Share

ราคาของลมหายใจ!

last update publish date: 2026-09-17 19:29:50

เสียงออดเหล็กกรีดแหลมยาวดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินแคบๆ ของอาคารเรียนรวม ปลุกให้เหล่านักศึกษาที่นั่งเบียดเสียดกันในห้องรีบขยับกายลุกขึ้น เสียงลากเก้าอี้ครูดกับพื้นปูนดังระงม 

น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไล่ความล้า ก้มลงเก็บซีตเอกสารการเรียนที่ขอบเริ่มยับยู่รวบเข้าด้วยกัน แผ่นกระดาษสากๆ สัมผัสปลายนิ้วก่อนจะถูกยัดลงกระเป๋าเป้ใบเก่ง เด็กสาวก้าวเท้าเดินปะปนไปกับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น ทยอยพ้นประตูห้องเรียนออกมาตามจังหวะชีวิตที่ดูเหมือนจะเป็นปกติธรรมดาในทุกๆ วัน

“น้ำ! ทางนี้!”

น้ำเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยตะโกนฝ่าเสียงจ้อกแจ้กจอแจของฝูงชน น้ำค้างเบนสายตาไปตามเสียง ทันทีที่โผล่พ้นประตูอาคารออกไป ก็พบกับฟางที่ยืนหอบจนไหล่ไหว ใบหน้าของเพื่อนสนิทอาบไปด้วยหยาดเหงื่อ แก้มสองข้างแดงซ่านแต่ดวงตากลับเบิกกว้างจนดูตื่นตระหนก 

น้ำค้างหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทักกลับด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ได้ตื่นเต้นตามอาการของเพื่อน 

“มีอะไรหน้าตาตื่นเชียวมึง?”

“กูตามหามึงแทบแย่... ย้ายห้องเรียนกันเหรอวะ กูไปตามหาที่อาคารโน้นตั้งนาน” ฟางพูดไปหอบไป ทว่าน้ำเสียงที่สั่นและใบหน้าซีดจนไม่มีสีเลือดของเพื่อนกลับทำให้อากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบขึ้นมาอย่างประหลาด

รอยยิ้มบนใบหน้าของน้ำค้างค่อยๆ เลือนหาย ความเงียบเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้าง เธอขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม 

“มีอะไรฟาง... ทำไมหน้าตามึงซีเรียสขนาดนี้วะ?”

“มึงเปิดมือถือหรือยัง?” ฟางไม่ตอบ แต่กลับยิงคำถามสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จวนเจียนจะร้องไห้

น้ำค้างแค่นยิ้มบาง พยายามคิดในแง่ดีว่าเพื่อนคงแกล้งเล่น เธอล้วงมือลงไปในกระเป๋าเป้ ควานหาเครื่องมือสื่อสารหน้าจอเหลี่ยมขึ้นมา กดเปิดสัญญาณเครือข่ายจนหน้าจอสว่างวาบ 

“เปิดแล้ว... มีอะไรกะทันหันขนาดนั้นเลยเหรอ” เด็กสาวแกล้งทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อทำลายความอึดอัด

“ทางบ้านมึงโทรเข้าเครื่องกู...” 

ฟางขยับเข้ามาใกล้ มือของฟางที่เอื้อมมาจับต้นแขนของน้ำค้างนั้นสั่นเทาและเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง แววตาของฟางวูบไหว เต็มไปด้วยความวิตกกังวล …นิ่งสนิทไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเปล่งน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กระแทกเข้ากลางอกคนฟัง 

“...แม่มึงอยู่โรงพยาบาล”

ตึก... หัวใจของน้ำค้างกระตุกวูบ ดิ่งลงสู่ความเวิ้งว้างในพริบตา รอบข้างคล้ายกับไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ มีเพียงเสียงวิ้งแหลมยาวในหู ลมหายใจอุ่นที่เคยเข้าออกสม่ำเสมอพลันติดขัดจนจุกอยู่ที่ลำคอ ใบหน้าเนียนใสแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ไร้สีเลือดดั่งคนตาย สองมือที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นระริกจนแทบไม่มีแรงประคอง

“แม่!... แม่กูเป็นอะไรฟาง!” น้ำเสียงของเธอหลุดพ้นจากปากด้วยความตะหนก ละล่ำละลักคาดคั้น

“กูยังไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด... แต่เขาบอกว่าต้องผ่าตัดด่วน”

คำว่า ‘ผ่าตัดด่วน’ เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวใจ ภาพแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะขาม รอยยิ้มของแม่ และกลิ่นแป้งเด็กผสมยางผักบุ้งถูกความกลัวสีดำสนิทเข้าบดบังจนมืดมิด 

น้ำค้างไม่ได้ฟังคำพูดใดๆที่ฟางได้พูดออกมาอีก สัญชาตญาณดิบสั่งการให้เธอผลุนผลันตัว วิ่งหน้าตั้งออกไปจากตรงนั้นทันที แรงลมปะทะใบหน้าจนชาหนึบ หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาจนภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน สองเท้าก้าวสับไปบนพื้นคอนกรีตอย่างไม่คิดชีวิต

“น้ำ! เดี๋ยวก่อนน้ำ! รอด้วย!”

เสียงฟางตะโกนไล่หลังมาฝ่ามวลอากาศที่ร้อนระอุ พร้อมเสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาด้วยความห่วงใยในความเป็นเพื่อน 

ทว่าในเวลานี้ น้ำค้างไม่ได้ยินสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นระรัวประหนึ่งกลองรบ และเสียงร่ำร้องในใจที่สวดอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์... ขออย่าให้ร่มเงาหนึ่งเดียวในชีวิตของเธอต้องพังทลายลงในตอนนี้เลย…

ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง… 

กระแสความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในตึกผู้ป่วยวิกฤตแผ่ซ่านมาปะทะผิวเนื้อจนหนาวสั่น ทว่าภายในอกของน้ำค้างกลับร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟแผดเผา 

เสียง ติ๊ด... ติ๊ด... ของเครื่องสัญญาณชีพจรดังสะท้อนก้องกังวานสม่ำเสมอ สอดประสานไปกับเส้นกราฟสีเขียวที่วิ่งหยักยืดอยู่บนจอมอนิเตอร์ในห้อง ICU 

หลังบานกระจกใสหนาทึบ ร่างผอมบางของน้านิดในชุดคนไข้สีเขียวซีดนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงเหล็ก มีสายระโยงระยางและท่อช่วยหายใจครอบทับใบหน้าจนแทบไม่เหลือเค้าลางของแม่ผู้เคยส่งยิ้มให้เธอใต้ร่มมะขาม

สองมือเรียวของน้ำค้างยึดเกาะขอบกระจกแน่นจนปลายนิ้วกลายเป็นสีขาวซีด ดวงตาคู่สวยบัดนี้แดงก่ำและบวมเป่ง หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลทะลักอาบสองแก้มไม่ขาดสาย

“แม่... อย่าเป็นอะไรนะแม่... อยู่กับน้ำก่อน...” เธอพึมพำชิดแผ่นกระจกอันเย็นเยียบ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความทุรนทุรายจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ โลกทั้งใบคล้ายจะพังครืนลงมาตรงหน้า

“แม่เราไม่เป็นไรแล้วล่ะน้ำ... หมอเขาช่วยไว้ทันแล้วลูก”

น้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่นของหญิงสูงวัยข้างกายดังขึ้นทำลายความเวิ้งว้าง พร้อมกับฝ่ามืออุ่นหนาที่เอื้อมมากุมมืออันสั่นเทาของน้ำค้างเอาไว้ สัมผัสจากอุ้มมือสากที่คุ้นเคยนั้นส่งผ่านกระแสความห่วงใยมาถึงหัวใจ น้ำค้างหันขวับกลับมา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเว้าวอน

“แม่ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมป้าไหม? แม่จะปลอดภัยจริง ๆ ใช่ไหมจ๊ะ?” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ ละล่ำละลักถามซ้ำ ๆ เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ปลอดภัยแล้ว ที่นี่หมอเขาเก่ง ๆ ทั้งนั้น เชื่อป้านะ” ป้าไหมส่งยิ้มอบอุ่น แววตาตอกย้ำความมั่นใจให้เด็กสาวคลายกังวล

วินาทีนั้น ปราการความเข้มแข็งที่น้ำค้างพยายามพยุงไว้พังทลายลงสิ้น เธอโผเข้าซบหน้าลงกับอกของป้าไหม สวมกอดหญิงสูงวัยตรงหน้าแน่นราวกับต้องการที่พึ่งพิงสุดท้ายในยามที่หัวใจอ่อนแอจนถึงที่สุด 

กลิ่นสบู่อ่อน ๆ และไออุ่นของป้าไหมช่างคล้ายคลึงกับกลิ่นอายของพี่ตะวัน... ชายหนุ่มผู้เป็นดวงใจของเธอ ไม่มีผิดเพี้ยน มันเป็นกลิ่นของความปลอดภัยที่หล่อเลี้ยงชีวิตเธอมาตั้งแต่เยาว์วัย เพราะป้าไหมก็คือแม่ของพี่ตะวัน หญิงผู้เอ็นดูและรักใคร่น้ำค้างราวกับลูกในไส้มาโดยตลอด

มือของป้าไหมลูบแผ่นหลังที่สั่นโยนของเด็กสาวเบา ๆ อย่างทะนุถนอม ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้หัวใจของน้ำค้างกระตุกวูบ 

“ป้าโทรบอกตาตะวันไปแล้วล่ะ... สักพักพี่เขาคงจะมาถึง”

คำว่า คำว่า ‘พี่ตะวัน’ ทำให้ความรู้สึกผิดและเกรงใจแล่นริ้วเข้ามาในอก น้ำค้างซุกหน้าลงกับไหล่ของป้าไหมแน่นขึ้น กอดกระชับร่างของหญิงสูงวัยไว้ราวกับจะเอ่ยคำขอโทษผ่านภาษากาย

“หนูขอโทษนะจ๊ะป้าไหม... หนูไม่ดีเอง หนูทำให้พี่ตะวันต้องพลอยลำบาก คอยกังวลไปกับหนูด้วย ทั้งที่พี่เขาก็กำลังเรียนหนัก...” น้ำเสียงของเธออู้อี้และเต็มไปด้วยก้อนความอัดอั้น

ป้าไหมผละออกเล็กน้อย มือหนายกขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนของน้ำค้างอย่างเบามือ แววตาของคนเป็นแม่ทอดมองเด็กสาวด้วยความเมตตาอันบริสุทธิ์ 

“ยายน้ำเอ๋ย... หนูเองก็เหมือนลูกเหมือนหลานของป้า เป็นคนในครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ อย่าพูดคำนั้นเลยลูก ไม่ดูแลกันในยามนี้ แล้วจะให้ไปดูแลกันยามไหน”

ถ้อยคำเรียบง่ายทว่าหนักแน่นของแม่พี่ตะวันเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนจิตใจอันแห้งผากและบอบช้ำของน้ำค้าง 

กลิ่นอายความรักของครอบครัวที่อบอวลอยู่หน้าห้อง ICU ในยามวิกาลนี้ ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจของเด็กสาวให้แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น มอบกำลังใจให้เธอพร้อมจะหยัดยืนสู้เพื่อรอคอยวันข้างหน้า... และรอคอยอ้อมกอดของชายหนุ่มที่กำลังเดินทางมาหาเธอในไม่ช้านี้

เสียง ติ๊ด... ติ๊ด... ของเครื่องสัญญาณชีพจรยังคงดังสม่ำเสมอ ทว่าสำหรับน้ำค้างแล้ว มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง คอยย้ำเตือนถึงพันธนาการเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

สายลมจากเครื่องปรับอากาศหน้าห้องวิกฤตพัดพากลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกริบเข้าแตะจมูก กลิ่นของความเจ็บป่วยและความเป็นความตายช่างห่างไกลจากกลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่บ้านนาเหลือเกิน 

แสงไฟนีออนสีขาวโพลนบนเพดานสาดส่องกระทบป้ายชื่อโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ติดอยู่บนผนัง ป้ายหรูหราตรงนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินหนักอึ้งที่ทับลงบนอกของเด็กสาว เธอรู้ดี... รู้ซึ้งจากข่าวสารและเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า หลังบานกระจกใสหนาทึบผืนนี้ เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์กำลังโบยบินออกไปในทุกวินาทีที่ลมหายใจของแม่ยังต้องพึ่งพาเครื่องจักร

สองมือกุมเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แผ่นหลังเบียดชิดกับผนังตึกอันเย็นเยียบ ความจริงข้อหนึ่งแล่นริ้วเข้ามาในสมองจนขมับเต้นตุบ... หากวันนั้นลุงศักดิ์ พ่อของพี่ตะวัน ไม่ตัดสินใจเหยียบคันเร่งรถกระบะคู่ใจ พาน้านิดที่นอนหมดสติขี่ม้าส่งเมืองมาที่โรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดแห่งนี้ และหากป้าไหมไม่ช่วยเซ็นเอกสารยินยอมใช้สิทธิ์รักษาเร่งด่วนฟรี 72 ชั่วโมง หรือ UCEP เพื่อยื้อชีวิตในยามวิกฤต ป่านนี้เธออาจจะไม่มีแม่ให้นั่งมองผ่านบานกระจกนี้แล้วก็ได้

แต่ร่มเงาของสิทธิ์รักษาฟรีนั้นสั้นเหลือเกิน เข็มนาฬิกาเดินผ่านหลักชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า จนความหวังที่เคยตั้งไว้เริ่มจืดจางลงทีละน้อย

เดิมทีน้ำค้างหวังไว้สุดหัวใจ... เธอสวดอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกครั้งที่ลืมตา ว่าขอให้อาการของแม่กระเตื้องขึ้นพอที่จะถอดท่อช่วยหายใจ เพื่อที่เธอจะได้ดำเนินเรื่องย้ายแม่ไปโรงพยาบาลรัฐบาลตามสิทธิ์บัตรทอง ทุกอย่างจะได้พ้นจากเขตแดนของค่าใช้จ่ายอันมหาศาลนี้เสียที

ทว่าเส้นกราฟสีเขียวบนจอมอนิเตอร์กลับไม่ได้เป็นไปตามใจปรารถนา ร่างของน้านิดยังคงนอนนิ่งสนิท เปลือกตาปิดปรือ และแผ่นอกขยับขึ้นลงตามจังหวะการทำงานของเครื่องช่วยหายใจอย่างแผ่วเบา 

แพทย์เจ้าของไข้เพิ่งเดินออกมาบอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่ว่า อาการข้างในยังคงวิกฤต มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และจำเป็นต้อง ‘จำกัดบริเวณ’ อยู่ในห้อง ICU ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

คำว่า ‘อยู่ต่อ’ เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนแผ่นอกจนก้อนสะอื้นแล่นมาจุกที่คอหอย ลมหายใจอุ่นเริ่มติดขัดและสั่นพร่า ...ความโล่งใจสายเล็ก ๆ ที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา...  เหลือเพียงความตระหนกกลัวที่จู่โจมเข้ามาจนใจสั่นสะท้าน 

ชั่วโมงฟรีที่พึ่งพาใกล้จะหมดลงเต็มที แต่ร่างของแม่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลุดพ้นจากเส้นตาย

น้ำค้างเหลียวมองซ้ายขวา ความมืดมิดยามค่ำคืนภายนอกหน้าต่างตึกดูจะดำมืดลงเรื่อย ๆ เงินเก็บจากการทำงานเสิร์ฟที่คิดว่ามากพอ บัดนี้ช่างดูน้อยนิดราวกับเศษผงเมื่อเทียบกับใบแจ้งหนี้ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ 

ความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของแม่ผสมปนเปกับความกดดันเรื่องตัวเลขจนหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งเสียงกลองศึก เธอได้แต่ยืนนิ่ง เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สายตาจับจ้องไปที่ร่างของแม่ผ่านหยาดน้ำตาที่เริ่มพร่าเลือนอีกครั้ง ในหัวสมองหมุนวนคิดหาหนทางจนแทบคลั่ง... เธอจะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่าห้อง ICU แห่งนี้ ถ้าราตรีนี้ผ่านพ้นไปแล้วแม่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   รักแท้ไร้ข้อจำกัด (ตอนพิเศษ 6 -ตอนจบ) [NC-20+]

    แกร็ก!เสียงประตูห้องเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของตะวันในสภาพผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบมันแววเนื่องจากการกรำงานหนักเอกสารประมูลมาทั้งวัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ชายเสื้อบางส่วนหลุดลุ่ยออกมานอกขอบกางเกงสแล็กสีเข้ม ชายหนุ่มยืนเบิ่งตากลมโตเบิกกว้าง ทอดสายตาจ้องมองตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางตัณหาของทุกคนภาพของน้ำค้าง เมียรักร่างบางที่กำลังนั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเจิด โดยที่อดีตบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังนอนกัดฟันกรอด สองมือหนาใหญ่กร้านงานหนักบีบเฟ้นเค้นหนั่นเนื้อสะโพกขาวงอนอย่างมันมือ ทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวันของตะวันปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง!ทว่าสิ่งที่สร้างความรัญจวนใจจนเขาใจกระตุกวูบและเต้นระรัว คือภาพมุมต่ำของสองกลีบแคมสีสดสวยของน้ำค้างที่บัดนี้กำลังอ้าอมลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ที่อวบอ้วนสีเข้มเอาไว้มิดโคน กลีบเนื้อสีหวานเบียดรั้งรัดติ้วจนปลิ้นเข้าปลิ้นออกราวกับจะฉีกขาด พร้อมกับคราบน้ำรักสีขาวขุ่นที่ทะลักเอ่อล้นไหลย้อยลงมาชโลมฉ่ำทั่วพวงไข่เบื้องล่าง นั่นคือภาพวิชวลความร่านร้อนที่ตอกอัดเข้าเต

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พี่ฝันอยากเย็Dน้องน้ำมานานแล้ว (ตอนพิเศษ 5) [NC-20+]

    "ทีนี้ตาพี่บ้างนะ... พี่ขอนะน้องติ๊ก"เจิดกัดฟันกรอดด้วยความกระสันที่พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มหันไปสบตากับโต้งที่นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงเบาะ จิบเบียร์เย็นฉ่ำในมือพลางยิ้มกริ่มส่งสัญญาณให้เหมือนกำลังบอกว่า 'จัดไปเลยพี่... เต็มที่!'ฝ่ามือหนาใหญ่กร้านงานหนักสอดอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงของติ๊กยกขึ้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะหมุนเรือนร่างระหงวางลงเอนนอนแทนที่เขาบนเบาะโซฟา แล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับอยู่เบื้องบนอย่างดุดัน สองขาเรียวงามของแม่เล้าสาวถูกจับแยกออกกว้าง ยกเข่าขึ้นวางตั้งบนเบาะโซฟาเปิดเปลือยเรือนร่างเป็นรูปตัวเอ็มอย่างน่าหวาดเสี้ยว"ว้าว... โคตรใหญ่เลยอะ! เป็นไงบ้างพี่ติ๊ก!"ฟางก้มตัวลงต่ำ จ้องมองดูจุดสนามรบที่สัดส่วนสองแคมสีสดสวยกำลังอ้าปลิ้น คาบครอบลำแท่งเนื้อยักษ์ปูดโปนขรุขระไว้แน่นมิดโคน พร้อมกับช่องทางรักที่ตอดขมิบรัดเอวหนายวบ ๆ เป็นจังหวะถี่ระรัว"อูยยยย... สุด ๆ เลยฟาง... โอ๊ยยยย... ซี้ดดดด..."ติ๊กหลับหูหลับตาตอบกลับเสียงกระเส่าพร่า ลมหายใจขาดช่วงเป็นจังหวะ"อ๋าาาาา... อูยยยย!"ดวงตาของติ๊กเหลือกปลิ้น อ้าปากค้างหวอเมื่อเจิดถอนลำเอ็นยักษ์ยาวเหยียดออกมาจนเกือบหลุดสุดปลายหัวถอก ก่อนจะกดสะโพ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เกณฆ์ทดสอบของบาร์โฮสต์...(ตอนพิเศษ 4) [NC-20+]

    เจิดค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากความอวบอิ่มของติ๊ก ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หยุดความเร่าร้อนไว้เพียงเท่านั้น เขาซุกปลายจมูกฝังลงกับต้นคอขาวเนียนที่กรุ่นกลิ่นหอมผสานดีกรีแอลกอฮอล์ ไซ้จูบละเลียดไปตามผิวกายอุ่นร้อน ไล่เรื่อยขึ้นไปจนถึงติ่งหู ก่อนจะเม้มขบเบา ๆ อย่างหยอกเย้าและช่ำชอง"อูยยยย... อาาา... พี่เจิด..."ติ๊กตาลอยครางเสียงกระเส่าแว่ว ร่างบางเกร็งกระตุกวูบรับความเสียวซ่านที่พุ่งพุ่งพล่าน นิ้วมือหนาใหญ่กร้านงานหนักของเจิดเลื่อนขึ้นมาประคองเต้างามอวบอูมของเธอ บีบคลึงเค้นหนักเบาตามจังหวะอารมณ์อย่างคล่องแคล่ว จนร่างระหงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทว่าติ๊กผู้ช่ำชองในเกมกามมีหรือจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่ฝ่ายเดียวฝ่ามือเรียวเล็กของเธอเลื่อนลูบไล้ไปตามต้นขาแน่นเครียดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะลูบวกเข้าไปยังเป้ากางเกงตรงจุดสำคัญอย่างหญิงเจนโลกกามารมณ์"อุ๊ย... มันใหญ่ดีจัง แบบนี้ต้องขอดูชัด ๆ หน่อยแล้วล่ะ..."ติ๊กเอ่ยเสียงยานคางด้วยอารมณ์ดิบที่ถูกจุดติด นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงของเจิด รูดซิปลงอย่างชำนาญ พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ก่อนจะสอดมือเรียวเล็กผ่า

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อย่าท้าผมนะ!... พี่เจิดออกศึก. (ตอนพิเศษ 3)

    สายตาของติ๊กทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานภายในห้องรับแขกของคอนโดหรู ชั้น 32 ย่านจตุจักร ทัศนียภาพอันงดงามยามเย็นของกรุงเทพมหานครคลี่กางออกตรงหน้าอย่างประณีต แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทอประกายทองไล้เฉดสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ทอดเงายาวพาดผ่านสวนจตุจักรผืนใหญ่เบื้องล่างที่เปรียบเสมือนปอดสีเขียวขจีกว้างใหญ่ อาคารสูงตระหง่านน้อยใหญ่รายล้อมเรียงตัวตัดกับเส้นขอบฟ้า ขณะที่สายถนนเบื้องล่างเริ่มเปิดไฟส่องสว่าง ทอดตัวเป็นสายเส้นแสงเคลื่อนตัวไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวงที่ไม่มีวันนอนหลับ"ห้องนี้วิวสวยจังเลยนะน้ำ..."ติ๊กเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางหันกลับมายิ้มกริ่มให้กับน้ำค้าง เจ้าของคอนโดหรูสามห้องนอนที่กำลังเดินตรงเข้ามา ร่างบางถือกระป๋องเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบยื่นส่งให้ติ๊กที่ยืนรับไปด้วยความยินดี ก่อนที่จะส่งอีกกระป๋องให้โต้ง ชายหนุ่มร่างกำยำวัยสามสิบกลาง ๆ ซึ่งกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ข้าง ๆ แฟนสาว"บรรยากาศดีสุด ๆ ไปเลยน้องน้ำ มองเห็นทั้งสวนทั้งกรุงเทพฯ ยามเย็นแบบนี้ จิบเบียร์เย็น ๆ ไปด้วยนี่ได้อารมณ์ชะมัด"โต้งเอ่ยขึ้นพลางรับกระป๋องเบียร์มาถือไว้ สายตาฉายแววชื่นชมทั้งวิวสวยตรงหน้

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อยากเห็นค*ยฝังมุกเย็D Xี.เมีย (ตอนพิเศษ 2) [NC-20+]

    "ทำไมวันนี้พี่เสร็จไวอย่างนี้ล่ะคะ..."น้ำค้างยื่นนิ้วเรียวสวยขึ้นไปสะกิดเขี่ยเล่นที่คางสากของผัวรักอย่างออดอ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มเย้ายวน ขณะที่ร่างแกร่งของเขายังคงนอนเกยซบอยู่บนร่างบางของเธอ อกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ"พี่ตื่นเต้นน่ะสิจ๊ะ... พอนึกเห็นภาพเมียพี่กำลังโดนพี่โต้งเย็ดกระเด้าหีเมียพี่อยู่ ตั๊บ! ตี๊บ! แล้ว มันได้อารมณ์สุด ๆ ไปเลย..."ตะวันยิ้มกรุ่มกริ่มให้เมียรัก ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม เคลิ้มไปตามมโณความคิด ก่อนจะก้มลงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ พลางเอ่ยถามคำถามด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำแทบจะเป็นเสียงกระซิบ"ควยพี่โต้งใหญ่ไหมจ๊ะ?"น้ำค้างอมยิ้มแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบหลบสายตาคมของผัวรัก ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเอียงอาย"ใหญ่กว่าของพี่นิดหน่อยค่ะ..." เธอเอ่ยตอบเสียงเบาหวิวพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่พยายามซ่อนความขวยเขินไว้ไม่มิด"แล้ว... แล้วพี่เขาอึดแค่ไหน?"ตะวันยังคงถามต่ออย่างหิวโหยในข้อมูล ชายหนุ่มต้องการเสพรับความสะใจและรับรู้ทุกอณูความรู้สึกเสียวซ่านที่เมียรักเคยได้รับจากชายอื่น"อึดค่ะพี่... พี่เขาอึดแบบสั่งได้เลย..." พูดเสร็จน้ำค้างก็รีบห

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ใครเคยทำให้เมียติดใจไหม?... บอกพี่หน่อย! (ตอนพิเศษ 1) [NC-20+]

    "อาทิตย์หน้าน้ำก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วเหรอเนี่ย..."น้ำค้างพึมพำขึ้นเบา ๆ เสียงหวานใสทอดนุ่มซบศีรษะอยู่กับอกแกร่งของตะวัน ชายหนุ่มนอนหงายสบายตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มือหนาลูบไล้ปอยผมที่เรียงตัวสวยบนหน้าผากของเมียรักอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความนุ่มนวลและอุ่นไอของกันและกันในห้องนอนแสนสงบ"ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ จะได้จบ ๆ ซะที นี่ต้องขอบคุณฟางเขานะที่วิ่งเต้นเรื่องดรอปเรียนให้เรา จนไม่ต้องเสียสิทธิ์ ไม่งั้นคงโดนคัดชื่อออกไปแล้ว"ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม ทว่าเปี่ยมด้วยความหวังและห่วงใย"ดีค่ะ... อีกเรื่องที่ทำให้น้ำสบายใจ เรื่องที่แม่ยอมย้ายมาอยู่กับเราที่บ้านหลังนี้ แบบนี้ น้ำจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงแกอีก ยัยหนูก็จะได้ไม่ต้องสับสนที่ต้องกลับไปอยู่กับยายที่บ้านหลังเก่าเวลาน้ำกับพี่ไม่อยู่บ้าน"น้ำค้างพูดออกมาพลางถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ความวิตกกังวลในอดีตปลดล็อกออกไปจนหมดสิ้น ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ยันตัวเล็กน้อย เอียงหน้าเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มตรง ๆ"กลับไปคราวนี้น้ำจะให้ฟางมันย้ายไปอยู่คอนโดกับน้ำด้วย พี่จะว่าอะไรไหมคะ?""พี่ก็ว่าดีออก คอนโดออกจะกว้างขวาง มีตั้งสามห้องนอน เราอยู่กันแค่ห้องเดียว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status