LOGINแผนการ ‘สืบจิต’ ดำเนินไปท่ามกลางความตึงเครียดในคืนวันโกน ภีมภูมิและพราวฟ้าพยายามถอดจิตจมดิ่งลงสู่มิติเงามืด ทว่าความแค้นอันลึกล้ำของพิกุลกลับสร้างหมอกควันดำอำพรางซ่อนศิราภรณ์ดิ้นทองไว้อย่างมิดชิด แม้ภีมภูมิจะพยายามใช้วิชาอาคมแกะรอยเพียงใด ก็พบเพียงความว่างเปล่าและความมืดมิด... พวกเขาคว้าน้ำเหลวและยังคง หามันไม่เจอ
ยิ่งเวลาเฉียดเข้าใกล้วันเกิดเบญจเพสเท่าไร รอยแผลบนแก้มของพราวฟ้าก็ยิ่งส่งเสียงเตือนระบมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันต่อมา พราวฟ้ามีความจำเป็นต้องกลับมารับงานถ่ายทำละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ ซึ่งใช้โลเคชันเป็น ‘ค่ายโบราณและเรือนไทยเก่าแก่’ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้ภีมภูมิจะคัดค้านด้วยความห่วงใย แต่กองถ่ายนี้ได้ลงทุนไปมหาศาลและเลื่อนคิวมาหลายครั้งจนไม่สามารถยื้อได้อีกแล้ว ในเช้าวันถ่ายทำ ภีมภูมิอาสาขับรถหรูมาส่งพราวฟ้าด้วยตัวเองถึงหน้ากองถ่ายโบราณ เขาเดินไปส่งเธอถึงห้องแต่งตัว พร้อมกำชับและมอบผ้ายันต์และสวมวัตถุมงคลชิ้นสำคัญไว้ติดตัวเธอตลอดเวลา “ผมอยากจะอยู่เฝ้าคุณทั้งวัน... แต่เช้านี้ผมมีประชุมบอร์ดบริหารนัดสำคัญมากเรื่องการควบรวมกิจการ” ภีมภูมิเอ่ยด้วยสีหน้าหนักใจ มือหนากุมมือสั่นเทาของดาราสาวไว้แน่น “ถ้านั่งประชุมเสร็จ ผมจะรีบดิ่งกลับมาทันที ถ้ามีอะไรแปลกๆ ให้กำผ้ายันต์นี้ไว้ แล้วโทรหาผมทันทีนะครับ” “พราวดูแลตัวเองได้ค่ะ คุณภีมรีบไปประชุมเถอะค่ะ งานทางโน้นก็สำคัญมากเหมือนกัน” พราวฟ้าส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ ทั้งที่ในใจรู้สึกหวั่นใจกับบรรยากาศวังเวงของสถานที่โบราณแห่งนี้อย่างบอกไม่ถูก ช่วงบ่ายแก่ๆ บรรยากาศภายในกองถ่ายเริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับถูกก้อนเมฆสีดำทะมึนกลืนกินอย่างรวดเร็ว ลมพายุหมุนกรรโชกแรงจนพร็อปถ่ายทำและไฟสปอตไลท์สั่นคลอน เสียงฟ้าผ่าลั่นเปรี้ยงปร้างสลับกับแสงฟ้าแลบวาบวับไปทั่วบริเวณ และเมื่อถึงช่วง พักกอง... ตึ่ง... โจ๊ะ... ตึ่ง... ตึ่ง... จู่ๆ เสียงดนตรีปี่พาทย์และเสียงระนาดเอกก็ดังโหยหวนแว่วมาจากทาง ‘เรือนไม้โบราณ’ หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านบนเนินเขาท้ายค่าย เสียงนั้นไม่ได้รับสัญญาณมาจากลำโพงกองถ่าย และไม่ใช่เสียงบันทึกเสียงใดๆ แต่มันดังกังวานก้องสะท้อนเข้ามาในแก้วหูของทุกคน! “เสียงดนตรีไทยมาจากไหนน่ะ? ทีมเสียงเปิดซาวนด์เหรอ?” ผู้กำกับตะโกนถามผ่านไมค์ “เปล่าครับพี่! ไฟฝ่ายเสียงดับไปหมดแล้วครับ!” ทีมงานคนหนึ่งร้องตอบด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ทันใดนั้น ความสยองขวัญที่แท้จริงก็ปะทุขึ้น... หมอกควันสีดำสนิทพวยพุ่งลงมาจากเรือนไม้โบราณ ลมพัดพาเอากลิ่นสาบเน่าคล้ายซากศพโชยคละคลุ้ง ท่ามกลางแสงฟ้าแลบแป๊บปาบ ทุกคนในกองถ่าย ทั้งนักแสดง ทีมงาน ช่างแต่งหน้า และผู้กำกับ ต่างพากันเห็นเงาร่างสยดสยองของวิญญาณหญิงสาวสวมสไบขาดวิ่น ใบหน้าเน่าเฟะกึ่งหนึ่ง ลอยเด่นอยู่เหนือเรือนไม้! “ผี! ผีหลอก!” “ตัวอะไรวะน่ะ! กรี๊ดดด!” เสียงร้องกรีดกวนด้วยความตกใจกลัวดังระงมไปทั่วกองถ่าย ทุกคนสติแตกแตกตื่น วิ่งหนีตายกันวุ่นวาย ทว่าบางสิ่งกลับดึงดูดสายตาของพวกเขาให้มองขึ้นไปบนเรือนไม้โบราณ... ผู้กำกับและทีมงานต่างพากันวิ่งแตกตื่นขึ้นไปที่ชั้นบนของเรือนไม้ และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ทุกคนต้องตะลึงงันจนขนหัวลุกชัน ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มกระหน่ำซัดสาดและลมพายุที่พัดแรงจนเสาเรือนลั่นเอี๊ยดอ๊าด... ที่ระเบียงไม้นอกเรือน ร่างของ พราวฟ้า ในชุดไทยโบราณสำหรับถ่ายทำ กำลังเยื้องกรายร่ายรำอยู่ตามจังหวะดนตรีผีสางนั้น! ดวงตาของเธอลืมกว้างแต่ไร้แววตา คล้ายคนถูกควบคุมจิตวิญญาณ แขนเรียวทั้งสองข้างถูกกลุ่มควันสีดำกระชากให้หักข้อจีบและตั้งวงรำอย่างรุนแรงจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ เลือดสดๆ เริ่มซึมออกมาจากรอยแผลบนแก้มทั้งสองข้าง ไหลอาบลงมาตัดกับเครื่องสำอาง! “น้องพราว! หยุดรำลูก! ช่วยน้องเร็ว!” พี่บีร้องไห้โฮ พยายามจะวิ่งเข้าไปช่วย แต่กลับถูกกำแพงลมดำมืดกระแทกจนล้มลง ทุกคนทำได้เพียงยืนมองดาราสาวถูกบังคับรำกลางพายุฝนด้วยความสยองขวัญทำอะไรไม่ได้! ณ ห้องประชุมบอร์ดบริหาร ตึกสูงใจกลางเมือง... ภีมภูมินั่งประธานหัวโต๊ะ ท่ามกลางเหล่าผู้ถือหุ้นและกรรมการบริหารที่กำลังนำเสนอข้อมูลการควบรวมกิจการระดับแสนล้าน การประชุมกำลังดำเนินไปถึงช่วงสำคัญที่สุด กริ๊ง... จู่ๆ พระขรรค์เงินโบราณเล่มเล็กที่ภีมภูมิพกติดตัวไว้ในเสื้อสูทก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับสายสิญจน์ประคำที่ข้อมือของเขาขาดผึ่งออกเอง! หัวใจของภีมภูมิหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความรู้สึกเย็นยะเยือกและลางสังหรณ์ร้ายแรงจู่โจมเข้ากลางอกจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก ภาพใบหน้าของพราวฟ้าที่กำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดลอยวาบเข้ามาในความคิด “คุณภีมครับ? รายงานส่วนนี้...” กรรมการท่านหนึ่งกำลังจะเอ่ยถาม “ยกเลิกการประชุม!” ภีมภูมิผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสียงเข้มตวาดตัดบทจนทุกคนในห้องประชุมช็อกตาค้าง ชายหนุ่มไม่สนใจสายตาตกตะลึงของบอร์ดบริหาร เขากระชากเสื้อสูทขึ้นมาสวม คว้ากระเป๋าและวัตถุมงคล แล้ววิ่งออกจากห้องประชุมไปโดยไม่เหลียวหลัง! “คุณภีม! จะไปไหนครับ! การประชุมยังไม่เสร็จนะคุณภีม!” เสียงเลขาฯ ตะโกนไล่หลัง ภีมภูมิไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น เขายืนกดลิฟต์ด้วยมือที่สั่นเทา จิตใจเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและหวั่นเกรง เขาปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับพิกุลตามลำพังไม่ได้อีกแล้ว... ประธานหนุ่มมุ่งตรงไปยังรถยนต์ส่วนตัว กดคันเร่งมิดไมล์ พุ่งทะยานออกจากตึก มุ่งหน้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อกลับไปช่วยหญิงสาวอันเป็นที่รักก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!หลังพิธีประจุธาตุและการประสานกายในเงามืดอันเร่าร้อน นลินเคลิ้มหลับไปในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคเชนทร์ ทว่าในมโนนิทรา... จิตของเธอที่ถูกเปิดออกด้วยกระแสอาคมกลับดิ่งลึกลงสู่อดีตชาตินับร้อยปี อื้ออึง... เสียงมโหรีและดนตรีมงคลโบราณดังกังวาน ภาพตรงหน้าของนลินแปรเปลี่ยนเป็นคุ้มหลวงอันยิ่งใหญ่แห่ง ‘นครสาบสูญ’ ในอดีต เธอมองเห็นตัวเองสวมชุดผ้าแถบไหมทอง ศิราภรณ์และเครื่องประดับอัญมณีงดงามประดอยไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยสะกดตาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทะเยอทะยาน เธอคนนั้น... คือ ‘เจ้าจอมขวัญ’ นลินในร่างวิญญาณเฝ้ามองเหตุการณ์ในอดีตด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เจ้าจอมขวัญกำลังยืนจ้องมองหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ถูกมัดพันธนาการไว้กับเสาเรือนไม้... หญิงสาวผู้นั้นคือ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เจ้าหญิงแห่งเมืองขึ้นผู้มีใบหน้าอ่อนหวานงดงาม “เจ้าจอมขวัญ! ปล่อยข้า! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับข้า!” สร้อยสายคำร้องตะโกนทั้งน้ำตา “สิทธิ์งั้นรึ?” เจ้าจอมขวัญหัวเราะเสียงแหลม ยื่นหน้าเข้าใกล้ “แม่ทัพสิงหราชหลงใหลในความซื่อซื่อของเจ้างั้นรึ? แต่ตราบใดที่ข้ายังอยู่... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนจะเสน่หาเหนือกว่าข้าได้!” เจ้าจอมขวั
รถเอสยูวีสีดำทรงพลังแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าสตูดิโอถ่ายแบบ คเชนทร์ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเครียดขรึม นัยน์ตาคู่คมกริบฉายแววว้าวุ่น ทันทีที่เห็นนลินเดินสะโอดสะองออกมาในสภาพใช้ผ้าพันคอแบรนด์เนมปิดบังใบหน้าซีกขวาและลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก็ถลันเข้ามาประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขนทันทีโดยไม่แคร์สายตาของใคร “ฉันเชื่อแล้ว... ฉันเชื่อคุณแล้ว ดร.คเชนทร์!” นลินสะอื้นไห้โฮ ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขาอย่างไร้ที่พึ่งพิง “ช่วยฉันด้วย... หน้าฉันพังหมดแล้ว มันจะฆ่าฉัน! มันตามฉันมาจริงๆ!” “ผมเตือนคุณแล้ว นลิน” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความรวดร้าว เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อมอบความอบอุ่นและปลอดภัย “ขึ้นรถก่อน อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” คเชนทร์ขับรถออกนอกเมืองด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่แถบปริมณฑลริมแม่น้ำสายใหญ่ รถเลี้ยวเข้าสู่เขตสวนอันร่มรื่นและเงียบสงบ ลึกเข้าไปจนถึงริมคลองโบราณ ที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ ‘เรือนไม้สักทรงไทยโบราณหมู่ใหญ่’ อายุเก่าแก่นับร้อยปี บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเต็มไปด้วยบารมีอาคม สายสิญจน์ถักอักขระสีครามล้อมรอบอาณา
เสียงรัว shutter ของกล้องถ่ายภาพราคาหลักแสนดังก้องสลับกับแสงไฟสปอตไลท์กำลังสูงที่ส่องสว่างจับไปทั่วร่างทรงเสน่ห์ของนลิน ภายในสตูดิโอถ่ายแบบสุดหรูใจกลางเมืองใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าทีมงานมืออาชีพ วันนี้ไฮโซสาวและอินฟลูเอนเซอร์อันดับหนึ่งอยู่ในชุดเดรสราตรีเกาะอกสีทองปักเลื่อมระยิบระยับที่เน้นเรือนร่างเพรียวระหง อกอิ่มฟู และเอวคอดกิ่วอย่างสมบูรณ์แบบ แม้อาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อคืนจะทำให้เธอแทบไม่ได้ล้มตัวลงนอน และลำคอขาวเนียนยังคงมีรอยปื้นช้ำสีเลือดซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นคอนซีลเลอร์เนื้อหนาพิเศษ แต่ด้วยสัญชาตญาณความทะนงตนและจิตวิญญาณความเป็นมืออาชีพ นลินจึงฝืนปั้นยิ้มทรงเสน่หา เชิดหน้าขึ้นรับแสงไฟอย่างมั่นใจ เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเรื่องของ ‘ดร.คเชนทร์’ และ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่คนบ้าคนหนึ่งอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อล่อลวงเธอ ส่วน 'ตระกรุดเงิน' ที่ชายหนุ่มแปลกหน้าทิ้งไว้ให้ นลินทำเพียงขว้างมันลงไปในซอกลึกสุดของกระเป๋าถือแบรนด์เนมราคาแพงที่วางอยู่ข้างเซตถ่ายทำ เธอไม่เชื่อ... และไม่มีวันยอมรับเรื่องงมงายพวกนี้เด็ดขาด “ดีมากครับคุณนลิน! ขอสายตาย
ตอนที่ 2: ชายผู้สืบสายสิญจน์ ความเงียบสงัดภายในเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดชวนให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินก้าวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกกลางห้องรับแขก สายตาจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้าอย่างหวาดระแวง มือเรียวยังคงกำแจกันแก้วทรงสูงไว้แน่นจนข้อสลักขาว ชายตรงหน้าเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อแขน เผยให้เห็นข้อมือหนาที่ผูก ‘ด้ายสายสิญจน์สีครามถักอักขระ’ ไว้อย่างประณีต ใบหน้าของเขาคมคาย รอยสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีเข้มลึกซึ้งฉายแววทรงอำนาจจนยากจะคาดเดาความคิด แต่สิ่งที่ทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ คือบรรยากาศบางอย่างรอบตัวเขา... บรรยากาศที่ดูลึกลับ ลึกล้ำ และน่าเกรงขามคล้ายกับไม่มีอยู่จริงในยุคปัจจุบัน “ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!” นลินตวาดเสียงแข็ง พยายามปั้นหน้ามั่นใจกลบเกลื่อนความกลัว “เจ้านางสร้อยสายคำ? บ่วงกรรมอดีตชาติ? เหอะ! คุณเป็นพวก stalker หรือจิตป่วยหลุดมาจากไหนกันแน่! ฉันจะโทรแจ้งนิติและตำรวจเดี๋ยวนี้!” เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้แตะหน้าจอ... ฟึ่บ! คเชนทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ไร้เสียง ร่าง
เสียงดนตรีบีตหนักๆ ดังกังวานก้องไปทั่วเลานจ์หรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟสปอตไลท์ย้อนแสงและไฟนีออนสีม่วงสว่างวาบสะท้อนกับแก้วแชมเปญราคาแพง ‘นลิน’ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิง กำลังหัวเราะต่อกระซิบอยู่กับกลุ่มเพื่อนไฮโซและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง วงหน้าสวยคมเข้ม ดวงตากลมโตเฉี่ยวคม และริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสด ทำให้เธอโดดเด่นและกลายเป็นจุดศูนย์กลางของงานปาร์ตี้คืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ “ชนแก้วให้คุณนลินหน่อยค่ะ! อินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี แถมคืนนี้ยังเป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีเต็มอีกต่างหาก!” เสียงเพื่อนสาวไฮโซร้องตะโกนขึ้นพร้อมเสียงเฮฮา นลินยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบแชมเปญด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ขอบคุณทุกคนมากนะ คืนนี้ไม่อั้น นลินจ่ายเองทั้งหมด!” ความสุข ชื่อเสียง และเงินทอง ทุกอย่างดูเพียบพร้อมจนไม่มีใครคาดคิดว่า ชะตากรรมของเธอกำลังจะพลิกผันดิ่งลงสู่นรกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตื๊ด... ตื๊ด... นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของเธอแจ้งเตือนเวลา 00:00 น. เข้าสู่เช้าวันใหม่ของวันเกิดเบญจเพสอย่างเป็นทางการ จู่ๆ... ไฟนีออนและแสงสปอตไลท์ในเลา
บทที่ 4: ปลุกเงื่อนอดีตในกองเพลิง สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างสลับกับแสงสายฟ้าที่ผ่าลงบนยอดไม้ใหญ่รอบเรือนไม้โบราณ ลมพายุหมุนกรรโชกแรงจนกระเบื้องหลังคาโบราณปลิวว่อน เสียงดนตรีปี่พาทย์โหยหวนดังรัวกระชั้นชิดทวีความถี่บีบคั้นประสาท “กรี๊ดดด! พราว! ลูกพราว!” เสียงพี่บีกรีดร้องแทบขาดใจ ภาพตรงหน้าทำให้ทีมงานและนักแสดงนับสิบชีวิตที่ติดอยู่บนเรือนไม้อยู่ในอาการขวัญผวา ร่างระหงของพราวฟ้าในชุดไทยโบราณเปียกปอนแนบเนื้อ เธอกำลังเยื้องกรายร่ายรำอยู่ตรงขอบระเบียงที่ไร้ราวกั้น แขนเรียวทั้งสองข้างถูกกลุ่มควันสีดำกระชากและดึงดัดท่วงท่าอย่างหักโหม ข้อต่อกระดูกส่งเสียงลั่น กร๊อบ... แกร๊บ... อย่างน่ากลัว ใบหน้าสวยซูบซีดไร้สีเลือด ปากแผลบนนวลแก้มทั้งสองข้างปริแยกออกจนเลือดสดๆ ไหลอาบลงมาผสมปนเปไปกับสายฝน “พราวฟ้า! ตั้งสติไว้ลูก!” ผู้กำกับพยายามจะถลันเข้าไปช่วย แต่เพียงแค่ก้าวเข้าใกล้เขตระเบียง ลมพายุสีดำมืดก็พุ่งกระแทกร่างของเขาลอยกระเด็นกลับมาชนผนังเรือนอย่างแรง! วิญญาณของพิกุลลอยเด่นอยู่เบื้องหลังของพราวฟ้า ใบหน้าเน่าเฟะกึ่งหนึ่งแสยะยิ้มสะใจ เล็บยาวสีดำแหลมคมแทรกเข้าไป







