไม่อยากกลั่นแกล้งผู้เป็นสามีของตนก่อนจะจูงมือเขาเดินไปเรื่อย ๆ พอนางสนใจสิ่งใดเขาก็ไม่เคยขัดใจ อวี้หานก็เป็นสามีที่ดีไม่น้อย กว่าจะมาถึงจวนเล่นเอาคนที่ร่าเริงเหนื่อยหอบ อวี้หานจัดการแบกนางขึ้นหลัง เพราะเห็นฮูหยินเอาแต่บ่นว่าปวดขา อวี้หานต่อว่านางว่าเอาแต่วิ่งไม่ต่างจากเด็กน้อย แต่พอนางปวดขาเขาก็อาสาเป็นม้าให้ขี่จนเดินมาถึงจวน ตลอดทางนางก็พูดจาไม่รู้ความอยู่นั้น หรือว่าเขาเองที่ไม่เข้าใจภาษาของนาง “เสี่ยวฟางเจ้าเนี่ยดื้อมากรู้ไหม” “อือ ข้าดื้อ...” เสียงครางอืออาในลำคอชิดแผ่นหลัง อวี้หานส่ายหน้าคนตัวเล็กที่ทำท่าจะหลับบนหลังของเขาทั้งที่สภาพเช่นนี้ สงสัยเมื่อคืนเขาคงปราบพยศนางหนักเกินไป “หลี่เสีย
อวี้หานเหมือนตนเองล่องลอยอยู่ในทิวเมฆเมื่อหลี่เสียวฟางจูงมือเข้ามาที่ตลาด หลังจากออกมาจากจวน นางก็ไม่ยอมกลับจวนพาเข้ามาเดินเล่น อวี้หานเหมือนว่าตนเองนั้นต้องมนต์ของนางอย่างไรอย่างนั้น รอยยิ้มที่สดใสเขาผ็ที่โง่เขลาไม่เคยสังเกตมาก่อน “เดี๋ยวก่อนสิ เสี่ยวฟาง เจ้ายังไม่ตอบข้าเลยนะว่า เหตุใดเจ้าไม้โกรธจางหรงเผิงเลยหรือ ดูไม่ใช่เจ้าเลย” อวี้หานขมวดคิ้วมองคนตัวเล็กที่เท้าเอว จ้องมองเขาอย่างเขาเรื่องที่กล้ากล่าวหานางเช่นนั้น “ข้าโหดร้ายนักหรือในสายตาของท่าน ข้าแค่ไม่อยากจะโกรธนางเท่านั้น ตอนแรก็โกรธมากที่กล้าทำร้ายเจ้าเสี่ยวเฮย แต่พอเห็นนางทำไปทั้งหมดพอหึงในตัวของท่าน ข้าก็อยากจะโกรธ แต่ก็โกรธไม่ลง นางไร้เดียงสา เป็นสหายของเจ้าได้อย่างไรกัน ชิ” หลี่เสียวฟางเผลอตัวแสดงท่าทางที่ไม่เหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนเมืองนี้ อวี้หานได้ยินคำพูดเหล่านั้นออกมาจากปากของฮูหยินตัวน้อยของตนเอง เขาก็ยิ่งประหลาดใจนักกว่าเดิม นางพูดราวกับตนเองนั้นผ่านโลกมามากมายจนไม่อยากถือโทษเอาความกับจางหรงเผิง อย่างไรกักบริเวณนางจะเป็นโทษที่เบามาก แต่คงทำให้จางหรงเผิงเจ็บใจอยู

















