Home / โรแมนติก / บ่วงรักรอยบาป [NC-20+] / ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก!

Share

ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก!

last update publish date: 2026-09-17 19:33:45

สียงดนตรีจังหวะเนิบช้าที่เปิดคลอเบา ๆ ผสานไปกับแสงไฟสลัวสีส้มภายในร้านอาหารกึ่งผับ บ่งบอกว่าช่วงเวลาไนต์ไลฟ์อันคึกคักได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงชนแก้วบัดนี้เงียบเหงาลงถนัดตา พนักงานเสิร์ฟสามสี่คนในชุดยูนิฟอร์มเริ่มจับกลุ่มยืนพิงเคาน์เตอร์ กระซิบกระซาบพูดคุยกันเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการวิ่งวุ่นรับส่งออเดอร์ตลอดทั้งคืน

ที่โต๊ะไม้มุมมืดหลังร้าน ฟางกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนสังกะสีตักข้าวผัดกะเพราเม็ดแข็ง ๆ เข้าปากอย่างหิวโซ อาหารมื้อดึกควบเช้ามืดก่อนเวลาเลิกงานคือสิ่งเดียวที่เยียวยาความโหยของคนกรำงานกลางคืนทุกคนในเวลานี้ กลิ่นพริกแก้งฉุน ๆ ลอยแตะจมูกพร้อมกับเสียงเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ ท่ามกลางความล้า

“น้ำไม่มาทำงานเหรอวันนี้”

เสียงแหบเสน่ห์ที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำลายความเงียบระหวางมื้ออาหาร และฉุดความสนใจของฟางให้ละจากจานข้าวตรงหน้า หล่อนกลืนข้าวคำโตลงคอพลางตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

“วันนี้น้ำไม่สบาย...”

ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดพ้นริมฝีปาก ปลายนิ้วที่จับด้ามช้อนพลันสั่นระริกชะงักกึกกลางอากาศ สมองกระตุกวาบเมื่อภาพรอยช้ำและดวงตาแตกสลายของเพื่อนรักในห้องเช่าเมื่อตอนบ่ายแล่นกลับเข้ามาทับทาบ ฟางดึงช้อนลงกระทบจานเสียงดัง เคร้ง! ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบหันไปมองเจ้าของคำถามทันที

“ถามหามันทำไมเหรอพี่” ฟางเค้นเสียงต่ำ นัยน์ตาหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง

“เปล่าหรอก... ก็แค่ไม่เห็นหน้ามาทำงาน ก็เลยอยากรู้เท่านั้เอง”

ติ๊ก สาวเชียร์เบียร์สุดเซ็กซี่ประจำร้านในชุดเดรสสั้นรัดรูปโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งเอ่ยตอบ หล่อนกำลังยกตะไบขึ้นมาแต่งเล็บมือทีละนิ้วอย่างใจเย็น ท่าทางเยือกเย็นและแววตาที่ว่างเปล่าของติ๊ก ยิ่งจุดชนวนความสงสัยในใจฟางให้ประทุเดือดขยายวงกว้าง

“อย่าให้ฟางรู้นะ... ว่าพี่ติ๊กชวนไอ้น้ำมันไปทำงานด้วยเมื่อวันก่อน” ฟางหยัดกายตรง กระแสเสียงทวีความหนักหน่วงและเอาเรื่องอย่างชัดเจน

“พี่ก็แค่เสนองานให้มันเท่านั้นเอง” ติ๊กละสายตาจากปลายเล็บ หันมาเหยียดยิ้มบางที่มุมปาก นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีแววสะทกสะท้าน 

“ส่วนมันจะทำหรือไม่ทำ พี่ไปบังคับขู่เข็ญมันได้ที่ไหนล่ะ... ฟางก็รู้อยู่แล้วนี่ เหมือนฟางไง!”

คำประชดประชันที่โยงเข้าหาตัวเองทำเอาฟางสะดุดกึก ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวด้วยความโกรธแค้นจนเนื้อตัวเริ่มสั่น สองมือขยับกำหมัดแน่นบนโต๊ะอาหาร หล่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรุ่นพี่สาวเซ็กซี่อย่างไม่ลดละ รอยแผลและรอยกัดคุกคามบนผิวเนื้อของน้ำค้างในความทรงจำ บัดนี้มันปะติดปะต่อเข้ากับคำพูดของคนตรงหน้าอย่างพอดิบพอดี

“แสดงว่า... เรื่องที่ไอ้น้ำมันไม่สบายจนมาทำงานไม่ได้ขนาดนี้... มันเป็นเพราะฝีมือพี่จริง ๆ ใช่ไหม!” ฟางเค้นเสียงลอดไรฟัน จ้องตาขวางดั่งเสือร้ายที่พร้อมจะกระโจนเข้าขย้ำ

“อย่ามาปรักปรำพี่นะฟาง!”

ติ๊กตวาดเสียงแหลมขัดขึ้นทันควัน แววตาจิกขู่เริ่มฉายร่องรอยความหงุดหงิด หล่อนกระแทกตะไบเล็บลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง! ก่อนจะเชิดหน้าพ่นลมหายใจร้อนผ่าว ขยับปากพูดปัดความรับผิดชอบอย่างหน้าตาเฉย

“พี่ไม่ได้บังคับน้ำมันสักนิด... มันอยากทำของมันเอง! แล้วมันก็ได้เงินค่าจ้างไปตั้งเยอะตั้งแยะ ส่วนเรื่องอื่นหลังจากนั้นน่ะพี่ไม่รู้หรอก พี่ไม่ได้ไปนั่งอยู่ด้วยตลอดเวลานี่!”

ถ้อยคำเห็นแก่ตัวที่ลอยผ่านลมหายใจฉุนจัดของรุ่นพี่สาว ยิ่งขับเน้นให้ความเงียบหลังร้านทวีความอึดอัด ร้อนระอุประหนึ่งพายุร้ายที่กำลังตั้งเค้า รอวันระเบิดทำลายล้างความฟอนเฟะทั้งหมดให้พังพินาศในอีกไม่ช้า

บรรยากาศอึดอัดรอบโต๊ะอาหารพนักงานเริ่มแปรเปลี่ยนความร้อนรุ่มเป็นความเยียบเย็น ฟางก้มหน้าหลบสายตาที่จิกขู่ของรุ่นพี่สาว ขบเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว ข่มก้อนทิฐิที่จุกอยู่ในอกลงไป เธอเลื่อนมือที่สั่นเทาไปกุมขอบโต๊ะไม้ สลัดความกระด้างในน้ำเสียงออกจนหมด เหลือเพียงกระแสเสียงแผ่วเครือระคนอ้อนวอน

“ฟางขอร้องนะพี่ติ๊ก... อย่ายุ่งกับไอ้น้ำมันเลย มันหัวอ่อน... มันไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพี่หรอก”

คำวอนขออันสั่นเครือนั้นส่งผลให้ใบหน้าเฉี่ยวคมของสาวรุ่นพี่ค่อย ๆ คลายความบึ้งตึง ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มกว้างอย่างผู้มีชัย ติ๊กเอนแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ ทอดสายตามองฟางราวกับมองลูกไก่ในกำมือ

“ฟาง... ไอ้น้ำมันไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ เรียนมหาวิทยาลัยปีสองแล้ว เรื่องแบบนี้พี่ว่ามันคิดของมันเองได้” ติ๊กพ่นลมหายใจออกจมูก หัวเราะหึในลำคอเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก ขยับเอ่ยคำพูดถัดมาด้วยน้ำเสียงของคนที่รู้ดีว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู 

“พี่ไม่ยุ่งกับมันก็ได้... แต่ถ้าวันไหนไอ้น้ำมันมันเดินมาหาพี่เอง ถึงตอนนั้นพี่ก็ช่วยไม่ได้นะ”

“วันนั้น... คงไม่มีวันมาถึงหรอก” ฟางพึมพำกระซิบตอบกับตัวเอง น้ำเสียงแหบแห้งราวกระดาษทราย

“มันก็ไม่แน่นะมึง... เงินแสนหาง่ายใช้คล่องแบบนั้นน่ะ ใครลองได้จับสักครั้ง... ก็ติดใจจนหน้ามืดทั้งนั้นแหละ”

ติ๊กทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มหยัน หยาดสายตาสมเพชทอดมองลงมาจนฟางรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าและโหนกแก้ม 

ก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดระเบิดพล่านดั่งภูเขาไฟที่พร้อมปะทุ เธอจ้องมองริมฝีปากสีสดที่กำลังแย้มยิ้มหน้าตาเฉยนั้นด้วยความขยะแขยง ปลายนิ้วหยาบจากการกรำงานหนักจิกเกร็งเข้าหากันจนเล็บแทบฝังเนื้อ—ในหัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อยากจะลุกขึ้นไปตบปากเน่า ๆ นั้นให้สะบั้นสักฉาดใหญ่เพื่อดับความอัปยศ

เสียงกรีดตะไบเล็บที่ดังขึ้นอีกครั้ง ดึงจิตวิญญาณของฟางให้ดิ่งวูบย้อนกลับไปสู่อดีตอันมืดมน…

ภาพในค่ำคืนที่แสนสิ้นหวังเมื่อปีก่อนแล่นกลับเข้ามาฉายซ้ำดั่งม้วนฟิล์มเก่า ในวันที่เธอหมดหนทาง กลิ่นเหล้าฉุนกึกและเงินปึกหนาที่ผู้หญิงตรงหน้าโยนลงบนโต๊ะยั่วยวนตา 

ข้อเสนอ ‘งานเอนเตอร์เทนข้ามคืน’ ที่ติ๊กใช้คารมคมคายล่อลวงหว่านล้อมละมุนละม่อมจนเธอแทบจะกระโจนเข้าตะครุบไว้โดยไม่คิดชีวิต—มันอาจจะละม้ายคล้ายคลึงกับหลุมพรางดักสัตว์ที่น้ำค้างเพิ่งสะดุดล้มลงไปเมื่อค่ำคืนมรณะเหมือนที่เธอเคยโดนเป็นแน่แท้

ผู้หญิงคนนี้... มีวิธีเชือดเฉือนกลืนกินความบริสุทธิ์ของเด็กสาวบ้านนาได้อย่างแยบยลและเลือดเย็น จนแม้แต่คนใจแข็งอย่างเธอ ก็เคยพลาดท่าหลงกลมาแล้วครั้งหนึ่ง 

บาดแผลจากค่ำคืนนั้นเยียวยายากลำบากและเจ็บปวดระบมจนฝังลึกเป็นตราบาป ฟางเลือกหันหลังให้เส้นทางสายโลกีย์นั้นอย่างเด็ดขาด แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยสายตารังเกียจเหยียดหยามจากสังคมรอบข้าง เพื่อนผู้หญิงทุกคนในมหาวิทยาลัยต่างตีตัวออกห่าง เบือนหน้าหนีและพ่นคำนินทาไล่หลังราวกับเธอเป็นสิ่งปฏิกูล

...ยกเว้นเพียงคนเดียว

'น้ำค้าง' คือมนุษย์เพียงคนเดียวที่ยังคงยื่นมืออันอบอุ่นมาโอบกอดเธอในวันพายุซัดสาด ดวงตาคู่กลมโตใสซื่อคู่นั้นไม่เคยฉายแววดูแคลน และยังคงเรียกเธอว่า "เพื่อนรัก" อย่างเต็มปากเต็มคำเสมอมา 

ความจริงใจเดียวดายท่ามกลางเมืองกว้างใหญ่ชิ้นนี้ คือสายใยหนาแน่นที่ผูกมัดหัวใจของฟางให้รักและพร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องหยาดน้ำค้างดวงนี้

ฟางตวัดสายตาขวางกลับมาจ้องหน้าติ๊กที่ยังคงฮัมเพลงอย่างไม่ทุกข์ร้อน แววตาของเด็กสาวในชุดเด็กเสิร์ฟบัดนี้ไร้ซึ่งความตื่นกลัว มันแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่แฝงเค้าลางของความบ้าคลั่ง... หากผู้หญิงคนนี้คิดจะลากเพื่อนรักของเธอลงนรกไปอีกคน เธอก็พร้อมจะเผาพลาญนรกขุมนี้ให้พินาศไปด้วยมือของตนเองเช่นกัน…

…ความเงียบเยือกเย็นภายในห้องกระจกสี่เหลี่ยมของฝ่ายกฎหมายโรงพยาบาล บีบรัดบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง แสงไฟนีออนสีขาวสาดกระทบปึกเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะจนดูขาวโพลนแสบตา น้ำค้างนั่งคู้ไหล่ ก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกแทบชิดแผ่นกระดาษ ลมหายใจที่ทอดถอนออกมาแต่ละครั้งแผ่วเบาและสั่นเครือ สองมืออันบอบบางวางประสานกันอยู่บนตัก จิกเกร็งเข้าหากันจนปลายนิ้วซีดขาว

หยาดน้ำตาอุ่นร้อนรื้นขึ้นมาคลอเคลียดวงตา ก่อนจะบดบังทัศนียภาพตรงหน้าจนเบลอพร่า ตัวเลขกลม ๆ ในเนื้อความเอกสารที่ระบุจำนวนภาระรับสภาพหนี้เด่นหรา—สามแสนบาท—ตัวเลขเหล่านั้นสะท้อนผ่านม่านน้ำตาขยายใหญ่ราวกับอสุรกายที่จะเข้ามากลืนกินชีวิต เงื่อนไขเวลากระชั้นชิดที่ขีดเส้นตายไว้เพียงเจ็ดวันสลักแน่นอยู่ในเนื้อความ หากพ้นกำหนดนี้ไป หมายศาลและคดีความฟ้องร้องจะถูกส่งตรงถึงมือเธอทันที

ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำค้างกลืนก้อนความขมปร่าลงไปอย่างยากลำบาก สายตากระตุกมองนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนังห้องกระจก 

เสียงเดินของเข็มวินาทีดัง แกรก... แกรก... ย้ำเตือนเวลาที่เหลือน้อยเต็มที อีกเพียงไม่ถึงสองชั่วโมงข้างหน้า ร่างของแม่ที่กำลังนอนรอคอยความหวังอยู่ในห้องฉุกเฉินจะต้องได้รับการผ่าตัดเร่งด่วนเพิ่มเติม หากเธอไม่ยินยอมแบกรับตัวเลขมหาศาลนี้ การเคลื่อนย้ายและสิทธิ์ในการรักษาจะถูกระงับลงทันที

ปลายนิ้วเนียนละเอียดเอื้อมไปหยิบปากกาลูกลื่นด้ามเย็นเฉียบขึ้นมาถือไว้ แรงกดดันมหาศาลบีบบังคับให้มือของเธอสั่นเทาจนแทบควบคุมทิศทางไม่ได้ 

น้ำค้างหลับตาลงแน่นจนหยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงกระทบลงบนแผ่นกระดาษซึมเป็นวงกว้าง ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วตัดสินใจจรดปลายปากกา ตวัดลงชื่อเซ็นรับสภาพหนี้ก้อนโตนั้นด้วยความจำนนต่อโชคชะตา เสียงหัวปากกาบดครูดกับเนื้อกระดาษดังแผ่วเบาทว่าบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกดั่งเสียงโซ่ตรวนที่ลากจูงเธอลงสู่นรก

เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเอื้อมฝ่ามือดึงปึกเอกสารเหล่านั้นกลับไป กลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์โชยฟุ้งระคนความอึดอัด ชายวัยกลางคนพลิกหน้ากระดาษตรวจสอบความเรียบร้อยด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาหลังกรอบแว่นหนาเตอะนิ่งสนิทราวกับมองก้อนหินริมทาง ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือกรีดแยกกระดาษแผ่นสำเนาส่งคืนกลับมาให้เธอ

“เรียบร้อยครับ ตอนนี้คนไข้สามารถเคลื่อนย้ายได้แล้วครับ”

น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งโทนเสียงของความยินดียินร้ายหรือความเห็นอกเห็นใจประหนึ่งคนไร้ชีวิตจิตใจ 

คำพูดทางราชการเหล่านั้นลอยผ่านอากาศเย็นเยือกของห้องกระจก ดิ่งตรงเข้าทุบทำลายหัวใจของเด็กสาวจนแหลกลาญ 

น้ำค้างเอื้อมมืออันไร้เรี่ยวแรงรับแผ่นกระดาษสำเนาสภาพหนี้มาตระกองกอดไว้แนบอก ราวกับตระหนักดีว่าเงาตัณหาและหลุมพรางมืดมิดของเงินแสนที่เพิ่งผ่านมาเมื่อค่ำคืนก่อน... กำลังอ้าแขนรอรับเธอกลับไปจมดิ่งอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ร่อนสวาทสาวแม่ลูกอ่อน! [NC-20+]

    “พี่หาคนอื่นขึ้นงานแทนน้ำหน่อยได้มั้ย เสาร์นี้น้ำไม่ว่างจริงๆ น้ำจะกลับบ้านไปหาลูก...”น้ำค้างมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องเอ่ยปากปฏิเสธงานจากลูกค้าขาประจำ ร่างบางยืนแอบอยู่หลังเสาต้นใหญ่บริเวณหน้าโถงทางเข้าอาคารเรียนของคณะ สายตาสอดส่องมองไปรอบกายด้วยความระมัดระวัง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนเกือบเป็นเพียงเสียงกระซิบเข้าไปในสายโทรศัพท์“พี่พยายามแล้วน้ำ... พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมลูกค้ารายนี้เขาถึงเจาะจงแค่น้ำคนเดียว นี่มันแทบจะวันเว้นวันเลยนะในอาทิตย์นี้” เสียงของติ๊กที่ดังตอบกลับมาจากปลายสายเต็มไปด้วยความหนักใจไม่แพ้กัน“ความจริงพี่ก็ไม่อยากให้น้ำลำบากใจหรอกนะ แต่เขาเร่งพี่จริง ๆ พี่พยายามเสนอให้เจ้ามินต์ไปแทนก่อนในครั้งนี้ เขาก็ปฏิเสธยืนยันคำเดิมว่าจะเอาน้ำคนเดียว ไม่รู้ติดอกติดใจน้ำอะไรหนักหนา” ติ๊กถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อนึกถึงความเขี้ยวและความตั้งใจของลูกค้ารายสำคัญรายนี้“แกงดกลับบ้านสักอาทิตย์ไม่ได้เหรอน้ำ เอาเงินก่อนไม่ดีกว่าเหรอ? เสียดายโอกาสนะ รายนี้ทิปหนักซะด้วย แกก็รู้อยู่แล้วนี่” ติ๊กพยายามเอ่ยบิ้วต์เพื่อนรุ่นน้องด้วยความปรารถนาดีน้ำค้างนิ่งเงี

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เจียมตน!

    “ฟาง... กูว่ากูเอายัยหนูไปให้แม่กูเลี้ยงที่บ้านนอก… ดีมั้ยวะ?”น้ำค้างเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายเป็นการปรึกษาและหยั่งเชิงเพื่อนสนิท ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้องพัก สายตากลมโตช้อนขึ้นมองร่างเล็กกระจิดริดของทารกน้อยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเบาะนุ่มข้างกาย ดวงตาของเธอมองดูลูกน้อยด้วยความรู้สึกที่สับสน ว้าวุ่น และเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุดความชอกช้ำและความเครียดที่สะสมมานานหลายวันบันดาลให้แววตาของเธอหม่นแสงลง ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อความสิ้นหวังแผดเผาเข้ามาในจิตใจ“ทำไมมึงถึงคิดแบบนั้นวะ?”ฟางมีสีหน้าไม่สบายใจขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิท เธอถลันตัวลุกขึ้นจากขอบเตียง ขยับเข้ามานั่งใกล้ทารกน้อยที่นอนนิ่งไม่รับรู้เรื่องราวความทุกข์ร้อนของผู้ใหญ่“กูคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว...” น้ำค้างพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความสะเทือนใจ การตัดสินใจครั้งนี้กัดกร่อนหัวใจของเธอจนแหลกสลาย “เราสองคนไม่รู้เรื่องการเลี้ยงเด็กอ่อนเลยสักนิด มึงเองก็ต้องเรียน ไหนจะต้องมาอดหลับอดนอนช่วยกูเลี้ยงลูกอีก ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องอะไรของมึงเลยสักนิด”น้ำค้างเว้นจังหวะ ถอนหายใจออกมาหนักหน่วง นัยน์ตาคู่

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เริ่มต้นใหม่... ในวงโคจรเดิม!

    หญิงสูงวัยค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนัก ประคองรับร่างทารกน้อยจากอ้อมกอดของน้ำค้างขึ้นมากอดแนบอกอย่างโอบอุ้มทะนุถนอม ความรัก ความสงสาร และความเอ็นดูพรั่งพรูขึ้นมาจุกแน่นอยู่ในอก เมื่อได้เพ่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มไร้เดียงสาของหลานสาวตัวน้อย นัยน์ตาที่ฝ้าฟางเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความอาภัพเวทนา รำพึงรำพันในใจถึงชะตากรรมของแก้วตาดวงใจดวงใหม่ที่ต้องเกิดมาท่ามกลางความลับและความทุกข์ยากของคนเป็นแม่“โธ่เอ๊ย... ยัยหนูหลานยาย... ทำไมถึงได้อาภัพอย่างนี้นะลูก...”น้ำเสียงแหบพร่าสั่นระริกเอ่ยรำพันออกมาอย่างสุดแสนสงสาร ภาพความรักอันยิ่งใหญ่และความชอกช้ำระกำใจของสองแม่ลูกตรงหน้า บีบคั้นหัวใจของฟางจนกักเก็บความรู้สึกไว้อีกต่อไปไม่ไหว หยาดน้ำตาใสเอ่อล้นคลอเบ้า ก่อนจะค่อยๆ ไหลรินอาบสองแก้มของเธอลงมาอย่างเงียบเชียบ ด้วยความรู้สึกสงสารเพื่อนจับใจและสะเทือนใจกับความรักของผู้เป็นแม่ฟางขยับกายเข้าไปใกล้ รวบโอบกอดแผ่นหลังบางของน้ำค้างและน้านิดไว้แน่น รวมเป็นอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ไร้เสียงเอื้อนเอ่ย มีเพียงหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้ที่ดังก้องไปทั่วเรือนไม้ใต้ถุนสูงหลังเก่าท่ามกลางอ้อมกอด

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   คุณแม่มือใหม่กับคุณป้าป้ายแดง!

    กาลเวลาค่อย ๆ หมุนผ่านไปอย่างสงบ จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือน พร้อมกับท้องของน้ำค้างที่ค่อย ๆ ป่องนูนขึ้นทีละน้อย“มึงคิดว่าเราต้องมีอะไรอีกวะ?” ฟางหันไปถามเพื่อนขณะที่ง่วนอยู่กับการจัดเตรียมของใช้เด็กอ่อนใส่กระเป๋าผ้าใบโตเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันคลอด“กูว่าเราคงเตรียมกันหมดแล้วล่ะ... กูต้องขอบใจมึงจริงๆ นะฟาง ถ้ากูไม่มีมึง กูไม่รู้ว่าตอนนี้กูจะเป็นยังไง” น้ำค้างที่นั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟาส่งยิ้มอบอุ่น มือเรียวถือแก้วชาไข่มุกจิบเบา ๆ พลางจ้องมองเพื่อนรักที่ตั้งหน้าตั้งตาจัดกระเป๋าใบนี้มาหลายวันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ร่างบางอุ้ยอ้ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าใบหน้าหวานกลับฉายแววความสุขและความเอิบอิ่มของความเป็นแม่อย่างเต็มเปี่ยม“มึงใกล้คลอดเต็มทีแล้ว... กูเสียดายจัง ที่พี่ตะวันไม่ได้อยู่กับมึงในโมเมนต์แบบนี้” ฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและเศร้าหมอง ทว่าเมื่อพูดจบเธอก็ชะงักกึก รู้สึกตัวทันทีว่าได้พลาดพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไปจนอาจจะไปกระทบกระเทือนใจเพื่อนรัก“กูขอโทษ... กูแค่...”“ไม่เป็นไรหรอกฟาง ให้พี่เขาเข้าใจอย่างนั้นน่ะดีแล้ว” น้ำค้างระบายยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อย แววตาสั่นระริ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   มึงว่าคลิปใครจะไวรัลมากกว่ากัน!

    “นี่เจ้าค่ะ คุณหญิง”ฟางยื่นจานอาหารที่มีเนื้อปลาปรุงสุกอย่างดีสองสามอย่าง พร้อมกับบล็อกโคลีและแครอทต้มสุกสีสดใสมาวางไว้ตรงหน้าน้ำค้าง หญิงสาวสัพยอกเพื่อนรักอย่างสนุกปากด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเลื่อนจานอาหารอีกจานวางลงที่ด้านหน้าของตัวเอง แล้วค่อย ๆ หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับน้ำค้าง“พี่ติ๊กล่ะ?” น้ำค้างเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองหา“โน่น... กำลังเดินมา รายนั้นรู้สึกจะชอบอาหารญี่ปุ่นสุด ๆ ดูทรงแล้วปลาทูน่าคงหมดเคาน์เตอร์แน่” ฟางตอบกลั้วหัวเราะ“งั้นเดี๋ยวพี่ไปดูก่อนนะ ว่ามีอะไรกินมั่ง”โต้งเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยัดกายลุกขึ้นยืนขนาบข้าง ในจังหวะเดียวกับที่ติ๊กเดินถือจานอาหารญี่ปุ่นเลื่อนเก้าอี้ลงนั่งข้างฟางพอดี ชายหนุ่มส่งยิ้มให้แฟนสาวก่อนจะเดินแยกตัวออกไปปล่อยให้สามสาวได้คุยกันตามประสา“เอ... น่าจะมากันแล้วนะ” ฟางชะงักมือที่กำลังถือช้อน ชะเง้อมองไปรอบ ๆ โถงห้องอาหารหรูราวกับกำลังมองหาใครบางคนด้วยท่าทางมีเลศนัย“หาใครของมึงวะ?” น้ำค้างเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ ของเพื่อนสนิท“นัดกับใครบางคนไว้น่ะ เดี๋ยวมึงก็รู้เอง” ฟางพูดลอยหน้าลอยตา ทำเป็นไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของน

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   การเซอร์ไพรส์ของฟาง!

    ประตูห้องพักเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของฟางที่เดินก้าวเข้ามาด้านใน มือเรียวถือถุงน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ที่เธอแวะซื้อกลับมาจากหน้ามหาวิทยาลัยเป็นประจำเพื่อนำมาบำรุงครรภ์ของเพื่อนสนิทอย่างเอาใจใส่ทุกครั้งที่มีโอกาส“พรุ่งนี้มึงทำตัวให้ว่างนะ พี่ติ๊กเขาขอเลี้ยงข้าวพวกเรา” ฟางเอ่ยขึ้นพลางวางถุงน้ำเต้าหู้ลงบนโต๊ะกลางห้องน้ำค้างที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารแม่และเด็กอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้น มองหน้าเพื่อนรักเป็นเชิงคำถามทันทีด้วยความสงสัย“ตอนแรกพี่เขาจะขอเป็นข้าวเย็น แต่กูคิดว่ามึงคงไม่รอด ท้องเริ่มโตขึ้นทุกวันแบบนี้กูเลยไม่อยากให้มึงต้องออกไปสมบุกสมบันกลางค่ำกลางคืนมากนัก” ฟางอธิบายเหตุผลยาวเหยียดหลังจากคิดแทนเพื่อนเสร็จสรรพ“กูไม่ไปได้ไหม... มึงไปกับพี่เขาแค่สองคนได้ไหมวะ?” น้ำค้างถอนหายใจออกมาเบาๆ เอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงติดเกรงใจ เมื่อรู้สึกว่าสภาพร่างกายและความอุ้ยอ้ายของคนกำลังตั้งครรภ์ไม่เอื้ออำนวยเหมือนแต่ก่อน“ไม่ได้! สำหรับครั้งนี้กูอยากให้มึงไปด้วยจริงๆ เพราะกูกับพี่ติ๊กมีอะไรจะเซอร์ไพรส์มึง” ฟางหันมาลอยหน้าลอยตาใส่เพื่อน นัยน์ตาคู่สวยทอประกายความลับบางอย่างออกมาอย่างปิดไม่มิด“มีอะไรวะ... ทำเป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status