เข้าสู่ระบบสายน้ำเชี่ยวกรากพัดร่างเล็กของลิปดาให้ไหลตามแรงน้ำ เธอสำลัก ไอแทบขาดใจ แขนขาเหวี่ยงไปมาอย่างไร้ทิศทาง ดวงตาพร่ามัวจากน้ำตาและสายน้ำที่โถมใส่
“ช่วยด้วย! …ช่วยฉันด้วยค่ะ!”
เสียงเธอแผ่วสั่น ร่างบางเกาะขอนไม้ที่ลอยวนอยู่กลางน้ำอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
“ลิปดา! อยู่ตรงนั้นนะ ไม่ต้องกลัวผมไปช่วยแล้ว!”
มาร์คฝืนว่ายตัดกระแสน้ำแรงอย่างไม่ยอมแพ้ กล้ามเนื้อทุกส่วนตึงเครียด ร่างใหญ่ฝ่าคลื่นน้ำอย่างดุดันจนในที่สุดคว้าข้อมือเธอไว้ได้แน่น
“จับผมไว้! อย่าปล่อยเด็ดขาด!”
เขาตะโกนแผดเสียง กอดรัดเอวเธอแน่นก่อนออกแรงพาเธอขึ้นฝั่ง
เมื่อถึงตลิ่ง มาร์คดึงร่างเปียกโชกของลิปดาเข้ามากอดในอ้อมแขน หัวใจเขายังเต้นรัวแรงอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคมเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่เคยยอมแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
“บ้าเอ๊ย! ไม่น่าจะแกล้งเธอเลย เกือบเสียเธอไปแล้ว!”
เสียงเขาแตกพร่าด้วยความโกรธตัวเอง
ลิปดาสำลักน้ำ หอบหายใจถี่ ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก
“คุณจะฆ่าฉันหรือ...”
ลิปดาน้ำตาไหลพรากจากความกลัวเธอแทบเอาชีวิตไม่รอด
มาร์คยกมือสั่น ๆ ลูบใบหน้าเธอ ไล่น้ำที่เกาะผิวออกอย่างทะนุถนอม สายตาเขาจับจ้องเพียงใบหน้าของเธอราวกับจะยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ
“ผมแค่จะแกล้งคุณไม่คิดว่าคุณจะตกใจขนาดนี้...ผมขอโทษนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำสะท้อนความรู้สึกผิด
ริมฝีปากทั้งคู่สั่นไหวอยู่ใกล้กันเพียงเสี้ยวคืบ ความอบอุ่นจากอ้อมแขนและความโกลาหลในหัวใจทำให้ลิปดาไม่รู้ว่าควรผลักเขาออกไป
หรือปล่อยให้ตัวเองถูกโอบกอดไว้ในวังวนที่เสี่ยงอันตราย เธอกัดริมฝีปาก ตั้งสติ แล้วตอบกลับทันที
“ช่างมันเถอะ…คุณเป็นเจ้าของชีวิตฉัน จะทำอะไรกับฉันก็ได้อยู่แล้ว”
มาร์คชะงักไปเล็กน้อย ก่อนถอนหายใจเฮือก ละเสียงทุ้มต่ำตอบกลับ
“โธ่…ลิปดา เลิกประชดผมสักที ไปเถอะ ผมจะพากลับบ้าน”
ลิปดาทำท่าจะยันตัวลุก แต่ไม่ทันได้ก้าว มาร์คกลับช้อนร่างเธอขึ้นสู่อ้อมแขนอย่างง่ายดาย
“ฉันเดินเองได้! ปล่อยฉันลงนะ!”
เธอเถียงเสียงสั่น
“ไม่ปล่อยอย่าดื้อกับผม”
เขาตอบสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าผมเป็นเจ้าของชีวิตของคุณ จะทำอะไรกับคุณก็ได้…”
“นี่คุณ…”
ลิปดาตาโต หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา
แต่เขากลับไม่สนใจคำค้านใด ๆ เดินอุ้มเธอกลับบ้านพัก เมื่อถึง เขาค่อย ๆ วางร่างเธอลงอย่างทะนุถนอม แล้วออกคำสั่งเสียงเรียบ
“แป้ง…เตรียมน้ำอุ่นให้คุณผู้หญิงอาบน้ำด้วย”
“ค่ะคุณผู้ชาย”
แป้ง—เด็กสาววัยยี่สิบจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่ถูกจ้างมาดูแลลิปดาโดยเฉพาะตอบรับด้วยท่าทีคล่องแคล่ว
มาร์คหันกลับมาหาเธออีกครั้ง
“หนาวไหม? เดี๋ยวผมให้ป้าหลินทำซุปร้อน ๆ ให้คุณ อาบน้ำเสร็จลงมาทานนะ จะได้อุ่นขึ้น”
เขาพูดพลางหยิบผ้าคลุมไหล่มาคลี่คลุมให้เธอ ลิปดาเงยหน้ามองเขาโดยไม่รู้ตัว สายตาทั้งสองประสานกันชั่วขณะ ความเงียบแผ่วบางปกคลุมบรรยากาศ ก่อนที่เธอจะรีบหลบตาอย่างร้อนรน
“ฉัน…ฉันจะไปอาบน้ำ”
เสียงเธอสั่น เขินจนหาคำพูดไม่ถูก
มาร์คพยักหน้ารับ ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ต้องอุ้มแล้ว! ฉันเดินเองได้!”
เธออุทาน ตกใจและหน้าแดงจัด
มาร์คเลิกคิ้ว ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ทำไมล่ะ…อยู่ใกล้ผมบ่อย ๆ กลัวจะเผลอใจหลงรักผมเข้า หรือยังไง”
“ไม่มีทาง!”
ลิปดาค้อนใส่เขา ดวงตาวาววับด้วยความดื้อรั้น ขณะริมฝีปากยังบ่นพึมพำแผ่วเบา
“ฉันไม่มีวันรักคนโหดเหี้ยมอย่างคุณเด็ดขาด”
แม้คำพูดจะแข็งกร้าว แต่สองแขนของเธอกลับโอบรัดรอบต้นคอเขาแน่นราวกับกลัวจะพลัดตก
มาร์คก้มลงสบตา เห็นความตื่นตระหนกปนสับสนในดวงตาคู่งามนั้นก็อดยิ้มบางไม่ได้
เขาอุ้มเธอขึ้นบันไดไปยังห้องนอน ก่อนวางร่างเธอลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ลิปดารีบสะบัดตัว คว้าชุดไปกอดแนบอกแล้วแทบจะวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ราวกับกลัวว่าเขาจะตามเข้ามา
“น่ารักชะมัด…”
มาร์คพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อภาพเธอเขินจนลนลานยังคงติดตา
เขาส่ายหัวเบา ๆ พลางถอดเสื้อเชิ้ตออกแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว ก่อนมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ ด้านนอก
เวลาผ่านไป ลิปดาอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เธอมองดูเสื้อผ้าที่แป้งคนดูแลคนใหม่จัดไว้ให้
“ตายจริงชุดนอนทำไมมีแต่สายเดี่ยวโป๊ะ ๆ ทั้งนั้นเลยมีหวังใส่ไปไม่รอดจากเนื้อมือมาเฟียหื่นนั้นแน่ ทำไงดี”
ลิปดาจำใจต้องใสชุดนอนชุดนี้ออกมาก่อนเพราะไม่มีทางเลือก
เธอเดินออกมาพร้อมชุดนอนสายเดี่ยวลูกไม้สีขาวกระโปรงสั้น
ทันทีที่เธอเดินออกมาเขานั่งเช็ดผมที่โซฟา สายตาจับจ้องมาที่เธออย่างห้ามไม่ได้
ลิปดาถึงกับผงะยกฝ่ามือปิดหน้าอกที่ล้นออกมาจากเสื้อนอนสายเดี่ยวตัวจิ๋ว
“เออฉันไม่รู้ว่าแป้งเตรียมชุดอะไรไว้ให้...เอ่อ...ฉันไม่ได้ดูมาก่อน...ฉันกำลังจะไปหาชุดเปลี่ยน”
ทันทีที่เธอเดินเข้าไปตู้เสื้อผ้า เขากลับมาขวางไว้ สองมือของเขาจับต้นแขนสองข้างของเธอ สายตาของเขาหลุบลงมาต่ำมองเนินอกขาวอย่างไม่เกรงใจ
“คุณอย่ามาทำสายตาแบบนี้นะ”
“ทำไมก็แค่มองไม่ช้าก็เร็ว คุณก็ต้องเป็นเมียผมอยู่ดี”
ลิปดาพยายามจะดิ้นให้หลุดจากฝ่ามือแกร่งของเขา แต่ร่างบางอย่างเธอจะเอาอะไรไปสู่แรงผู้ชายอย่างเขาได้
“คุณบอกเองว่าคุณจะไม่ฝืนใจฉัน...แต่ตอนนี้คุณกำลังจะกลืนน้ำลายตัวเองอยู่นะ”
เขาไม่พูดอะไรเขาค่อยๆ พาเธอไปนั่งโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะไปเอาเสื้อคลุมมาคุมให้เธอ
ลิปดาถึงกับแปลงใจที่เขาดูอ่อนโยนเช่นนี้
เขาหยิบได้เป่าผมขึ้นมา
“เอ๊ะ…คุณจะทำอะไร”
ลิปดาหันขวับ ดวงตาเบิกโต
มาร์คยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้ายังมีหยดน้ำเกาะกรอบผม แสดงว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จเช่นกัน
“นั่งเฉย ๆ”
เขาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจที่ห้ามปฏิเสธ มือใหญ่จับไดร์ขึ้นมาแทน
ลิปดาขยับจะลุกหนี แต่เขากดไหล่เบา ๆ ให้กลับนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“คุณมาร์ค…ฉันทำเองได้”
เธอพึมพำเสียงสั่น รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
“อย่าดื้อ”
เขาตอบสั้น ๆ พลางกดสวิตช์ เสียงลมอุ่นพัดผ่านเส้นผมดำขลับที่สยายลงมา มือหนาอีกข้างคอยลูบจัดเส้นผมให้ไม่พันกัน
ลมอุ่นพัดผ่านผิวศีรษะ แต่กลับทำให้หัวใจลิปดาร้อนวูบยิ่งกว่า
เธอจ้องมองใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้ในกระจกเงา เห็นแววตาคมที่ไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง
หากแต่มีความอ่อนโยนบางอย่างซ่อนอยู่
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้อีกนิด เสียงทุ้มกระซิบเบา ๆ ข้างหู
“ต่อไปผมจะดูแลคุณเอง ...ผมเคยบอกแล้วไงว่าจะทำให้คุณรักผมให้ได้”
ลิปดาเม้มปากแน่น รีบเบือนสายตาหนีไปทางอื่น ไม่อยากให้เขาเห็นว่าหัวใจเธอสั่นไหวเพียงใด แต่แก้มกลับร้อนจัดจนไม่อาจปิดบังได้เลย…
“ฝันไปเถอะ”
เธอตอบเบา ๆ แต่เขาได้ยิน
“เดี๋ยวก็รู้ว่าใช่ฝันหรือเปล่า แม่สาวน้อยคนเก่ง”
งานวิวาห์ลิปดา&มาร์คบ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่ ท่ามกลางสายลมเย็นและหมอกบาง ๆ ที่ค่อย ๆ ลอยละล่องอยู่เหนือยอดไม้ งานแต่งงานของลิปดาและมาร์คถูกจัดขึ้นอย่างงดงามในสวนกุหลาบสีขาวที่กลีบดอกบานสะพรั่งเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งผสมผสานกับบรรยากาศที่เขียวชอุ่ม ทำให้ทุกคนที่เข้ามารู้สึกสงบและอบอุ่นไปพร้อมกันพิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย คุณปู่ของมาร์คยืนอยู่ด้านหน้า มองหลานชายและหลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม พ่อแม่ของลิปดาก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ส่งรอยยิ้มเต็มใบหน้าให้กับทั้งคู่คู่บ่าวสาวสวมชุดที่หรูหราสมกับทายาทธุรกิจหมื่นล้าน มาร์คสวมสูทสีเข้ม ตัดกับผ้าไหมขาวบริสุทธิ์ของลิปดา ทำให้เธอดูสง่างามและงดงามดั่งเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยายยี่หวาและพอล แก้มบุ๋มและกริช รวมถึงคุณปัญญาเลขา และเพื่อน ๆ แขกผู้มีเกียรติอีกมากมาย ต่างยืนจับมือ ส่งยิ้มอย่างอิ่มเอม พวกเขามองคู่บ่าวสาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักและความยินดี“คู่บ่าวสาว สวยหล่อเหมาะสมกันมาก”“เจ้าสาวสวยเหมือนดาราเลย”“เจ้าบ่าวหล่อจนฉันอยากเป็นเจ้าสาวเสียเอง”“วาสนาเจ้าสาวมากได้สามีหล่อ”“อิจฉาเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวยยังกะนางฟ้า”"เมื่
ฝนเริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศเงียบสงบ ยี่หวาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอเดินขึ้นเตียงที่พอลนอนรอเธออยู่ด้วยความหวัง“ยี่หวา ที่นี่อากาศดีจังเลย มาให้พี่กอดหน่อยสิครับ”“ให้กอดได้ค่ะ อยากกอดนานขนาดไหนก็ได้หมดเลย”พอลยิ้มแล้วดึงร่างเธอเข้ามาใกล้“แล้วถ้าพี่ขออย่างอื่น จะได้ไหม”ยี่หวายิ้มบางก่อนจะเอ่ย“ก็ต้องบอกมาก่อนว่าจะขออะไร”ยี่หวาพูดพร้อมสบตาเขา เธอพอจะรู้คำตอบ เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“ก็จะขอ...ทำลูกสะหน่อย”เขาพูดพลางขยับอ้อมกอดแน่น“เดี๋ยวก่อนค่ะ...มีอะไรจะบอกค่ะ”พอลเลิกคิ้ว“อะไรครับ... พูดแบบนี้พี่ใจไม่ดีนะ”“รอบเดือนมาเมื่อครู่ค่ะ… เสียใจด้วยนะคะพี่พอล”พอลทำหน้าตกใจเล็กน้อย“โหย… ยี่หวา ทำไม.... ทำไมต้องเป็นพี่ด้วยที่มีแต่อุปสรรค”ยี่หวาพยักหน้าเบา ๆ“ช่วยไม่ได้ค่ะ”พอลยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระซิบ“งั้นพี่จะขอฝ่าไฟแดงนะ...ได้ไหม?”ยี่หวาหัวเราะเบา ๆ แต่หัวใจกลับอบอุ่นไปด้วยความใกล้ชิด“ไม่ได้ค่ะ ต้องรอให้หมดรอบเดือนก่อน เพราะมันไม่สะอาดนะคะ”“รออีกกี่วันอ่า… พี่จะอดใจไม่ไหวแล้วเนี่ย”“มาค่ะ มานอนกอดกันให้อุ่นดีกว่า เรารักกันแบบมองข้ามเรื่องเซ็กส์ไปก่อนเนอะ”“ใครจะมองข้ามก็มองไป ส่วนพี่
แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับขอบเขา อุณหภูมิลดลงจนไอหนาวเริ่มล้อมรอบบ้านพักตากอากาศเสียงจิ้งหรีดแผ่วเบาปะปนกับเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่กำลังช่วยกันจัดโต๊ะอาหารตรงลานหน้าบ้านหลอดไฟเล็ก ๆ ถูกแขวนเรียงเป็นสายเหนือศีรษะ แสงไฟสีส้มอ่อนส่องกระทบไอหมอกบาง ๆ ที่ลอยคลอเคลียอยู่รอบตัว ราวกับเพิ่มประกายให้ค่ำคืนนี้มีมนตร์เสน่ห์ยิ่งขึ้น“แก้วนี้เพื่อมิตรภาพของพวกเรา!”กริชพูดพลางยกแก้วขึ้น เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมเสียงแก้วกระทบกันเบา ๆกลิ่นอาหารปิ้งย่างลอยแตะจมูก ลิปดานั่งย่างเห็ดร้อน ๆ ให้ทุกคน ส่วนมาร์คนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ คอยยื่นผ้าคลุมไหล่ให้เมื่อเห็นว่าเธอสั่นหนาวเล็กน้อย“อากาศเย็นแบบนี้ ต้องอยู่ใกล้เตาไฟหน่อยครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย”เสียงของมาร์คอ่อนโยนจนลิปดาเผลอยิ้ม เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงไหล่เขาอย่างอาย ๆรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงเพลงเบา ๆ จากลำโพง เสียงพูดคุยหยอกล้อของเพื่อน และกลิ่นหอมของอาหารที่อบอวลอยู่ในอากาศทั้งหมดนั้นผสมกันเป็นภาพของ “ความสุขเรียบง่าย”แก้มบุ๋มหันไปยิ้มให้กริช“หนาวจังเลย แต่ไฟตรงนี้อบอุ่นมาก”“อุ่นเพราะนั่งใกล้ผมหรือเปล่าครับ”กริชหัวเราะ พลางเอื้อมมือไป
สายหมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดไม้ กลิ่นดินชื้นหลังฝนตกเมื่อคืนแตะจมูกเบา ๆ บ้านพักตากอากาศตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของเขาใหญ่ปลายฝนต้นหนาว...อากาศเย็นพอดี แสงแดดยามเช้าทาบลงบนพื้นหญ้าเป็นประกาย เหล่าเพื่อนสนิทยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางมองทิวเขาไกล ๆ ด้วยรอยยิ้ม“บรรยากาศยามเช้าดีมากเลยนะ ไอ้มาร์ค”กริชพูดพลางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้“ยิ่งตอนเย็น ตอนพระอาทิตย์ตกท่ามกลางไอหมอก บอกเลย...ฟินสุด ๆ เมื่อคืนพวกเรามาถึงดึกไปหน่อยเลยพลาดวิวไป”มาร์คเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ“พี่พอลหลับสบายไหมครับเมื่อคืน?”มาร์คถามขึ้นในฐานะเจ้าบ้าน“หลับเป็นตายเลย พี่ง่วงมาก”พอลตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง“แสดงว่าเมื่อคืนไม่มีใครได้ทำกิจกรรมเลยสิ มัวแต่หลับกันหมด ฮ่า ๆ”กริชแซวเสียงดัง จนทุกคนหัวเราะตาม“คืนนี้คงต้องจัดให้สมกับบรรยากาศเป็นใจ ว่าแต่...ฝนจะตกไหมมาร์ค?”“ตกครับ บรรยากาศดี เป็นใจกับทุกคนเลย...ยกเว้นผม หมอห้าม”มาร์คพูดติดตลก“เอ็นดูมึงจริง ๆ ว่ะ มาร์ค ฮ่า ๆ ๆ”กริชหัวเราะลั่น“แต่กูมีความสุขมากนะเว้ย...กูมีลูกน้อย รอวันที่เขาจะออกมาลืมตาดูโลก”“พี่ยินดีด้วยจริง ๆ พี่ก็จะได้มีหลานกับเขาแล้ว”พอลพูดพลางตบบ่
มาร์คขับรถพุ่งไปตามถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยฝุ่นและโคลนจากฝนที่ตกพรำ เขาไม่มองสิ่งรอบข้าง มีเพียงภาพโครงการบ้านริมน้ำที่ไฟลุกโชนอยู่ในสมองเมื่อมาถึง หน้างานเต็มไปด้วยกลุ่มคนงานที่วิ่งวุ่น แสงไฟสีส้มแดงกะพริบสะท้อนควันหนาทึบ มาร์คกระโดดลงจากรถทันที ร่างสูงเหยียบพื้นดินอย่างมั่นคง แม้ควันจะร้อนจนแทบหายใจไม่ออกมาร์คมองเข้าไปในอาคารที่ไฟกำลังลุกโชน เปลวไฟสีส้มแดงสะท้อนบนตัวบ้าน“คุณปัญญา คนงานติดอยู่กี่คน?”“เจ็ดคนครับคุณมาร์ค ตอนนี้นักดับเพลิงกำลังเร่งช่วยเหลืออยู่”เสียงนายปัญญาเลขาตอบอย่างร้อนรนสายตาของมาร์คจับจ้องไปที่เงาของคนงานบางส่วนที่ติดอยู่ในอาคารหัวใจเขาเต้นแรง แต่สายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว“ผมจะเข้าไปใกล้ ๆ เผื่อมีใครออกมา จะได้ช่วยส่งต่อให้กับหน่วยกู้ภัย”"ไปพวกเราไปช่วยคุณมาร์ค"นายปัญญาสั่งเหล่าลูกน้องและบอดี้การ์ดมาร์คก้าวเท้าเข้าไปท่ามกลางควันหนาและเปลวไฟ เสียงกรีดร้องเบา ๆ ของคนงานดังแทรกอยู่ในความมืดมือของมาร์คมั่นคงและรวดเร็ว เขาช่วยดึงคนงานออกมาทีละคนจากนักดับเพลิง แล้วส่งต่อให้ทีมกู้ภัยจนแน่ใจว่าทุกคนออกมาอย่างปลอดภัย“ทั้งเจ็ดคนปลอดภัยทุกคนใช่ไหมครับ?” เข
คฤหาสน์ตระกูล วิวัฒน์วงศ์พานิชเสียงเครื่องยนต์ของรถหรูเงียบลงเมื่อรถจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ใหญ่โอ่อ่า ประตูไม้แกะสลักหรูหราถูกเปิดออกท่ามกลางสวนสวยที่จัดไว้อย่างประณีตมาร์ครีบอ้อมมาเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ด้วยท่าทีสุภาพ“เชิญครับ คุณผู้หญิง”เขาว่าพลางแกล้งยิ้มแซวเบา ๆลิปดาเหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากรถอย่างสง่างามโดยไม่พูดอะไร รอยยิ้มยังไม่ปรากฏบนใบหน้าเพราะเธอยังโกรธเขาอยู่“คุณลิปดามาแล้วค่ะคุณท่าน”เสียงแม่บ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อมไม่นาน ชายชราในชุดผ้าแพรสีอ่อนก็ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ลิปดามาหาปู่แล้วเหรอ ดีใจจังเลยหลานสะใภ้ปู่”“สวัสดีค่ะคุณปู่”เธอกล่าวเสียงสุภาพพร้อมยกมือไหว้“เอ้อ ๆ มานั่งก่อนลูก มานั่งก่อน”น้ำเสียงของคุณปู่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ปู่ขอบใจหนูมากนะที่ยังนึกถึงคนแก่ อุตส่าห์มาหาปู่วันนี้”ลิปดายิ้มบาง ๆ“ต้องมาสิคะ ลิปดาต้องมาเยี่ยมคุณปู่อยู่แล้ว”คุณปู่หัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ“ปู่อยู่คนเดียวก็เหงา มีหลาน ๆ มาเยี่ยมปู่ดีใจมาก ๆ”“ลิปดาไม่ปล่อยให้คุณปู่เหงาหรอกค่ะ”“หลานสะใภ้ปู่ช่างน่ารักเสมอ อ่อเห็นเจ้ามาร์คบอกว่าหนูตั้งครร
ค่ำคืนนั้น ฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เสียงฝนกระทบหลังคารถดังเป็นจังหวะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของถนนที่มีเพียงแสงไฟส่องลอดผ่านม่านน้ำลงมาเป็นเส้นยาวพอลขับรถอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาจอดใต้ตึกคอนโดของยี่หวาทันทีที่รถจอดสนิท ยี่หวารีบเปิดประตูลงจากรถ พลางกล่าวขอบคุณเสียงนุ่ม“ขอบคุณพี่พอลมากเลยนะคะ
บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง – เวลา 22.00 น.ค่ำคืนนี้ฝนตกหนักหน้าบริษัท ทำให้รถแท็กซี่ผ่านไปผ่านมาน้อย ยี่หวายืนรออยู่หลายคัน แต่ก็ยังไม่มีคันไหนจอดรับ ปกติเธอขับรถมาทำงานเอง แต่วันนี้รถของเธอต้องเข้าศูนย์“ดวงดีของฉันจริง ๆ รถเข้าศูนย์ ทำโอที แล้วยังฝนตกใหญ่...”เธอพึมพำเบา ๆทันใดนั้น รถเก๋งสีดำคันหนึ่ง
เมื่อมาร์คพาลิปดาออกจากคอนโด มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่คุณปู่ของเขารักษาตัวอยู่ บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความสงสัย“คุณมาร์คค่ะ เอ่อคุณกริชคบหากับแก้มบุ๋มตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”ลิปดาถามขึ้นด้วยความสงสัย“ผมก็ไม่ทราบเลยนะ รู้แค่ตอนที่ผมเจอคุณกับเพื่อนคุณครั้งแรก”เขายิ้ม และเว้นช่ว
กริชรีบเปิดประตูห้องทันทีด้วยความหงุดหงิด เขาคาดหวังว่าคงเป็นเลขาที่เอาชุดมาส่งให้เขาตามนัด แต่กลับต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือน“กริช โทษทีว่ะที่วันนี้มารบกวนเช้าไปหน่อย” มาร์คเอ่ยขึ้น “พอดีว่าวันนี้จะพาแฟนไปเยี่ยมคุณปู่ แวะมาคอนโด มาเอาของขวัญที่เตรียมไว้ให้คุณปู่ เลยแวะชว







