Se connecter“ในป่าอสูรที่หิวกระหาย... ข้าคือ อาหาร ที่เลิศรสที่สุด!”
Voir plusท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิดของโลกอสูร ป่าพฤกษาเรืองแสงกลับเบ่งบานสว่างไสวราวกับสรวงสวรรค์ที่ซ่อนเร้น กลิ่นหอมกำจายของมวลดอกไม้ยักษ์โชยมาตามลม พ่นละอองเกสรสีทองระยิบระยับลอยฟ่องดุจละอองดาวเหนือลำธารคริสตัล ไอเย็นฉ่ำจากผิวน้ำกระทบเข้ากับไอร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากผิวกายของชายฉกรรจ์ทั้งสี่... เหล่านักล่าที่ล้อมรอบร่างนวลลออซึ่งนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่ม
หลินเว่ย สตรีเพียงหนึ่งเดียวผู้ครอบครองพลังรักษาอันสูงส่ง ร่างเปลือยเปล่าขาวอมชมพูดุจดอกบัวแรกแย้มตัดกับสีน้ำตาลทองของขนสัตว์ที่รองรับนางไว้ นางกำลังจมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งกามารมณ์ที่จู่โจมเข้าหาทุกทิศทางจนยากจะต้านทาน
ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อถูกรุกรานด้วยจุมพิตที่ดุดันและโหยหาจาก ซือหมิง อสูรหมาป่าหนุ่มผู้ทรงพลัง เขาแลกลิ้นพัวพันจนเกิดเสียงชื้นแฉะที่น่าอาย ในขณะที่ทรวงอกขาวอวบทั้งสองเต้าถูกรุมเร้าด้วยความกระหายจากสองขั้วสัมผัส... ม่อเหยียน มนุษย์อินทรีผู้มีลิ้นสากระคายดั่งยอดหนาม และ ไป่หลง มนุษย์เงือกผู้มีความเย็นเยียบดุจสายน้ำ สองสัมผัสที่แตกต่างสลับกันตวัดเลียยอดถันอย่างตะกรุมตะกราม ราวกับทารกผู้หิวโหยที่กำลังแย่งชิงหยาดน้ำผึ้งรสเลิศ
ทว่า... จุดที่รัญจวนใจที่สุดกลับอยู่เบื้องล่าง
หลี่เฟย มนุษย์เสือดาวหนุ่มนัยน์ตาสีทองวาวโรจน์กำลังคุกเข่าอยู่กึ่งกลางหว่างขาขาวเนียน เขาใช้ทั้งเรียวนิ้วและริมฝีปากรุกรานรอยแยกที่ฉ่ำเยิ้มอย่างรู้ความ
“อ๊ะ... เสียวเหลือเกิน... ข้าจะขาดใจตายอยู่แล้ว... ใครก็ได้ช่วยข้าที!” หลินเว่ยคร่ำครวญ แผ่นหลังบางแอ่นโค้งด้วยความทรมานจากความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านไปทุกอณูผิว ร่างกายของนางเกร็งกระตุกซ้ำ ๆ จากการถูกรุมเล้าโลม
หลี่เฟยผุดลุกขึ้น แววตาของนักล่าที่ติดสัดฉายประกายแห่งความกระเหี้ยนกระหือรือ “ข้าจะช่วยให้เจ้าหายทรมานเอง แม่จิ้งจอกน้อย”
ไม่รอช้า มือหนาคว้าจับแก่นกายอันยิ่งใหญ่ที่ขยายขนาดยิ่งกว่าลำแขน เส้นเลือดปูดโปนพาดผ่านลำเนื้อที่ร้อนจัดเขาใช้ส่วนหัวหยักสีแดงก่ำถูไถขึ้นลงผ่านร่องสวาทที่ชุ่มโชกเพื่อเป็นการหยั่งเชิง ก่อนจะกดกระแทกทะลวงเข้าไปในรวงรูอันหิวโหยของหลินเว่ยพืดเดียวจนสุดทาง!
“กรี๊ดดด!” หลินเว่ยแผดร้องสุดเสียง ความใหญ่โตที่รุกล้ำอย่างป่าเถื่อนทำให้นางถึงกับตาเหลือกค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งจนน้ำหวานแห่งสวาทแตกซ่านออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า นางถูกบังคับให้ถึงจุดสุดยอดอย่างรวดเร็วภายใต้แรงตะบันอันป่าเถื่อนและทรงพลังของมนุษย์เสือดาว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องผสานกับเสียงหอบกระสันที่ดิบเถื่อนที่สุดเท่าที่โลกอสูรเคยสัมผัส
“นางเสร็จสมแล้ว... ตาข้าบ้าง!”
ชือหมิง มนุษย์หมาป่าคำรามพลางผลักหลี่เฟยออกไปอย่างไม่ใยดี เขาจับหลินเว่ยที่ยังนอนหอบหายใจโรยรินพลิกกายโก่งโค้งขึ้นท้าทายแสงดอกไม้ราตรี ก่อนจะเสือกกายแทงลำรักเข้าไปจากด้านหลังอย่างหื่นกระหาย เสียงเนื้อหวดเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่าเรืองแสง ไม่นานนักหลินเว่ยก็เสร็จสมอีกคราด้วยท่าทางที่น่าอดสู
ม่อเหยียน มนุษย์อินทรีผู้มีกรงเล็บและสายตาคมกริบหาได้นำพาต่อเสียงวอนขอที่อ่อนระทวยของนางไม่ เขาฉุดร่างของหลินเว่ยขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนจะกระแทกกระทั้นแก่นกายหนาแน่นดุจแท่งหินเข้าสู่รวงรังที่แสนช้ำของนางอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปราณีดั่งพญาปักษีที่กำลังตะปบเหยื่อกลางเวหา
หลินเว่ยทำได้เพียงโยกคลึงกายขย่มเย้าอยู่บนตักหนาอย่างคนไร้สติ สัมผัสที่รุนแรงและรวดเร็วทำให้สมองของนางขาวโพลน นางกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงในชั่วครู่ที่ความรัญจวนพุ่งทะลวงถึงขีดสุด ปลดปล่อยน้ำหวานแห่งชีวิตออกมาเป็นครั้งที่สามจนเปรอะเปื้อนหน้าท้องแกร่งของเขา
ทว่า... ทะเลราคะนี้ยังไม่เห็นฝั่งฝัน
ไป่หลง มนุษย์เงือกหนุ่มผู้มีผิวพรรณเย็นเยียบทว่าแฝงไปด้วยเพลิงสวาทที่ร้อนแรง เห็นภาพนั้นแล้วก็ไม่อาจทานทนต่อความกระสันได้อีกต่อไป เขาพุ่งเข้าประชิดแล้วกระชากร่างที่อ่อนเปลี้ยของนางให้นอนหงายลงบนพรมขนสัตว์ตามเดิม ก่อนจะรุกรานด้วยแก่นกายที่แข็งขืนและลื่นไหลดุจท่อนเหล็กเคลือบน้ำผึ้ง สอดใส่เข้าสู่ช่องทางรักที่บอบช้ำอย่างรุนแรงและหนักหน่วง
“อ๊า... พอแล้ว... ข้าเสียวจะตายอยู่แล้ว... ฮึก...” หลินเว่ยครางระงมปานจะขาดใจ เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือ ร่างกายเพศเมียของนางสั่นเทิ้มทุกครั้งที่ความเย็นเยียบจากกายเขาสัมผัสกับความร้อนรุ่มภายใน ทว่าเมื่อนางปรายตามองไปรอบกายด้วยสติที่พร่าเลือน หัวใจของจิ้งจอกสาวก็แทบจะหยุดเต้น
ท่ามกลางแสงสลัวในถ้ำมืด ชายอสูรที่เหลืออีกสามคนยังคงยืนรุมล้อมอยู่รอบเตียงขนสัตว์ นัยน์ตาของนักล่าแต่ละคู่วาวโรจน์ด้วยความกระหายหิว มือหนาของพวกเขาแต่ละคนกำลังสาวรูดแก่นกายขนาดมหึมาที่ยังคงตั้งตระหง่านและคัดตึง ราวกับเสาหลักที่รอเวลาจะถล่มลงมาฝังรอยสวาทในกายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พวกเขาทุกคนยังไม่ได้ปลดปล่อยน้ำเชื้อออกมาเลยแม้แต่หยดเดียว!
กลิ่นมัสก์ กลิ่นคาวรัก และไอความตายที่แฝงมากับความใคร่ตลบอบอวลไปทั่วทุกอณูอากาศ หลินเว่ยเพิ่งตระหนักในนาทีที่ถูกไป่หลงกระแทกกระทั้นเข้าใส่ว่า... ค่ำคืนนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และนางก็คือเครื่องสังเวยที่แสนหวาน ที่จะถูกใช้ดับความกระหายของอสูรทั้งสี่จนกว่าแสงอรุณจะมาเยือน
เวลาผ่านพ้นไปราวกระแสน้ำไหล พายุหิมะแห่งเหมันต์ราคะพัดผ่านไปนานแล้ว ทว่าภายในถ้ำใหญ่ที่ถูกต่อเติมจนหรูหราของหลินเว่ย กลับไม่เคยเงียบเหงาลงเลยแม้แต่วันเดียว กลิ่นอายฟีโรโมนดิบเถื่อนที่เคยอบอวลไปด้วยตัณหาในอดีต ถูกทดแทนด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นของครอบครัว และเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสี่ทายาทอสูรตัวน้อย ที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันจากค่ำคืนประวัติศาสตร์ครั้งนั้นทายาททั้งสี่ได้รับสายเลือดโบราณอันเข้มข้นมาอย่างเต็มเปี่ยม และนั่นคือนิยามของคำว่า “ความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโร” ที่หลินเว่ยต้องเผชิญในทุก ๆ วัน“ไอ้ลูกเสือดาว! ลงมาจากเพดานเดี๋ยวนี้เลยนะ!”หลินเว่ยที่อยู่ในชุดลำลองเนียนนุ่มยืนค้ำเอวตวาดแหว แววตานางพญาจิ้งจอกส่องประกายดุ ยามจ้องมอง เสี่ยวนิ่ง ลูกชายคนโตที่มีหูและหางเสือดาวลายจุด กำลังใช้กรงเล็บเล็ก ๆ ปีนป่ายยึดหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำอย่างสนุกสนาน โดยมีหลี่เฟยผู้เป็นบิดานั่งหัวเราะร่าอยู่ข้าง ๆ“โธ่... เว่ยเว่ย ลูกแค่กำลังฝึกทักษะการล่า เจ้าจะดุไปทำไมกัน” หลี่เฟยขยับยิ้มทะเล้น ทว่าพอหลินเว่ยตวัดสายตาพิฆาตมาให้ เสือดาวหนุ่มผู้เกรงใจเมียก็รีบเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน “เอ่อ... เสี่ยวนิ่ง! แม่เจ้าสั่งใ
เขาจับเรียวขาขาวผ่องทั้งสองข้างของนางขึ้นมาพาดเกยไว้บนต้นขาแกร่ง เพื่อหนุนสะโพกผายให้ลอยเด่นขึ้นเหนือพื้นหินในท่าทางที่เปิดเปลือยไร้การป้องกัน มือขวาเอื้อมลงต่ำจับท่อนเอ็นลำเขื่องสองลำที่งอกยาวขึ้นมาจากหว่างขาอันเป็นเอกลักษณ์สายเลือดโบราณแห่งเผ่าเงือก ก่อนจะจ่อหัวหยักบานร่าสีเข้มเข้าหาช่องทางสวาททั้งสองทาง ดันตัวทะลวงพรวดเข้าไปในรูกามทั้งบนและล่างของนางพร้อม ๆ กัน“กรี๊ดดดดด...!!”หลินเว่ยหวีดร้องจนเสียงแหบพร่า ร่างระหงเบิกตาโพลงเกร็งกระตุกจนแผ่นหลังบางเหยียดตึง ความคับแน่นทวีคูณทำให้นางรู้สึกเหมือนเนื้อตัวจะปริแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่องรักทั้งสองรูบีบรัดรัดท่อนเอ็นยักษ์ทั้งสองท่อนแน่นหนึบจนเนื้อแดงปลิ้นบานไป่หลงแหงนหน้าคำรามห้าวในลำคออย่างพึงใจถึงขีดสุด สองมือแกร่งจับกระชับเอวคอดบางไว้มั่น แล้วกระหน่ำบั้นเอวสอบซอยเด้าเข้าออกในรูกามรัดรึงอย่างบ้าคลั่ง ไร้ความปรานีตับ ตับ ตับ! แจะ แจะ!เสียงหนอกเนื้อหนาหวดกระทบก้นเนียนและเสียงบดเบียดของเหลวหนืดข้นดังระงม ทำลายความเงียบสงัด สะโพกสอบของเงือกหนุ่มกระแทกกระทั้นรัวเร็วปานพายุบุแคม บดขยี้เนื้อในอ่อนนุ่มจนหลินเว่ยนัยน์ตากลอกกลับ เสร็จสมซ้ำแล้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากให้ข้าหยาบคายกับเจ้า”เงือกหนุ่มพึมพำด้วยน้ำเสียงถือดี เขาจีบนิ้วขยี้ยอดอกที่พุ่งชันด้วยความกระสัน ทรมานนางด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน หลินเว่ยเผยอริมฝีปากครางแผ่ว ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน แบะง่ามขาออกกว้างขึ้นในสายน้ำเพื่อบอกว่านางต้องการให้เขาแทรกตัวตนเข้ามาทำลายความทรมานตรงจุดไหนไป่หลงสอดนิ้วกลางยาวรีเข้าลึกไปในกายนางทันที รอยคลื่นเนื้อนุ่มและกระแสความร้อนระอุภายในโพรงสวาทตอดขมิบระรัวยิบ บีบรัดนิ้วมือของเขาจนเงือกหนุ่มแทบคลั่งด้วยความกระสัน“ข้างในเจ้าลื่นมาก”เขาคำรามเสียงแหบพร่าพลางดันนิ้วที่สองเบียดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบและชื้นแฉะของนาง หลินเว่ยครวญครางหลับตาพริ้มด้วยความซาบซ่าน ขยับสะโพกผายเด้งควบนิ้วใหญ่ที่ชักเข้าชักออกเร็วแรงขึ้นทุกที ความสุขที่เขาปลุกเร้าทำให้นางตัวสั่นเทิ้มหายใจติดขัดภายใต้ผิวกายน้ำที่สั่นกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นและไอร้อนเข้มข้นที่ลอยคละคลุ้งตัดขาดพวกเขาจากโลกภายนอก หลี่เฟย ซือหมิง และม่อเหยียน ที่นั่งคุมเชิงอยู่ฟากตรงข้าม ต่างรับรู้ด้วยสัญชาตญาณดิบว่าเงือกหนุ่มกำลังเคี่ยวกรำตัวเมียตัวน้อยของพวกเขาอย่างไร ยิ่งเห็นร่างบางบิดเร่าทุรนทุร
ม่อเหยียนสูดปากครางด้วยความเสียวสุดขีด ฝ่ามือหนาตะปบหมับบีบเคล้นสองเต้าขาวอวบของนางจนหยุ่นยวบเป็นรอยนิ้วมือแดงเถือก บั้นเอวสอบเร่งจังหวะตอกอัดถี่กระชั้นราวกับจะกระชากวิญญาณของคนใต้ร่างให้แหลกสลายคาอกตับ! ตับ! ตับ!...เสียงเนื้อหวดเนื้อเปียกชื้นรุนแรงขึ้นทุกที ใบหน้าที่บูดเบี้ยวด้วยความกระสันทรมานของนางจิ้งจอกสาว ยิ่งโหมกระพือเพลิงปรารถนาของอินทรีหนุ่มให้ลุกโชนบ้าคลั่ง บั้นเอวสอบของเขาทวีพละกำลังมหาศาล กระหน่ำตะบันเข้าใส่จนร่างบางสั่นไหวโยนตัวอย่างรุนแรงการสมสู่ที่ดุร้ายป่าเถื่อนเบื้องหน้า ยิ่งกระตุ้นให้สามีอสูรอีกสามตนที่เฝ้ามองด้วยใจจดจ่อบังเกิดความกระสันอยากจนแทบคลั่ง ทั้งสามนั่งหายใจหอบกระเส่าอยู่ในบ่อน้ำแร่ ยามเห็นร่องรักฉ่ำเยิ้มของตัวเมียตัวน้อยถูกอสูรอินทรีบดขยี้อย่างหยาบโลน องคชาตของพวกเขาคัดแข็งจนปวดร้าวไปหมด มือหนาของอสูรทั้งสามขยับรูดรั้งแก่นกายมหึมาของตนเองอย่างบ้าคลั่ง สะสมอารมณ์รักเข้มข้นเพื่อรอเวลาขึ้นไปรุมขย้ำร่างนุ่มนิ่มให้แหลกยับคาอก“อ่า... เว่ยเว่ย...”ม่อเหยียนกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและเรียกชื่อนาง ลมหายใจหอบฟืดฟาดที่พ่นออกมาทางจมูกเริ่มมีเสียงดังรุนแรงขึ้น“อ๊ะ





