ปราบพยศสามีอสูร

ปราบพยศสามีอสูร

last updateHuling Na-update : 2026-05-25
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
73Mga Kabanata
3.4Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

“ในป่าอสูรที่หิวกระหาย... ข้าคือ อาหาร ที่เลิศรสที่สุด!”

view more

Kabanata 1

บทนำ

ท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิดของโลกอสูร ป่าพฤกษาเรืองแสงกลับเบ่งบานสว่างไสวราวกับสรวงสวรรค์ที่ซ่อนเร้น กลิ่นหอมกำจายของมวลดอกไม้ยักษ์โชยมาตามลม พ่นละอองเกสรสีทองระยิบระยับลอยฟ่องดุจละอองดาวเหนือลำธารคริสตัล ไอเย็นฉ่ำจากผิวน้ำกระทบเข้ากับไอร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากผิวกายของชายฉกรรจ์ทั้งสี่... เหล่านักล่าที่ล้อมรอบร่างนวลลออซึ่งนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่ม

หลินเว่ย สตรีเพียงหนึ่งเดียวผู้ครอบครองพลังรักษาอันสูงส่ง ร่างเปลือยเปล่าขาวอมชมพูดุจดอกบัวแรกแย้มตัดกับสีน้ำตาลทองของขนสัตว์ที่รองรับนางไว้ นางกำลังจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งกามารมณ์ที่จู่โจมเข้าหาทุกทิศทางจนยากจะต้านทาน

ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อถูกรุกรานด้วยจุมพิตที่ดุดันและโหยหาจาก ซือหมิง อสูรหมาป่าหนุ่มผู้ทรงพลัง เขาแลกลิ้นพัวพันจนเกิดเสียงชื้นแฉะที่น่าอาย ในขณะที่ทรวงอกขาวอวบทั้งสองเต้าถูกรุมเร้าด้วยความกระหายจากสองขั้วสัมผัส... ม่อเหยียน มนุษย์อินทรีผู้มีลิ้นสากระคายดั่งยอดหนาม และ ไป่หลง มนุษย์เงือกผู้มีความเย็นเยียบดุจสายน้ำ สองสัมผัสที่แตกต่างสลับกันตวัดเลียยอดถันอย่างตะกรุมตะกราม ราวกับทารกผู้หิวโหยที่กำลังแย่งชิงหยาดน้ำผึ้งรสเลิศ

ทว่า... จุดที่รัญจวนใจที่สุดกลับอยู่เบื้องล่าง

หลี่เฟย มนุษย์เสือดาวหนุ่มนัยน์ตาสีทองวาวโรจน์กำลังคุกเข่าอยู่กึ่งกลางหว่างขาขาวเนียน เขาใช้ทั้งเรียวนิ้วและริมฝีปากรุกรานรอยแยกที่ฉ่ำเยิ้มอย่างรู้ความ

“อ๊ะ... เสียวเหลือเกิน... ข้าจะขาดใจตายอยู่แล้ว... ใครก็ได้ช่วยข้าที!” หลินเว่ยคร่ำครวญ แผ่นหลังบางแอ่นโค้งด้วยความทรมานจากความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านไปทุกอณูผิว ร่างกายของนางเกร็งกระตุกซ้ำ ๆ จากการถูกรุมเล้าโลม

หลี่เฟยผุดลุกขึ้น แววตาของนักล่าที่ติดสัดฉายประกายแห่งความกระเหี้ยนกระหือรือ “ข้าจะช่วยให้เจ้าหายทรมานเอง แม่จิ้งจอกน้อย”

ไม่รอช้า มือหนาคว้าจับแก่นกายอันยิ่งใหญ่ที่ขยายขนาดยิ่งกว่าลำแขน เส้นเลือดปูดโปนพาดผ่านลำเนื้อที่ร้อนจัดเขาใช้ส่วนหัวหยักสีแดงก่ำถูไถขึ้นลงผ่านร่องสวาทที่ชุ่มโชกเพื่อเป็นการหยั่งเชิง ก่อนจะกดกระแทกทะลวงเข้าไปในรวงรูอันหิวโหยของหลินเว่ยพืดเดียวจนสุดทาง!

“กรี๊ดดด!” หลินเว่ยแผดร้องสุดเสียง ความใหญ่โตที่รุกล้ำอย่างป่าเถื่อนทำให้นางถึงกับตาเหลือกค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งจนน้ำหวานแห่งสวาทแตกซ่านออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า นางถูกบังคับให้ถึงจุดสุดยอดอย่างรวดเร็วภายใต้แรงตะบันอันป่าเถื่อนและทรงพลังของมนุษย์เสือดาว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องผสานกับเสียงหอบกระสันที่ดิบเถื่อนที่สุดเท่าที่โลกอสูรเคยสัมผัส

“นางเสร็จสมแล้ว... ตาข้าบ้าง!”

ชือหมิง มนุษย์หมาป่าคำรามพลางผลักหลี่เฟยออกไปอย่างไม่ใยดี เขาจับหลินเว่ยที่ยังนอนหอบหายใจโรยรินพลิกกายโก่งโค้งขึ้นท้าทายแสงดอกไม้ราตรี ก่อนจะเสือกกายแทงลำรักเข้าไปจากด้านหลังอย่างหื่นกระหาย เสียงเนื้อหวดเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่าเรืองแสง ไม่นานนักหลินเว่ยก็เสร็จสมอีกคราด้วยท่าทางที่น่าอดสู

ม่อเหยียน มนุษย์อินทรีผู้มีกรงเล็บและสายตาคมกริบหาได้นำพาต่อเสียงวอนขอที่อ่อนระทวยของนางไม่ เขาฉุดร่างของหลินเว่ยขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะกระแทกกระทั้นแก่นกายหนาแน่นดุจแท่งหินเข้าสู่รวงรังที่แสนช้ำของนางอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปราณีดั่งพญาปักษีที่กำลังตะปบเหยื่อกลางเวหา

หลินเว่ยทำได้เพียงโยกคลึงกายขย่มเย้าอยู่บนตักหนาอย่างคนไร้สติ สัมผัสที่รุนแรงและรวดเร็วทำให้สมองของนางขาวโพลน นางกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงในชั่วครู่ที่ความรัญจวนพุ่งทะลวงถึงขีดสุด ปลดปล่อยน้ำหวานแห่งชีวิตออกมาเป็นครั้งที่สามจนเปรอะเปื้อนหน้าท้องแกร่งของเขา

ทว่า... ทะเลราคะนี้ยังไม่เห็นฝั่งฝัน

ไป่หลง มนุษย์เงือกหนุ่มผู้มีผิวพรรณเย็นเยียบทว่าแฝงไปด้วยเพลิงสวาทที่ร้อนแรง เห็นภาพนั้นแล้วก็ไม่อาจทานทนต่อความกระสันได้อีกต่อไป เขาพุ่งเข้าประชิดแล้วกระชากร่างที่อ่อนเปลี้ยของนางให้นอนหงายลงบนพรมขนสัตว์ตามเดิม ก่อนจะรุกรานด้วยแก่นกายที่แข็งขืนและลื่นไหลดุจท่อนเหล็กเคลือบน้ำผึ้ง สอดใส่เข้าสู่ช่องทางรักที่บอบช้ำอย่างรุนแรงและหนักหน่วง

“อ๊า... พอแล้ว... ข้าเสียวจะตายอยู่แล้ว... ฮึก...” หลินเว่ยครางระงมปานจะขาดใจ เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือ ร่างกายเพศเมียของนางสั่นเทิ้มทุกครั้งที่ความเย็นเยียบจากกายเขาสัมผัสกับความร้อนรุ่มภายใน ทว่าเมื่อนางปรายตามองไปรอบกายด้วยสติที่พร่าเลือน หัวใจของจิ้งจอกสาวก็แทบจะหยุดเต้น

ท่ามกลางแสงสลัวในถ้ำมืด ชายอสูรที่เหลืออีกสามคนยังคงยืนรุมล้อมอยู่รอบเตียงขนสัตว์ นัยน์ตาของนักล่าแต่ละคู่วาวโรจน์ด้วยความกระหายหิว มือหนาของพวกเขาแต่ละคนกำลังสาวรูดแก่นกายขนาดมหึมาที่ยังคงตั้งตระหง่านและคัดตึง ราวกับเสาหลักที่รอเวลาจะถล่มลงมาฝังรอยสวาทในกายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พวกเขาทุกคนยังไม่ได้ปลดปล่อยน้ำเชื้อออกมาเลยแม้แต่หยดเดียว!

กลิ่นมัสก์ กลิ่นคาวรัก และไอความตายที่แฝงมากับความใคร่ตลบอบอวลไปทั่วทุกอณูอากาศ หลินเว่ยเพิ่งตระหนักในนาทีที่ถูกไป่หลงกระแทกกระทั้นเข้าใส่ว่า... ค่ำคืนนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และนางก็คือเครื่องสังเวยที่แสนหวาน ที่จะถูกใช้ดับความกระหายของอสูรทั้งสี่จนกว่าแสงอรุณจะมาเยือน

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
73 Kabanata
บทนำ
ท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิดของโลกอสูร ป่าพฤกษาเรืองแสงกลับเบ่งบานสว่างไสวราวกับสรวงสวรรค์ที่ซ่อนเร้น กลิ่นหอมกำจายของมวลดอกไม้ยักษ์โชยมาตามลม พ่นละอองเกสรสีทองระยิบระยับลอยฟ่องดุจละอองดาวเหนือลำธารคริสตัล ไอเย็นฉ่ำจากผิวน้ำกระทบเข้ากับไอร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากผิวกายของชายฉกรรจ์ทั้งสี่... เหล่านักล่าที่ล้อมรอบร่างนวลลออซึ่งนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มหลินเว่ย สตรีเพียงหนึ่งเดียวผู้ครอบครองพลังรักษาอันสูงส่ง ร่างเปลือยเปล่าขาวอมชมพูดุจดอกบัวแรกแย้มตัดกับสีน้ำตาลทองของขนสัตว์ที่รองรับนางไว้ นางกำลังจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งกามารมณ์ที่จู่โจมเข้าหาทุกทิศทางจนยากจะต้านทานริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อถูกรุกรานด้วยจุมพิตที่ดุดันและโหยหาจาก ซือหมิง อสูรหมาป่าหนุ่มผู้ทรงพลัง เขาแลกลิ้นพัวพันจนเกิดเสียงชื้นแฉะที่น่าอาย ในขณะที่ทรวงอกขาวอวบทั้งสองเต้าถูกรุมเร้าด้วยความกระหายจากสองขั้วสัมผัส... ม่อเหยียน มนุษย์อินทรีผู้มีลิ้นสากระคายดั่งยอดหนาม และ ไป่หลง มนุษย์เงือกผู้มีความเย็นเยียบดุจสายน้ำ สองสัมผัสที่แตกต่างสลับกันตวัดเลียยอดถันอย่างตะกรุมตะกราม ราวกับทารกผู้หิวโหยที่กำลังแย่งชิงหยาดน้ำผึ้งรสเ
Magbasa pa
เกิดใหม่เป็นนางอสูร
เมื่อนางลืมตา ความรู้สึกแรกที่จู่โจมคือความเจ็บแปลบที่ลำคอ ราวกับมีใครเอาทรายร้อน ๆ มากรอกใส่ หลินเว่ย สะดุ้งสุดตัว ทะลึ่งพรวดขึ้นมาสูดอากาศเข้าปอดจนตัวโยน แต่ทว่าอากาศที่ไหลเข้าปากกลับแห้งผากและมีกลิ่นอับชื้นของมอสและดินโคลนหลินเว่ยพยายามเค้นความทรงจำ ภาพสุดท้ายที่นางจำได้คือแสงไฟนีออนสีขาวในห้องทดลอง กลิ่นสารเคมี และกองเอกสารที่ทำให้นางต้องอดหลับอดนอนมาหลายคืนจนวูบหมดสติไป ทว่าพอลืมตาขึ้นมาครานี้ สภาพแวดล้อมกลับไม่ใช่โรงพยาบาลหรูในเมืองหลวง ที่นี่คือถ้ำหินที่มืดสลัวและเย็นเฉียบ“น้ำ... ขอน้ำ...” เสียงของนางแหบพร่าเหมือนเศษแก้วเสียดสีกันท่ามกลางความสลัวนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเดินเข้ามา หลินเว่ยเบิกตาค้างเหมือนถูกมนต์สะกด ชายหนุ่มตรงหน้าสูงใหญ่กำยำ มัดกล้ามหน้าท้องของเขาขึงตึงเป็นลูก ๆ ราวกับนายแบบระดับโลกที่หลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น ใบหน้าที่คมสันรับกับดวงตาที่ดุดันทำให้เขาดูเหมือนเทพบุตรตกสวรรค์ ทว่าชุดที่เขาสวมใส่นั้นมีเพียงผ้าเตี่ยวผืนเดียวที่ปิดบังความแข็งแกร่งไว้อย่างไม่มิดชิดน่าเสียดายที่ตอนนี้หลินเว่ยไม่มีอารมณ์จะมาพิศวาสความหล่อเหลานั้น นางพยายามยื่นมือสั่นเทาอ
Magbasa pa
ถ้ำที่ซุกหัวนอน
หลินเว่ยสุดจะทนกับสภาพหมูตัวเมียพอกโคลนของร่างนี้ เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาจนมั่นใจว่าไม่มีสายตาคู่ไหนซุ่มดู นางจึงสะบัดชุดทูนิคหนังสัตว์ทิ้งลงพงหญ้า แล้วโผลงสู่ลำธารเพื่อชำระล้างความอัปยศให้หมดสิ้นดินโคลนที่พอกหนาประหนึ่งเกราะเหล็กเริ่มหลุดลอก ยามเมื่อเนื้อหนังมังสาปรากฏแก่สายตา หลินเว่ยถึงกับอึ้งตะลึงงันแท้จริงแล้วร่างเดิมมีผิวขาวละเอียดลออราวกับไข่มุกใต้ท้องทะเล อาจเป็นเพราะอานิสงส์ของโคลนโลกอสูรที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่พอกไว้ไม่เคยล้างนั่นเอง ทว่าที่ทำให้นางแทบจะบ้าตาย คือเส้นผมสีขาวพิสุทธิ์ของนางจิ้งจอกขาวที่เกาะกันเป็นก้อนแข็งเหมือนรังนกโสโครก หลินเว่ยใช้เวลาขัดสีฉวีวรรณนานเกือบสองชั่วโมง ทว่านางกลับยังไม่รู้สึกพอใจดวงตะวันคล้อยลงหลังยอดไม้ ป่าดิบชื้นแห่งนี้เริ่มคำรามด้วยเสียงสัตว์ป่าที่น่าหวาดหวั่น หลินเว่ยสำเหนียกได้ว่าอันตรายกำลังคืบคลานอยู่รอบด้าน นางจึงรีบขยับกายจะก้าวขี้นจากน้ำทว่า ทันใดนั้น! ข้อเท้าของนางกลับถูกมือเย็นเฉียบฉุดกระชากลงสู่ก้นบึ้งของลำธารด้วยแรงมหาศาลหลินเว่ยดิ้นรนสุดชีวิต ทว่าในน้ำไม่ใช่ถิ่นของนางจิ้งจอก ยิ่งสู้ก็ยิ่งสิ้นแรง ลมหายใจสุดท้ายของนางกำลังจะหลุดลอย
Magbasa pa
เวลาวารีไม่เคยรอท่า
เมื่อเอนกายลงบนเตียงหินที่ผ่านการปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมทว่ายังคงเย็นเฉียบ หลินเว่ยก็เริ่มครุ่นคิดถึงชะตากรรมในวันข้างหน้าต่อให้ชายอสูรทั้งสี่จะหล่อเหลาราวกับเทพบุตรจุติ ทว่าสำหรับนักวิทยาศาสตร์อย่างนาง การคลอดลูกในยุคดึกดำบรรพ์ที่ไร้ยาแลเครื่องมือแพทย์ มันไม่ต่างจากการก้าวขาเข้าป่าช้าไปครึ่งตัว นางไม่ปรารถนาจะผูกพันธะสวาทกับใครทั้งสิ้น!ทว่าเวลาวารีไม่เคยรอท่า... นางใกล้จะอายุครบสิบแปดปีซึ่งเป็นวัยที่ต้องเลือกคู่ และที่ร้ายกว่านั้นคือฤดูจำศีล ที่กำลังจะมาถึง ในฤดูกาลที่หิมะโปรยปราย โลกอสูรมีกฎเหล็กคือ ห้ามล่าสัตว์ โดยเด้กขาดเพื่อไม่ให้เผ่าพันธุ์สัตว์ป่าสูญสิ้น“ข้าต้องมีที่นอนอบอุ่น ข้าต้องมีเสบียงเพียงพอตลอดฤดูหนาว”หลินเว่ยพึมพำกับความมืด นางสำเหนียกได้ว่า หากไม่อยากอดตายในฤดูหนาว นางต้องหาวิธีกักตุนเสบียงและปัจจัยทุกอย่างที่จำเป็น ด้วยมันสมองและความสามารถที่มีอยู่นี้ให้ได้ ก่อนที่ลมหนาวระลอกแรกจะมาเยือนแสงเช้าสาดส่องผ่านม่านหมอกลงสู่พื้นดิน หลินเว่ยรุดหน้าไปที่ถ้ำของ หลินเกอหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกผู้เป็นบิดาของนางอย่างเร่งรีบ เมื่อก้าวพ้นธรณีถ้ำ กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นยาสมุนไพรก็โชย
Magbasa pa
ยิงเป็ด
“เจ้าจะดูไปทำไม?”“ข้าอยากจะเข้าป่าไปเก็บผักผลไม้ มากักตุนเป็นเสบียงสำหรับฤดูจำศีล”“หา? อย่างเจ้านี่นะ จะเข้าป่าหาเสบียง?” หลินเกออุทาน“เจ้าอย่าหาเรื่องวุ่นวายให้คนอื่นต้องตามเช็ดตามล้างนักเลยหลินเว่ย”ม่อเหยียนที่นอนเจ็บอยู่แค่นเสียงหัวเราะอย่างเหยียดหยาม นัยน์ตาคมกริบของมนุษย์อินทรีจ้องมองนางราวกับมองซากศพที่น่าสมเพช“หากเจ้าอยากได้เสบียง ก็ควรจะบอกพวกข้าผู้เป็นคู่หมายให้จัดหามาให้เสียสิ ชดเชยที่พวกข้าไม่อาจฝืนใจรับเจ้าเป็นเมีย จนทำให้เจ้าต้องกลายเป็นนางอสูรม่ายเช่นนี้ อย่ารนหาที่ตายให้เสียเวลาคนอื่นเลย”“เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว” หลินเว่ยตอบโต้ทันควัน นัยน์ตาสีเทาเงินของนางไม่สั่นไหวเลยสักนิด “ข้าอาจไม่มีความสามารถในการล่าสัตว์ใหญ่เยี่ยงพวกท่าน ทว่าเรื่องเก็บผักหญ้าผลไม้นั้น เด็กสามขวบก็ทำได้ ข้าโตเต็มวัยแล้ว... ถึงเวลาที่ข้าควรจะพึ่งพาตนเองเสียที”น้ำเสียงและแววตาที่หนักแน่นจริงจังของหลินเว่ย ทำเอาทั้งหลินเกอและม่อเหยียนถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แม้ในใจจะยังกังขาในสารรูปที่พองลมของนาง ทว่าเวลานี้ รังสีความมุ่งมั่นที่แผ่ออกมากลับทำให้จิ้งจอกเฒ่าและอินทรีหนุ่มไม่อาจเอ่ยคำพูดถากถางได
Magbasa pa
เป็นข้าแล้วจะทำไม
ผ่านไปอึดใจใหญ่ กลิ่นหอมฉุยของเนื้อเป็ดย่างเกลือผสมผักชูกลิ่นก็ลอยฟุ้งไปทั่วชายป่า กลิ่นหอมนั้นเองที่กระชากจมูกหมา ๆ ของ ซือหมิง มนุษย์หมาป่าผู้คลั่งไคล้สัตว์ปีกเข้าอย่างจัง เขาซุ่มดูอยู่นานจนน้ำลายสอ ทนความยั่วยวนของอาหารรสเลิศไม่ไหว จึงยอมเผยโฉมออกมาจากพุ่มไม้หนา“นี่คนที่ทำให้เป็ดมีกลิ่นหอม... คือเจ้าเองรึหลินเว่ย?” ซือหมิงถามเสียงพร่าพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นัยน์ตาหมาป่าจ้องมองเป็ดย่างตาปรอย“เป็นข้าแล้วจะทำไม?” หลินเว่ยถามกลับอย่างไม่ใยดี ถอนใจเฮือกใหญ่ที่ถูกขัดจังหวะความอร่อย“เจ้าทำได้อย่างไร? ปกติเป็ดมันมีแต่กลิ่นสาบฉุน”“สูตรอาหารคือเคล็ดลับ... ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วย?”“เจ้า!”ซือหมิงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธขึ้งที่ถูกผู้หญิงขี้ริ้วเมิน ทว่ากลิ่นหอมของเนื้อเป็ดที่น้ำมันกำลังหยดติ๋งลงบนกองไฟแล้วส่งเสียงฉ่า มันช่างยั่วน้ำลายจนมืดบอด เขาตั้งท่าจะเดินจากไปพร้อมกับศักดิ์ศรีชายแท้ ทว่าท้องเจ้ากรรมกลับร้องโครกครากประจานความหิวโหยออกมาเสียลั่นป่าหมาป่าหนุ่มชะงักเท้ากึก เขาลังเลอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะกลั้นใจเดินกลับมาหยุดอยู่หน้ากองไฟอีกรอบ นัยน์ตาคมกริบที่เคยมองนางด้วยความเหยียดหยาม บัดนี้กล
Magbasa pa
นี่มันวิปริตไปใหญ่แล้ว
ท่าทางหวาดหวั่นของหมาป่าหนุ่มทำเอาหลินเว่ยถึงกับซัดลมหายใจแรงด้วยความรำคาญ“ประสาท! เจ้าคิดว่าข้าจะยังพิศวาสเจ้าอยู่อีกรึไง?” นางกรอกตาอย่างหงุดหงิดรอบหนึ่งเหมือนมองคนโง่“เจ้านั่นแหละที่ประสาท!” ซือหมิงเถียงสู้เสียงแข็ง ฝืนใจขุดเอาเรื่องน่าอายในอดีตขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง “ที่ผ่านมา... ไม่ใช่เจ้ารึที่พยายามยั่วยวนข้าสารพัด ทุ่มสารรูปอ้วนฉุของเจ้าเข้าใส่ข้า เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ”“หยุด! ไม่ต้องมาขุดคุ้ยเรื่องเก่าให้ข้าอัปยศไปมากกว่านี้”หลินเว่ยพูดตัดบทอย่างไม่ใยดี นางไม่อยากฟังเรื่องพรรค์นั้นให้แขยงหูอีก“ต่อจากนี้ไป... หลินเว่ยคนนี้จะไม่ขอมีพันธะทางชู้สาวกับเพศผู้หน้าไหนทั้งนั้น สิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้ามีเพียงสองอย่าง... คือ แรงงาน และเสบียงอาหารเท่านั้น หากเจ้าให้ข้าได้ เจ้าก็จะได้กินอาหารที่เลิศรสยิ่งกว่าเป็ดตัวนี้”“หึ... ให้มันจริงเถอะ” ซือหมิงแค่นเสียงขี้นจมูกอย่างไม่อยากเชื่อน้ำคำนัก ทว่ามือเขากลับยังคงกำน่องเป็ดไว้แน่นไม่ยอมปล่อยหลินเว่ยเบือนหน้าหนี ไม่อยากเปลืองน้ำลายเถียงกับคนหมา ๆ อีกต่อไป นางไม่ใช่คนพูดมาก การกระทำคือนักเลงตัวจริงที่จะพิสูจน์ทุกสิ่งเองรอดูไปเถอะซือหมิง.
Magbasa pa
อาหารวิเศษอะไร
ช่วงบ่ายที่แดดเริ่มเปลี่ยนสี หลินเว่ยเดินกระเซอะกระเซิงกลับมาถึงหน้าถ้ำที่อาศัยพร้อมกับซือหมิง ทว่าที่หน้าถ้ำกลับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญยืนรออยู่ก่อนแล้วหลี่เฟยมนุษย์เสือดาวหนุ่มนัยน์ตาสีทอง ถือเนื้อสดที่ล่ามาได้เพื่อนำมาส่งให้กับหลินเว่ยตามหน้าที่ หลี่เฟยยืนชะงัก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณถ้ำด้วยความฉงนกลิ่นสาบสางที่เคยโชยคลุ้งหายไปหมดสิ้น กลับกลายเป็นกลิ่นหอมเย็นและภายในถ้ำก็สะอาดสะอ้านน่าอยู่ เขาไม่แน่ใจนักว่าถ้ำแห่งนี้ยังเป็นของนางจิ้งจอกโสโครกคนเดิมอยู่ หรือได้เปลี่ยนเจ้าของไปแล้วทว่าหลี่เฟยกลับต้องประหลาดใจที่ได้เห็น ซือหมิงอสูรหมาป่าผู้หยิ่งยโส แบกตะกร้าสานใบเขื่องที่อัดแน่นด้วยผ้าผลไม้เดินตามหลังหลินเว่ยมาราวกับทาสผู้ซื่อสัตย์“ซือหมิง เจ้ากับหลินเว่ย?” หลี่เฟยเลิกคิ้วมองทั้งคู่ด้วยความกังขา“ไม่ใช่อย่างเจ้าคิด”ซือหมิงละล่ำละลักแก้ตัวจนหน้าแดงก่ำ เขาและหลี่เฟยต่างก็เป็นอสูรชายที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าแห่งนี้ หากหลี่เฟยเข้าใจผิดคิดว่าเขาอยู่ใต้อำนาจการควบคุมของหลินเว่ยที่เป็นนางอสูรไร้ค่า ซือหมิงผู้นี้จะนับว่าเป็นตัวอะไรได้“ข้ากับนางยังไม่ได้ผูกพันธะสวาทอะไรกัน ข้าเพียงแ
Magbasa pa
ใกล้ถึงฤดูติดสัดแล้ว
หลินเว่ยปรายตามองอสูรชายทั้งสองที่ยังไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ เดิมทีนางตั้งใจจะกินแอปเปิ้ลเพื่อลดน้ำหนัก ทว่าการกินอาหารแบบคีโต[1]ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว วิธีนี้จะช่วยให้นางลดน้ำหนักได้เร็วมาก และถ้าหากนางยอมเหนื่อยทำอาหารมื้อนี้ให้พวกเขาได้ลิ้มรส นางอาจได้แรงงานชั้นเลิศมาช่วยปฏิวัติรังนอนของนางเพิ่มอีกคน“อ้อ... ข้าลืมไป เนื้อกวางที่หลี่เฟยแบ่งมาให้ชิ้นใหญ่มาก เย็นนี้พวกเจ้าก็อยู่กินด้วยกันเถอะ ข้าจะสเต็กเนื้อกวางกับผัดหน่อไม้ฝรั่งให้กิน”อะไรคือสเต็กเนื้อ? อะไรคือผัดหน่อไม้ฝรั่ง?หลี่เฟยกับซือหมิงขมวดคิ้วมุ่น หันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งคู่ไม่เคยได้ยินคำพูดประหลาดเช่นนี้มาก่อนหลินเว่ยไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยโดยไร้ประโยชน์ นางสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับนางพญา“ซือหมิง เจ้าไปรวบรวมฟืนมาเพิ่ม ก่อกองไฟให้พร้อม หลี่เฟย เจ้าเอาผักไปล้างแล้วหั่นเนื้อกวางเป็นชิ้นหนาเท่าฝ่ามือ”สองอสูรหนุ่มที่เคยเย่อหยิ่งกลับทำตามคำสั่งนางอย่างว่าง่าย หลินเว่ยใช้มีดกระดูกในมือเหลาไม้ไผ่เป็นตะหลิว นางคว้าแผนหินชนวนเรีบกริบมาล้างจนสะอาดแล้ววางพาดบนก้อนหินสามเส้าบนกองไฟที่คุโชน รอจนแผ่นหินร้อนจัดจนควันกรุ่
Magbasa pa
ควรเอ่ยถามเขาตรงๆ
เมื่อสเต็กเนื้อกวางรสเลิศถูกจัดการจนเกลี้ยง หลินเว่ยไม่ยอมให้สองอสูรชายเสวยสุขจนเหลิง“พวกเจ้าอย่าได้ริอ่านเอาเปรียบข้า ในเมื่อข้าไม่ใช่ตัวเมียของพวกเจ้า และนี่เป็นข้อแลกเปลี่ยนอาหารกับแรงงาน หลังกินเสร็จแล้ว พวกเจ้าต้องจัดการเก็บกวาดหน้าถ้ำนี้ให้สะอาด”หลี่เฟยและซือหมิงไม่ได้โต้แย้ง รสชาติความอร่อยของสเต็กเนื้อกวางยังคงอวลอยู่ในลำคอจนยากจะลืม ทั้งคู่ลงมือทำความสะอาดพื้นที่อย่างแข็งขัน ยามเมื่อพื้นที่ราบเรียบเอี่ยมอ่อง พวกเขายังเป็นฝ่ายเสนอตัวถามถึงเสบียงในมื้อเช้าวันพรุ่งนี้ด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ“พรุ่งนี้เช้า ข้าต้องการไข่เป็นรึไข่ไก่อย่างน้อยสามสิบฟอง และยางไม้หรือชันป่าอีกสิบกระบอกไม้ไผ่ พวกเจ้าแบ่งหน้าที่กันเองเถิดว่าใครจะรับผิดชอบอะไร”พูดจบหลินเว่ยก็สะบัดกายเข้าถ้ำไปคว้าชุดหนังสัตว์ชุดใหม่ แล้วมุ่งหน้าสู่ลำธารเพื่อชำระกายที่เหนียวหนึบด้วยเหงื่อไคลจากการตรากตรำมาทั้งวันท่ามกลางลมป่าที่พัดรำเพยโชยเอาความเย็นมาปะทะผิวกาย หลินเว่ยสัมผัสได้ถึงเงาร่างที่ลอบตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ กลิ่นที่ลอยมาตามลมไม่ใช่กลิ่นของหมาป่าซือหมิง ทว่าเป็นกลิ่นอายที่แฝงด้วยความรุ่มร้อ
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status