LOGINลิปดานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เธอตักข้าวต้มหมูเข้าปากช้า ๆ รสชาติดีแต่กลับกลืนยากยิ่งกว่าของขม ในหัวยังคงวนเวียนกับคำสั่งเย็นชาของเขาที่เพิ่งได้ยินมา
“เก็บมันได้เลย…”
หัวใจเธอสั่นวูบ ความคิดตีรวนไม่หยุด
“นี่มันชีวิตคนนะ…จะฆ่าแกงกันง่าย ๆ โดยไม่เห็นค่ากันเลยหรือ? ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมลูกน้องเขาถึงกล้าพาพ่อไปเดิมพันกับเงินก้อนนั้น…เพราะเจ้านายอย่างเขาก็เลือดเย็นไม่ต่างกัน”
ริมฝีปากเธอขมุบขมิบพึมพำแผ่ว ๆ ในใจ
“บ้าที่สุด…เมื่อไหร่ฉันถึงจะหลุดพ้นจากมาเฟียบ้าเลือดคนนี้สักที”
“คุณผู้หญิงค่ะ เป็นยังไงบ้าง…ข้าวต้มถูกปากหรือเปล่า?”
เสียงอ่อนโยนของป้าหลิง แม่บ้านวัยกลางคน ดึงเธอกลับจากห้วงความคิด
ลิปดาฝืนยิ้มบาง ตอบอย่างสุภาพ
“อร่อยมากค่ะป้า…แต่ฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
ป้าหลิงพยักหน้า ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ตั้งแต่เล็กจนโต ป้าไม่เคยเห็นคุณผู้ชายพาผู้หญิงเข้ามาที่บ้านหลังนี้เลยนะคะ คุณผู้หญิงเป็นคนแรก…คุณผู้ชายต้องรักคุณผู้หญิงมาก ๆ แน่”
คำพูดนั้นทำให้ช้อนในมือเธอสั่นไหวเล็กน้อย ลิปดาก้มหน้าต่ำ พยายามเก็บซ่อนแววตาหวาดหวั่นที่เอ่อขึ้นมา
“รัก? หรือว่าแค่ขังฉันไว้เหมือนนักโทษ…มาที่นี่เป็นคนแรก หรือจริง ๆ แล้วฉันจะเป็นแค่เหยื่อคนแรกของเขากันแน่…”
ริมฝีปากเธอสั่นเครือ ความกลัวเกาะกุมจนต้องภาวนาในใจ
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย…ได้โปรดช่วยลูกให้รอดพ้นจากผู้ชายใจเหี้ยมคนนี้ด้วยเถิด…ลูกไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากอยู่ในอ้อมแขนของมาเฟียที่พร้อมจะพรากชีวิตคนได้ง่าย ๆ แบบนั้น…”
ลิปดาพึมพำคนเดียว
เสียงรถแล่นออกจากบ้านพักตากอากาศ เธอมองตามจนลับสายตา มาร์คไม่ได้บอกเธอว่าจะไปไหน
“ป้าค่ะ คุณมาร์คไปไหนคะ?”
“คุณมาร์คไม่ได้บอกค่ะ ปกติถ้าออกไปแต่เช้าแบบนี้ เขาก็มักจะไม่กลับมานะคะ กลับอีกทีก็พรุ่งนี้เลยค่ะ แต่คุณผู้หญิงอยู่ท่านอาจจะกลับมาค่ะ”
ป้าตอบด้วยรอยยิ้ม
“อ๋อ…แล้วที่บ้านนี้มีป้ามาดูแลคนเดียวหรือคะ?”
“เปล่าค่ะมีลุงอีกคนมาช่วยดูแลสวนบริเวณบ้านค่ะ คุณผู้หญิงมาที่นี้อดนึกถึงคุณมาร์กี้ไม่ได้ เมื่อก่อนคุณมาร์กี้ก็มาที่นี่บ่อย”
“คุณมาร์กี้…คือแฟนหรอค่ะ?”
ลิปดาถามด้วยความสนใจ
“น้องสาวท่านค่ะ แต่ตอนนี้เธอเสียแล้ว คุณมาร์คเสียใจมาก”
“ทำไมเธอถึงเสียละคะ?”
“ผิดหวังจากความรักค่ะ จึงตัดสินใจจากไป”
ป้าหลินตอบอย่างเศร้าใจ
“น่าสงสารเธอนะคะ”
“ใช่ค่ะ…ช่วงนั้นคุณมาร์คแทบทำใจไม่ได้ เขาแทบจะตามน้องสาวเธอไปด้วย”
“เดี๋ยวป้าไปทำงานก่อนนะคะ มีอีกหลายงานเลย คุณผู้หญิงอยากได้อะไรเรียกป้าได้ตลอดค่ะ”
“ขอบคุณจ้าป้า...ป้าไปทำงานเถอะค่ะ”
หลังจากป้าออกไป ความเงียบกลับเข้ามาครอบงำบ้านพักตากอากาศ ลิปดาเดินไปยืนที่ระเบียง มองสวนกว้างที่รับแสงแดดยามเช้า
ลมเย็นพัดปลิวผมของเธอ เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนนั่งลงกับเก้าอี้ไม้ มองออกไปไกล ๆ คิดถึงเรื่องราวและความเศร้าของคนที่จากไป
“อีตาบ้านี่…ไปไหนไม่บอก ปล่อยให้เราต้องอยู่ในป่านี้กับป้าสองคน แล้วพอป้ากลับไปบ้าน ฉันจะอยู่กับใครกันล่ะ”
เธอพึมพำคนเดียว ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่
“ฮัลโหล…ลิปดา เป็นไงบ้างลูก? พ่อแม่เป็นห่วง ลูกนอนมากเลยนะ เขาทำอะไรลูกไหม? รังแกลูกหรือเปล่า”
เสียงแม่แฝงความเป็นห่วง
“แม่ค่ะ หนูอยู่บ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่นะคะ มีคนดูแลอยู่ค่ะ คุณมาร์คเขาไม่ได้รังแกหนูค่ะ เขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ป้ามาช่วยดูแลเรื่องอาหารและงานบ้านด้วยค่ะ”
ลิปดาต้องพูดแบบนั้นเพื่อให้พ่อแม่สบายใจ
“อย่าโกหกลูกนะลิปดา ลูกอยู่สุขสบายจริงหรือเปล่า”
“แม่คอลดูนะคะ”
เธอตอบพลางยกกล้องโทรศัพท์ให้แม่เห็นรอบตัว
“นี่ไงคะ แม่บ้านตากอากาศ บรรยากาศดี เงียบสงบ มีป้าแม่บ้านคอยดูแลค่ะ อย่าห่วงนะคะ”
แม่ลิปดามองลูกสาวผ่านหน้าจอ เห็นเธอแต่งตัวเรียบหรูราวกับคุณหนูในบ้านพักตากอากาศ ดวงตาแม่เต็มไปด้วยทั้งความห่วงใยและความสบายใจ
“ถ้าลูกอยู่สุขสบาย แม่ก็ดีใจ…แต่จำไว้นะลิปดา ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรหาแม่ได้เสมอ อย่างน้อยหนูก็ต้องรู้ว่าชีวิตนี้ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง”
“ขอบคุณนะคะแม่”
ลิปดาตอบเสียงอ่อนโยน
“จ้ะ…แม่ไม่กวนแล้ว เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวให้พ่อก่อน”
“ค่ะ ฝากบอกพ่อกับพี่ด้วยนะคะว่าไม่ต้องห่วง หนูสบายดี และคิดถึงทุกคนค่ะ”
เมื่อกดวางสาย ลิปดาเงยหน้ามองรอบ ๆ ตัว บ้านพักหลังใหญ่แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ต้นไม้สูงเสียดฟ้าเขียวชอุ่มพลิ้วไหวไปตามแรงลม เสียงน้ำตกที่ดังแว่วมาแต่ไกลชวนให้หัวใจอยากออกไปสัมผัส
“มีน้ำตกด้วยเหรอ…ลองเดินไปดูหน่อยดีกว่า อยู่เฉย ๆ ก็เบื่อจะแย่”
เธอบ่นกับตัวเองแผ่วเบา ก่อนก้าวเท้าเดินตามเสียงสายน้ำที่ดังชัดขึ้นทุกย่างก้าว
ไม่นานก็พบกับสายน้ำใสไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ กระทบโขดหินจนเกิดละอองน้ำกระเซ็น
ความเย็นชื้นแผ่วผ่านผิวกายราวกับโอบกอดให้คลายความเหนื่อยล้า ลิปดานั่งลงบนโขดหิน ปล่อยสายตาเหม่อมองสายน้ำที่ไหลรินไม่รู้สิ้นสุด ราวกับมันกำลังพัดพาความกังวลทั้งมวลให้จางหายไป
“ถ้าได้ใช้ชีวิตอิสระแบบนี้…ไม่มีคำว่าหนี้ ไม่มีพันธะ ไม่มีใครคอยบังคับก็คงดีไม่น้อย”
เธอพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสะท้อนความปรารถนาลึก ๆ ในใจ
“แต่ความจริงตอนนี้ ฉันกลับต้องกลายมาเป็นผู้หญิงของมาเฟียใจโหด…ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรักษาชีวิตรอดไปได้ถึงเมื่อไหร่”
เธอเม้มริมฝีปาก สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยเสียงสั่นเหมือนกำลังปลอบใจตัวเอง
“อดทนไว้ลิปดา…อดทนเพื่อพ่อและแม่ เธอต้องสู้สู้ต่อไปนะ”
ประโยคสุดท้ายจางหายไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจอันยาวนาน เธอหลับตาลง ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับสายน้ำที่ยังคงไหลไม่หยุดหย่อน…
ในขณะที่ลิปดากำลังปล่อยใจไปกับเสียงน้ำตก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกลับเข้ามาใกล้โดยไม่ทันรู้ตัว วงแขนแข็งแรงโอบรัดจากด้านหลังจนเธอสะดุ้งเฮือก
“ว้าย! ปล่อยฉันนะ!”
ลิปดาดิ้นสุดแรงด้วยความตกใจ แต่แรงสะบัดนั้นกลับทำให้เท้าเธอลื่นไถล ร่างบางพลัดตกลงไปในสายน้ำเชี่ยวทันที
เสียงกรีดร้องสั้น ๆ กลืนหายไปพร้อมกับเสียงน้ำกระแทกโขดหิน
“ลิปดา!”
เสียงมาร์คคำรามลั่นอย่างแตกตื่น ดวงตาเขาเบิกกว้าง หัวใจหล่นวูบแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นร่างเธอจมหาย เขาไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาที กระโจนลงน้ำไปอย่างไม่คิดชีวิต
“ลิปดา อยู่ไหน”
เขาตะโกนสุดเสียง
Mora Floral ร้านดอกไม้“สวัสดีค่ะคุณกริช วันนี้มาเลือกดอกไม้ด้วยตัวเองเลยเหรอคะ?”แพร พนักงานสาวของร้าน เอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้มสดใส“เปล่าครับ ผมมารับแฟนไปพบแม่ต่างหาก”“แฟน...เหรอคะ?”แพรขมวดคิ้วอย่างแปลกใจไม่นาน แก้มบุ๋มก็เดินออกมาหน้าร้านกริชยิ้มกว้างก่อนเอ่ยขึ้น“นั่นไงครับ แฟนผม”พร้อมก้าวเข้าไปหาเธออย่างมั่นใจ“คุณแก้มบุ๋มหรือคะ?”แพรถามย้ำ ทั้งยังมองหน้าทั้งคู่ด้วยความงุนงงแต่พอเห็นทั้งสองยืนเคียงกัน ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เหมาะสมกันเหลือเกิน“คุณมาทำไม”แก้มบุ๋มเอ่ยเสียงห้วน แววตาไม่ค่อยสบอารมณ์“ผมมาพาคุณไปหาแม่ แล้วก็จะพาไปหาหมอสักหน่อย”“หาหมอทำไมคะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“ก็เมื่อคืนวานคุณบ่นปวดท้องอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”“นี่คุณ!”แก้มบุ๋มร้องเบา ๆ พลางเหลือบตามองแพรที่ยังยืนอยู่กลัวว่าเขาจะเผลอพูดอะไรออกมามากกว่านี้“ไปหาแม่กับผมหน่อยนะครับ”น้ำเสียงของกริชอ่อนลงจนเธอใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว“คุณนี่...ยุ่งกับฉันจริง ๆ เลย”แก้มบุ๋มบ่นพลางเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนหันไปบอกพนักงาน“แก้มบุ๋มไปทำธุระนะคะพี่แพร วันนี้อาจจะไม่กลับเข้ามานะคะ”“รับทราบค่ะ คุณแก้มบุ๋ม”แพรตอบยิ้ม ๆแก้มบุ๋มเดิน
เวลาผ่านไปไม่นาน ยี่หวาเดินออกมาจากห้องนอนในชุดนอนแขนขายาวสีฟ้าลายดอกไม้ ผมยาวสลวยถูกปล่อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ แว่นตาเล็กบนใบหน้าเพิ่มเสน่ห์ให้เธอดูนุ่มนวลขึ้นอีกเท่าตัวเธอเดินตรงมายังห้องครัว เห็นพอลกำลังง่วนอยู่กับการล้างจานในอ่าง“พี่พอล เดี๋ยวยี่หวาล้างเองก็ได้ค่ะ พี่ไม่ต้องลำบากหรอก”“ไม่เห็นลำบากเลยครับ แค่ช่วยแบ่งเบาภาระของแฟนเท่านั้นเอง”เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งตรงมาให้“งั้นก็ตามสบายนะคะ คิดว่าเป็นห้องของพี่เองก็แล้วกัน... เอ่อ ตอนนี้ฝนยังไม่หยุดตกเลย พี่จะค้างที่นี่ไหมคะ?”เสียงถามนั้นแผ่วเบา แฝงความประหม่า ยี่หวาก้มหน้าหลบสายตา กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดว่าเธออยากให้เขาพักด้วย“ยี่หวาจะโอเคเหรอ ถ้ามีคนข้างนอกเห็นแล้วพูดกันไปว่ามีผู้ชายมาค้างที่ห้อง”เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงความใส่ใจ“ก็ไม่เป็นไรค่ะ ยี่หวาโตแล้วนี่คะ แฟนมาค้างที่ห้องก็คงไม่แปลก... เราไม่ได้จะนอนห้องเดียวกันสักหน่อย”เธอตอบกลับอย่างพยายามทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ“แต่ถ้าพี่จะนอนที่นี่...”เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อพร้อมแววตากรุ้มกริ่ม“พี่คงต้องนอนกับยี่หวานะ เพราะพี่ไ
ค่ำคืนนั้น ฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เสียงฝนกระทบหลังคารถดังเป็นจังหวะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของถนนที่มีเพียงแสงไฟส่องลอดผ่านม่านน้ำลงมาเป็นเส้นยาวพอลขับรถอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาจอดใต้ตึกคอนโดของยี่หวาทันทีที่รถจอดสนิท ยี่หวารีบเปิดประตูลงจากรถ พลางกล่าวขอบคุณเสียงนุ่ม“ขอบคุณพี่พอลมากเลยนะคะ ที่มาส่งยี่หวา”พูดจบ เธอก็รีบเดินไปยังลิฟต์โดยไม่ทันหันกลับไปมองพอลลดกระจกลง เรียกเธอเสียงเข้มแฝงความอบอุ่น“มันดึกแล้วนะ ให้พี่ไปส่งถึงหน้าห้องดีกว่า ดึกแบบนี้ปล่อยให้แฟนเดินขึ้นคนเดียว อันตรายจะตายไป”ยี่หวาหันกลับมายิ้มเก้อ ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ยี่หวาชินแล้ว”เขาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเปิดประตูรถลงมา“ไม่เป็นไรไม่ได้สิ… ยี่หวาเป็นแฟนพี่แล้วนะ ต่อไปนี้พี่ต้องดูแลให้มากกว่านี้ จงทำตัวให้ชินไว้เลย”หัวใจของยี่หวาเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะพูดเสียงเบา“พี่ไม่ได้คิดจะ…เอ่อ…”พอลหัวเราะในลำคอ ยกยิ้มมุมปาก แล้วดีดหน้าผากเธอเบา ๆ“โอ๊ย! เจ็บนะคะพี่พอล!”“ในหัวคิดอะไรอยู่หืม?”เขาเอียงคอมองด้วยสายตากึ่งดุกึ่งเอ็นดู“พี่จะไปทำอะไรยี่หวาได้ ถ้ายี่หวาไม่อนุญาต”คำพูดนั้นทำเอาเธอเงียบไป
บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง – เวลา 22.00 น.ค่ำคืนนี้ฝนตกหนักหน้าบริษัท ทำให้รถแท็กซี่ผ่านไปผ่านมาน้อย ยี่หวายืนรออยู่หลายคัน แต่ก็ยังไม่มีคันไหนจอดรับ ปกติเธอขับรถมาทำงานเอง แต่วันนี้รถของเธอต้องเข้าศูนย์“ดวงดีของฉันจริง ๆ รถเข้าศูนย์ ทำโอที แล้วยังฝนตกใหญ่...”เธอพึมพำเบา ๆทันใดนั้น รถเก๋งสีดำคันหนึ่งจอดเทียบข้างทาง เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้น“ยี่หวา... ขึ้นรถก่อน ฝนตกหนัก เดี๋ยวน้ำท่วมกลับไม่ได้”ยี่หวาตกใจ เสียงนั้นคือ พอล พี่ชายเพื่อนสนิท และคนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่สมัยเรียน“ค่ะ...พี่พอล”ยี่หวารีบเปิดประตูขึ้นรถทันที นั่งลงด้วยท่าทีสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกฝนบางจนเห็นขอบยกทรงสีดำพอลมองเธอ ชั่วครู่ก่อนจะเอื้อมมือหยิบเสื้อหลังเบาะส่งให้“เอ่อ...เสื้อมันบางนะ”เสียงเขาพูดเบา ๆ ขณะสายตาสอดส่ายไปที่ท้องถนน“อ่อค่ะ...ขอบคุณค่ะ”ยี่หวารู้สึกเกร็ง เธอแอบชอบเขามา 5 ปีเต็ม แต่เขาก็รู้และไม่เคยแสดงออกอะไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง“วันนี้ทำไมไม่ขับรถมาล่ะ”เขาถามเสียงเข้ม“รถเสียเข้าศูนย์ค่ะ”“เข้ากี่วัน”“น่าจะ 7–10 วันค่ะ”เขาถามคำ เธอตอบคำ“คอนโดยี่หวาใกล้บ้านพี่ มากับ
ทันทีที่รถหรูจอดเทียบบ้านพักตากอากาศกลางขุนเขาใหญ่ เสียงฝนภายนอกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย บรรยากาศเย็นชื้นและกลิ่นดินลอยเหนือพื้นเตะจมูกป้าหลินกับแป้งยืนรอเจ้านายอยู่ตรงประตูบ้านด้วยรอยยิ้ม“ลิปดา ฝนตกหนักอย่าพึ่งลงนะครับ เดี๋ยวผมเอาร่มมารับ”มาร์คเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ยังไม่ทันขยับ ลิปดาก็เอื้อมมือมาจับแขนเขาไว้“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ละอองฝนเอง ลิปดาไม่ได้ป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก”“แต่ว่า...”“ไปค่ะ เข้าบ้านกัน”ไม่รอให้เขาทัดทาน เธอก้าวลงจากรถ วิ่งฝ่าสายฝนตรงเข้าบ้านทันที“ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงกลับบ้านค่ะ”ป้าหลินกับแป้งเอ่ยพร้อมกันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ขอบคุณนะคะป้า แล้ว..เจ้าบรูโน่อยู่ไหนคะ”“โน่นค่ะ น่าจะนอนรอข้างโซฟา”ลิปดายิ้มกว้างทันทีที่เห็นเจ้าบรูโน่ แมวสีน้ำตาลลายสวยกำลังขดตัวอยู่ตรงนั้น เธอเดินเข้าไปเรียกด้วยเสียงอ่อนโยน“บรูโน่ มานี่เร็วลูก”แมวเจ้าขี้อ้อนรีบวิ่งเข้ามาเกลือกตัวอยู่ที่เท้าเธอ มาร์คเดินตามเข้ามา ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม“เหมือนจะรู้เลยนะ ว่าคุณกลับมา ถึงได้รีบมาอ้อนขนาดนี้”“ก็แน่สิคะ บรูโน่รักฉันแล้ว ไม่รักคุณแล้วมั้ง”ลิปดาหันมายิ้มเย้า เขาแกล้งถอ
บ่ายวันนั้น หลังจากออกจากโรงพยาบาล“ลิปดา... เป็นยังไงบ้างครับ พอได้เจอคุณปู่ของผมแล้ว รู้สึกดีขึ้นไหม?”เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถาม ขณะรถแล่นช้า ๆ ออกจากลานจอด“ค่ะ คุณปู่เอ็นดูลิปดามากเลยค่ะ”เธอตอบยิ้มบาง ๆ ความเกร็งเมื่อตอนเช้าคลายลงอย่างเห็นได้ชัดมาร์คหันไปมองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“ผมดีใจที่คุณปู่ชอบคุณ... และดีใจยิ่งกว่าที่คุณเองก็ชอบท่าน”ลิปดาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนิ่งไปชั่วครู่ แล้วถามเสียงเรียบแต่แฝงความหึงหวงในที“ค่ะ... แต่คุณน้ำฟ้านั่น คือสาวของคุณหรือเปล่าคะ?”มาร์คเลิกคิ้ว ยิ้มขำกับน้ำเสียงแข็ง ๆ ของคนข้างตัว“เปล่าเลยครับ ป้ายุพิน เธอภรรยาลุงผม พยายามจะให้น้ำฟ้า หลานสาวของเธอมาข้องเกี่ยวกับผมเอง ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย”“จริงหรือคะ?”“จริงสิครับ... คุณไม่เชื่อผมเหรอ?”เธอหลบตาเล็กน้อย“เชื่อได้ไหมละคะ…”มาร์คยกยิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์แฝงความอ้อน“ถ้าไม่เชื่อ... คืนนี้ผมมีวิธีทำให้คุณเชื่อเอง”“คุณมาร์ค! พูดอะไรออกมาค่ะ... ลุงชูอยู่ในรถนะ!”เธอรีบปราม เสียงสั่นด้วยความเขิน“ตามสบายเลยครับ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง...”เสียงลุงชูดังขึ้นจากเบาะหน้าอย่างกลั้วหัวเราะ “ผ






![พันธะสัญญาเลือดผูกรัก[NC20+][เซตดอกไม้ของมาเฟีย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
