Home / โรแมนติก / บ่วงรักรอยบาป [NC-20+] / พรหมจันทร์ที่หลุดลอย!

Share

พรหมจันทร์ที่หลุดลอย!

last update publish date: 2026-09-17 19:33:21

ความเงียบงันภายในห้องเช่าแคบ ๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงลูกบิดประตูดัง กริ๊ก ดังแผ่วเบา ก่อนบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าจะถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ละอองฝุ่นปลิวคว้างล้อแสงแดดเจิดจ้าภายนอก ร่างบางของน้ำค้างก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทางโซเซ สองขาที่เคยเรียวขยับก้าวอย่างอิดโรยราวกับหุ่นยนต์ที่พลังงานใกล้หมดสิ้น 

สภาพเรือนร่างของเธอสับสนยับยู่ยี่ เสื้อยืดสีขาวเปรอะเปื้อนรอยยับย่น คอเสื้อเบี้ยวโย้จนเผยให้เห็นรอยแดงปื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงซอกคอ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหงื่อไคลฉุนจัดที่ชวนคลื่นไส้โชยฟุ้งออกมาจากตัวเธอแทนที่จะเป็นกลิ่นแป้งเด็กอย่างเคย นัยน์ตาคู่กลมโตบัดนี้แห้งผาก เลื่อนลอย และมืดมิดไร้แววประหนึ่งคนสูญเสียจิตวิญญาณ 

เด็กสาวเดินตรงดิ่งไปยังเตียงนอนหลังเล็กประจำตัว ก่อนจะทิ้งกายล้มพับลงบนฟูกแข็ง ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัว ปล่อยให้ใบหน้าซุกจมลงกับหมอนนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเดิม ๆ ของบ้านนา

ฟางซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือส่วนตัวละสายตาจากกรอบหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นตั้งใจจะส่งเสียงทักทาย ทว่าทันทีที่นัยน์ตาปะทะเข้ากับสภาพของเพื่อนร่วมห้อง คำพูดทั้งหมดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ ลมหายใจสะดุดกึก แววตาของฟางเบิกกว้างฉายแววตกใจสุดขีดกับภาพที่ปรากฏ หัวใจในอกซ้ายเริ่มเต้นกระชั้นด้วยความกังวลที่ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ

“อีน้ำ! มึงหายหัวไปไหนมา? มึงรู้ไหมว่านี่มันบ่ายโมงเข้าไปแล้ว!”

ฟางระเบิดคำถามเสียงดังลั่นห้อง หวังจะทำลายความอึดอัดที่แผ่ซ่านเข้ามา ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความนิ่งงัน น้ำค้างนอนแน่นิ่ง ทิ้งช่วงแผ่นหลังบางยับย่นที่สั่นเทาน้อย ๆ ให้หันเข้าหาเพื่อนร่วมห้อง คล้ายพยายามสร้างกำแพงลวงตาว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น 

ทว่าสำหรับความเป็นเพื่อนที่กินนอนและเติบโตมาด้วยกัน แววตาที่น้ำค้างตวัดสบตาแวบหนึ่งก่อนหน้านี้—แววตาที่เต็มไปด้วยรอยหมองเศร้า สลดลึก และสิ้นหวังดั่งคนดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของหุบเหว—มันกำลังตะโกนบอกฟางอย่างชัดเจนว่า หยาดน้ำค้างดวงนี้ได้เผชิญกับมรสุมร้ายที่พัดพาเอาชีวิตคนเดิมของเธอให้สูญสลายไปในค่ำคืนที่ผ่านมาเสียแล้ว

ฟางหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความเงียบงันอันหนักอึ้งในห้องเช่าแคบ ๆ บีบรัดก้อนเนื้อในอกจนรู้สึกอึดอัด หล่อนจ้องมองแผ่นหลังบางของเพื่อนสนิทที่นอนขดคู้ นิ่งงันราวกับร่างที่ไร้สัญญาณชีพ นัยน์ตาของฟางสั่นระริก เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามและลางสังหรณ์อันเลวร้ายที่เริ่มเกาะกินจิตใจ สองเท้าก้าวขยับเข้าหาเตียงนอนอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง ทุกฝีก้าวที่ประชิดเข้าไป กลิ่นอายแปลกปลอมคละคลุ้งที่ติดมากับตัวน้ำค้างยิ่งเตะจมูกจนฟางใจคอไม่ดี

“น้ำ... มึงเป็นอะไรหรือเปล่า”

น้ำเสียงที่เคยห้าวแปรเปลี่ยนเป็นแผ่วเบาด้วยความอาทร ฟางเอื้อมมือออกไปจับเข้าที่ลาดไหล่บางที่สั่นเทาน้อย ๆ ก่อนจะออกแรงรั้งดึงร่างของน้ำค้างให้พลิกหงายกลับมาเพื่อสบตากันตามประสาเพื่อนที่ไม่มีความลับต่อกัน 

ทว่า... ทันทีที่ร่างของน้ำค้างโอนอ่อนขยับตามแรงดึง แสงแดดบ่ายที่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านก็ทาบทับลงบนใบหน้าของเด็กสาวบ้านนา วินาทีนั้นเอง... ร่างของฟางพลันแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นก้อนหิน ลมหายใจสะดุดกึกเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ

ภาพตรงหน้าคือริมฝีปากอวบอิ่มที่บัดนี้บวมเจ่อและแห้งผาก พวงแก้มเนียนใสเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่แห้งกรังจนเป็นรอยทาง และที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของฟางที่สุด คือดวงตาคู่กลมโตที่เคยสุกใส บัดนี้กลับมืดมิด ช้ำเลือดช้ำหนอง และว่างเปล่าดั่งบ่อน้ำลึกที่ไร้ก้นบึ้ง สภาพรอบคอเสื้อที่ฉีกขาดรุ่ยเผยให้เห็นรอยจ้ำแดงจัดสลับม่วงเข้มเป็นปื้นคล้ายรอยเคี้ยวกัดคุกคาม

“อีน้ำ!... ทำไมมึงเป็นแบบนี้วะ? ใครทำอะไรมึง?!... มึงบอกกูมาซิ! กูจะไปจัดการมัน!”

ฟางระเบิดเสียงร้องกรีดออกมาอย่างลืมตัว ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นจนเนื้อตัวสั่นเทิ้ม สองมือบีบไหล่เพื่อนแน่นราวกับจะช่วยแชร์ความเจ็บปวด 

ทว่าสิ่งเดียวที่ตอบสนองกลับมาไม่ใช่คำพูด... ร่างที่เคยนอนแน่นิ่งดั่งท่อนไม้ของน้ำค้างพลันหยัดกายลุกขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอโผเข้าหาความอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียวตรงหน้า ลำแขนเรียวเล็กตวัดกอดรัดรอบเอวของเพื่อนรักเอาไว้แน่นหนา ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของฟางจนสุดแรงราวกับกลัวว่าโลกใบนี้จะล่มสลายลงไปต่อหน้าต่อตา

ฉับพลันนั้นเอง เสียงสะอื้นไห้โฮอย่างบ้าคลั่งก็ระเบิดก้องทะลักออกมาจากลำคอของน้ำค้าง ร่างทั้งร่างสั่นโยนโยกกระตุกคราแล้วคราเล่า 

หยาดน้ำตาอุ่นร้อนหลั่งไหลอาบชุ่มจนเนื้อผ้าบนบ่าของฟางเปียกปอน มันคือเสียงร้องไห้ของคนที่หัวใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี บอกเล่าความสิ้นหวังและความทรมานอย่างแสนสาหัสผ่านหยาดหยดน้ำตา ราวกับลูกนกปีกหักที่เพิ่งตระหนักรู้ในวินาทีนั้นเองว่า เธอได้สูญเสียสิ่งล้ำค่าและพรหมจรรย์อันหวงแหนที่เฝ้าถนอมมาทั้งชีวิต... ไปในหุบเหวแห่งตัณหาอย่างไม่มีวันได้คืนกลับมาอีกแล้ว

วงแขนเล็กของน้ำค้างยังคงรัดตรึงร่างเพื่อนสนิทเอาไว้แน่นหนา ราวกับฟางคือขอนไม้เพียงชิ้นเดียวในมหาสมุทรที่เธอกำลังจมดิ่ง ขณะที่ฟางทำได้เพียงปล่อยให้ไหล่ของตนรองรับหยาดน้ำตาและแรงสั่นโยกจากร่างอ้อนแอ้น ขยับอ้อมกอดรัดตอบร่างที่สั่นเทาของเพื่อนรักด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก 

ก้อนเนื้อในอกซ้ายของฟางบีบรัดจนเจ็บปวดระบมไปหมด ยามเมื่อเสียงไห้โฮแปรเปลี่ยนเป็นเสียงก้อนสะอื้นอื้ออึงในลำคอ

ฟางเลือกที่จะกลืนทุกคำถามกักขังทุกความสงสัยเอาไว้ในความเงียบ เธอไม่เอ่ยปากพาดพิงหรือคาดคั้นสิ่งใดให้อากาศอันอึดอัดต้องทวีความกรีดลึก 

ไร้ซึ่งคำปลอบโยนจอมปลอม หากแต่ลำแขนที่โอบกระชับแนบแน่นและฝ่ามือที่คอยลูบแผ่นหลังยับย่นเบา ๆ กลับอบอวลไปด้วยกระแสความอาทรและเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง 

สิ่งเดียวที่แล่นพล่านอยู่ในหัวของฟางเวลานี้ คือต้องฉุดรั้งให้จิตวิญญาณที่กระเจิดกระเจิงของเพื่อนรักกลับคืนสู่ฝั่งและผ่อนคลายจากสภาวะแตกสลายตรงนี้ให้ได้เสียก่อน ส่วนเงื่อนงำอื่นๆนั้นไม่มีค่าพอจะหยิบยกขึ้นมาในนาทีนี้

เนิ่นนานจนเสียงสะอื้นเริ่มขาดห้วงเหลือเพียงแรงสั่นระริก ฟางจึงขยับกาย จับต้นแขนทั้งสองข้างของน้ำค้างดันออกห่างเบา ๆ ออกแรงดันสรีระอิดโรยให้ขยับถอยเพื่อสำรวจร่องรอยแห่งความบอบช้ำอีกครั้งอย่างพินิจพิจารณา แสงบ่ายที่สาดกระทบขับเน้นให้เห็นดวงตาบวมช้ำที่ไร้ประทีปส่องใจ

“มึง... โดนวางยาเหรอ...”

กระแสเสียงแผ่วเบาหลุดลอดจากปากฟางประหนึ่งการรำพึงรำพันกับตัวเอง คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความสับสน หล่อนเอื้อมปลายนิ้วที่สั่นเทาน้อย ๆ ไปแตะแผงขนตา ปลิ้นเปิดดูเปลือกตาของเพื่อนอย่างห่วงใย เพื่อมองหาสิ่งผิดปกติลึกลงไปในนัยน์ตาคู่กลมที่ยังคงฉ่ำวาวไปด้วยระลอกน้ำตา

น้ำค้างที่อยู่ในสภาพไร้เรี่ยวแรง เปลือกตาหน่วงหนัก ทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับช้า ๆ อย่างอิดโรย รสขมปร่าและกลิ่นอายความคาวลวงในลำคอยังคงกระจายวงกว้างจนเธอรู้สึกพะอืดพะอม

“แต่... แต่กูไม่รู้... ว่ามันคือตัวไหน...” น้ำค้างเปล่งเสียงบอกเล่า แต่อณูเสียงที่หลุดรอดกลับแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้

“แล้วอาการมันเป็นยังไง? มึงบอกกูมาซิ!” ฟางรุกเร้า น้ำเสียงทวีความกระชั้นรัวด้วยความร้อนรน เธอต้องการรู้เงื่อนงำทั้งหมดเพื่อหาทางเยียวยาแก้อาการพิษร้ายที่กำลังกัดกินเพื่อนร่วมห้อง

น้ำค้างกลืนน้ำลายที่แห้งผากลงลำคอที่แสบร้อนอย่างยากลำบาก เธอนิ่งงันไปคล้ายกำลังขุดค้นความทรงจำอันบิดเบี้ยวในค่ำคืนมรณะ ก่อนจะเริ่มเล่าอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายตนเองให้ฟางฟังด้วยน้ำเสียงขาด ๆ หาย ๆ โดยที่เด็กสาวบ้านนาที่ใสซื่ออย่างน้ำค้างไม่มีวันรู้เลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือสัญญาร้ายของการ ‘ลงยาอี’ หรือสารตั้งต้นแห่งความบ้าคลั่ง

“ตอนแรก... คอกูมันแห้ง แสบร้อนไปหมด เหมือนมีไฟลุกอยู่ข้างใน... แล้วก็รู้สึกตัวเบาหวิว ตัวสั่นไปหมด แต่อยู่ดี ๆ ก็ดันเห็นอะไรสวยและมีความสุขไปหมดทุกอย่าง ฟังเพลงก็โคตรเพราะ... หัวใจกูเต้นรัวกระแทกโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ตัวกูร้อนจนเนื้อตัวชาไปหมด มัน... มันอยากขยับ โยกย้ายไปตามเสียงเพลงเบสหนัก ๆ อย่างหยุดตัวเองไม่ได้...”

น้ำค้างเว้นจังหวะ ลมหายใจหอบถี่กระชั้นขึ้นยามเมื่อผิวกายสาวเริ่มมีเม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมออกมา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องยังคงทำความเย็นจนสั่นสะท้าน ผิวเนื้อเนียนละเอียดสั่นระริกขึ้นมาอีกรอบเมื่อฝันร้ายในมิติลวงแล่นกลับมาทับทาบความจริง

“ที่น่ากลัวที่สุด... คือกูควบคุมตัวเองไม่ได้เลยฟาง... กูชอบให้เขามาลูบมาจับตัว เรื่องที่กูควรจะเกลียดจะกลัว... สมองกูกลับรู้สึกฟิน ให้มีความสุขไปหมด... กูกลายเป็นคนละคน ยอมปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาทำเรื่องอุบาทว์ ยอมพวกมันทุกอย่าง แล้วก็... แล้วก็เสียวซ่านบ้าคลั่งจนใจจะขาด ร่างกายมันกระตุกสั่นครั้งแล้วครั้งเล่ายังกะ... เอ่อ... ยังกะกะหรี่... พอตื่นมาตอนเช้า กูก็เป็นอย่างที่มึงเห็นนี่แหละ” 

“โธ่... น้ำเอ๊ย!...”

เสียงอุทานแผ่วเบาที่สั่นเครือหลุดลอดจากปากฟาง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้บัดนี้รื้นขึ้นมาจนขอบตาแดงก่ำ เธอกระชับอ้อมกอดรัดสรีระที่ผ่ายผอมลงถนัดตาของเพื่อนรักเข้าหาอกอีกครั้งอย่างสุดแรง โอบอุ้มมวลความสิ้นหวังทั้งหมดเอาไว้ดั่งต้องการให้เนื้อตัวของตนเองช่วยซับทับรอยแผลใจ 

แรงกระตุกโยนจากก้อนสะอื้นของน้ำค้างที่กระแทกเข้ากับแผ่นอกของฟาง ยิ่งตอกย้ำให้หล่อนต้องเค้นความเข้มแข็งออกมาให้มากที่สุดในนาทีนี้

“ไม่เป็นไรมึง... ไม่เป็นไร... กูรู้แล้วว่าจะแก้อาการนี้ยังไง มึงเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน มา... กูช่วยเอง”

ฟางผละตัวออกช้า ๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและมั่นคงเพื่อเป็นที่พึ่ง หล่อนจัดแจงเอื้อมมือไปจับชายเสื้อยืดตัวยับยู่ยี่ของน้ำค้าง รั้งถอดมันข้ามศีรษะแล้วทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี 

ปราการชิ้นต่าง ๆ ถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น ท่ามกลางแสงแดดบ่ายที่ขับเน้นให้เห็นรอยช้ำจัดจ้านตามผิวเนื้อสาวเด่นชัดขึ้นจนบาดตา ทว่าระหว่างเด็กสาวทั้งสองคนกลับไม่มีแววแห่งความขัดเขิน ด้วยความผูกพันลึกซึ้งที่กินนอนร่วมห้องกันมานานจนเห็นกันและกันเป็นเรื่องปกติในชีวิต 

ฟางเบือนสายตาจากรอยมลทินพวกนั้น ขยับลุกไปที่ตู้เสื้อผ้าไม้สลัดเปิดบานประตูออกจนเกิดเสียงดังเอี๊ยด หล่อนสอดส่ายสายตาค้นหาอาภรณ์เนื้อนุ่มละมุน ตัวโคร่งสบายที่ไม่รัดตรึงผิวเนื้ออันบอบช้ำ ก่อนจะหยิบเอาชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายตัวโปรดของน้ำค้างมาสวมใส่ให้เพื่อนรักอย่างเชื่องช้า ละมุนละไมดั่งกลัวว่าสัมผัสสากจากฝ่ามือของตนจะไปซ้ำเติมรอยระบมบนเรือนร่างของเธอ

“มึงนอนพักไปก่อนนะ... นอนนิ่ง ๆ เดี๋ยวกูมา”

คำสั่งเฉียบขาดทว่าเจือความห่วงใยทิ้งท้ายไว้พร้อมฝ่ามือที่กดซับลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อ ฟางขยับดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมถึงระดับอกของเพื่อนรัก ก่อนจะหมุนกายผลุนผลันก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังประตูห้องเช่า หล่อนกระชากบานประตูเปิดและปิดงับตามหลังเสียงดัง ปัง! ฝีเท้ากระแทกกระทั้นรีบร้อนบดลงบนพื้นทางเดินภายนอกจางหายไปอย่างรวดเร็ว

ทิ้งให้ภายในห้องเช่าแคบ ๆ ตกอยู่ในความเงียบงันปนเปด้วยกลิ่นอายความอัปยศดิ่งลึก มีเพียงร่างอ้อนแอ้นของน้ำค้างที่นอนขดคู้ชันเข่าเข้าหาอกอยู่บนฟูกแข็งเพียงลำพัง เนื้อตัวของเธอสั่นเทาอยู่ใต้ผืนผ้าห่ม หยาดน้ำตาอุ่นร้อนระลอกใหม่ยังคงไหลเอ่อซึมลงสู่ผิวหมอนใบเดิมอย่างไร้จุดจบ 

ปล่อยให้เสียงสะอื้นแผ่วพร่าซอกซอนไปตามมุมห้องแคบๆ ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและรอยแผลที่ฝังลึกข้ามคืนมรณะมาจนถึงนาทีนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   น้องสาวคนสนิท!?

    เสียงครางแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มที่อ้าเผยอ ดวงตาคู่สวยพริ้มหลับลงปล่อยให้อารมณ์ล่องลอยไปกับภาพความหวาบหวามในจินตนาการ เสียงหายใจกระเส่าแผ่วระส่ำดังสอดประสานไปกับจังหวะมือเรียวข้างหนึ่งที่กำลังเค้นบีบเต้าทรวงอวบอิ่มเปลือยเปล่าของตัวเองอย่างแรง ส่วนมืออีกข้างที่ถลกเลิกชายชุดนอนขึ้นมากองไว้เหนือเอวคอดกิ่ว กำลังใช้นิ้วเรียวเกี่ยวกรีดลงบนติ่งเนื้อเม็ดเสียวที่แข็งชันเป็นไตตรงโคกเนินอวบอูมเปลือยเปล่าโดยตรงอย่างเผลอไผล ฟางปล่อยให้ความกระสันอยากครอบงำจิตใจจนสติค่อย ๆ เตลิดเปิดเปิง โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า ตะวันได้ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงช้า ๆ สายตาคมมันปลาบเพ่งมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบด้วยอารมณ์ความต้องการที่พุ่งพล่านขึ้นมาทันที“อุ๊ย! พี่ตะวัน...”ฟางสะดุ้งสุดตัวพลางลืมตาขึ้นมาพบกับร่างสูงของชายหนุ่ม มือเรียวรีบปล่อยออกจากจุดเร้นลับแล้วลนลานจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยมิดชิด ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งขอบเตียงอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมคายฉายรอยยิ้มอบอุ่นทว่าซ่อนสายตาที่พุ่งพล่านไปด้วยแรงราคะไว้ข้างใน“ให้พี่ช่วยมั้ย?” ตะวันเอ่ยถามเสียงนุ่ม นัยน์ตาฉายความเห็นใจและเย้า

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พี่ไปช่วยไอ้ฟางมันหน่อยสิ! [NC-20+]

    เสียงติ๊ด! ดังสั้นๆ ขึ้นหนึ่งครั้งเมื่อตะวันยื่นคีย์การ์ดไปใกล้กับเครื่องสแกนที่บานประตู ก่อนมือหนาใหญ่จะผลักบานประตูเปิดออก ขยับเบี่ยงตัวหลีกทางให้น้ำค้างและฟางที่กำลังยืนจับคันชักกระเป๋าลากใบใหญ่รออยู่ด้านหลัง"ยินดีต้อนรับสู่กำแพงแสนครับ..." ตะวันโค้งศีรษะลงน้อยๆ คล้ายพนักงานต้อนรับของโรงแรม ก่อนจะผายมือเชิญให้สองสาวลากกระเป๋าเดินทางก้าวเข้าไปในห้องพักอย่างสะดวกโยธิน แล้วจึงเดินตามเข้าไปพร้อมรอยอบอุ่นระบายอยู่บนใบหน้าภายในห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัดของโรงแรมระดับสี่ดาวใจกลางเมือง ตกแต่งด้วยความหรูหราโอ่อ่าไม่น้อยหน้าโรงแรมเชนชื่อดังจากต่างประเทศ พื้นปูด้วยพรมหนานุ่มให้ความรู้สึกอบอุ่นทันทีที่ก้าวเท้าสัมผัส ผนังห้องคุมโทนด้วยสีเอิร์ธสบายตากลางห้องมีเตียงนอนขนาดควีนไซด์ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาน่าทิ้งตัวลงนอน ถัดไปเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่จรดเพดาน กรอบอะลูมิเนียมสีดำสนิทถูกบังตาด้วยผ้าม่านทึบแสงผืนยาวสีเทาเข้มที่ทิ้งตัวลงมาอย่างสวยงาม ที่มุมห้องมีโต๊ะทำงานทรงกลมดีไซน์โมเดิร์นเข้าชุดกับเก้าอี้อาร์มแชร์บุผ้ากำมะหยี่เนื้อดีนุ่มนวลชวนนั่ง ผนังด้านปลายเตียงแขวนโทรทัศน์จอแบนขนาดห้าสิบนิ้

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ถ้ามึงค้นมาก เดี๋ยวกูพาไปหาคนช่วยเอง! [NC-20+]

    แสงไฟยามค่ำคืนสาดส่องผ่านผืนผ้าม่านเข้ามาภายในห้องพัก น้ำค้างยืนถือหวีแปรงเรือนผมยาวสลวยอยู่หน้ากระจก ขณะที่สายตาเหลือบมองเพื่อนรักที่นั่งอยู่บนเตียงนอน บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยความผ่อนคลายและความคุ้นเคยที่สะสมมานาน"อาทิตย์หน้าพี่ตะวันจะรับปริญญาแล้ว มึงจะไปกับกูมั้ย?" น้ำค้างเอ่ยถามเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงสบายๆฟางเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเล่มหนาที่กำลังอ่านอยู่ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "อาทิตย์หน้าแล้วเหรอ?" ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างออกมา "ต้องไปสิ ไม่ไปได้ไง... ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้นะ" ฟางทำหน้าเคลิ้มฝันไปกับความสำเร็จของแฟนหนุ่มเพื่อนรักด้วยความยินดีจากใจจริง"แฟนมึงก็เหมือนแฟนกู ผัวมึงก็เหมือนผัวกูแหละ!" ฟางแกล้งแหย่เพื่อนรักด้วยน้ำเสียงขี้เล่นหยอกล้อน้ำค้างหันขวับไปค้อนใส่ทันควัน "มึงไม่ต้องมาพูดอย่างนั้นเลย คนอื่นน่ะใช่ แต่คนนี้กูไม่แบ่งโว้ย!" เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นด้วยความหมั่นไส้ในความทะเล้นของเพื่อนสนิทบรรยากาศที่เคยหยอกล้อเล่นสนุกค่อยๆ เจือความจริงจังลง เมื่อฟางวางหนังสือในมือลงแล้วหันมามองหน้าเพื่อนรักตรงๆ แววตาของเธอสะท้อนความสงสัยที่เก็บงำมานาน"กูขอถามมึงตรงๆ อย่า

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   รักเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง!

    “น้ำคะ... น้ำรู้จักพี่มาตั้งแต่เด็ก เราโตมาด้วยกัน น้ำน่าจะรู้จักตัวตนของพี่ดีกว่าใครไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมน้ำถึงยังสงสัยในตัวพี่อยู่อีก”ตะวันยื่นมือหนาไปเชยคางเรียวสวยของน้ำค้างให้ช้อนขึ้นสบสายตา นัยน์ตาคู่คมสีเหล็กฉายประกายความเอื้ออาทรและห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด น้ำเสียงที่เอ่ยถามนั้นนุ่มนวลทว่าหนักแน่น ราวกับจะประคองหัวใจที่กำลังบอบช้ำของเธอไว้อย่างถนอมที่สุด“น้ำขอโทษค่ะพี่... น้ำแค่ไม่มั่นใจในตัวเอง น้ำไม่ได้สะอาดมากพอที่จะมั่นใจได้เหมือนเดิม...” น้ำค้างเค้นเสียงแผ่วพร่าตอบกลับ ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดจากแผลใจที่กัดกินตัวตนของเธอมาตลอด การต้องขายเรือนร่างเพื่อแลกกับเงินรักษาแม่ ทำให้เธอรู้สึกไร้ค่าเมื่อต้องยืนเคียงข้างชายหนุ่มผู้แสนดีอย่างเขา“โธ่เอ๊ย... น้ำค้างคนเก่งของพี่”ตะวันโอบแขนรวบเรือนร่างบางของเธอเข้ามาสวมกอดไว้แน่น แผงอกแกร่งเบียดชิดโอบรับเอาความเจ็บปวดสับสนของเธอไว้ทั้งหมด ชายหนุ่มถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านสัมผัสอันลึกซึ้ง ราวกับต้องการจะดูดซับเอาความทุกข์ระทมที่กัดกินใจของแฟนสาวออกมาให้หมดสิ้น ชายหนุ่มผู้บริสุทธิ์ใจและมั่นคงในความรักคนนี้ ไม่เคยแม้แต่จะแวบคิดรั

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เพราะเธอคือสิ่งล้ำค่า!

    แสงแดดช่วงเก้าโมงเช้าเริ่มทวีความร้อนแรงเพิ่มอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามเข็มนาฬิกาที่เคลื่อนผ่าน ทว่าบริเวณโต๊ะหินอ่อนสภาพเก่าทรุดโทรมที่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นหางนกยูงใหญ่หน้าอาคารหอพัก ยังคงพอให้ความร่มรื่นและลดความตึงเครียดของอุณหภูมิลงไปได้บ้างตะวันเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มหนาที่เขามักจะพกติดกระเป๋าสะพายอยู่เสมอตามวิสัยของว่าที่วิศวกรโยธาหนุ่มผู้มีความชอบและหลงไหลในการออกแบบอาคารเหมือนเด็กสถาปัตย์ นัยน์ตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบเริ่มฉายแววกังวลและกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มชะเง้อมองไปยังประตูทางเข้าอาคารอยู่บ่อยครั้ง สลับกับการยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอด้วยความกระวนกระวายใจ ‘ทำไมน้ำปิดมือถือ... ฟางก็ด้วย... เคยรับปากเราไว้แล้วนี่นาว่าจะไม่ทำแบบนี้’ตะวันพึมพำกับตัวเองในใจ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองดูสายตาของผู้คนที่เดินเข้าออกบนถนนหน้าหอพักด้วยความหวังว่าจะได้พบหน้าคนที่เขาเฝ้ารอคอยเวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเกือบเที่ยงวัน ชายหนุ่มยกแขนขึ้นมาพลิกดูนาฬิกาบนข้อมือ อาการกระวนกระวายใจยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว เขาเริ่มเป็นห่วงความปลอดภัยของน้ำค้าง

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   น้องฟางกับสองโคตรค*ย! [3P,NC-20+]

    การระเบิดจุดสุดยอดที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องถึงสองรอบติดของน้ำค้าง ส่งผลให้ฟาง เพื่อนสาวที่นั่งจ้องตาไม่กระพริบอยู่ตรงนั้นแทบหยุดหายใจ ความร้อนรุ่มและอารมณ์ที่พุ่งพล่านในความกระสันอยากตามธรรมชาติรุมเร้าเข้าใส่เรือนร่างของฟางอย่างโหดร้ายและไม่ปราณีเอาเสียเลย“อูยยย... น้ำแตกเลย... อีน้ำ...”เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดรอดจากไรฟันของฟางยามเมื่อเห็นเพื่อนรักปล่อยน้ำสวาทพุ่งกระฉูดออกมาจากหลืบเนื้อสีหวานอย่างรุนแรงราวกับท่อประปาแตก พร้อมกับเรือนร่างระหงของน้ำค้างที่ทิ้งตัวฟุบพังพาบลงกับโซฟาอย่างหมดสภาพ ส่งผลให้แก่นกายยักษ์ท่อนยาวของโต้งหลุดถอนพรวดออกจากร่องรักอันฉ่ำเยิ้มเกิดเสียงดังจนได้ยินอย่างชัดเจนเต็มสองหู‘บ๊วบ!’ภาพความเสียวซ่านตรงหน้าฉุดกระชากสติของฟางให้กระเจิดกระเจิง ฝ่ามือนุ่มเล็กของเธอเคลื่อนลงมากดบดเน้น ๆ ลงบนโคกเนินที่อวบอูมตรงหน้าขาของตัวเองเพื่อระบายความกระสันอยาก ลิ้นเรียวเล็กแลบออกมาเลียริมฝีปากอวบอิ่มที่แห้งผากอย่างเผลอไผล ฝ่ามืออีกข้างยกขึ้นมาบีบเค้นคลึงเต้างามอวบผ่านอกเสื้ออย่างรุนแรง ปล่อยให้อารมณ์ล่องลอยเตลิดเปิดเปิงไปตามกระแสแรงราคะที่โหมกระหน่ำจากการเฝ้ามองดูเพื่อนรักโดนรุมเย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status