แชร์

ตอนที่ 12

ผู้เขียน: ขนมหวาน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-22 22:45:26

“ไม่!”

พราวฟ้าส่งเสียงร้องเตือนออกมาด้วยความตกใจ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว!

เงาเคียดแค้นของพิกุลที่เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายฟ้าไม่ได้พุ่งเข้าทำร้ายภีมภูมิหรือพราวฟ้าอย่างที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงของหล่อนคือกลักไม้สักโบราณนั้น!

ควันสีดำสนิททะลักออกจากร่างของพิกุลอย่างมหาศาล มันรวบเอาศิราภรณ์ดิ้นทองชิ้นสำคัญขึ้นมาจากผ้าขาว พลังความแค้นข้ามภพข้ามชาติเมื่อได้สัมผัสกับวัตถุที่เป็นหมุดกักขังคำสาปของตนเองก็ทวีความรุนแรงขึ้นจนเกิดคลื่นพลังงานมืดกระแทกออกมาอย่างแรง!

ตึง!

“อั่ก!” ภีมภูมิถูกแรงปะทะจนต้องก้าวถอยหลังไปหลายก้าว พระขรรค์เงินในมือส่องแสงวูบวาบเพื่อคุ้มกันเขากับพราวฟ้าและนิกส์เอาไว้ แต่แรงกระแทกนั้นก็ส่งผลให้ด้ายสายสิญจน์ลงอาคมรอบบริเวณศาลาขาดสะบั้นลงทันที

“พวกมึงโง่สิ้นดี! คิดว่ากูจะยินยอมให้นำของสิ่งนี้มาทำพิธีปลดอาคมง่ายๆ งั้นรึ!” เสียงหัวเราะแหลมสูงหลอนประสาทของพิกุลดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ ท้องฟ้าที่เคยสว่างบัดนี้ถูกเมฆดำคลุมมิดจนมืดครึ้มราวกับเวลาค่ำคืน

“เมื่อไม่มีศิราภรณ์ชิ้นนี้อยู่ในมือ... พวกมึงก็ไม่มีวันถอนคำสาปกูได้! เลือดของมึง... จะต้องทาทั่วเรือนไทยหลังนี้ในวันเบญจเพส!”

สิ้นเสียงประกาศกร้าว ร่างของพิกุลพร้อมกับกลุ่มควันดำมืดและศิราภรณ์ดิ้นทองชิ้นนั้นก็อันตรธานหายวับไปในอากาศ ละทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่ชวนให้สิ้นหวัง และสายลมพายุที่ค่อยๆ ซาลงอย่างรวดเร็ว

“พี่ภีม! มันเอาศิราภรณ์ไปแล้ว!” นิกส์กุมหัวตัวเองด้วยความตระหนก หน้าซีดเผือด “ถ้าไม่มีวัตถุต้นกำเนิดคำสาปมาประกอบพิธีสวดถอนอาคม เราก็ไม่สามารถล้างตราแค้นบนหน้าพราวได้เลยนะพี่!”

พราวฟ้าทรุดตัวลงนั่งบนพื้นไม้กระดานอย่างหมดแรง ความหวังที่เคยจุดประกายขึ้นมาเมื่อครู่ดับวูบลงในพริบตา เธอใช้มือสั่นเทาลูกรอยแผลเป็นบนแก้มที่เริ่มส่งกลิ่นอายความแสบร้อนเตือนขึ้นมาอีกครั้ง

“เธอเอาไปซ่อน...” พราวฟ้าเอ่ยน้ำเสียงพร่าสั่น “พิกุลรู้ว่าถ้าเราไม่มีศิราภรณ์ชิ้นนั้น เราก็ทำพิธีถอนคำสาปไม่ได้... แล้วเราจะไปหาของชิ้นนั้นเจอได้ยังไง ในเมื่อเขตแดนผีสางกว้างใหญ่ขนาดนี้”

ภีมภูมินิ่งเงียบ ชายหนุ่มเก็บพระขรรค์เงินลงในฝัก ใบหน้าคมคายเครียดขรึมและฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก ชายหนุ่มก้าวเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าพราวฟ้า จับมือที่สั่นเทาของเธอไว้แน่นเพื่อมอบความอบอุ่นและความมั่นใจให้

“การที่เธอเอาศิราภรณ์ไปซ่อน ไม่ได้หมายความว่าเราหมดทางแก้ครับพราวฟ้า” ภีมภูมิสบตาเธออย่างจริงจัง “การถอนคำสาปสายวิญญาณมีสองวิธี วิธีแรกคือใช้สัตตโลหะและวัตถุอาถรรพ์ต้นกำเนิดมาทำพิธีข่มและถอนอาคมโดยตรง ซึ่งตอนนี้ทำไม่ได้เพราะพิกุลเอาไปซ่อนแล้ว... แต่วิธีที่สอง ซึ่งยากและเสี่ยงกว่ามาก คือการ ‘สืบจิต’”

“สืบจิต... ยังไงคะพี่ภีม?” นิกส์หันมาถามด้วยความฉงน

“สืบจิต คือการใช้กระแสจิตของผู้ที่มีพันธะสัญญาและสายเลือดกรรมร่วมกัน... ซึ่งก็คือพราวฟ้าและผม” ภีมภูมิอธิบายน้ำเสียงหนักแน่น “พิกุลใช้แรงอาฆาตซ่อนศิราภรณ์ไว้ใน ‘มิติเงา’ หรือเขตมงคลมืดที่ไม่มีมนุษย์คนไหนมองเห็น แต่สายใยความแค้นนั้นผูกติดกับดวงจิตของพราวฟ้าอยู่ตลอดเวลา หากเราทำพิธีถอดจิตในคืนวันโกน ให้จิตของพราวฟ้าดำดิ่งเข้าไปในเงาอดีต เธอจะมองเห็นว่าพิกุลนำของชิ้นนั้นไปซ่อนไว้ ณ จุดใดในเรือนไทยหลังนี้”

พราวฟ้ามองภีมภูมิด้วยความหวาดหวั่น “ถอดจิตเหรอคะ... แล้วถ้าจิตของพราวหลุดเข้าไปในมิตินั้น แล้วกลับออกมาไม่ได้ล่ะคะ?”

“ผมจะตามเข้าไปด้วย” ภีมภูมิเอ่ยสู้ตาเธออย่างไม่เกรงกลัว “ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องเผชิญหน้ากับพิกุลตามลำพังอีกแล้ว ในอดีตผมเคยปล่อยมือคุณจนทุกอย่างพังทลาย แต่ชาตินี้... ต่อให้ต้องลงไปในนรกมงคลมืด ผมก็จะพาดวงจิตของคุณกลับมาให้ได้”

ดาราสาวมองชายหนุ่มตรงหน้า ความกลัวในจิตใจค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่น แม้จะรู้ดีว่าวิญญาณของพิกุลกำลังกุมชัยชนะในเกมนี้จากการซ่อนของสำคัญไว้ แต่นี่คือโอกาสเดียวของเธอ... โอกาสสุดท้ายก่อนที่วันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บ่วง   ตอนที่ 5

    หลังพิธีประจุธาตุและการประสานกายในเงามืดอันเร่าร้อน นลินเคลิ้มหลับไปในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคเชนทร์ ทว่าในมโนนิทรา... จิตของเธอที่ถูกเปิดออกด้วยกระแสอาคมกลับดิ่งลึกลงสู่อดีตชาตินับร้อยปี อื้ออึง... เสียงมโหรีและดนตรีมงคลโบราณดังกังวาน ภาพตรงหน้าของนลินแปรเปลี่ยนเป็นคุ้มหลวงอันยิ่งใหญ่แห่ง ‘นครสาบสูญ’ ในอดีต เธอมองเห็นตัวเองสวมชุดผ้าแถบไหมทอง ศิราภรณ์และเครื่องประดับอัญมณีงดงามประดอยไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยสะกดตาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทะเยอทะยาน เธอคนนั้น... คือ ‘เจ้าจอมขวัญ’ นลินในร่างวิญญาณเฝ้ามองเหตุการณ์ในอดีตด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เจ้าจอมขวัญกำลังยืนจ้องมองหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ถูกมัดพันธนาการไว้กับเสาเรือนไม้... หญิงสาวผู้นั้นคือ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เจ้าหญิงแห่งเมืองขึ้นผู้มีใบหน้าอ่อนหวานงดงาม “เจ้าจอมขวัญ! ปล่อยข้า! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับข้า!” สร้อยสายคำร้องตะโกนทั้งน้ำตา “สิทธิ์งั้นรึ?” เจ้าจอมขวัญหัวเราะเสียงแหลม ยื่นหน้าเข้าใกล้ “แม่ทัพสิงหราชหลงใหลในความซื่อซื่อของเจ้างั้นรึ? แต่ตราบใดที่ข้ายังอยู่... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนจะเสน่หาเหนือกว่าข้าได้!” เจ้าจอมขวั

  • บ่วง   ตอนที่ 4

    รถเอสยูวีสีดำทรงพลังแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าสตูดิโอถ่ายแบบ คเชนทร์ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเครียดขรึม นัยน์ตาคู่คมกริบฉายแววว้าวุ่น ทันทีที่เห็นนลินเดินสะโอดสะองออกมาในสภาพใช้ผ้าพันคอแบรนด์เนมปิดบังใบหน้าซีกขวาและลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก็ถลันเข้ามาประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขนทันทีโดยไม่แคร์สายตาของใคร “ฉันเชื่อแล้ว... ฉันเชื่อคุณแล้ว ดร.คเชนทร์!” นลินสะอื้นไห้โฮ ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขาอย่างไร้ที่พึ่งพิง “ช่วยฉันด้วย... หน้าฉันพังหมดแล้ว มันจะฆ่าฉัน! มันตามฉันมาจริงๆ!” “ผมเตือนคุณแล้ว นลิน” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความรวดร้าว เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อมอบความอบอุ่นและปลอดภัย “ขึ้นรถก่อน อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” คเชนทร์ขับรถออกนอกเมืองด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่แถบปริมณฑลริมแม่น้ำสายใหญ่ รถเลี้ยวเข้าสู่เขตสวนอันร่มรื่นและเงียบสงบ ลึกเข้าไปจนถึงริมคลองโบราณ ที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ ‘เรือนไม้สักทรงไทยโบราณหมู่ใหญ่’ อายุเก่าแก่นับร้อยปี บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเต็มไปด้วยบารมีอาคม สายสิญจน์ถักอักขระสีครามล้อมรอบอาณา

  • บ่วง   ตอนที่ 3

    เสียงรัว shutter ของกล้องถ่ายภาพราคาหลักแสนดังก้องสลับกับแสงไฟสปอตไลท์กำลังสูงที่ส่องสว่างจับไปทั่วร่างทรงเสน่ห์ของนลิน ภายในสตูดิโอถ่ายแบบสุดหรูใจกลางเมืองใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าทีมงานมืออาชีพ วันนี้ไฮโซสาวและอินฟลูเอนเซอร์อันดับหนึ่งอยู่ในชุดเดรสราตรีเกาะอกสีทองปักเลื่อมระยิบระยับที่เน้นเรือนร่างเพรียวระหง อกอิ่มฟู และเอวคอดกิ่วอย่างสมบูรณ์แบบ แม้อาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อคืนจะทำให้เธอแทบไม่ได้ล้มตัวลงนอน และลำคอขาวเนียนยังคงมีรอยปื้นช้ำสีเลือดซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นคอนซีลเลอร์เนื้อหนาพิเศษ แต่ด้วยสัญชาตญาณความทะนงตนและจิตวิญญาณความเป็นมืออาชีพ นลินจึงฝืนปั้นยิ้มทรงเสน่หา เชิดหน้าขึ้นรับแสงไฟอย่างมั่นใจ เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเรื่องของ ‘ดร.คเชนทร์’ และ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่คนบ้าคนหนึ่งอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อล่อลวงเธอ ส่วน 'ตระกรุดเงิน' ที่ชายหนุ่มแปลกหน้าทิ้งไว้ให้ นลินทำเพียงขว้างมันลงไปในซอกลึกสุดของกระเป๋าถือแบรนด์เนมราคาแพงที่วางอยู่ข้างเซตถ่ายทำ เธอไม่เชื่อ... และไม่มีวันยอมรับเรื่องงมงายพวกนี้เด็ดขาด “ดีมากครับคุณนลิน! ขอสายตาย

  • บ่วง   ตอนที่ 2

    ตอนที่ 2: ชายผู้สืบสายสิญจน์ ความเงียบสงัดภายในเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดชวนให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินก้าวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกกลางห้องรับแขก สายตาจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้าอย่างหวาดระแวง มือเรียวยังคงกำแจกันแก้วทรงสูงไว้แน่นจนข้อสลักขาว ชายตรงหน้าเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อแขน เผยให้เห็นข้อมือหนาที่ผูก ‘ด้ายสายสิญจน์สีครามถักอักขระ’ ไว้อย่างประณีต ใบหน้าของเขาคมคาย รอยสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีเข้มลึกซึ้งฉายแววทรงอำนาจจนยากจะคาดเดาความคิด แต่สิ่งที่ทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ คือบรรยากาศบางอย่างรอบตัวเขา... บรรยากาศที่ดูลึกลับ ลึกล้ำ และน่าเกรงขามคล้ายกับไม่มีอยู่จริงในยุคปัจจุบัน “ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!” นลินตวาดเสียงแข็ง พยายามปั้นหน้ามั่นใจกลบเกลื่อนความกลัว “เจ้านางสร้อยสายคำ? บ่วงกรรมอดีตชาติ? เหอะ! คุณเป็นพวก stalker หรือจิตป่วยหลุดมาจากไหนกันแน่! ฉันจะโทรแจ้งนิติและตำรวจเดี๋ยวนี้!” เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้แตะหน้าจอ... ฟึ่บ! คเชนทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ไร้เสียง ร่าง

  • บ่วง   บทที่1

    เสียงดนตรีบีตหนักๆ ดังกังวานก้องไปทั่วเลานจ์หรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟสปอตไลท์ย้อนแสงและไฟนีออนสีม่วงสว่างวาบสะท้อนกับแก้วแชมเปญราคาแพง ‘นลิน’ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิง กำลังหัวเราะต่อกระซิบอยู่กับกลุ่มเพื่อนไฮโซและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง วงหน้าสวยคมเข้ม ดวงตากลมโตเฉี่ยวคม และริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสด ทำให้เธอโดดเด่นและกลายเป็นจุดศูนย์กลางของงานปาร์ตี้คืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ “ชนแก้วให้คุณนลินหน่อยค่ะ! อินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี แถมคืนนี้ยังเป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีเต็มอีกต่างหาก!” เสียงเพื่อนสาวไฮโซร้องตะโกนขึ้นพร้อมเสียงเฮฮา นลินยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบแชมเปญด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ขอบคุณทุกคนมากนะ คืนนี้ไม่อั้น นลินจ่ายเองทั้งหมด!” ความสุข ชื่อเสียง และเงินทอง ทุกอย่างดูเพียบพร้อมจนไม่มีใครคาดคิดว่า ชะตากรรมของเธอกำลังจะพลิกผันดิ่งลงสู่นรกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตื๊ด... ตื๊ด... นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของเธอแจ้งเตือนเวลา 00:00 น. เข้าสู่เช้าวันใหม่ของวันเกิดเบญจเพสอย่างเป็นทางการ จู่ๆ... ไฟนีออนและแสงสปอตไลท์ในเลา

  • บ่วง   ตอนที่ 14

    บทที่ 4: ปลุกเงื่อนอดีตในกองเพลิง สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างสลับกับแสงสายฟ้าที่ผ่าลงบนยอดไม้ใหญ่รอบเรือนไม้โบราณ ลมพายุหมุนกรรโชกแรงจนกระเบื้องหลังคาโบราณปลิวว่อน เสียงดนตรีปี่พาทย์โหยหวนดังรัวกระชั้นชิดทวีความถี่บีบคั้นประสาท “กรี๊ดดด! พราว! ลูกพราว!” เสียงพี่บีกรีดร้องแทบขาดใจ ภาพตรงหน้าทำให้ทีมงานและนักแสดงนับสิบชีวิตที่ติดอยู่บนเรือนไม้อยู่ในอาการขวัญผวา ร่างระหงของพราวฟ้าในชุดไทยโบราณเปียกปอนแนบเนื้อ เธอกำลังเยื้องกรายร่ายรำอยู่ตรงขอบระเบียงที่ไร้ราวกั้น แขนเรียวทั้งสองข้างถูกกลุ่มควันสีดำกระชากและดึงดัดท่วงท่าอย่างหักโหม ข้อต่อกระดูกส่งเสียงลั่น กร๊อบ... แกร๊บ... อย่างน่ากลัว ใบหน้าสวยซูบซีดไร้สีเลือด ปากแผลบนนวลแก้มทั้งสองข้างปริแยกออกจนเลือดสดๆ ไหลอาบลงมาผสมปนเปไปกับสายฝน “พราวฟ้า! ตั้งสติไว้ลูก!” ผู้กำกับพยายามจะถลันเข้าไปช่วย แต่เพียงแค่ก้าวเข้าใกล้เขตระเบียง ลมพายุสีดำมืดก็พุ่งกระแทกร่างของเขาลอยกระเด็นกลับมาชนผนังเรือนอย่างแรง! วิญญาณของพิกุลลอยเด่นอยู่เบื้องหลังของพราวฟ้า ใบหน้าเน่าเฟะกึ่งหนึ่งแสยะยิ้มสะใจ เล็บยาวสีดำแหลมคมแทรกเข้าไป

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status