LOGINสายน้ำเชี่ยวกรากพัดร่างเล็กของลิปดาให้ไหลตามแรงน้ำ เธอสำลัก ไอแทบขาดใจ แขนขาเหวี่ยงไปมาอย่างไร้ทิศทาง ดวงตาพร่ามัวจากน้ำตาและสายน้ำที่โถมใส่
“ช่วยด้วย! …ช่วยฉันด้วยค่ะ!”
เสียงเธอแผ่วสั่น ร่างบางเกาะขอนไม้ที่ลอยวนอยู่กลางน้ำอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
“ลิปดา! อยู่ตรงนั้นนะ ไม่ต้องกลัวผมไปช่วยแล้ว!”
มาร์คฝืนว่ายตัดกระแสน้ำแรงอย่างไม่ยอมแพ้ กล้ามเนื้อทุกส่วนตึงเครียด ร่างใหญ่ฝ่าคลื่นน้ำอย่างดุดันจนในที่สุดคว้าข้อมือเธอไว้ได้แน่น
“จับผมไว้! อย่าปล่อยเด็ดขาด!”
เขาตะโกนแผดเสียง กอดรัดเอวเธอแน่นก่อนออกแรงพาเธอขึ้นฝั่ง
เมื่อถึงตลิ่ง มาร์คดึงร่างเปียกโชกของลิปดาเข้ามากอดในอ้อมแขน หัวใจเขายังเต้นรัวแรงอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคมเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่เคยยอมแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
“บ้าเอ๊ย! ไม่น่าจะแกล้งเธอเลย เกือบเสียเธอไปแล้ว!”
เสียงเขาแตกพร่าด้วยความโกรธตัวเอง
ลิปดาสำลักน้ำ หอบหายใจถี่ ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก
“คุณจะฆ่าฉันหรือ...”
ลิปดาน้ำตาไหลพรากจากความกลัวเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด
มาร์คยกมือสั่น ๆ ลูบใบหน้าเธอ ไล่น้ำที่เกาะผิวออกอย่างทะนุถนอม สายตาเขาจับจ้องเพียงใบหน้าของเธอราวกับจะยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ
“ผมแค่จะแกล้งคุณไม่คิดว่าคุณจะตกใจขนาดนี้...ผมขอโทษนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำสะท้อนความรู้สึกผิด
ริมฝีปากทั้งคู่สั่นไหวอยู่ใกล้กันเพียงเสี้ยวคืบ ความอบอุ่นจากอ้อมแขนและความโกลาหลในหัวใจทำให้ลิปดาไม่รู้ว่าควรผลักเขาออกไป
หรือปล่อยให้ตัวเองถูกโอบกอดไว้ในวังวนที่เสี่ยงอันตราย เธอกัดริมฝีปาก ตั้งสติ แล้วตอบกลับทันที
“ช่างมันเถอะ…คุณเป็นเจ้าของชีวิตฉัน จะทำอะไรกับฉันก็ได้อยู่แล้ว”
มาร์คชะงักไปเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจเฮือก ละเสียงทุ้มต่ำตอบกลับ
“โธ่…ลิปดา เลิกประชดผมสักที ไปเถอะ ผมจะพากลับบ้าน”
ลิปดาทำท่าจะยันตัวลุก แต่ไม่ทันได้ก้าว มาร์คกลับช้อนร่างเธอขึ้นสู่อ้อมแขนอย่างง่ายดาย
“ฉันเดินเองได้! ปล่อยฉันลงนะ!”
เธอเถียงเสียงสั่น
“ไม่ปล่อยอย่าดื้อกับผม”
เขาตอบสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าผมเป็นเจ้าของชีวิตของคุณ จะทำอะไรกับคุณก็ได้…”
“นี่คุณ…”
ลิปดาตาโต หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา
แต่เขากลับไม่สนใจคำค้านใด ๆ เดินอุ้มเธอกลับบ้านพัก เมื่อถึง เขาค่อย ๆ วางร่างเธอลงอย่างทะนุถนอม แล้วออกคำสั่งเสียงเรียบ
“แป้ง…เตรียมน้ำอุ่นให้คุณผู้หญิงอาบน้ำด้วย”
“ค่ะคุณผู้ชาย”
แป้ง—เด็กสาววัยยี่สิบจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่ถูกจ้างมาดูแลลิปดาโดยเฉพาะตอบรับด้วยท่าทีคล่องแคล่ว
มาร์คหันกลับมาหาเธออีกครั้ง
“หนาวไหม? เดี๋ยวผมให้ป้าหลินทำซุปร้อน ๆ ให้คุณ อาบน้ำเสร็จลงมาทานนะ จะได้อุ่นขึ้น”
เขาพูดพลางหยิบผ้าคลุมไหล่มาคลี่คลุมให้เธอ ลิปดาเงยหน้ามองเขาโดยไม่รู้ตัว สายตาทั้งสองประสานกันชั่วขณะ ความเงียบแผ่วบางปกคลุมบรรยากาศ ก่อนที่เธอจะรีบหลบตาอย่างร้อนรน
“ฉัน…ฉันจะไปอาบน้ำ”
เสียงเธอสั่น เขินจนหาคำพูดไม่ถูก
มาร์คพยักหน้ารับ ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ต้องอุ้มแล้ว! ฉันเดินเองได้!”
เธออุทาน ตกใจและหน้าแดงจัด
มาร์คเลิกคิ้ว ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ทำไมล่ะ…อยู่ใกล้ผมบ่อย ๆ กลัวจะเผลอใจหลงรักผมเข้า หรือยังไง”
“ไม่มีทาง!”
ลิปดาค้อนใส่เขา ดวงตาวาววับด้วยความดื้อรั้น ขณะริมฝีปากยังบ่นพึมพำแผ่วเบา
“ฉันไม่มีวันรักคนโหดเหี้ยมอย่างคุณเด็ดขาด”
แม้คำพูดจะแข็งกร้าว แต่สองแขนของเธอกลับโอบรัดรอบต้นคอเขาแน่นราวกับกลัวจะพลัดตก
มาร์คก้มลงสบตา เห็นความตื่นตระหนกปนสับสนในดวงตาคู่งามนั้นก็อดยิ้มบางไม่ได้
เขาอุ้มเธอขึ้นบันไดไปยังห้องนอน ก่อนวางร่างเธอลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ลิปดารีบสะบัดตัว คว้าชุดไปกอดแนบอกแล้วแทบจะวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ราวกับกลัวว่าเขาจะตามเข้ามา
“น่ารักชะมัด…”
มาร์คพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อภาพเธอเขินจนลนลานยังคงติดตา
เขาส่ายหัวเบา ๆ พลางถอดเสื้อเชิ้ตออกแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว ก่อนมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ ด้านนอก
เวลาผ่านไป ลิปดาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เธอมองดูเสื้อผ้าที่แป้งคนดูแลคนใหม่จัดไว้ให้
“ตายจริงชุดนอนทำไมมีแต่สายเดี่ยวโป๊ะ ๆ ทั้งนั้นเลยมีหวังใส่ไปไม่รอดจากเนื้อมือมาเฟียหื่นนั้นแน่ ทำไงดี”
ลิปดาจำใจต้องใสชุดนอนชุดนี้ออกมาก่อนเพราะไม่มีทางเลือก
เธอเดินออกมาพร้อมชุดนอนสายเดี่ยวลูกไม้สีขาวกระโปรงสั้น
ทันทีที่เธอเดินออกมาเขานั่งเช็ดผมที่โซฟา สายตาจับจ้องมาที่เธออย่างห้ามไม่ได้
ลิปดาถึงกับผงะยกฝ่ามือปิดหน้าอกที่ล้นออกมาจากเสื้อนอนสายเดี่ยวตัวจิ๋ว
“เออฉันไม่รู้ว่าแป้งเตรียมชุดอะไรไว้ให้...เอ่อ...ฉันไม่ได้ดูมาก่อน...ฉันกำลังจะไปหาชุดเปลี่ยน”
ทันทีที่เธอเดินเข้าไปตู้เสื้อผ้า เขากลับมาขวางไว้ สองมือของเขาจับต้นแขนสองข้างของเธอ สายตาของเขาหลุบลงมาต่ำมองเนินอกขาวอย่างไม่เกรงใจ
“คุณอย่ามาทำสายตาแบบนี้นะ”
“ทำไมก็แค่มองไม่ช้าก็เร็ว คุณก็ต้องเป็นเมียผมอยู่ดี”
ลิปดาพยายามจะดิ้นให้หลุดจากฝ่ามือแกร่งของเขา แต่ร่างบางอย่างเธอจะเอาอะไรไปสู่แรงผู้ชายอย่างเขาได้
“คุณบอกเองว่าคุณจะไม่ฝืนใจฉัน...แต่ตอนนี้คุณกำลังจะกลืนน้ำลายตัวเองอยู่นะ”
เขาไม่พูดอะไรเขาค่อยๆ พาเธอไปนั่งโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะไปเอาเสื้อคลุมมาคุมให้เธอ
ลิปดาถึงกับแปลงใจที่เขาดูอ่อนโยนเช่นนี้
เขาหยิบได้เป่าผมขึ้นมา
“เอ๊ะ…คุณจะทำอะไร”
ลิปดาหันขวับ ดวงตาเบิกโต
มาร์คยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้ายังมีหยดน้ำเกาะกรอบผม แสดงว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จเช่นกัน
“นั่งเฉย ๆ”
เขาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจที่ห้ามปฏิเสธ มือใหญ่จับไดร์ขึ้นมาแทน
ลิปดาขยับจะลุกหนี แต่เขากดไหล่เบา ๆ ให้กลับนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“คุณมาร์ค…ฉันทำเองได้”
เธอพึมพำเสียงสั่น รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
“อย่าดื้อ”
เขาตอบสั้น ๆ พลางกดสวิตช์ เสียงลมอุ่นพัดผ่านเส้นผมดำขลับที่สยายลงมา มือหนาอีกข้างคอยลูบจัดเส้นผมให้ไม่พันกัน
ลมอุ่นพัดผ่านผิวศีรษะ แต่กลับทำให้หัวใจลิปดาร้อนวูบยิ่งกว่า
เธอจ้องมองใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้ในกระจกเงา เห็นแววตาคมที่ไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง
หากแต่มีความอ่อนโยนบางอย่างซ่อนอยู่
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้อีกนิด เสียงทุ้มกระซิบเบา ๆ ข้างหู
“ต่อไปผมจะดูแลคุณเอง ...ผมเคยบอกแล้วไงว่าจะทำให้คุณรักผมให้ได้”
ลิปดาเม้มปากแน่น รีบเบือนสายตาหนีไปทางอื่น ไม่อยากให้เขาเห็นว่าหัวใจเธอสั่นไหวเพียงใด แต่แก้มกลับร้อนจัดจนไม่อาจปิดบังได้เลย…
“ฝันไปเถอะ”
เธอตอบเบา ๆ แต่เขาได้ยิน
“เดี๋ยวก็รู้ว่าใช่ฝันหรือเปล่า แม่สาวน้อยคนเก่ง”
Mora Floral ร้านดอกไม้“สวัสดีค่ะคุณกริช วันนี้มาเลือกดอกไม้ด้วยตัวเองเลยเหรอคะ?”แพร พนักงานสาวของร้าน เอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้มสดใส“เปล่าครับ ผมมารับแฟนไปพบแม่ต่างหาก”“แฟน...เหรอคะ?”แพรขมวดคิ้วอย่างแปลกใจไม่นาน แก้มบุ๋มก็เดินออกมาหน้าร้านกริชยิ้มกว้างก่อนเอ่ยขึ้น“นั่นไงครับ แฟนผม”พร้อมก้าวเข้าไปหาเธออย่างมั่นใจ“คุณแก้มบุ๋มหรือคะ?”แพรถามย้ำ ทั้งยังมองหน้าทั้งคู่ด้วยความงุนงงแต่พอเห็นทั้งสองยืนเคียงกัน ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เหมาะสมกันเหลือเกิน“คุณมาทำไม”แก้มบุ๋มเอ่ยเสียงห้วน แววตาไม่ค่อยสบอารมณ์“ผมมาพาคุณไปหาแม่ แล้วก็จะพาไปหาหมอสักหน่อย”“หาหมอทำไมคะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”“ก็เมื่อคืนวานคุณบ่นปวดท้องอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”“นี่คุณ!”แก้มบุ๋มร้องเบา ๆ พลางเหลือบตามองแพรที่ยังยืนอยู่กลัวว่าเขาจะเผลอพูดอะไรออกมามากกว่านี้“ไปหาแม่กับผมหน่อยนะครับ”น้ำเสียงของกริชอ่อนลงจนเธอใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว“คุณนี่...ยุ่งกับฉันจริง ๆ เลย”แก้มบุ๋มบ่นพลางเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนหันไปบอกพนักงาน“แก้มบุ๋มไปทำธุระนะคะพี่แพร วันนี้อาจจะไม่กลับเข้ามานะคะ”“รับทราบค่ะ คุณแก้มบุ๋ม”แพรตอบยิ้ม ๆแก้มบุ๋มเดิน
เวลาผ่านไปไม่นาน ยี่หวาเดินออกมาจากห้องนอนในชุดนอนแขนขายาวสีฟ้าลายดอกไม้ ผมยาวสลวยถูกปล่อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ แว่นตาเล็กบนใบหน้าเพิ่มเสน่ห์ให้เธอดูนุ่มนวลขึ้นอีกเท่าตัวเธอเดินตรงมายังห้องครัว เห็นพอลกำลังง่วนอยู่กับการล้างจานในอ่าง“พี่พอล เดี๋ยวยี่หวาล้างเองก็ได้ค่ะ พี่ไม่ต้องลำบากหรอก”“ไม่เห็นลำบากเลยครับ แค่ช่วยแบ่งเบาภาระของแฟนเท่านั้นเอง”เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งตรงมาให้“งั้นก็ตามสบายนะคะ คิดว่าเป็นห้องของพี่เองก็แล้วกัน... เอ่อ ตอนนี้ฝนยังไม่หยุดตกเลย พี่จะค้างที่นี่ไหมคะ?”เสียงถามนั้นแผ่วเบา แฝงความประหม่า ยี่หวาก้มหน้าหลบสายตา กลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดว่าเธออยากให้เขาพักด้วย“ยี่หวาจะโอเคเหรอ ถ้ามีคนข้างนอกเห็นแล้วพูดกันไปว่ามีผู้ชายมาค้างที่ห้อง”เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงความใส่ใจ“ก็ไม่เป็นไรค่ะ ยี่หวาโตแล้วนี่คะ แฟนมาค้างที่ห้องก็คงไม่แปลก... เราไม่ได้จะนอนห้องเดียวกันสักหน่อย”เธอตอบกลับอย่างพยายามทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ“แต่ถ้าพี่จะนอนที่นี่...”เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อพร้อมแววตากรุ้มกริ่ม“พี่คงต้องนอนกับยี่หวานะ เพราะพี่ไ
ค่ำคืนนั้น ฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เสียงฝนกระทบหลังคารถดังเป็นจังหวะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของถนนที่มีเพียงแสงไฟส่องลอดผ่านม่านน้ำลงมาเป็นเส้นยาวพอลขับรถอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาจอดใต้ตึกคอนโดของยี่หวาทันทีที่รถจอดสนิท ยี่หวารีบเปิดประตูลงจากรถ พลางกล่าวขอบคุณเสียงนุ่ม“ขอบคุณพี่พอลมากเลยนะคะ ที่มาส่งยี่หวา”พูดจบ เธอก็รีบเดินไปยังลิฟต์โดยไม่ทันหันกลับไปมองพอลลดกระจกลง เรียกเธอเสียงเข้มแฝงความอบอุ่น“มันดึกแล้วนะ ให้พี่ไปส่งถึงหน้าห้องดีกว่า ดึกแบบนี้ปล่อยให้แฟนเดินขึ้นคนเดียว อันตรายจะตายไป”ยี่หวาหันกลับมายิ้มเก้อ ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ยี่หวาชินแล้ว”เขาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเปิดประตูรถลงมา“ไม่เป็นไรไม่ได้สิ… ยี่หวาเป็นแฟนพี่แล้วนะ ต่อไปนี้พี่ต้องดูแลให้มากกว่านี้ จงทำตัวให้ชินไว้เลย”หัวใจของยี่หวาเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะพูดเสียงเบา“พี่ไม่ได้คิดจะ…เอ่อ…”พอลหัวเราะในลำคอ ยกยิ้มมุมปาก แล้วดีดหน้าผากเธอเบา ๆ“โอ๊ย! เจ็บนะคะพี่พอล!”“ในหัวคิดอะไรอยู่หืม?”เขาเอียงคอมองด้วยสายตากึ่งดุกึ่งเอ็นดู“พี่จะไปทำอะไรยี่หวาได้ ถ้ายี่หวาไม่อนุญาต”คำพูดนั้นทำเอาเธอเงียบไป
บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง – เวลา 22.00 น.ค่ำคืนนี้ฝนตกหนักหน้าบริษัท ทำให้รถแท็กซี่ผ่านไปผ่านมาน้อย ยี่หวายืนรออยู่หลายคัน แต่ก็ยังไม่มีคันไหนจอดรับ ปกติเธอขับรถมาทำงานเอง แต่วันนี้รถของเธอต้องเข้าศูนย์“ดวงดีของฉันจริง ๆ รถเข้าศูนย์ ทำโอที แล้วยังฝนตกใหญ่...”เธอพึมพำเบา ๆทันใดนั้น รถเก๋งสีดำคันหนึ่งจอดเทียบข้างทาง เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้น“ยี่หวา... ขึ้นรถก่อน ฝนตกหนัก เดี๋ยวน้ำท่วมกลับไม่ได้”ยี่หวาตกใจ เสียงนั้นคือ พอล พี่ชายเพื่อนสนิท และคนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่สมัยเรียน“ค่ะ...พี่พอล”ยี่หวารีบเปิดประตูขึ้นรถทันที นั่งลงด้วยท่าทีสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกฝนบางจนเห็นขอบยกทรงสีดำพอลมองเธอ ชั่วครู่ก่อนจะเอื้อมมือหยิบเสื้อหลังเบาะส่งให้“เอ่อ...เสื้อมันบางนะ”เสียงเขาพูดเบา ๆ ขณะสายตาสอดส่ายไปที่ท้องถนน“อ่อค่ะ...ขอบคุณค่ะ”ยี่หวารู้สึกเกร็ง เธอแอบชอบเขามา 5 ปีเต็ม แต่เขาก็รู้และไม่เคยแสดงออกอะไร วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง“วันนี้ทำไมไม่ขับรถมาล่ะ”เขาถามเสียงเข้ม“รถเสียเข้าศูนย์ค่ะ”“เข้ากี่วัน”“น่าจะ 7–10 วันค่ะ”เขาถามคำ เธอตอบคำ“คอนโดยี่หวาใกล้บ้านพี่ มากับ
ทันทีที่รถหรูจอดเทียบบ้านพักตากอากาศกลางขุนเขาใหญ่ เสียงฝนภายนอกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย บรรยากาศเย็นชื้นและกลิ่นดินลอยเหนือพื้นเตะจมูกป้าหลินกับแป้งยืนรอเจ้านายอยู่ตรงประตูบ้านด้วยรอยยิ้ม“ลิปดา ฝนตกหนักอย่าพึ่งลงนะครับ เดี๋ยวผมเอาร่มมารับ”มาร์คเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ยังไม่ทันขยับ ลิปดาก็เอื้อมมือมาจับแขนเขาไว้“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ละอองฝนเอง ลิปดาไม่ได้ป่วยง่ายขนาดนั้นหรอก”“แต่ว่า...”“ไปค่ะ เข้าบ้านกัน”ไม่รอให้เขาทัดทาน เธอก้าวลงจากรถ วิ่งฝ่าสายฝนตรงเข้าบ้านทันที“ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงกลับบ้านค่ะ”ป้าหลินกับแป้งเอ่ยพร้อมกันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ขอบคุณนะคะป้า แล้ว..เจ้าบรูโน่อยู่ไหนคะ”“โน่นค่ะ น่าจะนอนรอข้างโซฟา”ลิปดายิ้มกว้างทันทีที่เห็นเจ้าบรูโน่ แมวสีน้ำตาลลายสวยกำลังขดตัวอยู่ตรงนั้น เธอเดินเข้าไปเรียกด้วยเสียงอ่อนโยน“บรูโน่ มานี่เร็วลูก”แมวเจ้าขี้อ้อนรีบวิ่งเข้ามาเกลือกตัวอยู่ที่เท้าเธอ มาร์คเดินตามเข้ามา ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม“เหมือนจะรู้เลยนะ ว่าคุณกลับมา ถึงได้รีบมาอ้อนขนาดนี้”“ก็แน่สิคะ บรูโน่รักฉันแล้ว ไม่รักคุณแล้วมั้ง”ลิปดาหันมายิ้มเย้า เขาแกล้งถอ
บ่ายวันนั้น หลังจากออกจากโรงพยาบาล“ลิปดา... เป็นยังไงบ้างครับ พอได้เจอคุณปู่ของผมแล้ว รู้สึกดีขึ้นไหม?”เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถาม ขณะรถแล่นช้า ๆ ออกจากลานจอด“ค่ะ คุณปู่เอ็นดูลิปดามากเลยค่ะ”เธอตอบยิ้มบาง ๆ ความเกร็งเมื่อตอนเช้าคลายลงอย่างเห็นได้ชัดมาร์คหันไปมองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน“ผมดีใจที่คุณปู่ชอบคุณ... และดีใจยิ่งกว่าที่คุณเองก็ชอบท่าน”ลิปดาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนิ่งไปชั่วครู่ แล้วถามเสียงเรียบแต่แฝงความหึงหวงในที“ค่ะ... แต่คุณน้ำฟ้านั่น คือสาวของคุณหรือเปล่าคะ?”มาร์คเลิกคิ้ว ยิ้มขำกับน้ำเสียงแข็ง ๆ ของคนข้างตัว“เปล่าเลยครับ ป้ายุพิน เธอภรรยาลุงผม พยายามจะให้น้ำฟ้า หลานสาวของเธอมาข้องเกี่ยวกับผมเอง ซึ่งผมไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย”“จริงหรือคะ?”“จริงสิครับ... คุณไม่เชื่อผมเหรอ?”เธอหลบตาเล็กน้อย“เชื่อได้ไหมละคะ…”มาร์คยกยิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์แฝงความอ้อน“ถ้าไม่เชื่อ... คืนนี้ผมมีวิธีทำให้คุณเชื่อเอง”“คุณมาร์ค! พูดอะไรออกมาค่ะ... ลุงชูอยู่ในรถนะ!”เธอรีบปราม เสียงสั่นด้วยความเขิน“ตามสบายเลยครับ คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง...”เสียงลุงชูดังขึ้นจากเบาะหน้าอย่างกลั้วหัวเราะ “ผ







