Home / โรแมนติก / บ่วงรักรอยบาป [NC-20+] / กวางน้อยในฝูงไฮยีน่า!

Share

กวางน้อยในฝูงไฮยีน่า!

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-17 19:31:35

เสียงดนตรีบีตหนักหน่วงที่ดังสะเทือนครางตึบ ๆ อยู่ในอก สอดประสานไปกับแสงไฟสลัวโทนส้มอมแดงที่หมุนวนช้า ๆ ทั่วห้องโถงใหญ่โอ่อ่า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นฉุนกริบของบุหรี่ต่างประเทศและไอแอลกอฮอล์ที่อบอวลหนาแน่นจนชวนเวียนหัว บนโซฟาหนังแท้หลุยส์ตัวยาวขนาดยักษ์ ชายหนุ่มใหญ่วัยกลางคนสองคนกำลังนั่งเอนหลังอย่างสำราญใจ โดยมีเด็กสาวหน้าแฉล้มสะสวยในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยสองนางคอยขยับกระแซะ เบียดบดเนื้อหนังเข้าแนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน มือเรียวของพวกเธอคอยลูบไล้ไปตามแผงอกและลาดไหล่กว้าง ท่ามกลางเสียงหัวเราะต่อกระซิบกระซาบที่ดังแทรกมาเป็นระยะ ไม่ต่างจากชายอีกสองคนที่จับจองโซฟาเดี่ยวตัวเล็กคนละฝั่ง ซึ่งมีหญิงสาวคลอเคลียอยู่ข้างกาย คอยประคองแก้วเจียระไนป้อนเหล้าเข้าถึงริมฝีปากด้วยกริยาอาการฉะอ้อนฉอเลาะไม่ต่างกัน

“น้องติ๊ก... มากันแล้วเหรอ? เฮียรอตั้งนานแน่ะ!”

น้ำเสียงทุ้มแหบของชายวัยดึกอีกคนที่นั่งโดดเดี่ยวอยู่บนโซฟาเดี่ยวฝั่งขวาร้องทักขึ้น ทันทีที่เสียงบานประตูไม้สักปิดล็อกลง ร่างท้วมนั้นลุกขึ้นยืนพลางสาวเท้าตรงเข้ามาหาพี่ติ๊กอย่างคุ้นเคย ก่อนจะเอื้อมลำแขนหนาเข้าโอบหมับที่เอวกิ่วของหล่อนดึงเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ซึ่งพี่ติ๊กเองก็เพียงแต่หัวเราะร่วน แกล้งทุบแผงอกเขาเบา ๆ อย่างระริกระรี้

“เราไปนั่งกันที่โซฟาตรงโน้นดีกว่าครับ...” เฮียตึ๋งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลชิดใบหูของน้ำค้าง พลางผายมือหนาออกไปข้างหน้าด้วยท่าทีสุภาพบุรุษทว่าแฝงรังสีคุกคามจาง ๆ

น้ำค้างยืนตัวแข็งทื่อ ขนลุกเกรียวไปทั้งสรรพางค์กาย ดวงตาคู่กลมโตทอดมองฝ่าความสลัวไปยังกลุ่มคนที่รายล้อมอยู่ในห้อง สายตาทุกคู่ตวัดกลับมาจับจ้องเล็งตรงมาที่เธอ... สายตาประเมินราคาที่ไม่มีร่องรอยของความกระดากอายหรือเขินอายเลยแม้แต่น้อย ผิดกับตัวเธอในชุดพนักงานตัวย่อมที่กำลังสั่นสะท้านและหน้าร้อนผ่าวด้วยความประหม่าจนทำตัวไม่ถูก

“ทุกคน... นี่น้องน้ำหวาน เพื่อนใหม่ของเราในคืนนี้นะจ๊ะ”

พี่ติ๊กประกาศก้องฝ่าเสียงดนตรีให้ทุกคนในโถงรับทราบ ก่อนจะเอี้ยวตัวหันกลับมาส่งรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้น้ำค้าง รอยยิ้มที่เด็กสาวเริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจและเยียบเย็นจับขั้วหัวใจ “เดี๋ยวอยู่ ๆ ไปก็รู้จักกันเองทั้งหมดนั่นแหละ ไม่ต้องแนะนำอะไรกันเยอะหรอก... เนอะ”

“แต่น้องเขายังใหม่แกะกล่องอยู่นะคะ... ยังไงเฮียก็ค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ บอกน้ำหวานเขาแล้วกันนะ” พี่ติ๊กหันไปทอดสายตาเชื่อมเชื่อมพราวเสน่ห์ ยิ้มให้เฮียตึ๋งอย่างมีเลศนัยลึกซึ้ง

น้ำค้างได้แต่ยืนนิ่ง ลมหายใจขัดช่วง เธอพยายามเบนสายตาสำรวจผู้หญิงเหล่านั้นในห้องเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ทว่าภาพที่เห็นกลับยิ่งบีบรัดหัวใจ สาว ๆ พวกนั้นไม่มีใครเขินอายใครเลยสักคน บางจังหวะพวกเธอออดอ้อนครางกระเส่า ยอมเบียดหน้าอกหน้าใจเข้ากับต้นแขนล่ำสันของชายหนุ่มข้างกายอย่างหน้าตาเฉย บางคนพ่นวาจาสองแง่สองง่ามหยอกเย้าเรื่องบนเตียงออกมาอย่างไม่กระดากปาก เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากและสัมผัสหยาบโลนที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ทำให้น้ำค้างรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงสู่ห้วงน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง

“น้ำ... ชงเหล้าให้เฮียเขาหน่อยสิจ๊ะ”

เสียงพี่ติ๊กที่ขยับเข้ามาใกล้กระซิบสำทับ เปรียบเสมือนผู้กำกับที่คอยบอกบทบาทใหม่ที่เธอต้องเล่น น้ำค้างชะงักกึก สองมืออันสั่นเทาเอื้อมไปหยิบที่คีบน้ำแข็งในถังเหล็กอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เสียงก้อนน้ำแข็งกระทบเนื้อแก้วดัง แกร่ง... แกร่ง... เงอะ ๆ งะๆ ด้วยความไม่เคยชิน เรียวนิ้วที่เย็นเฉียบรินน้ำสีอำพันและโซดาผสมเข้าด้วยกันอย่างทุลักทุเล

ทว่าท่าทางใสซื่อ ประหม่าลนลานราวกับลูกกวางหลงฝูงนั้น กลับดึงดูดสายตาของเฮียตึ๋งให้จับจ้องแน่นนิ่ง แววตาคร้ามโลกของชายวัยกลางคนฉายประกายความพึงพอใจและกระหายอยากอย่างปิดไม่มิด เขาแอบลอบมองสบตากับพี่ติ๊กอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเห็นอาการตื่นตระหนกของเด็กสาว ทั้งสองผู้คุมเกมก็ยิ่งยิ้มกว้าง 

สัมผัสอุ่นเหนียวจากฝ่ามือของเฮียตึ๋งที่แกล้งเอื้อมมาแตะทับมือของน้ำค้างยามรับแก้วเหล้า ปลุกเร้ากระแสความหวาดกลัวสีดำสนิทให้แล่นพล่านข้ามขีดจำกัด ศักดิ์ศรีที่เคยหวงแหนกำลังถูกบดขยี้ด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในวิมานลวงแห่งนี้

“น้ำทำตัวตามสบายนะ... พวกเรากันเองทั้งนั้นแหละ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทอดนุ่มลงกระซิบแผ่วเบาพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน เฮียตึ๋งขยับกายนั่งพิงพนักโซฟาหลุยส์ตัวหนา ท่าทางคุกคามในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นและเป็นกันเอง ราวกับผู้ใหญ่ใจดีที่กำลังเอ็นดูเด็กน้อย 

“ไม่ต้องกังวลหรอกจ้ะ ทำตัวให้ผ่อนคลาย คิดเสียว่าคืนนี้เรามานั่งเล่นพักผ่อนกัน”

เขาส่งแก้วเหล้าผสมโซดาในมือลงบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้า ขยับมาเปลี่ยนเป็นจับแก้วน้ำส้มคั้นส่งกลิ่นหอมชื่นใจยื่นให้น้ำค้างแทน สัมผัสเย็นเฉียบของเนื้อแก้วช่วยลดทอนความร้อนผ่าวบนฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อของเด็กสาวลงได้บ้าง 

ท่าทีเว้นระยะห่างอย่างสุภาพและระมัดระวังไม่ให้เนื้อตัวบดเบียดโดนกันโดยไม่จำเป็นของเฮียตึ๋ง ทำให้น้ำค้างที่เคยนั่งตัวเกร็งอยู่ตรงขอบโซฟาเริ่มลอบผ่อนลมหายใจออกลึก คลายก้อนความตึงเครียดที่บีบรัดแน่นตรงช่วงหัวไหล่และแผ่นหลังลงทีละน้อย

“เห็นติ๊กบอกว่า... น้องน้ำกำลังเรียนอยู่ปีสองเหรอจ๊ะ?” ชายวัยกลางคนเอ่ยชวนคุยอย่างนุ่มนวล แววตาคร้ามโลกคู่นั้นฉายประกายความอบอุ่นละมุนละไมราวกับผู้ใหญ่ใจดีที่ไม่มีพิษมีภัยใด ๆ ซ่อนอยู่

“ค่ะ...” น้ำค้างรับคำ เสียงของเธอยังคงแผ่วเบา ทว่าก้อนความแข็งขืนในลำคอเริ่มลดระดับลงเมื่อจังหวะบทสนทนาขยับเข้าสู่เรื่องราวอันคุ้นเคยในรั้วมหาวิทยาลัย

“เก่งจังเลยเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย... รู้ไหม สมัยหนุ่ม ๆ พี่เรียนอยู่ที่นั่นตั้งห้าปีแน่ะ ฮ่า ๆ ๆ” เฮียตึ๋งหัวเราะร่วนอกกระเพื่อม ใบหน้าคร้ามโลกดูเป็นมิตรขึ้นมาทันตาเมื่อเล่าความหลัง

“แล้วก็เรียนไม่จบ!” เสียงทุ้มห้าวของเพื่อนสนิทเขาจากโซฟาตัวยาวตะโกนสวนแทรกฝ่าเสียงดนตรีขึ้นมาอย่างสนุกปาก พร้อมเสียงหัวเราะครื้นเครงของสาว ๆ ที่ห้อมล้อม

“โถ่! ไอ้บ้า คลายปมกูซะงั้น” เฮียตึ๋งหันไปด่าเพื่อนขำ ๆ อย่างไม่ถือสา ท่ามกลางบรรยากาศสรวลเสเฮฮาที่ดูไร้พิษภัย 

ความเป็นกันเองแบบกลุ่มเพื่อนพ้องบวกกับมุกตลกโปกฮาเหล่านั้น ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามากระเทาะกำแพงความกลัวในใจของน้ำค้างให้พังทลายลงทีละเซนติเมตร 

เด็กสาวลอบอมยิ้มบาง ๆ ออกมาเป็นครั้งแรก ความหวาดระแวงนัยน์ตาเริ่มจางหาย กลายเป็นความรู้สึกไว้วางใจอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

ในเมื่อเฮียตึ๋งดูเป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้... งานคืนนี้คงไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด

น้ำค้างบอกตัวเองในใจ พลางขยับกายดึงกางเกงยูนิฟอร์มขาสั้นให้รั้งลงมาปิดต้นขาอีกนิด ยึดมั่นในปณิธานและเส้นแบ่งศักดิ์ศรีที่เธอขีดเส้นใต้เอาไว้ในใจอย่างเหนียวแน่น…

 ตราบใดที่เธอแค่มานั่งชุยคุย ชงเหล้า และไม่ยอมเปลืองเนื้อเปลืองตัวให้ใครหน้าไหนได้สัมผัส ทุกอย่างก็ยังคงถูกต้อง 

เด็กสาวขยับตัวนั่งอย่างเป็นธรรมชาติขึ้น แผ่นหลังบางเอนพิงโซฟาอ่อนนุ่ม กลิ่นอายความอึดอัดรอบตัวเริ่มกลายเป็นความผ่อนคลายที่ชวนเคลิบเคลิ้ม

ทว่าในจังหวะที่แมงมุมตัวใหญ่เห็นว่าลูกนกปีกบางเริ่มพับปีกเก็บความระวังตัว... แววตาของเฮียตึ๋งก็วาวโรจน์ขุมหนึ่งขึ้นมาท่ามกลางความสลัว

“พี่ว่า... น้องน้ำดื่มเป็นเพื่อนพี่สักหน่อยนะจ๊ะ นิดเดียว... แค่แก้วเดียวก็พอ ผสมโค้กหวาน ๆ แอลกอฮอล์บาง ๆ ก็ได้ พี่อยากชนแก้วกับคนเก่ง”

น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนแกมบังคับอยู่ในที มือหนาเลื่อนแก้วเจียระไนที่บรรจุน้ำสีอำพันเข้มข้นหยดหยาดโชยกลิ่นไอดีกรีร้อนแรงมาจ่อประชิดตรงหน้าน้ำค้าง สัมผัสอุ่นเหนียวจากเรียวนิ้วของเขาแกล้งขยับมาแตะโดนหลังมือขวาของเด็กสาวอย่างจงใจ 

“พี่ตึ๋ง... ติ๊กบอกพี่แล้วไงคะว่าห้ามมอมเหล้าน้องเขา”

น้ำเสียงแหลมใสของพี่ติ๊กเอ่ยแทรกขัดจังหวะขึ้นมาทันทีอย่างรู้การรับส่ง หล่อนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยกวาดสายตาคมกริบจับสังเกตอาการของคนทั้งคู่เงียบ ๆ ก่อนจะแสร้งทำเป็นปกป้องรุ่นน้องด้วยจังหวะที่พอดิบพอดี

“โถ่... ใครจะไปมอม พี่แค่ชวนเฉย ๆ ถ้าน้องน้ำไม่สะดวกใจ พี่ก็ไม่ได้บังคับสักหน่อยครับ” เฮียตึ๋งหันมาโปรยรอยยิ้มละมุนละไมส่งให้น้ำค้าง แววตาอบอุ่นคู่นั้นทอดมองมาคล้ายจะยืนยันว่าเธอปลอดภัยและมีอิสระเต็มที่ในการตัดสินใจ

ทว่าในวินาทีที่เด็กสาวกำลังจะลอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก... นิ้วหนาของชายวัยกลางคนก็ล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต ก่อนจะขยับหยิบเอาธนบัตรสีม่วงใบหนึ่งออกมา

ปึก!

“แต่ถ้าดื่มเป็นเพื่อนพี่สักนิด... พี่มีรางวัลคนเก่งให้ห้าร้อยบาท”

แรงตบธนบัตรใบละห้าร้อยลงบนโต๊ะกระจกเตี้ยเบื้องหน้า ดังสะท้อนก้องท่ามกลางเสียงดนตรีบีตหนัก เฮียตึ๋งจงใจขยับรอยยิ้มมุมปากเย้ยหยันแกมท้าทาย สายตาจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มสั่นไหวของเด็กสาวอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า

“หือ?! แก้วเดียวได้ตั้งห้าร้อยเลยเหรอพี่ตึ๋ง! ใจป้ำเกินไปแล้วนะ” เสียงพี่ติ๊กร้องอุทานขึ้นมาเสียงดังลั่นจงใจสร้างแรงยุระลอกแรก ละสายตาจากใบสีม่วงมาสบตาน้ำค้างพลางเบิกตาโตกระตุ้นอารมณ์โดยที่เด็กสาวไม่ทันรู้ตัว

“เอาเลยสิ! จะไปกลัวอะไร แก้วเดียวเองน้ำหวาน!” เสียงแหลมเล็กของสาว ๆ ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยจากโซฟาตัวยาวพากันส่งเสียงกรีดกรายร้องเชียร์ มวลอากาศในห้องพลันร้อนระอุด้วยแรงขับเคลื่อนของฝูงชน น้ำค้างหันขวับมองไปรอบตัวด้วยความสองจิตสองใจ หัวใจในอกซ้ายเริ่มกลับมาเต้นตึกตักด้วยจังหวะที่รัวกระชั้น

เธอบิดกายอย่างอึดอัด ก่อนจะหันไปสบตากับพี่ติ๊กที่ส่งสายตาจับจ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว

“แล้วแต่น้ำเลยนะจ๊ะ... แต่ถ้าเป็นพี่ พี่เอาอยู่แล้ว เงินห้าร้อยลอยมาตรงหน้า แค่แก้วเดียวสบายน่า” พี่ติ๊กกระซิบเย้า ยิ้มส่งให้อย่างยั่วเย้าแกมยุส่งในตัว คล้ายจะบอกว่าไม่มีอะไรเสียหาย

น้ำค้างเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความกดดันรอบตัวบวกกับความรู้สึกท้าทายและเงินรางวัลที่ได้มาอย่างง่ายดายเริ่มปลุกเร้ากิเลสในใจให้คุกรุ่น เด็กสาวลืมความกลัวไปชั่วขณะ นึกสนุกอยากจะเอาชนะคำสบประมาทของชายวัยกลางคน สองมือสั่นเทาขยับเอื้อมออกไปข้างหน้า... นิ้วเรียวสัมผัสเข้ากับความเย็นจัดของแก้วเจียระไนระยิบระยับ รวบตึงก้อนศักดิ์ศรีลงคอแล้วยกแก้วน้ำสีอำพันเข้มข้นขึ้นแตะริมฝีปากจิบเข้าไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

รสชาติขมปร่าร้อนบาดคอพุ่งพวยเข้าโจมตีกระพุ้งแก้มทันทีจนร่างบางถึงกับสะดุ้งน้อย ๆ ทว่ากลิ่นไอดีกรีความแรงที่แล่นขึ้นสมองกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณความดิบเถื่อนของคนในห้องโถงให้ระเบิดออก

“หมดแก้ว! หมดแก้ว! หมดแก้ว!”

เสียงโห่ร้องเชียร์กระหึ่มจากคนรอบข้างดังประสานซัดสาดเข้าใส่ร่างของเด็กสาวดั่งคลื่นยักษ์ สองมือของชายหนุ่มใหญ่พากันตบโต๊ะดัง ปัง! ปัง! ตามจังหวะบีตดนตรีที่เร่งเร้าจนแก้วเหล้าสั่นสะเทือน 

น้ำค้างเบิกตาโพลง ความกดดันในอกทวีความรุนแรงและหนักอึ้งจนหมุนคว้าง ภาพความถูกต้องพังทลายลงพร้อมกับหยาดน้ำสีอำพันที่กำลังถูกบีบให้กลืนลงคอไปอึกใหญ่... ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด ท่ามกลางสายตาพึงพอใจของเฮียตึ๋งและพี่ติ๊กที่จ้องมองเหยื่อสาวกลืนเบ็ดตัวใหญ่เข้าปากอย่างสมบูรณ์แบบ!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ห้องเชือด!

    “ไม่ต้องกังวลอะไรนะหนู... ทำตัวตามสบาย เสี่ยเป็นคนง่าย ๆ”กระแสเสียงทุ้มต่ำพยายามปรับท่วงทำนองให้นุ่มนวลชวนผ่อนคลาย เสี่ยหนูขยับรอยยิ้มกว้างพลางตบหลังฝ่ามืออวบหนาลงบนเบาะกำมะหยี่เบา ๆ สายตาที่ผ่านโลกราคีย์มาอย่างเจนจัดลอบสำรวจอาการไหล่ห่อ นั่งเกร็งจนตัวลีบของเด็กสาวข้างกาย เขารู้ในทันทีว่าเหยื่อตัวน้อยคนนี้ไม่เคยต้องมือกามารมณ์และไม่ประสาต่อโลกซ่อนเร้นชนิดนี้มาก่อน ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในแววตาของเธอ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในอกของชายสูงวัยให้กระเหี้ยนกระหือรือ แต่อาการลนลานแบบนี้ต้องใช้ความใจเย็นเข้าล่อน้ำค้างขยับมุมปากรั้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห้งผาก ฝืนความรู้สึกขยะแขยงที่แล่นริ้วขัดขืนอยู่ในใจ เธอหลับตาลงชั่ววูบ ยามนั้น เสียงเตือนสติของฟางที่เคยเกื้อหนุนแว่วดังขึ้นในมโนสำนึกดั่งเครื่องยึดเหนี่ยวชิ้นสุดท้าย ‘พยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับมัน ไม่ฝืนทำเป็นสนุกไปกับมันซะ’ เด็กสาวบ้านนาสูดลมหายใจเข้าลึก จิกปลายนิ้วลงกับหัวเข่าเพื่อบังคับตัวเองให้คลายความแข็งทื่อลงทีละน้อย“ดื่มอะไรหน่อยไหมล่ะ... มันจะช่วยทำให้เราผ่อนคลายขึ้นนะ” ชายรุ่นพ่อยังคงรุกคืบด้วยคำชวนคุย น้ำเสียงทวีความกรุ้มกริ่มพลา

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เสี่ยหนู!...

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูเคลื่อนตัวผ่านทางลาดชันแคบ ๆ ขึ้นสู่อาคารจอดรถของโรงแรมระดับสี่ดาวย่านใจกลางเมือง เสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นปูนขัดมันดัง เอี๊ยดอ๊าด สะท้อนก้องท่ามกลางความสลัว ไฟหน้ารถสาดกระทบเสาคอนกรีตต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะหักพวงมาลัยถอยเข้าซองจอดนิ่งสนิทในซองแคบที่มีเส้นสีขาวทึบกำกับ เครื่องยนต์ครางกระหึ่มต่ำเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับลง ทิ้งให้ความเงียบงันและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศโรยตัวปกคลุมผู้โดยสารทั้งสองในเวลาเกือบหกโมงเย็น“เสี่ยหนูแกเป็นคนใจป้ำ... ถ้าถูกใจขึ้นมานะแกเปย์ไม่อั้น น้ำต้องพยายามตามใจเสี่ยเขาหน่อยละกัน”ติ๊กเอ่ยขึ้นทำลายความอึดอัดที่นิ่งสนิทมาตลอดทาง ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาชำเลืองมองกระจกมองหลังเพื่อเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า น้ำค้างที่นั่งขดตัวอยู่เบาะข้าง ๆ จิกเล็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงจนยับย่น ความเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนจะเค้นกระแสเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างซื่อบริสุทธิ์“น้ำ... น้ำต้องทำตัวยังไงบ้างคะ”“ไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาจะพาทำเองแหละ” ติ๊กแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผินหน้ากลับมามองเด็กสาวรุ่นน

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เปิดประตูสู่โลกมืด!

    ครืด... ครืด... ครืด...แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้หัวเตียงส่งเสียงครางครืดคราดน่ารำคาญ มันปลุกให้เปลือกตาที่เคลือบด้วยคราบมาสคาร่าเลอะเลือนของติ๊กค่อย ๆ เผยอขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดสายของวันใหม่สาดส่องลอดบานเกล็ดเข้ามาแยงตาจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ หญิงสาวส่งเสียงจิ๊ปากในลำคอพลางวาดลำแขนเรียวไปตามพื้นผิวโต๊ะอย่างงัวเงีย ปลายนิ้วปัดป่ายคว้าสะเปะสะปะไปโดนฝาขวดน้ำหอมและแผงยาก่อนจะตะครุบวัตถุสี่เหลี่ยมด้ามเย็นเฉียบขึ้นมาได้ เธอพลิกกายหงาย พยายามหยีตาเพ่งมองหน้าจอที่สว่างวาบเพื่อปรับโฟกัสสายตาอันพร่าเบลอ‘น้ำค้าง’ทันทีที่ตัวอักษรบนหน้าจอปรากฏสู่สายตา ร่องรอยความง่วงงุนและอาการหงุดหงิดเมื่อครู่พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก นัยน์ตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างฉายแววยินดีปรีดาขึ้นมาครามครัน ผิวแก้มสลัดความอิดโรยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวราวกับเพิ่งได้รับแจ้งข่าวดีที่สุดในชีวิต ติ๊กรีบสไลด์หน้าจอรับสาย ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางกรอกน้ำเสียงหวานหยดย้อยลงไปในสายทันที“ว่าไงจ๊ะน้องน้ำ...”ริมฝีปากสีซีดแย้มยิ้มกว้าง ติ๊กจงใจปรับโทนเสียงให้ละมุนละม่อมคล้ายพี่

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก!

    สียงดนตรีจังหวะเนิบช้าที่เปิดคลอเบา ๆ ผสานไปกับแสงไฟสลัวสีส้มภายในร้านอาหารกึ่งผับ บ่งบอกว่าช่วงเวลาไนต์ไลฟ์อันคึกคักได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงชนแก้วบัดนี้เงียบเหงาลงถนัดตา พนักงานเสิร์ฟสามสี่คนในชุดยูนิฟอร์มเริ่มจับกลุ่มยืนพิงเคาน์เตอร์ กระซิบกระซาบพูดคุยกันเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการวิ่งวุ่นรับส่งออเดอร์ตลอดทั้งคืนที่โต๊ะไม้มุมมืดหลังร้าน ฟางกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนสังกะสีตักข้าวผัดกะเพราเม็ดแข็ง ๆ เข้าปากอย่างหิวโซ อาหารมื้อดึกควบเช้ามืดก่อนเวลาเลิกงานคือสิ่งเดียวที่เยียวยาความโหยของคนกรำงานกลางคืนทุกคนในเวลานี้ กลิ่นพริกแก้งฉุน ๆ ลอยแตะจมูกพร้อมกับเสียงเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ ท่ามกลางความล้า“น้ำไม่มาทำงานเหรอวันนี้”เสียงแหบเสน่ห์ที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำลายความเงียบระหวางมื้ออาหาร และฉุดความสนใจของฟางให้ละจากจานข้าวตรงหน้า หล่อนกลืนข้าวคำโตลงคอพลางตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง“วันนี้น้ำไม่สบาย...”ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดพ้นริมฝีปาก ปลายนิ้วที่จับด้ามช้อนพลันสั่นระริกชะงักกึกกลางอากาศ สมองกระตุกวาบเมื่อภาพรอ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พรหมจันทร์ที่หลุดลอย!

    ความเงียบงันภายในห้องเช่าแคบ ๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงลูกบิดประตูดัง กริ๊ก ดังแผ่วเบา ก่อนบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าจะถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ละอองฝุ่นปลิวคว้างล้อแสงแดดเจิดจ้าภายนอก ร่างบางของน้ำค้างก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทางโซเซ สองขาที่เคยเรียวขยับก้าวอย่างอิดโรยราวกับหุ่นยนต์ที่พลังงานใกล้หมดสิ้น สภาพเรือนร่างของเธอสับสนยับยู่ยี่ เสื้อยืดสีขาวเปรอะเปื้อนรอยยับย่น คอเสื้อเบี้ยวโย้จนเผยให้เห็นรอยแดงปื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงซอกคอ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหงื่อไคลฉุนจัดที่ชวนคลื่นไส้โชยฟุ้งออกมาจากตัวเธอแทนที่จะเป็นกลิ่นแป้งเด็กอย่างเคย นัยน์ตาคู่กลมโตบัดนี้แห้งผาก เลื่อนลอย และมืดมิดไร้แววประหนึ่งคนสูญเสียจิตวิญญาณ เด็กสาวเดินตรงดิ่งไปยังเตียงนอนหลังเล็กประจำตัว ก่อนจะทิ้งกายล้มพับลงบนฟูกแข็ง ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัว ปล่อยให้ใบหน้าซุกจมลงกับหมอนนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเดิม ๆ ของบ้านนาฟางซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือส่วนตัวละสายตาจากกรอบหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นตั้งใจจะส่งเสียงทักทาย ทว่าทันทีที่นัยน์ตาปะทะเข้ากับสภาพของเพื่อนร่วมห้อง คำพูดทั้ง

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ครั้งแรกที่รู้รสชาย![NC-20+]

    เฮียตึ๋งหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มวลกล้ามเนื้อและร่างท้วมใหญ่เงาดำตระหง่านค้ำอยู่เหนือร่างของเด็กสาว แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงทาบทับใบหน้าคร้ามโลกที่บัดนี้ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกระหยิ่มใจที่มุมปาก นัยน์ตาเรียวเล็กจอดจ้องสรีระอ้อนแอ้นของน้ำค้างที่นอนระทวย อ่อนเปลี้ยไร้กระดูกอยู่บนฟูกหนาตรงหน้าดั่งลูกกวางที่หมดแรงขัดขืน ฝ่ามือหยาบใหญ่เอื้อมลงมาเกาะกุมกิเลสตัณหาอันขยายพองโตของตนเองไว้เต็มกำมือขยับส่ายไหว ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าประชิด กดจ่อส่วนปลายมนใหญ่เข้าหาปากทางเนื้อนุ่มแรกรุ่นของเหยื่อสาวที่อ้าเผยอน้อย ๆ รองรับอยู่อย่างย่ามใจ“อื้อหือ!... หีโคตรแน่น... ซี้ดดด...”หนุ่มใหญ่ครางกระเส่าในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกระสันขีดสุด ยามเมื่อออกแรงยัดเยียดแท่งเนื้อร้อนระอุเข้าสู่โพรงสวาทอันคับแคบ แม้ผิวเนื้อส่วนลึกจะเจิ่งนองชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาจนเฉอะแฉะ ทว่าความสดใหม่ที่ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมใดบุกรุกผ่านเข้าไปมาก่อนในชีวิต กลับกลายเป็นปราการธรรมชาติที่รัดตรึงบีบรัดจนส่วนหัวบานใหญ่ไม่อาจผ่านศิลาแคบเข้าไปได้โดยง่าย“อูยยย... โอ๊ยยย... ซี้ดดด... เจ็บ... เจ็บอะ...”เสียงร้องประ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status