LOGIN
EP1.เริ่มต้นการชำระแค้น
เสียงวีดีโอคอลดังขึ้นมาเป็นระยะ ‘มารีน่า มัส’ สาวน้อยวัย 27 ปี เผยยิ้มออกมาทันทีที่เห็นรายชื่อของคนที่โทรเข้ามา ‘Mom’ มารีน่ารีบกดรับสายของมารดาทันที เพราะเธอคิดถึงแม่มากๆ และยิ่งไปกว่านั้นวันนี้เป็นวันสำคัญของเธอ ไม่แปลกเลยที่แม่จะโทรมา “ฮาย แม่คะ” “Congratulations น้ะจ้ะสาวน้อยของแม่ ขอโทษด้วยนะลูกที่แม่ไม่ได้บินไปแสดงความยินดี ไว้หนูกลับมาบ้านแม่จะฉลองให้ย้อนหลังนะลูก” มาเรียมเอ่ยกับลูกสาวคนเล็กของตระกูล นางภูมิใจในตัวมารีน่ามากที่สามารถเรียนจบปริญญาโทจากมหาลัยชื่อดังที่ประเทศอังกฤษได้ “ได้เลยค่ะแม่ แม่สัญญาแล้วนะคะห้ามลืมนะ วันนี้หนูสวยมั้ยคะ” คนปากหวานเอ่ยถามมารดาพร้อมกับโชว์หน้าที่ตนเองบรรจงแต่งเองอย่างสุดฝีมือ ใบหน้าลูกครึ่งเยอรมัน-ไทย ของหญิงสาวนั้นไม่เป็นรองใคร หน้าตาแบบนี้สามารถไปเดินทางสายนางแบบได้ไม่ยากเลย แต่มารีน่าไม่ชอบ “สวยจ้ะ สวยที่สุดเลยลูกแม่ แล้วพิธีรับใบประกาศเสร็จเรียบร้อยหรือยังจ้ะ” พอได้ยินมารดาเอ่ยถาม มารีน่าก็โชว์ใบประกาศนียบัตรที่เพิ่งได้มาหมาดๆให้มารดาดูด้วยความภาคภูมิใจ “เรียบร้อยแล้วค่ะ รีน่ากำลังจะกลับห้องพักแล้วค่ะแม่ แล้วพวกพี่ๆไปไหนกันหมดล่ะคะ” ตอนนี้ที่อังกฤษเวลาหมุนอยู่ที่ตอนเที่ยง ส่วนที่ไทยก็น่าจะประมาณหัวค่ำล่ะมั้ง มารีน่าถามหาพี่ชายทั้งสามคนของเธอ ตระกูลมัสมีลูกทั้งหมด 4 คน มาติเนส พี่ชายคนโตสุด ผู้สืบทอดตระกูลมาร์เฟียต่อจากบิดา มาร์คัส ส่วนคนที่สองคือมาร์โค คุณหมอเจ้าของโรงพยาบาลของตระกูล ครอบครัวของเธอมีธุรกิจหลากหลาย เนื่องจากพ่อเป็นมาเฟียอาจจะไม่ได้ทำธุรกิจขาวสะอาดทั้งหมด แต่พอมีมารดาเข้ามาในชีวิตของบิดา ท่านจึงสร้างโรงพยาบาลให้มารดาโดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือคนที่ขาดโอกาสทางการแพทย์ ส่วนพี่ชายอีกคนของมารีน่าคือมาร์ติน เจ้าของเกาะอันดาราชื่อดังที่โด่งดังไปทั่วโลก พี่ชายของเธอทุกคนนั้นต่างมีหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ หากสาวๆเห็นคงจะแย่งกันกรี๊ดอยู่ร่ำไป แค่นึกถึงพวกพี่ๆเธอก็อยากกลับไทยจะแย่แล้ว อยากกลับบ้านจัง….. “พี่ๆยังไม่มีใครกลับมาบ้านเลยลูก แม่กำลังนั่งรอพ่อลงมาทานข้าวจ้ะ” “โอเคค่ะแม่ งั้นไว้คุยกันใหม่นะคะ รักแม่นะ บายค่ะ” “รักเหมือนกันจ้ะ” หลังจากที่วางสายเสร็จมารีน่าก็หันไปบอกลาเพื่อนๆที่ยืนอยู่แถวนั้นเพื่อขอตัวกลับบ้าน แต่ยังไม่ ทันยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพาย เสียงข้อความก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ชาร์ล:วันนี้ไปทานข้าวเย็นกันนะ ห้ามปฎิเสธ! มารีน่า:นี่ชวนหรือบังคับกันแน่คะ? ชาร์ล:บังคับสิ ก็เธอปฎิเสธฉันมาหลายรอบแล้ว มารีน่าขำออกมาเบาๆเมื่อเจอฝ่ายตรงข้ามพิมพ์ข้อความสื่อสารออกมาตรงๆ เธอรู้จักชาร์ลเพราะเขาเคยเข้ามาเป็นอาจารย์สอนคลาสพิเศษที่มหาลัย และดูเหมือนว่าเขาจะชอบเธอ ถึงได้ตามจีบมาเป็นเดือนแล้ว แต่เสียอย่างเดียวคือเธอไม่ได้ชอบเขานี่สิ ถึงเขาจะหล่อก็เถอะ เมื่อตอบตกลงเสร็จมารีน่าก็เตรียมตัวเดินไปขึ้นรถบัสเพื่อกลับห้อง โดยที่หญิงสาวไม่รู้เลย ว่าอีกด้านของถนนกำลังมีคนจับตามองเธออยู่ อีกด้านของคนที่อยู่ในรถ ใบหน้าหล่อคมภายใต้ชุดสูธสีดำจ้องมองร่างบางที่กำลังเดินมารอรถที่ป้ายรถบัสด้วยสายตาสงบนิ่ง มาเฟียหนุ่มชาวสเปนจับจ้องเลือนร่างนั้นอย่างไม่วางตา ความแค้นภายในใจมันค่อยๆปะทุขึ้นมาทันทีที่สมองของเขาพลันนึกถึงน้องสาวที่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว หากคารีน่ายังอยู่ เธอก็คงจะอายุเท่ากันนั่นแหละ “แน่ใจนะว่าคนนี้” ‘คริสเตียน คาร์เซ้น’ เอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับ “ครับ เท่าที่ตามสืบมา ไอ้ชาร์ลมันตามจีบผู้หญิงคนนี้มาเป็นเดือนแล้วครับ ดูเหมือนว่ามันจะชอบเธอจริงๆ” ชาลีบอกข้อมูลของศัตรูให้เจ้านายฟังตามที่เขารู้ เขาตามสืบเรื่องของชาร์ลไม่ถึงอาทิตย์ก็ได้รู้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว “เธอชื่ออะไรนะ” คริสเตียนละสายตาจากผู้หญิงคนนั้นก่อนจะหันไปถามลูกน้องอีกครั้ง เธอคนนั้นดูมีอะไรบางอย่างที่ถูกใจเขา ไม่แปลกใจทำไมชาร์ลถึงตามจีบเธอมาเป็นเดือน แต่ที่น่าแปลกคือเธอจะเล่นตัวทำไมนานนับเดือน ถ้าไอ้นั่นมันไม่ชอบเธอจริงๆคงหาทางจับเธอขึ้นเตียงได้ไม่ยากหรอก แสดงว่าผู้หญิงคนนี้คงจะพิเศษสำหรับมันจริงๆ มันถึงได้ให้เกียรติเธอ ทั้งๆที่มันควรจะให้เกียรติผู้หญิงทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน! “มารีน่าครับ” “อืม สั่งให้พวกนั้นลงมือได้ แล้วก็ไปตามสืบเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้มาให้ฉันด้วย” “ครับเจ้านาย” พูดจบชาลีก็พาเจ้านายหนุ่มขับรถไปยังจุดมุ่งหมาย แผนการที่เขาวางเอาไว้มันกำลังจะเกิดขึ้น เเละเธอ…คือผู้หญิงโชคร้ายที่กำลังจะตกมาเป็นหมากในเกมส์การแก้แค้นของเขา บริเวณป้ายรถบัส มารีม่ากำลังยืนรอรถโดยสารประจำทางเพื่อเดินทางกลับห้อง แต่จู่ๆก็มีรถตู้สีดำทึบหนึ่งคันแล่นมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอ ผู้ชายในชุดสูธสีดำสองคนก้าวเท้ายาวๆลงมาจากรถ ซึ่งพวกมันไม่ได้เดินเข้ามาหาคนอื่นที่ไหน นั่นก็คือเธอนั่นเอง “พวกคุณเป็นใครคะ?” มารีน่าเอ่ยถามก่อนจะเดินถอยหลัง แต่ดูเหมือนคนพวกนั้นไม่ได้สนใจจะตอบ เพราะอยู่ดีๆผู้ชายคนแรกก็เอาผ้าผืนเล็กๆมาโป๊ะใส่จมูกของเธอ จนรู้สึกแสบไปหมด “โอ้ย! จะทำอะไร ปล่อยนะ!” ร่างแน่งน้อยดิ้นเร่าๆอยู่ได้ไม่ถึงนาทีเธอก็ฟุบลงไปเลย ชายพวกนั้นใช้ยานอนหลับปิดจมูกเธอเอาไว้ หากไม่หลับก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว โชคชะตานำพาทุกอย่างให้มาบรรจบกัน โดยที่เราไม่สามารถรู้เหตุผลของมันได้เลย 4 ชั่วโมงต่อมา …… ณ เกาะส่วนตัวของคริสเตียน คาร์เซ้น ดวงตากลมโตค่อยๆลืมขึ้นมาช้าๆ หัวสมองของมารีน่าหนักอึ้งไปหมด เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าตัวเองนอนหลับไปนานแค่ไหน ทันทีที่สายตาของหญิงสาวมองเห็นเพดานห้อง ความทรงจำครั้งสุดท้ายของเธอก็ผุดขึ้นมาบนหัวทันที เธอโดนลักพาตัวมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้! แกร๊ก! เสียงประตูห้องถูกผลักเข้ามาก่อนจะปรากฎภาพตรงหน้าให้เห็น ชายหนุ่มที่สวมเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเดินเข้ามาจ้องหน้าเธอไม่วางตา หน้าอกแกร่งที่เต็มไปด้วยซิกแพ็คอัดกันหลายๆก้อนทำให้หัวใจของมารีน่าเต้นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าของเขาคมเข้มเหมือนกับดาราดังๆ แถมหุ่นก็สมบูรณ์แบบสุดๆ มันไม่ใช่เวลามาชื่นชมเขา! เธอกำลังถูกลักพาตัวนะมารีน่า “ตื่นแล้วหรอ…” เมื่อมารีน่าได้สติ เธอจึงนึกกลัวเขาขึ้นมาได้ เขาคือคนที่ลักพาตัวเธอมางั้นหรอ “คะคุณเป็นใคร ทำแบบนี้ทำไม!” ร่างสูงเดินเข้ามาหยุดอยู่ปลายเตียงก่อนจะแสยะยิ้มออกมา ซึ่งมารีน่าไม่เข้าใจทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เธอไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อน เขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร “เดี๋ยวเธอก็รู้ว่าฉันเป็นใคร แต่ก่อนอื่นเธอช่วยตอบข้อความไอ้ชาร์ลมันหน่อยนะว่าวันนี้คงไปกินข้าวกับมันไม่ได้แล้ว” คริสเตียนพูดจบก็ยื่นโทรศัพท์ของเธอมาให้เธอเอง เขาเป็นคนเอาโทรศัพท์เธอไปดูเองแหละ เพราะเห็นว่าชาร์ลส่งข้อความมาหาเรื่องนัดกินข้าวเย็นนี้ “คุณต้องการอะไร? คุณรู้จักชาร์ลงั้นหรอ?” มารีน่าดึงโทรศัพท์ของตัวเองมาด้วยอารมณ์ไม่พอใจนิดๆ เธอเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว เมื่อเขาไม่ยอมพูดอะไรที่มันตรงไปตรงมากับเธอ “อืม ฉันรู้จักกับแฟนเธอ แต่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ดีเท่าไหร่นะ” เขาไหวไหล่พร้อมกับอธิบายเสียงเรียบ เพราะเขากับมันเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ แต่มันเสือกเล่นสกปรก เข้ามาทำให้น้องสาวเขารักแล้วก็ทิ้ง จนน้องสาวของเขาตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพราะคนชั่วๆแบบมัน! “ฉันจะกลับบ้าน!” ไม่พูดเพียงอย่างเดียวมารีน่าคิดแบบนั้นจริงๆเธอรีบลุกขึ้นจากเตียงเพราะเห็นว่าวันนี้คงคุยกับคนแปลกหน้าอย่างเขาไม่รู้เรื่องแน่ๆ และเธอเองก็ไม่จำเป็นจะต้องมารับรู้เรื่องราวของผู้ชายคนนี้กับชาร์ลเลยสักนิด เอาง่ายๆนะ เรื่องที่เขาพูดมันไม่เกี่ยวกับเธอ! “เธอคิดว่าจะเดินออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆงั้นหรอ?” เขาคว้าแขนเธอเอาไว้ก่อนจะถาม “นี่ ฉันขอแนะนำให้คุณรีบๆพูดจุดประสงค์ของตัวเองมาเลยดีกว่า ฉันไม่ว่างมานั่งคุยกับคุณทั้งวันหรอกนะคะ” มารีน่าเป็นคนใจร้อนพอตัว ด้วยความที่ถูกพี่ๆทั้งสามตามใจบ่อยๆเธอถึงเป็นคนไม่ชอบรออะไรนานๆ เมื่อไม่ได้คำตอบจากเขาสักทีเธอเองก็ไม่อยากจะรอฟัง เธอชอบคนตรงไปตรงมา และเกลียดคนเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด! “ฉันเกลียดแฟนของเธอ มันเป็นคนทำให้น้องสาวฉันตาย” คริสเตียนพูดออกมาใบหน้านิ่งๆ แต่น้ำเสียงนั้นเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้มากมาย ฝ่ายมารีน่าเมื่อได้ยินดังนั้นก็แอบตกใจที่จู่ๆเขาก็โพล่งเรื่องที่น่าสะเทือนใจสำหรับเธอออกมา แต่เธอกับชาร์ลไม่ใช่แฟนกันเพราะฉนั้นเรื่องนี้มันดูจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเธอเท่าไหร่จริงๆ “ฉันไม่ได้คบกับเขา และฉันก็ขอแสดงความเสียใจด้วยเรื่องน้องสาวของคุณ ฉันว่าถ้าคุณอยากจะเอาคืนชาร์ล คุณควรไปทำกับเขาหรือเปล่า ไม่ควรลักพาตัวฉันมาแบบนี้นะ” มารีน่าอธิบายให้คนตรงหน้าเข้าใจด้วยเหตุและผล หากเขายอมปล่อยเธอกลับบ้านไปแต่โดยดีเธอจะไม่เอาเรื่องและจะยกโทษให้เพราะถือว่าเขาเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นแฟนกับชาร์ล “ถ้างั้นเธอก็คงโชคร้ายที่ไอ้ชาร์ลมันเสือกมาหลงรักเธอ คนอย่างมันไม่ควรรักใครและไม่ควรได้รับความรักจากใครทั้งนั้น” ในขณะที่พูดออกมา คริสเตียนเผลอออกแรงบีบแขนคนตรงหน้าไปด้วยความลืมตัว “โอ้ย! ฉันเจ็บนะ! คุณจะทำอะไรชาร์ลมันก็เรื่องของคุณ! ฉันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ กรุณาส่งฉันกลับบ้านด้วยค่ะ!” มารีน่าสะบัดแขนออกจากมือแกร่งอย่างแรง ถ้าหากเขายังพูดไม่รู้เรื่อง เห็นทีเธอเองก็คงจะโมโหเหมือนกัน “ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้หรอก ถึงเธอจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงแต่เธอเสือกเป็นคนที่มันรักไง จุดอ่อนของมันก็คือเธอนี่แหละ!” มารีน่ามองคนตรงหน้าด้วยสายตาเปลี่ยนไป หัวใจของเธอหัวเราะออกมาด้วยความตลกขบขัน ทำไมผู้เขายหน้าตาดีคนนี้ถึงได้มีความคิดน่าขยะแขยงตรงข้ามกับหน้าตาของเขามากขนาดนี้กันนะ “เลว….คุณบอกว่าชาร์ลชั่ว แต่สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มันก็ชั่วเหมือนกันนั่นแหละ” น้ำเสียงเยือกเย็นของมารีน่าเอ่ยออกมา ทำเอาคริสเตียนหน้าชาไม่น้อย ปกติเขาไม่ค่อยมีความรู้สึกผิดกับอะไรง่ายๆ แต่กับเธอดูเหมือนจะไม่ใช่ “ฉันคงเลวไม่ได้ครึ่งของมันหรอก ตอบกลับข้อความของมันซะ หรือจะให้ฉันตอบให้!” มารีน่ากำโทรศัพท์เอาไว้แน่น ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องทำตามคำสั่งของเขา “คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับจิตใจฉัน!” “หมายความว่าไง งั้นฉันมีสิทธิ์บังคับร่างกายของเธองั้นหรอ?” เสือร้ายปรับเปลี่ยนสายตา ก่อนจะไล่มองร่างกายของคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า มารีน่าหัวใจไหววูบ เขากำลังมองเธอด้วยสายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังคิดอกุศลกับร่างกายของเธออยู่ “อย่ามาทำสายตาทุเรศใส่ฉัน! ฉันไม่ใช่คนที่คุณจะมาทำร้ายจิตใจเพื่อการแก้แค้นอันไร้สาระของคุณหรอก” มารีน่ากำลังจะหมดความอดทน เธอเสียเวลากับเรื่องบ้านี่มานานพอแล้ว “ไร้สาระงั้นหรอ? เธอคิดผิดมั้ง สิ่งที่ฉันกำลังทำคือการทำให้มันเจ็บปวดสุดๆไปเลยล่ะ เพราะเวรกรรมมันไม่มีอยู่จริง มีแต่ฉันนี่แหละที่สามารถทำให้มันเจ็บปวดเจียนตายได้ มันต้องตายเหมือนน้องสาวฉันเท่านั้น ฉันถึงจะพอใจ!” สายตาของคริสเตียนแปรเปลี่ยนเป็นซาตาน แววตา ท่าทางและคำพูดทำให้มารีน่าแอบกลัวอยู่ไม่น้อย แต่เธอเลือกที่จะไม่แสดงความอ่อนไหวออกมาให้เขาเห็น ภาพวันวานในอดีตของวันที่เขาสูญเสียคารีน่ายังติดอยู่ในห้วงความคิดของเขาทุกคืน เขาไม่เคยลืมความเจ็บปวดนั้นได้ลงเลย แล้วเขาจะปล่อยให้คนที่มันทำน้องสาวของเขาเป็นแบบนั้นไปมีความสุขง่ายๆได้ยังไงกัน ไม่มีวัน! “ถ้างั้นคุณก็เดินเอาปืนไปยิงเขาก็จบแล้ว ฉันขอตัว!” เธอไม่อยากจะเสวนากับคนบ้าอย่างเขาอีกต่อไป ทันทีที่มารีน่ากำลังจะหมุนตัวออกไปจากห้อง คริสเตียนก็ใช้โอกาสนั้นดึงโทรศัพท์ในมือของเธอกลับมาคืน เธอไม่มีสิทธิ์ใช้มันอีกต่อไปแล้ว “คุณ! เอาคืนมานะ! ฉันจะกลับ!” “เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น หันออกไปมองนอกหน้าต่างสิ” เขาพยักหน้าให้เธอหันไปมอง และมารีน่าก็ต้องเบิกตาโพลง หญิงสาววิ่งไปมองวิวนอกหน้าต่างให้มันชัดๆ ทะเล! ที่นี่มีแต่น้ำทะเลล้อมรอบเต็มไปหมด นี่เธออยู่ที่ไหนกันแน่! คิดได้ดังนั้นมารีน่าก็มีแต่ความโกรธและโมโห เธอมีหลายอย่างที่ต้องสะสางหลังจากรับปริญญาเสร็จ แล้วเขาจะมาทำตัวประสาท ลักพาตัวเธอมาลอยทะเลได้ยังไง มันโคตรจะไม่ยุติธรรม!ตอนพิเศษ 4. เกาะอันดารา 5 ปีต่อมา น้ำทะเลสีครามจัดของเกาะอันดาราสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ เรือยอร์ชลำหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวล ครูซ ในวัยสิบสามปี ก้าวลงจากเรือเป็นคนแรก เด็กหนุ่มที่เคยตัวเล็กในวันนั้น บัดนี้ส่วนสูงเริ่มพุ่งพรวดจนเกือบเท่าไหล่ของผู้เป็นพ่อ ใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบ คริสเตียน มาทุกกระเบียดนิ้ว โดยเฉพาะแววตานิ่งสนิทที่ดูลึกลับและทรงอำนาจเกินวัย“เกาะนี้สวยกว่าเดิมอีกนะครับแม่” เคย์เดน แฝดน้องเดินตามลงมาพร้อมรอยยิ้มขี้เล่นที่เป็นเอกลักษณ์ เขาดูขี้เล่นและเข้าถึงง่ายกว่าพี่ชาย แต่ไหล่ที่เริ่มกว้างขึ้นก็บ่งบอกว่าเขาเติบโตขึ้นมากเพียงใด“แน่นอนสิ ลุงตินทุ่มงบปรับปรุงไปตั้งหลายล้านแน่ะ“มารีน่าเอ่ยพลางยิ้มกว้าง เธอสวมชุดเดรสรับลมร้อนดูสวยสง่าไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย โดยมีคริสเตียนเดินประคองอยู่ข้างๆ แววตาของมาเฟียหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อภรรยาไม่เสื่อมคลาย“ยินดีต้อนรับสู่เกาะอันดารา!” เสียงทุ้มกังวานของ มาร์ตินพี่ชายคนที่สามของมารีน่าดังขึ้น เขาเดินมาพร้อมกับลิษาภรรยาสาวที่ยังคงความสวยเฉี่ยวและลูคัสลูกชายตัวโตที่ดูทะมัดทะแมงและกร้านแดดจากการใช้ชีวิตอยู่
ตอนพิเศษ 63. กลับประเทศไทย หลายปีต่อมา สนามบินนานาชาติคึกคักตั้งแต่เช้า ครูซกับเคย์เดนในวัยเก้าขวบยืนลากกระเป๋าใบเล็กของตัวเองคนละใบ ใส่เสื้อฮู้ดเหมือนกันแต่คนละสี แม้ทั้งสองคนจะหน้าเหมือนกันเปี๊ยบ แต่ด้วยความที่นิสัยแตกต่างกันสิ้นเชิง ถ้าลองจ้องมองดีๆหลายคนก็อาจจะแยกออกได้ง่าย“แด๊ด เราจะได้นั่งชั้นไหน?” ครูซถามด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น“ชั้นประหยัด” มารีน่าตอบก่อนสามีสองแฝดหันขวับไปมองพ่อทันที ในขณะที่มารดาอมยิ้มเล็กน้อยหลังจากตอบคำถามนั้นไป ทำให้คริสเตียนเลิ่กคิ้ว “เครื่องบินลำนี้ไม่มีชั้นประหยัด” ก่อนจะตอบตัดจบการแกล้งลูกชายของภรรยา “ที่รัก!” มารีน่าตีแขนเขาเบาๆ“ผมรู้ว่าแด๊ดไม่มีวันให้หม่าม๊านั่งลำบากหรอก” เคย์เดนหัวเราะตอบ “จำไว้นะ ผู้หญิงในบ้านนี้ห้ามลำบาก”คริสเตียนก้มลงมองลูกชายคนเล็กก่อนจะเอ่ยบอกถ่อยคำนั้น แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรก “แล้วพวกผมล่ะ?” ครูซถามทันที“พวกลูกลำบากได้” เขาตอบนิ่งๆตามประสาคนเป็นพ่อ เขาสอนให้เด็กทั้งสองรู้ตักความลำบากเหมือนกันกับเขา แต่ในโหมดที่มีทุกอย่างพร้อมมากกว่า “อย่าสอนลูกแบบนั้นสิ” มารีน่าส่ายหัว “ก็ผมเป็นผู้ชาย” ครูซเถียงแม่ เขาเห็นด้วยกับ
SEP62: ครอบครัวที่สมบูรณ์ ร่างหนาเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่หน้าห้องคลอด ก่อนหน้านี้มารีน่าเกิดอาการปวดท้องและน้ำสีใสก็ไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก โชคดีที่เขาย้ายออกมาอยู่คอนโดในเมืองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสามารถมาโรงพยาบาลได้ทัน หากอยู่คฤหาสน์คงมาถึงที่นี่ไม่ทันแน่ “นายครับเป็นยังไงบ้างครับ” ชาลีวิ่งกระหืดกระหอบมาพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กแรกเกิด เนื่องจากสัปดาห์ครรภ์ยังไม่ครบ 39 ทุกคนจึงไม่คาดคิดและเตรียมตัวไม่ทัน แต่โชคดีที่มารีน่าจัดของเตรียมคลอดไว้รออยู่แล้ว “ไม่รู้ หมอยังไม่ออกมาเลย” “ญาติคุณมารีน่าครับ ตอนนี้คนไข้จะคลอดแล้วครับ เนื่องจากเป็นครรภ์แฝด จึงมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดเยอะมาก คนไหนคุณพ่อครับ” “ผะผมครับ ผมเป็นพ่อ” “เชิญเข้ามาเลยครับ” มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่เขารู้ตัวว่าตัวเองได้ลูกทีเดียวสองคน แถมยังเป็นลูกชายอีกด้วย เขารู้สึกขอบคุณภรรยาทุกๆวินาทีที่เธออุ้มท้องลูกให้เขา ครรภ์ของมารีน่าใหญ่มากจนบางครั้งชายหนุ่มแอบสงสารที่เธอจะต้องใช้ชีวิตโดยการแบกท้องเด็กสองคนไปพร้อมๆกัน ร่างสูงจัดการทำความสะอาดมือเรียบร้อย จากนั้นเขาก็รับชุดจากพยาบาลเข้าไปเป
SEP61. งานแต่งงานของเรา พิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามคำร้องขอของเจ้าสาวคนสวย มารีน่าเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรที่มันยุ่งยาก จึงเลือกจัดพิธีขึ้นที่โบสถ์ตามศาสนาคริสต์อย่างเรียบง่าย เจ้าสาวร่างบางที่ดูราวกับว่าไม่ใช่คนท้อง กำลังยืนยิ้มอยู่ในกระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าสดใส ตอนนี้เธออยู่ในห้องแต่งตัว ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมช่วยเนรมิตสิ่งสวยงามพวกนี้ให้เธอ จนตัวเองยังตะลึงว่าเธอสามารถสวยได้ขนาดนี้เลยหรือ “อีกสิบนาทีจะเริ่มพิธีแล้วนะลูก” มาเรียมเดินเข้ามาหาลูกสาวด้วยใบหน้าแสนชื่นบาน มารีน่าในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาว ลากยาวไปถึงพื้นทำให้นางหวนกลับไปนึกถึงตัวเองในวันวิวาห์เช่นกัน “ค่ะแม่ หนูตื่นเต้นจัง” มารีน่าว่าพลางหัวใจสั่นไหว ถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่กับเขามาหลายเดือนแล้วในฐานะ ผัว-เมีย แต่อีกไม่กี่นาทีเธอกับเขาก็จะได้เป็นสามี-ภรรยากัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปอีกแบบ มาเรียมเดินเข้ามาโอบไหล่ลูกสาวเบาๆ นางจำได้ดี วันที่ตัวเองรู้ตัวว่าได้ลูกสาวนั้นนางดีใจแค่ไหนไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กหญิงที่เคยเดินตามพี่ชายทั้งสามต้อยๆ จะได้ออกเรือนเป็นคนแรก แถมยังพาหล
EP60. รักกัน จบบริบูรณ์ “เหนื่อยหรอที่รัก พักก่อนไหม เดี๋ยวผมไปทำแทนเอง” ถ้อยคำที่ดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นไปอีก มารีน่ามองคนตรงหน้าอย่างคาดโทษ ถึงแม้เขาจะพูดจาได้น่าฟังรื่นหูแค่ไหน แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่พอใจที่มีผู้หญิงหลายคนแอบมองมาที่เขาอยู่ดี “คุณอยากกลับบ้านก่อนฉันมั้ยคะ” “หื้ม? คุณรำคาญผมหรอ” คนตัวโตผงกศรีษะขึ้นมามองหญิงสาวเล็กน้อย เขาว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ถ้างั้นเธอคงไม่แผ่รังสีอำมหิตออกมาขนาดนี้หรอก “เปล่าค่ะ รำคาญพวกผู้หญิงด้านนอกต่างหาก รู้มั้ยคะว่าวันนี้มีคนพูดถึงคุณสี่โต๊ะแล้วนะ” ร่างสูงยิ้มกริ่มออกมาเมื่อได้ฟังเหตุผล เขายิ้มจนตาหยี เพราะดีใจที่เมียแสดงอาการหึงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง เขาจึงดึงเธอเข้ามากระชับกอดให้แน่นกว่าเดิมอย่างรักใคร่ “นี่คุณหึงผมใช่มั้ยที่รัก ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ผู้หญิงพวกนั้นก็ได้แค่มอง แต่คุณทำได้ทุกอย่างเลยนะ จะจุ๊บ จะจูบ จะกอดหรือจะขึ้นมาขย่มบนตัวผัวแรงๆก็ย่อมได้” เพี๊ยะ! “หื่นไม่รู้เวลาอีกแล้วนะคะ” เธอหันไปค้อนเขาแววตาเขียวปั๊ด แต่พวงแก้มกลับแดงระเรื่อ ยอมรับว่าคำพูดของเขาก็แอบช่วยทำให้
EP59. สามีพี่เอง “อะแฮ่ม ทำอะไรกันอยู่?” มาติเนสเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง วันนี้เขากะจะเข้ามาดูสถานการณ์ของน้องสาวกับว่าที่น้องเขยเสียหน่อย ไม่คาดคิดว่าจะได้เข้ามาเจอช็อตเด็ดแบบนี้เสียหน่อย มารีน่ารีบผลักหน้าอกแกร่งออกจากร่างทันที เมื่อได้ยินเสียงของพี่ชายดังเข้ามากระทบหู ใบหน้าของเธอแดงแปร๊ดเหมือนลูกตำลึง เขาทำเธออายอีกแล้ว อยากจะแทรกแผ่นดินหนีจริงๆเลย คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นไปมองพี่บายที่กำลังยืนกอดอกมองเธออยู่ด้วยรอยยิ้มแห้งๆ “พะพี่เนส มาตั้งแต่ตอนไหนคะ” “มานานแล้ว แล้วนี่…ดีกันแล้วหรอ” มาติเนสเดินเข้ามานั่งบนโซฟาใกล้ๆ เขาจ้องมองหน้าของทั้งคู่สลับกันไปมา เพื่อคาดคั้นจะเอาคำตอบ “ครับ เรากำลังจะแต่งงานกัน” “หื้ม? พี่หายไปแค่ไม่กี่วันตกลงจะแต่งงานกันแล้วหรอ แล้วพ่อกับแม่รู้หรือยัง” “ยังค่ะ รอบอกตอนพ่อกับแม่กลับมา” “พี่ยินดีด้วยนะ หวังว่าคุณจะดูแลน้องสาวผมเป็นอย่างดีนะครับคุณคริส” มาติเนสกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวคนสุดท้องจะเป็นฝั่งเป็นฝาคนแรกของตระกูล มารีน่าตอบกลับพี่ชายด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ตอนนี้เธอมีความสุขมากจริงๆ “ครับ ผมสัญญาจะดูแลรีน่ากับล







