Beranda / โรแมนติก / บ่วงรักรอยบาป [NC-20+] / แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะขาม!

Share

แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะขาม!

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 19:29:22

ไอแดดรำไรยามเย็นสาดประกายส้มอมทอง อาบชโลมไปทั่วท้องทุ่งกว้างอันเงียบสงบ สายลมปลายฤดูพัดพากลิ่นไอโคลนจาง ๆ และกลิ่นยอดหญ้าอ่อนโชยมาแตะจมูกอย่างแผ่วเบา 

น้ำค้างในชุดเสื้อคอกระเช้าสีขาวหม่นและผ้าถุงลายพิกุลขยับตัวนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ตัวเก่าใต้ร่มเงาครึ้มของต้นมะขามใหญ่ สองขากระดิกแกว่งไปมาตามจังหวะธรรมชาติ เสียงกระแสน้ำไหลเอื่อยเซาะแก่งหินในลำธารเบื้องหน้าดังซ่านเซาะสลับกับเสียงนกป่าร้องเจื้อยแจ้ว ขับกล่อมให้ช่วงเวลานี้ราวกับถูกหยุดนิ่งไว้ในความทรงจำ

สายตาของเธอทอดมองฝ่าไอแดดไปยังร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่กำลังเดินตรงเข้ามา เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ตามแบบฉบับของนักศึกษาที่ผ่านการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่มาสักระยะ 

ทว่ากลิ่นอายความศิวิไลซ์เหล่านั้นกลับไม่ได้เปลี่ยนแปรเนื้อแท้ของชายที่ชื่อตะวันเลยสักนิด โดยเฉพาะรอยยิ้มซื่อที่ส่งมาให้แต่ไกล... รอยยิ้มพิมพ์ใจดวงเดิมที่เขาใช้มองเธอตั้งแต่วัยเยาว์ยามวิ่งเล่นอยู่กลางทุ่งแห่งนี้

“รอพี่นานไหม?”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หยุดลงข้างแคร่ พี่ตะวันหย่อนตัวนั่งลงจนไม้ไผ่ลั่น เอี๊ยด รับน้ำหนัก กลิ่นสบู่จาง ๆ และไออุ่นจากผิวกายคร้ามแดดของเขาโชยเข้าแทนที่ลมทุ่ง 

มือหนาที่หยาบกร้านทว่านุ่มนวลอย่างประหลาดเอื้อมมาลูบเรือนผมของเธอแผ่วเบา ก่อนจะบรรจงเหน็บกลีบดอกพลับพลึงป่าสีขาวบริสุทธิ์เข้าที่ข้างใบหูของเธออย่างเชื่องช้า สัมผัสแผ่วเบาจากปลายนิ้วที่แตะโดนผิวเนื้อตรงผิวแก้ม ปลุกเร้ากระแสความอบอุ่นให้แล่นริ้วซึมลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

ความผูกพันที่หล่อเลี้ยงกันมาเนิ่นนานทำให้อากาศรอบตัวอิ่มเอมไปด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่าคนรักทั่วไป มันไม่มีความตื่นเต้นขัดเขินอย่างคนเพิ่งเริ่มเรียนรัก แต่กลับเป็นความห่วงใยอันบริสุทธิ์และอาวรณ์หากันดั่งลมหายใจ 

สายตาที่สองคู่สอดประสานกันนั้นกังวานไปด้วยความเชื่อมั่นที่ไม่มีวันสั่นคลอน ราวกับรากของต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งลึกรวมเป็นเนื้อเดียวอยู่ใต้ผืนดินบ้านนา

“นานสิ! รอพี่ตั้งนาน...” น้ำค้างแกล้งเบะปากขยับตัวหนีอย่างเอาแต่ใจ ทว่าแววตากลับระยิบระยับด้วยความสุข

ท่าทางแสนงอนนั้นทำเอาพี่ตะวันอมยิ้มตาหยี แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูและพร้อมจะยอมสยบให้เด็กสาวตรงหน้าทุกทาง 

“ก็ดอกพลับพลึงวันนี้มันยังไม่บานเต็มที่เลยน่ะสิ ส่วนดอกที่บานแล้วก็เริ่มจะโรย พี่มัวแต่เดินหาดอกที่สวยที่สุด... ดอกที่คู่ควรกับน้ำค้างของพี่อยู่ตั้งนาน เลยมาหาช้าไปหน่อย”

ถ้อยคำประจบเอาใจที่ซื่อตรงแต่อ่อนหวานโชยผ่านสายลม คล้ายจะเติมเต็มความหวานล้ำเข้าไปในจิตวิญญาณ 

พี่ตะวันขยับรอยยิ้มกว้างก้าวข้ามความเหนื่อยล้า ก่อนจะเอนหลังนอนราบลงบนแคร่ไม้ไผ่ตัวเก่า เอาแขนก่ายหน้าผากสายตาทอดมองผ่านพุ่มใบมะขามขึ้นไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม

สายลมโชยอ่อยที่พัดผ่านพุ่มใบมะขามเริ่มลดความแรงลงจนเหลือเพียงความเงียบงัน 

เสียงน้ำเซาะแก่งหินในลำธารเบื้องหน้าไหลเอื่อยเฉื่อยราวกับจะช่วยตั้งใจฟังถ้อยคำสำคัญ พี่ตะวันชันกายลุกขึ้นนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ เสียงไม้ลั่น เอี๊ยด เบา ๆ สอดรับกับความจริงจังที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคร้ามแดดคู่เดิม

“อีกแค่สองปีพี่ก็จะจบแล้ว... ทำงานเก็บเงินสักพัก พี่จะมาขอน้ำกับน้านิดนะ”

น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา สลัดภาพของนักศึกษาเมืองกรุงออกไปจนสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มบ้านป่าที่พร้อมจะแบกโลกทั้งใบเพื่อผู้หญิงที่เขาเฝ้าถนอม 

มือหนาเอื้อมออกไปชี้ตรงไปยังเนินดินราบเรียบฝั่งตรงข้าม ที่กว้างผืนใหญ่ที่ถูกล้อมกรอบด้วยต้นจามจุรีและมีสายน้ำจากลำธารโอบขนาบอย่างร่มรื่น แสงแดดอุ่น ๆ ลำสุดท้ายสาดจับผืนหญ้าตรงนั้นจนกลายเป็นสีทองอร่ามตา

“ที่ตรงนั้น... พี่จะขอซื้อต่อจากลุงชาติ พี่จะสร้างบ้านของเรา พี่จะสร้างบ้านให้น้ำอยู่... เหมือนที่เราเคยสัญญากันไว้”

ประโยคท้ายแผ่วเบาราวกับกระซิบ ทว่ามวลอากาศรอบตัวกลับหนักแน่นด้วยความมุ่งมั่นจริงจังอันมหาศาล กลิ่นหอมระรื่นของดอกพลับพลึงป่าที่เหน็บอยู่ข้างใบหูของน้ำค้างโชยกำจายเข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงในอก 

เด็กสาวทอดสายตามองตามปลายนิ้วของเขาออกไป ภาพเนินดินว่างเปล่าตรงหน้าพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันที่เริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า 

ทว่าในความพร่าเลือนนั้น เธอกลับเห็นภาพบ้านไม้หลังย่อมที่มีสวนดอกไม้และเสียงหัวใจสองดวงเต้นเคียงคู่กันอย่างชัดเจน

น้ำค้างหันกลับมาสบสายตากับเจ้าของคำมั่นสัญญา แววตาของเธอเปี่ยมล้นไปด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจ 

ความรักที่เธอมีให้พี่ตะวันไม่ใช่แค่ความลุ่มหลงชั่วครู่ชั่วยาม แต่มันคือสายใยที่ฝังลึกซึ้งเข้าไปในจิตวิญญาณ เป็นความอบอุ่นเดียวที่เยียวยาและโอบอุ้มชีวิตของเด็กสาวบ้านนาคนนี้มาโดยตลอด

เธอเอื้อมมือสองข้างที่สั่นเทาเล็กน้อยไปกุมมือหนาของเขาไว้ บีบกระชับจนรับรู้ถึงกระแสไออุ่นที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว หยดน้ำตาแห่งความสุขร่วงเผาะลงบนหลังมือของชายหนุ่ม สัมผัสเปียกชื้นที่ละมุนละไมที่สุดแทนคำยืนยันอันยิ่งใหญ่

“น้ำจะรอวันนั้นค่ะ... ไม่ว่าจะนานแค่ไหน น้ำก็จะรอแค่พี่คนเดียว”

คำตอบรับนั้นแผ่วเบาแต่ก้องกังวานลึกเข้าไปในหัวใจของคนฟัง 

แสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดของราตรีทุ่งกว้าง ทว่าหัวใจของทั้งคู่กลับสว่างไสวและอบอุ่นอิ่มเอมอย่างที่สุด…

…กระแสความเงียบสงบโอบล้อมรอบตัวบ้านไม้หลังย่อม ทิ้งไว้เพียงเสียงนกเขาชวาคูเดิมที่ส่งเสียงคูขันแผ่วเบาจากกิ่งมะม่วงใหญ่ที่แผ่ร่มเงาครึ้ม แสงแดดจัดจ้านยามบ่ายสามส่องลอดซอกใบเป็นลำแสงสลัวตกลงบนพื้นดินแห้งผาก น้ำค้างทอดน่องกลับมาด้วยความรู้สึกโหวงเหงาในอก ลำคอยังคงขมปร่าด้วยก้อนความอาวรณ์ที่เพิ่งกลืนลงคอไปตอนส่งพี่ตะวันขึ้นรถทัวร์

“ไปส่งตะวันมาแล้วเหรอลูก?”

เสียงแหบแห้งทว่านุ่มนวลของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นทำลายความเงียบ น้านิดเดินประคองกระบุงไม้ไผ่สานใบเก่าโอบอุ้มผักบุ้งจีนสีเขียวสดที่เพิ่งเด็ดมาใหม่ ๆ กลิ่นยางผักอันเป็นเอกลักษณ์ปนเปกับกลิ่นดินและไอแดดร้อนระอุโชยมาแตะจมูก น้ำค้างพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะรีบก้าวเข้าไปช่วยรับน้ำหนักกระบุงใบนั้นมาถือไว้

“เพิ่งขึ้นรถไปเมื่อบ่ายโมงนี่เองค่ะแม่”

เธอบรรจงวางกระบุงลงบนแคร่ไม้หน้าบ้าน สัมผัสความสากของเสี้ยนไม้ที่คุ้นเคยช่วยดึงสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน เด็กสาวทรุดตัวลงนั่ง พลางเอื้อมมือไปหยิบผักบุ้งทีละกำขยับแยกขนาด คัดใบเสีย และจัดเรียงโคนต้นให้เสมอกันอย่างเชื่องช้า นิ้วมือของเธอสัมผัสได้ถึงความเย็นและหยาดน้ำที่ยังเกาะอยู่ตามใบผัก ก่อนจะเอื้อมไปหยิบหนังยางสีแดงแกะดัง เปรี๊ยะ มัดโคนผักบุ้งแบ่งออกเป็นมัด ๆ เท่ากันอย่างคล่องแคล่วตามความเคยชินที่ทำมาตั้งแต่เด็ก

เสียงสอยผักบุ้งสลับกับเสียงขยับกายของน้านิดที่เดินมาทรุดนั่งลงข้าง ๆ บนแคร่ มือนุ่มที่ผ่านการตรากตรำจนสากระคายเอื้อมมาช่วยหยิบจับผักบุ้งมัดเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ความอบอุ่นจากผิวกายของแม่ที่เบียดชิดเข้ามาทำให้น้ำค้างชะงักมือค้าง

เธอเหลือบมองท่อนแขนผอมบางและหยาดเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผมขาวโพลนของแม่ หัวใจของเด็กสาวบีบรัดแน่นด้วยความสงสาร ภาพกล่องโฟมเปล่าในมหาวิทยาลัยและภาพโลกแสงสีในผับที่เธอเพิ่งเผชิญมาเมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง มันเรียกร้องให้เธอกล้าที่จะก้าวข้ามปราการบางอย่าง

น้ำค้างวางผักบุ้งในมือลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นแม่ แววตาของเธอสั่นไหวทว่าแฝงด้วยความหนักแน่นอย่างที่สุด

“แม่... เดือนนี้แม่ไม่ต้องส่งเงินให้น้ำแล้วนะ”

มือที่กำลังมัดผักบุ้งของน้านิดชะงักลงทันควัน ความเงียบรอบตัวดูจะหนักอึ้งขึ้นมาในพริบตา น้ำค้างเอื้อมมือไปกุมมือที่หยาบกร้านของแม่ไว้ สัมผัสถึงข้อต่อกระดูกที่ปูดโปนจากการทำงานหนักเพื่อส่งเสียความฝันของเธอ

“น้ำได้งานทำหลังเลิกเรียนแล้วค่ะแม่... พอจะมีเงินใช้บ้างแล้ว” น้ำค้างพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ เลือกรักษาใบหน้าให้อิ่มเอมไปด้วยรอยยิ้มเพื่อให้แม่คลายกังวล 

“ถ้าแม่เหนื่อย... แม่หยุดพักผ่อนบ้างก็ได้นะจ๊ะ ไม่ต้องคอยห่วง คอยกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายของน้ำอีกแล้วนะแม่”

ประโยคท้ายแฝงไปด้วยความเว้าวอนและรักใคร่อย่างท่วมท้น หยาดเหงื่อซึมชื้นที่ขมับของแม่กลั่นตัวหยดลงบนหลังมือของน้ำค้าง ราวกับคำขอบคุณที่แสนเงียบงันจากหัวใจของคนเป็นแม่ที่ได้รับรู้ว่า ลูกนกตัวน้อยที่ฟูมฟักมาด้วยความยากลำบาก บัดนี้เริ่มสยายปีกพึ่งพาตัวเองได้แล้ว…

สายตาของน้านิดที่ทอดมองมาบัดนี้เปลี่ยนเป็นนิ่งสนิท มือที่เคยแคล่วคล่องในการมัดผักบุ้งวางลงบนตักอย่างเชื่องช้า ความเงียบงันแผ่กระจายออกมารอบแคร่ไม้ไผ่จนเสียงลมพัดใบมะม่วงหน้าร้านดูจะดังขึ้นกว่าเก่า แม่เอียงหน้าเล็กน้อย แววตาที่เคยอ่อนโยนฉายร่องรอยของความเคลือบแคลง คล้ายพยายามจะส่องมองลึกลงไปให้ถึงห้องหัวใจของลูกสาว

“งานอะไร... ทำหลังเลิกเรียน?”

น้ำเสียงของแม่ราบเรียบ แต่กลับมีกระแสความเฉียบขาดคุกคามค้างอยู่ในมวลอากาศ น้ำค้างรู้สึกได้ถึงก้อนหนามเล็ก ๆ ที่แล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอรีบหลบสายตาคมกริบคู่นั้น ก้มลงมองยอดผักบุ้งจีนในกระบุงพลางพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด กลืนก้อนความจริงครึ่งหนึ่งที่น่ากลัวเก็บไว้ในอก

“ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกค่ะแม่... ก็แค่งานเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารธรรมดา ๆ นี่เอง” น้ำค้างเลือกที่จะบิดเบือนภาพความโกลาหล แสงสีแฟลช และฝ่ามือหยาบโลนของแขกในผับเมื่อคืนให้เหลือเพียงภาพพนักงานยกถาดอาหารในร้านติดแอร์ธรรมดา เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนเป็นแม่ต้องนอนคิดมากจนล้มป่วย

เธอกระเถิบกายเข้าไปชิดแม่มากขึ้นจนไหล่เบียดกัน สองมือเรียวเอื้อมไปเกาะกุมท่อนแขนผอมเกร็งของแม่ไว้เบา ๆ สัมผัสได้ถึงเนื้อหนังที่เริ่มเหี่ยวหย่นตามกาลเวลาและอาการสั่นระริกน้อย ๆ จากความเหนื่อยล้าสะสม

“น้ำอยากให้แม่ได้พักบ้าง... ช่วงนี้เห็นแม่ไอ้บ่อย ๆ แถมยังเจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่เรื่อย” น้ำค้างพึมพำกระซิบ ความเป็นห่วงอันบริสุทธิ์ท่วมท้นขึ้นมาในดวงตาจนรื้นน้ำตา

เมื่อแม่ยังคงนิ่งเงียบ แววตาเต็มไปด้วยความกังวลในอนาคตของลูกสาว น้ำค้างจึงสูดลมหายใจเรียกความเข้มแข็งซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของแม่ กลิ่นน้ำมันมวยจาง ๆ ปนกลิ่นแป้งเย็นที่แม่ชอบทาโชยเข้าแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของความอบอุ่นและหยาดเหงื่อที่ปกป้องเธอมาตลอดชีวิต

“ตั้งแต่พ่อไม่อยู่... น้ำเห็นแม่ไม่ได้หยุดพักเอาเสียเลย” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือแต่แฝงด้วยความมุ่งมั่น หนักแน่นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่เอ่อล้น 

“น้ำโตแล้วนะแม่... น้ำอยากเห็นแม่ได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉย ๆ บ้าง คอยดูเถอะ น้ำช่วยเหลือตัวเองได้แล้วจริง ๆ นะคะ”

คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากหัวใจของลูกสาวเปรียบเสมือนน้ำเย็นที่ชโลมลงบนแผ่นอกที่แห้งผากของคนเป็นแม่ น้านิดทอดสายตามองดูเด็กสาวที่บัดนี้แววตาฉายความกร้าวแกร่งสู้ชีวิตคล้ายใครบางคนที่ล่วงลับไปแล้ว 

มือสากระคายของแม่ค่อย ๆ ยกขึ้นลูบแผ่นหลังของน้ำค้างอย่างแผ่วเบา เกิดเป็นความเงียบที่แสนอบอุ่นอิ่มเอมใจ ท่ามกลางแดดบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำลง..

แสงแดดยามบ่ายคล้อยเปลี่ยนเป็นสีส้มละมุน สาดส่องลอดพุ่มใบมะม่วงหน้าร้านลงมากระทบแคร่ไม้ไผ่ ความร้อนระอุเริ่มเจือจางลง เหลือเพียงสายลมเอื่อยที่พัดพาความเย็นมาช่วยคลายความเหนื่อยล้า

น้ำค้างผละใบหน้าออกจากไหล่ของแม่ ขยับตัวลงจากแคร่ไปคุกเข่าลงบนพื้นดินเบื้องหน้า มือนุ่มเอื้อมไปกุมเท้าที่สากระคายและบวมเป่งจากการยืนแช่น้ำในแปลงผักของแม่ขึ้นมาวางบนตักของเธออย่างไม่นึกรังเกียจ น้ำค้างใช้ฝ่ามือบีบนวดปลีน่องและข้อเท้าของแม่เบา ๆ สลับกับเค้นคลึงตามจุดที่แม่มักจะบ่นว่าปวดรวดร้าวอยู่เป็นประจำ

“น้ำนวดให้นะแม่...” น้ำค้างพึมพำกระซิบ สายตาจับจ้องอยู่กับเรียวขาที่ผอมแห้งของแม่ด้วยความปวดใจ

น้านิดสะดุ้งเล็กน้อย พยายามจะชักขาหนี “อะไรกันน่ะเรา... วันนี้มาแปลก เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า..”

“นั่งเฉย ๆ เลยค่ะแม่ น้ำแค่อยากทำให้น่ะ”

น้ำค้างเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวาน แววตาเต็มไปด้วยความดื้อดึงชวนเอ็นดูจนคนเป็นแม่ต้องยอมนั่งนิ่ง ๆ น้ำค้างบีบนวดอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไปท่อนแขนท่อนขาที่เปราะบางของแม่จะแตกหัก ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปหยิบกระติกน้ำแข็งใบเก่าที่ตั้งอยู่ข้างแคร่ รินน้ำฝนลอยดอกมะลิเย็นฉ่ำใส่ขันอะลูมิเนียมจนมีหยดน้ำเกาะพราว ยื่นส่งให้ถึงมือแม่

“ดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนจ้ะแม่ จะได้ชื่นใจ”

“ดูทำเข้า…” ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็อมยิ้มออกมาอย่างพอใจ น้านิดรับขันน้ำไปดื่มพลางทอดสายตามองดูความเอาใจใส่ของลูกสาวด้วยความตื้นตันในอก ก่อนที่น้ำค้างจะขยับลุกขึ้นมานั่งเคียงข้างบนแคร่ตามเดิม

มือเรียวหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนยับในกระเป๋าออกมา บรรจงซับหยาดเหงื่อที่ซึมตามร่องแก้มและริ้วรอยบนหน้าผากของแม่ใช้อย่างเบามือ...

กลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ จากผ้าเช็ดหน้าผสมปนเปกับกลิ่นยางผักบุ้งจีนสีเขียวสดในกระบุง เกิดเป็นไออุ่นของความรักที่ตลบอบอวลไปทั่วชานเรือน

“มันเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวฉันวะวันนี้…” น้านิดเอ่ยขึ้นพลางมองหน้าลูกสาวดวยแววตาที่เปี่ยมสุข

ไม่มีคำว่ารักหลุดออกจากปากของเด็กสาว มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนและสองมือที่คอยประคบประคองไม่ห่าง ราวกับเธอกำลังประกาศกร้าวกับโชคชะตาว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ลูกนกตัวนี้พร้อมแล้วที่จะเป็นร่มเงาบังแดดฝนให้แม่ได้พักผ่อนอย่างมีความสุขเสียที..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   รักแท้ไร้ข้อจำกัด (ตอนพิเศษ 6 -ตอนจบ) [NC-20+]

    แกร็ก!เสียงประตูห้องเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของตะวันในสภาพผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบมันแววเนื่องจากการกรำงานหนักเอกสารประมูลมาทั้งวัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ชายเสื้อบางส่วนหลุดลุ่ยออกมานอกขอบกางเกงสแล็กสีเข้ม ชายหนุ่มยืนเบิ่งตากลมโตเบิกกว้าง ทอดสายตาจ้องมองตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางตัณหาของทุกคนภาพของน้ำค้าง เมียรักร่างบางที่กำลังนั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเจิด โดยที่อดีตบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังนอนกัดฟันกรอด สองมือหนาใหญ่กร้านงานหนักบีบเฟ้นเค้นหนั่นเนื้อสะโพกขาวงอนอย่างมันมือ ทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวันของตะวันปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง!ทว่าสิ่งที่สร้างความรัญจวนใจจนเขาใจกระตุกวูบและเต้นระรัว คือภาพมุมต่ำของสองกลีบแคมสีสดสวยของน้ำค้างที่บัดนี้กำลังอ้าอมลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ที่อวบอ้วนสีเข้มเอาไว้มิดโคน กลีบเนื้อสีหวานเบียดรั้งรัดติ้วจนปลิ้นเข้าปลิ้นออกราวกับจะฉีกขาด พร้อมกับคราบน้ำรักสีขาวขุ่นที่ทะลักเอ่อล้นไหลย้อยลงมาชโลมฉ่ำทั่วพวงไข่เบื้องล่าง นั่นคือภาพวิชวลความร่านร้อนที่ตอกอัดเข้าเต

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พี่ฝันอยากเย็Dน้องน้ำมานานแล้ว (ตอนพิเศษ 5) [NC-20+]

    "ทีนี้ตาพี่บ้างนะ... พี่ขอนะน้องติ๊ก"เจิดกัดฟันกรอดด้วยความกระสันที่พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มหันไปสบตากับโต้งที่นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงเบาะ จิบเบียร์เย็นฉ่ำในมือพลางยิ้มกริ่มส่งสัญญาณให้เหมือนกำลังบอกว่า 'จัดไปเลยพี่... เต็มที่!'ฝ่ามือหนาใหญ่กร้านงานหนักสอดอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงของติ๊กยกขึ้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะหมุนเรือนร่างระหงวางลงเอนนอนแทนที่เขาบนเบาะโซฟา แล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับอยู่เบื้องบนอย่างดุดัน สองขาเรียวงามของแม่เล้าสาวถูกจับแยกออกกว้าง ยกเข่าขึ้นวางตั้งบนเบาะโซฟาเปิดเปลือยเรือนร่างเป็นรูปตัวเอ็มอย่างน่าหวาดเสี้ยว"ว้าว... โคตรใหญ่เลยอะ! เป็นไงบ้างพี่ติ๊ก!"ฟางก้มตัวลงต่ำ จ้องมองดูจุดสนามรบที่สัดส่วนสองแคมสีสดสวยกำลังอ้าปลิ้น คาบครอบลำแท่งเนื้อยักษ์ปูดโปนขรุขระไว้แน่นมิดโคน พร้อมกับช่องทางรักที่ตอดขมิบรัดเอวหนายวบ ๆ เป็นจังหวะถี่ระรัว"อูยยยย... สุด ๆ เลยฟาง... โอ๊ยยยย... ซี้ดดดด..."ติ๊กหลับหูหลับตาตอบกลับเสียงกระเส่าพร่า ลมหายใจขาดช่วงเป็นจังหวะ"อ๋าาาาา... อูยยยย!"ดวงตาของติ๊กเหลือกปลิ้น อ้าปากค้างหวอเมื่อเจิดถอนลำเอ็นยักษ์ยาวเหยียดออกมาจนเกือบหลุดสุดปลายหัวถอก ก่อนจะกดสะโพ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เกณฆ์ทดสอบของบาร์โฮสต์...(ตอนพิเศษ 4) [NC-20+]

    เจิดค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากความอวบอิ่มของติ๊ก ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หยุดความเร่าร้อนไว้เพียงเท่านั้น เขาซุกปลายจมูกฝังลงกับต้นคอขาวเนียนที่กรุ่นกลิ่นหอมผสานดีกรีแอลกอฮอล์ ไซ้จูบละเลียดไปตามผิวกายอุ่นร้อน ไล่เรื่อยขึ้นไปจนถึงติ่งหู ก่อนจะเม้มขบเบา ๆ อย่างหยอกเย้าและช่ำชอง"อูยยยย... อาาา... พี่เจิด..."ติ๊กตาลอยครางเสียงกระเส่าแว่ว ร่างบางเกร็งกระตุกวูบรับความเสียวซ่านที่พุ่งพุ่งพล่าน นิ้วมือหนาใหญ่กร้านงานหนักของเจิดเลื่อนขึ้นมาประคองเต้างามอวบอูมของเธอ บีบคลึงเค้นหนักเบาตามจังหวะอารมณ์อย่างคล่องแคล่ว จนร่างระหงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทว่าติ๊กผู้ช่ำชองในเกมกามมีหรือจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่ฝ่ายเดียวฝ่ามือเรียวเล็กของเธอเลื่อนลูบไล้ไปตามต้นขาแน่นเครียดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะลูบวกเข้าไปยังเป้ากางเกงตรงจุดสำคัญอย่างหญิงเจนโลกกามารมณ์"อุ๊ย... มันใหญ่ดีจัง แบบนี้ต้องขอดูชัด ๆ หน่อยแล้วล่ะ..."ติ๊กเอ่ยเสียงยานคางด้วยอารมณ์ดิบที่ถูกจุดติด นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงของเจิด รูดซิปลงอย่างชำนาญ พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ก่อนจะสอดมือเรียวเล็กผ่า

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อย่าท้าผมนะ!... พี่เจิดออกศึก. (ตอนพิเศษ 3)

    สายตาของติ๊กทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานภายในห้องรับแขกของคอนโดหรู ชั้น 32 ย่านจตุจักร ทัศนียภาพอันงดงามยามเย็นของกรุงเทพมหานครคลี่กางออกตรงหน้าอย่างประณีต แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทอประกายทองไล้เฉดสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ทอดเงายาวพาดผ่านสวนจตุจักรผืนใหญ่เบื้องล่างที่เปรียบเสมือนปอดสีเขียวขจีกว้างใหญ่ อาคารสูงตระหง่านน้อยใหญ่รายล้อมเรียงตัวตัดกับเส้นขอบฟ้า ขณะที่สายถนนเบื้องล่างเริ่มเปิดไฟส่องสว่าง ทอดตัวเป็นสายเส้นแสงเคลื่อนตัวไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวงที่ไม่มีวันนอนหลับ"ห้องนี้วิวสวยจังเลยนะน้ำ..."ติ๊กเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางหันกลับมายิ้มกริ่มให้กับน้ำค้าง เจ้าของคอนโดหรูสามห้องนอนที่กำลังเดินตรงเข้ามา ร่างบางถือกระป๋องเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบยื่นส่งให้ติ๊กที่ยืนรับไปด้วยความยินดี ก่อนที่จะส่งอีกกระป๋องให้โต้ง ชายหนุ่มร่างกำยำวัยสามสิบกลาง ๆ ซึ่งกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ข้าง ๆ แฟนสาว"บรรยากาศดีสุด ๆ ไปเลยน้องน้ำ มองเห็นทั้งสวนทั้งกรุงเทพฯ ยามเย็นแบบนี้ จิบเบียร์เย็น ๆ ไปด้วยนี่ได้อารมณ์ชะมัด"โต้งเอ่ยขึ้นพลางรับกระป๋องเบียร์มาถือไว้ สายตาฉายแววชื่นชมทั้งวิวสวยตรงหน้

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อยากเห็นค*ยฝังมุกเย็D Xี.เมีย (ตอนพิเศษ 2) [NC-20+]

    "ทำไมวันนี้พี่เสร็จไวอย่างนี้ล่ะคะ..."น้ำค้างยื่นนิ้วเรียวสวยขึ้นไปสะกิดเขี่ยเล่นที่คางสากของผัวรักอย่างออดอ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มเย้ายวน ขณะที่ร่างแกร่งของเขายังคงนอนเกยซบอยู่บนร่างบางของเธอ อกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ"พี่ตื่นเต้นน่ะสิจ๊ะ... พอนึกเห็นภาพเมียพี่กำลังโดนพี่โต้งเย็ดกระเด้าหีเมียพี่อยู่ ตั๊บ! ตี๊บ! แล้ว มันได้อารมณ์สุด ๆ ไปเลย..."ตะวันยิ้มกรุ่มกริ่มให้เมียรัก ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม เคลิ้มไปตามมโณความคิด ก่อนจะก้มลงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ พลางเอ่ยถามคำถามด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำแทบจะเป็นเสียงกระซิบ"ควยพี่โต้งใหญ่ไหมจ๊ะ?"น้ำค้างอมยิ้มแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบหลบสายตาคมของผัวรัก ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเอียงอาย"ใหญ่กว่าของพี่นิดหน่อยค่ะ..." เธอเอ่ยตอบเสียงเบาหวิวพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่พยายามซ่อนความขวยเขินไว้ไม่มิด"แล้ว... แล้วพี่เขาอึดแค่ไหน?"ตะวันยังคงถามต่ออย่างหิวโหยในข้อมูล ชายหนุ่มต้องการเสพรับความสะใจและรับรู้ทุกอณูความรู้สึกเสียวซ่านที่เมียรักเคยได้รับจากชายอื่น"อึดค่ะพี่... พี่เขาอึดแบบสั่งได้เลย..." พูดเสร็จน้ำค้างก็รีบห

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ใครเคยทำให้เมียติดใจไหม?... บอกพี่หน่อย! (ตอนพิเศษ 1) [NC-20+]

    "อาทิตย์หน้าน้ำก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วเหรอเนี่ย..."น้ำค้างพึมพำขึ้นเบา ๆ เสียงหวานใสทอดนุ่มซบศีรษะอยู่กับอกแกร่งของตะวัน ชายหนุ่มนอนหงายสบายตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มือหนาลูบไล้ปอยผมที่เรียงตัวสวยบนหน้าผากของเมียรักอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความนุ่มนวลและอุ่นไอของกันและกันในห้องนอนแสนสงบ"ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ จะได้จบ ๆ ซะที นี่ต้องขอบคุณฟางเขานะที่วิ่งเต้นเรื่องดรอปเรียนให้เรา จนไม่ต้องเสียสิทธิ์ ไม่งั้นคงโดนคัดชื่อออกไปแล้ว"ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม ทว่าเปี่ยมด้วยความหวังและห่วงใย"ดีค่ะ... อีกเรื่องที่ทำให้น้ำสบายใจ เรื่องที่แม่ยอมย้ายมาอยู่กับเราที่บ้านหลังนี้ แบบนี้ น้ำจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงแกอีก ยัยหนูก็จะได้ไม่ต้องสับสนที่ต้องกลับไปอยู่กับยายที่บ้านหลังเก่าเวลาน้ำกับพี่ไม่อยู่บ้าน"น้ำค้างพูดออกมาพลางถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ความวิตกกังวลในอดีตปลดล็อกออกไปจนหมดสิ้น ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ยันตัวเล็กน้อย เอียงหน้าเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มตรง ๆ"กลับไปคราวนี้น้ำจะให้ฟางมันย้ายไปอยู่คอนโดกับน้ำด้วย พี่จะว่าอะไรไหมคะ?""พี่ก็ว่าดีออก คอนโดออกจะกว้างขวาง มีตั้งสามห้องนอน เราอยู่กันแค่ห้องเดียว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status