แชร์

เปิดประตูสู่โลกมืด!

ผู้เขียน: พลับพลึงดำ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-17 19:34:13

ครืด... ครืด... ครืด...

แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้หัวเตียงส่งเสียงครางครืดคราดน่ารำคาญ มันปลุกให้เปลือกตาที่เคลือบด้วยคราบมาสคาร่าเลอะเลือนของติ๊กค่อย ๆ เผยอขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดสายของวันใหม่สาดส่องลอดบานเกล็ดเข้ามาแยงตาจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ หญิงสาวส่งเสียงจิ๊ปากในลำคอพลางวาดลำแขนเรียวไปตามพื้นผิวโต๊ะอย่างงัวเงีย ปลายนิ้วปัดป่ายคว้าสะเปะสะปะไปโดนฝาขวดน้ำหอมและแผงยาก่อนจะตะครุบวัตถุสี่เหลี่ยมด้ามเย็นเฉียบขึ้นมาได้ เธอพลิกกายหงาย พยายามหยีตาเพ่งมองหน้าจอที่สว่างวาบเพื่อปรับโฟกัสสายตาอันพร่าเบลอ

‘น้ำค้าง’

ทันทีที่ตัวอักษรบนหน้าจอปรากฏสู่สายตา ร่องรอยความง่วงงุนและอาการหงุดหงิดเมื่อครู่พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก นัยน์ตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างฉายแววยินดีปรีดาขึ้นมาครามครัน ผิวแก้มสลัดความอิดโรยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวราวกับเพิ่งได้รับแจ้งข่าวดีที่สุดในชีวิต ติ๊กรีบสไลด์หน้าจอรับสาย ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางกรอกน้ำเสียงหวานหยดย้อยลงไปในสายทันที

“ว่าไงจ๊ะน้องน้ำ...”

ริมฝีปากสีซีดแย้มยิ้มกว้าง ติ๊กจงใจปรับโทนเสียงให้ละมุนละม่อมคล้ายพี่สาวผู้ใจดี ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความกระหาย หล่อนนิ่งเงียบ กดโทรศัพท์แนบชิดใบหูจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง เงี่ยหูฟังกระแสเสียงแหบพร่าและสั่นเครือของปลายสายอย่างตั้งใจ ซึมซับเอาความจนตรอกของอีกฝ่ายมาแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสทอง

“...ได้สิจ๊ะ สำหรับน้ำน่ะ พี่จัดให้ได้อยู่แล้ว...”

ติ๊กเคาะปลายนิ้วลงบนหน้าขาเป็นจังหวะตามความรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในอก รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งขยายกว้างเมื่อรับรู้ว่าเหยื่อตัวน้อยกำลังเดินกลับมาติดกับดักด้วยตัวเอง

“...อยากได้งานแบบไหนล่ะจ๊ะ...” หล่อนทอดเสียงนุ่ม แสร้งทำเป็นหยิบยื่นสิทธิ์ในการเลือกให้เพื่อสร้างความตายใจ “...ได้สิ! สวย ๆ สด ๆ อย่างน้ำนี่เลือกได้ตามใจชอบเลยแหละจ๊ะ...”

ปลายสายคงจะตอบกลับมาด้วยความร้อนรนและบีบคั้น จนทำให้ติ๊กต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาลิงโลดพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด

“...เร็วที่สุดเลยเหรอ! อึม... เดี๋ยวพี่ขอดูตารางงานลูกค้าแป๊บหนึ่งนะ...” ติ๊กแสร้งทอดจังหวะให้ดูมีชั้นเชิง ทว่านิ้วมือกลับจิกเกร็งเข้าหาฝ่ามือด้วยความตื่นเต้นสะใจ “...งั้นคืนพรุ่งนี้เลยเป็นไงล่ะจ๊ะ? จ้า... เรื่องค่าตัวเดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันแล้วค่อยคุยรายละเอียดนะจ๊ะ... จ้า... แล้วเจอกันจ๊ะ...”

นิ้วเรียวกดตัดสายทิ้ง ฉับพลันนั้น ความเงียบภายในห้องนอนพลันถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวกระชั้นด้วยความสะใจ ติ๊กเลื่อนโทรศัพท์ลงมา ถือค้างไว้ในระดับสายตาพลางจ้องมองหน้าจอที่ดับมืดลงด้วยแววตาของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู

“หึ... สด ๆ ซิง ๆ แบบนี้ คงขายได้อีกนาน”

กระแสเสียงเหี้ยมเกรียมระคนดูแคลนหลุดลอดผ่านรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ติ๊กโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนฟูกหนาอย่างไม่แยแส ก่อนจะเอนหลังนอนราบ หัวเราะร่วนในลำคอเบา ๆ ด้วยความอิ่มเอมใจ สัมผัสอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วเรือนร่างราวกับมองเห็นปึกเงินมหาศาลกำลังลอยมาตรงหน้า หล่อนตระหนักดีในวินาทีนี้ว่า โชคลาภก้อนโตและเหยื่ออันโอชะกำลังวิ่งเข้าชนเธออย่างจัง โดยที่เพื่อนรักของน้ำค้างอย่างฟาง... ไม่มีวันตามมาขัดขวางได้อีกต่อไป…

…บรรยากาศภายในห้องเช่าแคบ ๆ อบอวลไปด้วยระลอกความกดดันจนชวนอึดอัด แสงแดดสลัวที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านทอดทับลงบนเตียงนอนหลังเล็ก ฟางขยับกายเข้าประชิด รั้งดึงฝ่ามือน้อยที่เย็นเฉียบและสั่นเทาของน้ำค้างมาวางไว้บนตัก สองมือเรียวเล็กของเธอเอื้อมกุมกระชับมือนั้นไว้แน่น บีบเน้นน้ำหนักลงไปซ้ำ ๆ ราวกับกำลังส่งผ่านเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อฉุดรั้งให้เพื่อนรักเปลี่ยนใจจากเส้นทางสายมรณะ

“มึงคิดดีแล้วเหรอน้ำ...”

กระแสเสียงของฟางสั่นเครือ ทว่าจริงจังลึกซึ้ง นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนความห่วงใยจนเอ่อล้น

“กูตัดสินใจแล้วฟาง...” น้ำค้างตวัดสายตากลับมาสบตาเพื่อน นัยน์ตาคู่กลมที่เคยสลดลึกบัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างน่าใจหาย เธอกลืนก้อนความขมขื่นลงคอพลางเอ่ยย้ำกระชับคำ “กูต้องผ่านเรื่องหนี้ของโรงพยาบาลนี้ไปให้ได้ก่อน อย่างอื่น... ค่อยว่ากันอีกที”

“มัน... มันไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ เหรอวะมึง...”

ฟางครางออกมาแผ่วเบาราวกับคนหมดหวัง ขอบตาคู่สวยร้อนผ่าวและแดงก่ำ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ตรมดั่งคนกำลังจะร้องไห้ ความเจ็บปวดบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนเธอแทบอยากจะล้มพับลงตรงนั้น เจ็บแทบตายที่ต้องยืนมองเพื่อนรักเดินเข้าสู่กองไฟโดยที่เธอไม่สามารถหยิบยื่นเงินแสนไปช่วยดับความเดือดร้อนได้เลย

“แล้วมันมีทางอื่นอีกมั้ยล่ะ... ทางที่จะหาเงินสามแสนได้ภายในเวลาไม่กี่วันแบบนี้” น้ำค้างแค่นยิ้มหยันให้โชคชะตา หยาดน้ำตาอุ่นร้อนรื้นขึ้นมาคลอเคลียหน่วยตาอีกครั้ง แต่เธอกลับฝืนไม่ยอมให้มันไหลร่วงลงมา “ตอนนี้... กูมีแค่มึงนะฟาง กูขอถามมึงอย่างเดียว...”

น้ำค้างจิกปลายนิ้วเข้ากับหลังมือของเพื่อนสนิท แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนและขอความเห็นใจอย่างถึงที่สุด

“มีวิธีไหนบ้างไหม... ที่จะทำให้กูไม่ต้องรู้สึกเหี้ยอะไรเลย ตอนที่ต้องทำงานแบบนั้น... มีไหมฟาง”

คำถามอันซื่อตรงทว่ากรีดลึกทำเอาฟางตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนเธออยากจะกรีดร้องออกมาให้ลั่นห้อง ภาพบาดแผลและความทุกข์ทรมานในอดีตของตัวเองโหมกระพือขึ้นมาจนเนื้อตัวสั่นเทิ้ม เธอสบตาเพื่อนรักด้วยความรู้สึกแหลกสลาย ก่อนจะค่อย ๆ ก้มหน้าลงต่ำ หลบเลี่ยงสายตาคู่ใสซ่อนความจริงอันโหดร้าย ขยับริมฝีปากกระซิบตอบเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระเส่าในลำคอ

“คนอื่นกูไม่รู้... แต่สำหรับกู ตอนนั้นกูเลือกที่จะประชดตัวเองให้มันเป็นแบบนั้นไปเลย... ปล่อยใจให้มันพัง ๆ ไป จะได้ผ่านไปเร็ว ๆ”

“มึง... มึงหมายความว่ายังไง” น้ำค้างขมวดคิ้ว เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจในคำแนะนำอันกำกวมนั้น

“กูจะกินเหล้าให้เมา... เมาจนไม่มีสติ” ฟางเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ยามเมื่อต้องขุดคุ้ยความละลายใจมาแนะแนวเพื่อน “ถ้าพวกมันส่งยาอะไรมาให้ กูจะเสพเข้าไปให้ร่าน ให้สมองมันตื้อจนเลิกคิดมาก ปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้มันเป็นไปตามเกมนรกนั่น... เพราะยังไง... ยังไงมึงก็ต้องเจอกับเรื่องระยำแบบนั้นอยู่แล้ว เสพให้มันลืมตัวตนไปซะ... มันจะได้ผ่านไปไวที่สุด”

ฟางพูดจบก็เบือนหน้าหนี หยาดน้ำตาตกลงกระทบหลังมือจนอุ่นวาบ เธอไม่อยากป้อนชุดความคิดฟอนเฟะแบบนี้ให้เพื่อนเลย แต่มันคือปราการด่านสุดท้ายที่จะช่วยเซฟไม่ให้จิตวิญญาณของน้ำค้างต้องแหลกสลายคาเตียงเหมือนที่เธอเคยเจอ

“ขอบใจมากมึง... กูจะจำไว้”

น้ำค้างบอกขอบใจเพื่อนรักเสียงแผ่ว พลันนั้น เธอก็โผเข้าสวมกอดร่างของฟางเอาไว้แน่นหนา ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ที่คุ้นเคย แขนทั้งสองข้างรัดตรึงดั่งการร่ำลากันครั้งสุดท้ายก่อนจะก้าวขาเข้าสู่สนามรบอันคละคลุ้งด้วยคาวราคะ ฟางสะอื้นไห้โฮ ขยับแขนกอดตอบร่างของเพื่อนสนิทแน่นแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน

ฉับพลันนั้น บรรยากาศรอบกายในห้องเช่าแคบ ๆ พลันดิ่งลึกสู่ความเงียบสงัดชวนวังเวง แสงบ่ายเริ่มเคลื่อนคล้อยแปรเปลี่ยนเป็นความมืดสลัวลวง ไร้ซึ่งกังวานเสียงปลอบประโลมใด ๆ มีเพียงเสียงตึกตักจากก้อนเนื้อในอกซ้ายของเด็กสาวทั้งสองดวงที่ยังคงเต้นกระชั้นรัว สอดประสานสะท้อนก้องท่ามกลางความหดหู่... ราวกับเป็นสิ่งเดียวที่คอยย้ำเตือนให้พวกเธอรู้ว่า ไม่ว่าจะต้องแปดเปื้อนมลทินหรือแหลกสลายเพียงใด ชีวิตบัดซบนี้... ก็ยังคงต้องดิ้นรนต่อสู้ต่อไปในวันพรุ่งนี้

ติ๊ง!

กังวานสั้นห้วนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบขึ้นมาบนฟูกนอน ทำลายความเงียบงันและฉุดรั้งเด็กสาวทั้งสองให้ผละออกจากอ้อมกอดช้า ๆ น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกสั่น กระพริบตาไล่หยาดน้ำตาที่ยังเกาะพราวบนแพขนตา ก่อนจะเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาพลิกดู ข้อความสั้น ๆ บนหน้าจอปะทะสายตาจนนัยน์ตาคู่กลมโตเบิกกว้างขึ้นระลอกหนึ่ง

“มาแล้ว...”

น้ำค้างเค้นเสียงบอกเล่าแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปในลำคอ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาฟางที่กำลังจ้องมองมาด้วยความวิตกอยู่ก่อนแล้ว เด็กสาวลุกขยับตัวก้าวลงจากเตียง สองเท้าที่เปลือยเปล่าเหยียบลงบนพื้นปูนเย็นเฉียบมุ่งตรงไปยังริมหน้าต่างห้องเช่า มือบางเอื้อมไปจับขอบผ้าม่านผืนเก่า ขยับรูดแง้มออกเพียงเล็กน้อยพอให้แสงแดดสลัวภายนอกสาดตัดผ่านใบหน้า ก่อนจะชะโงกหน้ามองลงไปยังถนนคอนกรีตเบื้องล่างหน้าหอพัก

ท่ามกลางรถมอเตอร์ไซค์ยับยู่ยี่และขยะริมทาง... รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสีดำคันหรูหราจอดนิ่งสนิทอยู่ริมขอบทาง ผิวนอกที่เงาวับของมันสะท้อนแสงแดดวิบวับดูแปลกแยกและทรงพลัง กระจกติดฟิล์มมืดทึบปิดกั้นโลกภายนอก ตัวรถสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้จนมีไอความร้อนลอยจาง ๆ และเสียงครางกระหึ่มทุ้มต่ำของท่อไอเสียคละคลุ้งควันจางเตะเข้าจมูก แม้จะอยู่บนชั้นสูงแต่กลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่จอดนิ่งราวกับสัตว์ร้ายกำลังนอนหมอบคอยเหยื่อ

“กู... กูต้องไปแล้วว่ะ”

น้ำค้างปล่อยผ้าม่านให้ตกลงมาบดบังทัศนียภาพดังเดิม เธอบิดกายหันกลับมาประจันหน้ากับเพื่อนรัก แววตาคู่กลมโตไหวระริกด้วยความตระหนกที่พุ่งขึ้นมาจับจิต ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้นเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“อีน้ำ!”

ฟางโพล่งร้องเสียงหลง ร่างกายขยับหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงทันควัน สองเท้าก้าวถลันเข้าหาในจังหวะเดียวกับที่น้ำค้างหมุนตัวไปจับลูกบิดประตูห้องเช่าและเปิดอ้าออก ความเย็นจากโถงทางเดินภายนอกพุ่งสวนเข้ามาปะทะ ผสมปนเปกับกลิ่นอายความอึดอัด ฟางเอื้อมคว้าข้อมือของเพื่อนรักไว้ได้ทันท่วงที เค้นกระแสเสียงสั่นเครือหนาหนักทว่าเฉียบขาดรุกเร้าเข้าไปในโสตประสาท

“อย่าปิดมือถือนะน้ำ!... สัญญากับกูได้ไหม? มีอะไร... มีอะไรเหี้ย ๆ เกิดขึ้น มึงต้องโทรหากูทันทีนะมึง!”

คำสั่งเสียระคนวอนขอที่ระเบิดออกมาจากก้อนเนื้อในอกซ้ายของฟาง ทำเอาน้ำค้างชะงักกึก ความกลัวและความโดดเดี่ยวที่กำลังกัดกินจิตใจทำให้เธอไม่อาจก้าวขาออกจากห้องได้ในวินาทีนั้น เด็กสาวหันกลับมาและโผขยับกายเข้าสวมกอดร่างของฟางเอาไว้แน่นหนาอีกครั้ง...  

วงแขนเล็กโอบรัดแผ่นหลังของกันและกันจนเนื้อตัวแทบหลอมรวม ฝังใบหน้าลงกับซอกคออบอุ่น สูดกลิ่นอายความเป็นเพื่อนแท้สิ่งสุดท้ายในชีวิตเข้าสู่ปอดราวกับต้องการเก็บซับสัมผัสนี้ไว้เป็นเกราะป้องกันจิตวิญญาณ... ก่อนที่เธอจะยอมปล่อยมือ ตัดใจหันหลัง แล้วก้าวเท้าเดินออกสู่ความมืดมิดภายนอกห้องเช่าอย่างไม่มีสิทธิ์หวนกลับ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   รักแท้ไร้ข้อจำกัด (ตอนพิเศษ 6 -ตอนจบ) [NC-20+]

    แกร็ก!เสียงประตูห้องเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของตะวันในสภาพผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบมันแววเนื่องจากการกรำงานหนักเอกสารประมูลมาทั้งวัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ชายเสื้อบางส่วนหลุดลุ่ยออกมานอกขอบกางเกงสแล็กสีเข้ม ชายหนุ่มยืนเบิ่งตากลมโตเบิกกว้าง ทอดสายตาจ้องมองตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางตัณหาของทุกคนภาพของน้ำค้าง เมียรักร่างบางที่กำลังนั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเจิด โดยที่อดีตบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังนอนกัดฟันกรอด สองมือหนาใหญ่กร้านงานหนักบีบเฟ้นเค้นหนั่นเนื้อสะโพกขาวงอนอย่างมันมือ ทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวันของตะวันปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง!ทว่าสิ่งที่สร้างความรัญจวนใจจนเขาใจกระตุกวูบและเต้นระรัว คือภาพมุมต่ำของสองกลีบแคมสีสดสวยของน้ำค้างที่บัดนี้กำลังอ้าอมลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ที่อวบอ้วนสีเข้มเอาไว้มิดโคน กลีบเนื้อสีหวานเบียดรั้งรัดติ้วจนปลิ้นเข้าปลิ้นออกราวกับจะฉีกขาด พร้อมกับคราบน้ำรักสีขาวขุ่นที่ทะลักเอ่อล้นไหลย้อยลงมาชโลมฉ่ำทั่วพวงไข่เบื้องล่าง นั่นคือภาพวิชวลความร่านร้อนที่ตอกอัดเข้าเต

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พี่ฝันอยากเย็Dน้องน้ำมานานแล้ว (ตอนพิเศษ 5) [NC-20+]

    "ทีนี้ตาพี่บ้างนะ... พี่ขอนะน้องติ๊ก"เจิดกัดฟันกรอดด้วยความกระสันที่พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มหันไปสบตากับโต้งที่นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงเบาะ จิบเบียร์เย็นฉ่ำในมือพลางยิ้มกริ่มส่งสัญญาณให้เหมือนกำลังบอกว่า 'จัดไปเลยพี่... เต็มที่!'ฝ่ามือหนาใหญ่กร้านงานหนักสอดอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงของติ๊กยกขึ้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะหมุนเรือนร่างระหงวางลงเอนนอนแทนที่เขาบนเบาะโซฟา แล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับอยู่เบื้องบนอย่างดุดัน สองขาเรียวงามของแม่เล้าสาวถูกจับแยกออกกว้าง ยกเข่าขึ้นวางตั้งบนเบาะโซฟาเปิดเปลือยเรือนร่างเป็นรูปตัวเอ็มอย่างน่าหวาดเสี้ยว"ว้าว... โคตรใหญ่เลยอะ! เป็นไงบ้างพี่ติ๊ก!"ฟางก้มตัวลงต่ำ จ้องมองดูจุดสนามรบที่สัดส่วนสองแคมสีสดสวยกำลังอ้าปลิ้น คาบครอบลำแท่งเนื้อยักษ์ปูดโปนขรุขระไว้แน่นมิดโคน พร้อมกับช่องทางรักที่ตอดขมิบรัดเอวหนายวบ ๆ เป็นจังหวะถี่ระรัว"อูยยยย... สุด ๆ เลยฟาง... โอ๊ยยยย... ซี้ดดดด..."ติ๊กหลับหูหลับตาตอบกลับเสียงกระเส่าพร่า ลมหายใจขาดช่วงเป็นจังหวะ"อ๋าาาาา... อูยยยย!"ดวงตาของติ๊กเหลือกปลิ้น อ้าปากค้างหวอเมื่อเจิดถอนลำเอ็นยักษ์ยาวเหยียดออกมาจนเกือบหลุดสุดปลายหัวถอก ก่อนจะกดสะโพ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เกณฆ์ทดสอบของบาร์โฮสต์...(ตอนพิเศษ 4) [NC-20+]

    เจิดค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากความอวบอิ่มของติ๊ก ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หยุดความเร่าร้อนไว้เพียงเท่านั้น เขาซุกปลายจมูกฝังลงกับต้นคอขาวเนียนที่กรุ่นกลิ่นหอมผสานดีกรีแอลกอฮอล์ ไซ้จูบละเลียดไปตามผิวกายอุ่นร้อน ไล่เรื่อยขึ้นไปจนถึงติ่งหู ก่อนจะเม้มขบเบา ๆ อย่างหยอกเย้าและช่ำชอง"อูยยยย... อาาา... พี่เจิด..."ติ๊กตาลอยครางเสียงกระเส่าแว่ว ร่างบางเกร็งกระตุกวูบรับความเสียวซ่านที่พุ่งพุ่งพล่าน นิ้วมือหนาใหญ่กร้านงานหนักของเจิดเลื่อนขึ้นมาประคองเต้างามอวบอูมของเธอ บีบคลึงเค้นหนักเบาตามจังหวะอารมณ์อย่างคล่องแคล่ว จนร่างระหงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทว่าติ๊กผู้ช่ำชองในเกมกามมีหรือจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่ฝ่ายเดียวฝ่ามือเรียวเล็กของเธอเลื่อนลูบไล้ไปตามต้นขาแน่นเครียดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะลูบวกเข้าไปยังเป้ากางเกงตรงจุดสำคัญอย่างหญิงเจนโลกกามารมณ์"อุ๊ย... มันใหญ่ดีจัง แบบนี้ต้องขอดูชัด ๆ หน่อยแล้วล่ะ..."ติ๊กเอ่ยเสียงยานคางด้วยอารมณ์ดิบที่ถูกจุดติด นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงของเจิด รูดซิปลงอย่างชำนาญ พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ก่อนจะสอดมือเรียวเล็กผ่า

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อย่าท้าผมนะ!... พี่เจิดออกศึก. (ตอนพิเศษ 3)

    สายตาของติ๊กทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานภายในห้องรับแขกของคอนโดหรู ชั้น 32 ย่านจตุจักร ทัศนียภาพอันงดงามยามเย็นของกรุงเทพมหานครคลี่กางออกตรงหน้าอย่างประณีต แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทอประกายทองไล้เฉดสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ทอดเงายาวพาดผ่านสวนจตุจักรผืนใหญ่เบื้องล่างที่เปรียบเสมือนปอดสีเขียวขจีกว้างใหญ่ อาคารสูงตระหง่านน้อยใหญ่รายล้อมเรียงตัวตัดกับเส้นขอบฟ้า ขณะที่สายถนนเบื้องล่างเริ่มเปิดไฟส่องสว่าง ทอดตัวเป็นสายเส้นแสงเคลื่อนตัวไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวงที่ไม่มีวันนอนหลับ"ห้องนี้วิวสวยจังเลยนะน้ำ..."ติ๊กเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางหันกลับมายิ้มกริ่มให้กับน้ำค้าง เจ้าของคอนโดหรูสามห้องนอนที่กำลังเดินตรงเข้ามา ร่างบางถือกระป๋องเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบยื่นส่งให้ติ๊กที่ยืนรับไปด้วยความยินดี ก่อนที่จะส่งอีกกระป๋องให้โต้ง ชายหนุ่มร่างกำยำวัยสามสิบกลาง ๆ ซึ่งกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ข้าง ๆ แฟนสาว"บรรยากาศดีสุด ๆ ไปเลยน้องน้ำ มองเห็นทั้งสวนทั้งกรุงเทพฯ ยามเย็นแบบนี้ จิบเบียร์เย็น ๆ ไปด้วยนี่ได้อารมณ์ชะมัด"โต้งเอ่ยขึ้นพลางรับกระป๋องเบียร์มาถือไว้ สายตาฉายแววชื่นชมทั้งวิวสวยตรงหน้

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อยากเห็นค*ยฝังมุกเย็D Xี.เมีย (ตอนพิเศษ 2) [NC-20+]

    "ทำไมวันนี้พี่เสร็จไวอย่างนี้ล่ะคะ..."น้ำค้างยื่นนิ้วเรียวสวยขึ้นไปสะกิดเขี่ยเล่นที่คางสากของผัวรักอย่างออดอ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มเย้ายวน ขณะที่ร่างแกร่งของเขายังคงนอนเกยซบอยู่บนร่างบางของเธอ อกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ"พี่ตื่นเต้นน่ะสิจ๊ะ... พอนึกเห็นภาพเมียพี่กำลังโดนพี่โต้งเย็ดกระเด้าหีเมียพี่อยู่ ตั๊บ! ตี๊บ! แล้ว มันได้อารมณ์สุด ๆ ไปเลย..."ตะวันยิ้มกรุ่มกริ่มให้เมียรัก ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม เคลิ้มไปตามมโณความคิด ก่อนจะก้มลงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ พลางเอ่ยถามคำถามด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำแทบจะเป็นเสียงกระซิบ"ควยพี่โต้งใหญ่ไหมจ๊ะ?"น้ำค้างอมยิ้มแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบหลบสายตาคมของผัวรัก ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเอียงอาย"ใหญ่กว่าของพี่นิดหน่อยค่ะ..." เธอเอ่ยตอบเสียงเบาหวิวพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่พยายามซ่อนความขวยเขินไว้ไม่มิด"แล้ว... แล้วพี่เขาอึดแค่ไหน?"ตะวันยังคงถามต่ออย่างหิวโหยในข้อมูล ชายหนุ่มต้องการเสพรับความสะใจและรับรู้ทุกอณูความรู้สึกเสียวซ่านที่เมียรักเคยได้รับจากชายอื่น"อึดค่ะพี่... พี่เขาอึดแบบสั่งได้เลย..." พูดเสร็จน้ำค้างก็รีบห

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ใครเคยทำให้เมียติดใจไหม?... บอกพี่หน่อย! (ตอนพิเศษ 1) [NC-20+]

    "อาทิตย์หน้าน้ำก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วเหรอเนี่ย..."น้ำค้างพึมพำขึ้นเบา ๆ เสียงหวานใสทอดนุ่มซบศีรษะอยู่กับอกแกร่งของตะวัน ชายหนุ่มนอนหงายสบายตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มือหนาลูบไล้ปอยผมที่เรียงตัวสวยบนหน้าผากของเมียรักอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความนุ่มนวลและอุ่นไอของกันและกันในห้องนอนแสนสงบ"ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ จะได้จบ ๆ ซะที นี่ต้องขอบคุณฟางเขานะที่วิ่งเต้นเรื่องดรอปเรียนให้เรา จนไม่ต้องเสียสิทธิ์ ไม่งั้นคงโดนคัดชื่อออกไปแล้ว"ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม ทว่าเปี่ยมด้วยความหวังและห่วงใย"ดีค่ะ... อีกเรื่องที่ทำให้น้ำสบายใจ เรื่องที่แม่ยอมย้ายมาอยู่กับเราที่บ้านหลังนี้ แบบนี้ น้ำจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงแกอีก ยัยหนูก็จะได้ไม่ต้องสับสนที่ต้องกลับไปอยู่กับยายที่บ้านหลังเก่าเวลาน้ำกับพี่ไม่อยู่บ้าน"น้ำค้างพูดออกมาพลางถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ความวิตกกังวลในอดีตปลดล็อกออกไปจนหมดสิ้น ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ยันตัวเล็กน้อย เอียงหน้าเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มตรง ๆ"กลับไปคราวนี้น้ำจะให้ฟางมันย้ายไปอยู่คอนโดกับน้ำด้วย พี่จะว่าอะไรไหมคะ?""พี่ก็ว่าดีออก คอนโดออกจะกว้างขวาง มีตั้งสามห้องนอน เราอยู่กันแค่ห้องเดียว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status