Teilen

ราคาของลมหายใจ!

last update Veröffentlichungsdatum: 17.09.2026 19:29:50

เสียงออดเหล็กกรีดแหลมยาวดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินแคบๆ ของอาคารเรียนรวม ปลุกให้เหล่านักศึกษาที่นั่งเบียดเสียดกันในห้องรีบขยับกายลุกขึ้น เสียงลากเก้าอี้ครูดกับพื้นปูนดังระงม 

น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไล่ความล้า ก้มลงเก็บซีตเอกสารการเรียนที่ขอบเริ่มยับยู่รวบเข้าด้วยกัน แผ่นกระดาษสากๆ สัมผัสปลายนิ้วก่อนจะถูกยัดลงกระเป๋าเป้ใบเก่ง เด็กสาวก้าวเท้าเดินปะปนไปกับกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น ทยอยพ้นประตูห้องเรียนออกมาตามจังหวะชีวิตที่ดูเหมือนจะเป็นปกติธรรมดาในทุกๆ วัน

“น้ำ! ทางนี้!”

น้ำเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยตะโกนฝ่าเสียงจ้อกแจ้กจอแจของฝูงชน น้ำค้างเบนสายตาไปตามเสียง ทันทีที่โผล่พ้นประตูอาคารออกไป ก็พบกับฟางที่ยืนหอบจนไหล่ไหว ใบหน้าของเพื่อนสนิทอาบไปด้วยหยาดเหงื่อ แก้มสองข้างแดงซ่านแต่ดวงตากลับเบิกกว้างจนดูตื่นตระหนก 

น้ำค้างหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทักกลับด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ได้ตื่นเต้นตามอาการของเพื่อน 

“มีอะไรหน้าตาตื่นเชียวมึง?”

“กูตามหามึงแทบแย่... ย้ายห้องเรียนกันเหรอวะ กูไปตามหาที่อาคารโน้นตั้งนาน” ฟางพูดไปหอบไป ทว่าน้ำเสียงที่สั่นและใบหน้าซีดจนไม่มีสีเลือดของเพื่อนกลับทำให้อากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบขึ้นมาอย่างประหลาด

รอยยิ้มบนใบหน้าของน้ำค้างค่อยๆ เลือนหาย ความเงียบเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้าง เธอขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม 

“มีอะไรฟาง... ทำไมหน้าตามึงซีเรียสขนาดนี้วะ?”

“มึงเปิดมือถือหรือยัง?” ฟางไม่ตอบ แต่กลับยิงคำถามสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงที่จวนเจียนจะร้องไห้

น้ำค้างแค่นยิ้มบาง พยายามคิดในแง่ดีว่าเพื่อนคงแกล้งเล่น เธอล้วงมือลงไปในกระเป๋าเป้ ควานหาเครื่องมือสื่อสารหน้าจอเหลี่ยมขึ้นมา กดเปิดสัญญาณเครือข่ายจนหน้าจอสว่างวาบ 

“เปิดแล้ว... มีอะไรกะทันหันขนาดนั้นเลยเหรอ” เด็กสาวแกล้งทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อทำลายความอึดอัด

“ทางบ้านมึงโทรเข้าเครื่องกู...” 

ฟางขยับเข้ามาใกล้ มือของฟางที่เอื้อมมาจับต้นแขนของน้ำค้างนั้นสั่นเทาและเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง แววตาของฟางวูบไหว เต็มไปด้วยความวิตกกังวล …นิ่งสนิทไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเปล่งน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กระแทกเข้ากลางอกคนฟัง 

“...แม่มึงอยู่โรงพยาบาล”

ตึก... หัวใจของน้ำค้างกระตุกวูบ ดิ่งลงสู่ความเวิ้งว้างในพริบตา รอบข้างคล้ายกับไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ มีเพียงเสียงวิ้งแหลมยาวในหู ลมหายใจอุ่นที่เคยเข้าออกสม่ำเสมอพลันติดขัดจนจุกอยู่ที่ลำคอ ใบหน้าเนียนใสแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ไร้สีเลือดดั่งคนตาย สองมือที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นระริกจนแทบไม่มีแรงประคอง

“แม่!... แม่กูเป็นอะไรฟาง!” น้ำเสียงของเธอหลุดพ้นจากปากด้วยความตะหนก ละล่ำละลักคาดคั้น

“กูยังไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด... แต่เขาบอกว่าต้องผ่าตัดด่วน”

คำว่า ‘ผ่าตัดด่วน’ เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางหัวใจ ภาพแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะขาม รอยยิ้มของแม่ และกลิ่นแป้งเด็กผสมยางผักบุ้งถูกความกลัวสีดำสนิทเข้าบดบังจนมืดมิด 

น้ำค้างไม่ได้ฟังคำพูดใดๆที่ฟางได้พูดออกมาอีก สัญชาตญาณดิบสั่งการให้เธอผลุนผลันตัว วิ่งหน้าตั้งออกไปจากตรงนั้นทันที แรงลมปะทะใบหน้าจนชาหนึบ หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาจนภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน สองเท้าก้าวสับไปบนพื้นคอนกรีตอย่างไม่คิดชีวิต

“น้ำ! เดี๋ยวก่อนน้ำ! รอด้วย!”

เสียงฟางตะโกนไล่หลังมาฝ่ามวลอากาศที่ร้อนระอุ พร้อมเสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาด้วยความห่วงใยในความเป็นเพื่อน 

ทว่าในเวลานี้ น้ำค้างไม่ได้ยินสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นระรัวประหนึ่งกลองรบ และเสียงร่ำร้องในใจที่สวดอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์... ขออย่าให้ร่มเงาหนึ่งเดียวในชีวิตของเธอต้องพังทลายลงในตอนนี้เลย…

ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง… 

กระแสความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในตึกผู้ป่วยวิกฤตแผ่ซ่านมาปะทะผิวเนื้อจนหนาวสั่น ทว่าภายในอกของน้ำค้างกลับร้อนรุ่มราวกับมีกองไฟแผดเผา 

เสียง ติ๊ด... ติ๊ด... ของเครื่องสัญญาณชีพจรดังสะท้อนก้องกังวานสม่ำเสมอ สอดประสานไปกับเส้นกราฟสีเขียวที่วิ่งหยักยืดอยู่บนจอมอนิเตอร์ในห้อง ICU 

หลังบานกระจกใสหนาทึบ ร่างผอมบางของน้านิดในชุดคนไข้สีเขียวซีดนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงเหล็ก มีสายระโยงระยางและท่อช่วยหายใจครอบทับใบหน้าจนแทบไม่เหลือเค้าลางของแม่ผู้เคยส่งยิ้มให้เธอใต้ร่มมะขาม

สองมือเรียวของน้ำค้างยึดเกาะขอบกระจกแน่นจนปลายนิ้วกลายเป็นสีขาวซีด ดวงตาคู่สวยบัดนี้แดงก่ำและบวมเป่ง หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลทะลักอาบสองแก้มไม่ขาดสาย

“แม่... อย่าเป็นอะไรนะแม่... อยู่กับน้ำก่อน...” เธอพึมพำชิดแผ่นกระจกอันเย็นเยียบ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความทุรนทุรายจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ โลกทั้งใบคล้ายจะพังครืนลงมาตรงหน้า

“แม่เราไม่เป็นไรแล้วล่ะน้ำ... หมอเขาช่วยไว้ทันแล้วลูก”

น้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่นของหญิงสูงวัยข้างกายดังขึ้นทำลายความเวิ้งว้าง พร้อมกับฝ่ามืออุ่นหนาที่เอื้อมมากุมมืออันสั่นเทาของน้ำค้างเอาไว้ สัมผัสจากอุ้มมือสากที่คุ้นเคยนั้นส่งผ่านกระแสความห่วงใยมาถึงหัวใจ น้ำค้างหันขวับกลับมา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเว้าวอน

“แม่ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมป้าไหม? แม่จะปลอดภัยจริง ๆ ใช่ไหมจ๊ะ?” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ ละล่ำละลักถามซ้ำ ๆ เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ปลอดภัยแล้ว ที่นี่หมอเขาเก่ง ๆ ทั้งนั้น เชื่อป้านะ” ป้าไหมส่งยิ้มอบอุ่น แววตาตอกย้ำความมั่นใจให้เด็กสาวคลายกังวล

วินาทีนั้น ปราการความเข้มแข็งที่น้ำค้างพยายามพยุงไว้พังทลายลงสิ้น เธอโผเข้าซบหน้าลงกับอกของป้าไหม สวมกอดหญิงสูงวัยตรงหน้าแน่นราวกับต้องการที่พึ่งพิงสุดท้ายในยามที่หัวใจอ่อนแอจนถึงที่สุด 

กลิ่นสบู่อ่อน ๆ และไออุ่นของป้าไหมช่างคล้ายคลึงกับกลิ่นอายของพี่ตะวัน... ชายหนุ่มผู้เป็นดวงใจของเธอ ไม่มีผิดเพี้ยน มันเป็นกลิ่นของความปลอดภัยที่หล่อเลี้ยงชีวิตเธอมาตั้งแต่เยาว์วัย เพราะป้าไหมก็คือแม่ของพี่ตะวัน หญิงผู้เอ็นดูและรักใคร่น้ำค้างราวกับลูกในไส้มาโดยตลอด

มือของป้าไหมลูบแผ่นหลังที่สั่นโยนของเด็กสาวเบา ๆ อย่างทะนุถนอม ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้หัวใจของน้ำค้างกระตุกวูบ 

“ป้าโทรบอกตาตะวันไปแล้วล่ะ... สักพักพี่เขาคงจะมาถึง”

คำว่า คำว่า ‘พี่ตะวัน’ ทำให้ความรู้สึกผิดและเกรงใจแล่นริ้วเข้ามาในอก น้ำค้างซุกหน้าลงกับไหล่ของป้าไหมแน่นขึ้น กอดกระชับร่างของหญิงสูงวัยไว้ราวกับจะเอ่ยคำขอโทษผ่านภาษากาย

“หนูขอโทษนะจ๊ะป้าไหม... หนูไม่ดีเอง หนูทำให้พี่ตะวันต้องพลอยลำบาก คอยกังวลไปกับหนูด้วย ทั้งที่พี่เขาก็กำลังเรียนหนัก...” น้ำเสียงของเธออู้อี้และเต็มไปด้วยก้อนความอัดอั้น

ป้าไหมผละออกเล็กน้อย มือหนายกขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนของน้ำค้างอย่างเบามือ แววตาของคนเป็นแม่ทอดมองเด็กสาวด้วยความเมตตาอันบริสุทธิ์ 

“ยายน้ำเอ๋ย... หนูเองก็เหมือนลูกเหมือนหลานของป้า เป็นคนในครอบครัวเดียวกันแท้ ๆ อย่าพูดคำนั้นเลยลูก ไม่ดูแลกันในยามนี้ แล้วจะให้ไปดูแลกันยามไหน”

ถ้อยคำเรียบง่ายทว่าหนักแน่นของแม่พี่ตะวันเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนจิตใจอันแห้งผากและบอบช้ำของน้ำค้าง 

กลิ่นอายความรักของครอบครัวที่อบอวลอยู่หน้าห้อง ICU ในยามวิกาลนี้ ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจของเด็กสาวให้แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น มอบกำลังใจให้เธอพร้อมจะหยัดยืนสู้เพื่อรอคอยวันข้างหน้า... และรอคอยอ้อมกอดของชายหนุ่มที่กำลังเดินทางมาหาเธอในไม่ช้านี้

เสียง ติ๊ด... ติ๊ด... ของเครื่องสัญญาณชีพจรยังคงดังสม่ำเสมอ ทว่าสำหรับน้ำค้างแล้ว มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง คอยย้ำเตือนถึงพันธนาการเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

สายลมจากเครื่องปรับอากาศหน้าห้องวิกฤตพัดพากลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกริบเข้าแตะจมูก กลิ่นของความเจ็บป่วยและความเป็นความตายช่างห่างไกลจากกลิ่นดินกลิ่นหญ้าที่บ้านนาเหลือเกิน 

แสงไฟนีออนสีขาวโพลนบนเพดานสาดส่องกระทบป้ายชื่อโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ติดอยู่บนผนัง ป้ายหรูหราตรงนั้นเปรียบเสมือนก้อนหินหนักอึ้งที่ทับลงบนอกของเด็กสาว เธอรู้ดี... รู้ซึ้งจากข่าวสารและเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า หลังบานกระจกใสหนาทึบผืนนี้ เม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์กำลังโบยบินออกไปในทุกวินาทีที่ลมหายใจของแม่ยังต้องพึ่งพาเครื่องจักร

สองมือกุมเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แผ่นหลังเบียดชิดกับผนังตึกอันเย็นเยียบ ความจริงข้อหนึ่งแล่นริ้วเข้ามาในสมองจนขมับเต้นตุบ... หากวันนั้นลุงศักดิ์ พ่อของพี่ตะวัน ไม่ตัดสินใจเหยียบคันเร่งรถกระบะคู่ใจ พาน้านิดที่นอนหมดสติขี่ม้าส่งเมืองมาที่โรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดแห่งนี้ และหากป้าไหมไม่ช่วยเซ็นเอกสารยินยอมใช้สิทธิ์รักษาเร่งด่วนฟรี 72 ชั่วโมง หรือ UCEP เพื่อยื้อชีวิตในยามวิกฤต ป่านนี้เธออาจจะไม่มีแม่ให้นั่งมองผ่านบานกระจกนี้แล้วก็ได้

แต่ร่มเงาของสิทธิ์รักษาฟรีนั้นสั้นเหลือเกิน เข็มนาฬิกาเดินผ่านหลักชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า จนความหวังที่เคยตั้งไว้เริ่มจืดจางลงทีละน้อย

เดิมทีน้ำค้างหวังไว้สุดหัวใจ... เธอสวดอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกครั้งที่ลืมตา ว่าขอให้อาการของแม่กระเตื้องขึ้นพอที่จะถอดท่อช่วยหายใจ เพื่อที่เธอจะได้ดำเนินเรื่องย้ายแม่ไปโรงพยาบาลรัฐบาลตามสิทธิ์บัตรทอง ทุกอย่างจะได้พ้นจากเขตแดนของค่าใช้จ่ายอันมหาศาลนี้เสียที

ทว่าเส้นกราฟสีเขียวบนจอมอนิเตอร์กลับไม่ได้เป็นไปตามใจปรารถนา ร่างของน้านิดยังคงนอนนิ่งสนิท เปลือกตาปิดปรือ และแผ่นอกขยับขึ้นลงตามจังหวะการทำงานของเครื่องช่วยหายใจอย่างแผ่วเบา 

แพทย์เจ้าของไข้เพิ่งเดินออกมาบอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่ว่า อาการข้างในยังคงวิกฤต มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และจำเป็นต้อง ‘จำกัดบริเวณ’ อยู่ในห้อง ICU ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

คำว่า ‘อยู่ต่อ’ เปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนแผ่นอกจนก้อนสะอื้นแล่นมาจุกที่คอหอย ลมหายใจอุ่นเริ่มติดขัดและสั่นพร่า ...ความโล่งใจสายเล็ก ๆ ที่เคยมีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา...  เหลือเพียงความตระหนกกลัวที่จู่โจมเข้ามาจนใจสั่นสะท้าน 

ชั่วโมงฟรีที่พึ่งพาใกล้จะหมดลงเต็มที แต่ร่างของแม่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลุดพ้นจากเส้นตาย

น้ำค้างเหลียวมองซ้ายขวา ความมืดมิดยามค่ำคืนภายนอกหน้าต่างตึกดูจะดำมืดลงเรื่อย ๆ เงินเก็บจากการทำงานเสิร์ฟที่คิดว่ามากพอ บัดนี้ช่างดูน้อยนิดราวกับเศษผงเมื่อเทียบกับใบแจ้งหนี้ของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ 

ความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของแม่ผสมปนเปกับความกดดันเรื่องตัวเลขจนหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งเสียงกลองศึก เธอได้แต่ยืนนิ่ง เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สายตาจับจ้องไปที่ร่างของแม่ผ่านหยาดน้ำตาที่เริ่มพร่าเลือนอีกครั้ง ในหัวสมองหมุนวนคิดหาหนทางจนแทบคลั่ง... เธอจะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่าห้อง ICU แห่งนี้ ถ้าราตรีนี้ผ่านพ้นไปแล้วแม่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา…

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ห้องเชือด!

    “ไม่ต้องกังวลอะไรนะหนู... ทำตัวตามสบาย เสี่ยเป็นคนง่าย ๆ”กระแสเสียงทุ้มต่ำพยายามปรับท่วงทำนองให้นุ่มนวลชวนผ่อนคลาย เสี่ยหนูขยับรอยยิ้มกว้างพลางตบหลังฝ่ามืออวบหนาลงบนเบาะกำมะหยี่เบา ๆ สายตาที่ผ่านโลกราคีย์มาอย่างเจนจัดลอบสำรวจอาการไหล่ห่อ นั่งเกร็งจนตัวลีบของเด็กสาวข้างกาย เขารู้ในทันทีว่าเหยื่อตัวน้อยคนนี้ไม่เคยต้องมือกามารมณ์และไม่ประสาต่อโลกซ่อนเร้นชนิดนี้มาก่อน ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในแววตาของเธอ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในอกของชายสูงวัยให้กระเหี้ยนกระหือรือ แต่อาการลนลานแบบนี้ต้องใช้ความใจเย็นเข้าล่อน้ำค้างขยับมุมปากรั้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห้งผาก ฝืนความรู้สึกขยะแขยงที่แล่นริ้วขัดขืนอยู่ในใจ เธอหลับตาลงชั่ววูบ ยามนั้น เสียงเตือนสติของฟางที่เคยเกื้อหนุนแว่วดังขึ้นในมโนสำนึกดั่งเครื่องยึดเหนี่ยวชิ้นสุดท้าย ‘พยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับมัน ไม่ฝืนทำเป็นสนุกไปกับมันซะ’ เด็กสาวบ้านนาสูดลมหายใจเข้าลึก จิกปลายนิ้วลงกับหัวเข่าเพื่อบังคับตัวเองให้คลายความแข็งทื่อลงทีละน้อย“ดื่มอะไรหน่อยไหมล่ะ... มันจะช่วยทำให้เราผ่อนคลายขึ้นนะ” ชายรุ่นพ่อยังคงรุกคืบด้วยคำชวนคุย น้ำเสียงทวีความกรุ้มกริ่มพลา

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เสี่ยหนู!...

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูเคลื่อนตัวผ่านทางลาดชันแคบ ๆ ขึ้นสู่อาคารจอดรถของโรงแรมระดับสี่ดาวย่านใจกลางเมือง เสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นปูนขัดมันดัง เอี๊ยดอ๊าด สะท้อนก้องท่ามกลางความสลัว ไฟหน้ารถสาดกระทบเสาคอนกรีตต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะหักพวงมาลัยถอยเข้าซองจอดนิ่งสนิทในซองแคบที่มีเส้นสีขาวทึบกำกับ เครื่องยนต์ครางกระหึ่มต่ำเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับลง ทิ้งให้ความเงียบงันและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศโรยตัวปกคลุมผู้โดยสารทั้งสองในเวลาเกือบหกโมงเย็น“เสี่ยหนูแกเป็นคนใจป้ำ... ถ้าถูกใจขึ้นมานะแกเปย์ไม่อั้น น้ำต้องพยายามตามใจเสี่ยเขาหน่อยละกัน”ติ๊กเอ่ยขึ้นทำลายความอึดอัดที่นิ่งสนิทมาตลอดทาง ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาชำเลืองมองกระจกมองหลังเพื่อเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า น้ำค้างที่นั่งขดตัวอยู่เบาะข้าง ๆ จิกเล็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงจนยับย่น ความเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนจะเค้นกระแสเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างซื่อบริสุทธิ์“น้ำ... น้ำต้องทำตัวยังไงบ้างคะ”“ไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาจะพาทำเองแหละ” ติ๊กแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผินหน้ากลับมามองเด็กสาวรุ่นน

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เปิดประตูสู่โลกมืด!

    ครืด... ครืด... ครืด...แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้หัวเตียงส่งเสียงครางครืดคราดน่ารำคาญ มันปลุกให้เปลือกตาที่เคลือบด้วยคราบมาสคาร่าเลอะเลือนของติ๊กค่อย ๆ เผยอขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดสายของวันใหม่สาดส่องลอดบานเกล็ดเข้ามาแยงตาจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ หญิงสาวส่งเสียงจิ๊ปากในลำคอพลางวาดลำแขนเรียวไปตามพื้นผิวโต๊ะอย่างงัวเงีย ปลายนิ้วปัดป่ายคว้าสะเปะสะปะไปโดนฝาขวดน้ำหอมและแผงยาก่อนจะตะครุบวัตถุสี่เหลี่ยมด้ามเย็นเฉียบขึ้นมาได้ เธอพลิกกายหงาย พยายามหยีตาเพ่งมองหน้าจอที่สว่างวาบเพื่อปรับโฟกัสสายตาอันพร่าเบลอ‘น้ำค้าง’ทันทีที่ตัวอักษรบนหน้าจอปรากฏสู่สายตา ร่องรอยความง่วงงุนและอาการหงุดหงิดเมื่อครู่พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก นัยน์ตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างฉายแววยินดีปรีดาขึ้นมาครามครัน ผิวแก้มสลัดความอิดโรยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวราวกับเพิ่งได้รับแจ้งข่าวดีที่สุดในชีวิต ติ๊กรีบสไลด์หน้าจอรับสาย ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางกรอกน้ำเสียงหวานหยดย้อยลงไปในสายทันที“ว่าไงจ๊ะน้องน้ำ...”ริมฝีปากสีซีดแย้มยิ้มกว้าง ติ๊กจงใจปรับโทนเสียงให้ละมุนละม่อมคล้ายพี่

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก!

    สียงดนตรีจังหวะเนิบช้าที่เปิดคลอเบา ๆ ผสานไปกับแสงไฟสลัวสีส้มภายในร้านอาหารกึ่งผับ บ่งบอกว่าช่วงเวลาไนต์ไลฟ์อันคึกคักได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงชนแก้วบัดนี้เงียบเหงาลงถนัดตา พนักงานเสิร์ฟสามสี่คนในชุดยูนิฟอร์มเริ่มจับกลุ่มยืนพิงเคาน์เตอร์ กระซิบกระซาบพูดคุยกันเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการวิ่งวุ่นรับส่งออเดอร์ตลอดทั้งคืนที่โต๊ะไม้มุมมืดหลังร้าน ฟางกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนสังกะสีตักข้าวผัดกะเพราเม็ดแข็ง ๆ เข้าปากอย่างหิวโซ อาหารมื้อดึกควบเช้ามืดก่อนเวลาเลิกงานคือสิ่งเดียวที่เยียวยาความโหยของคนกรำงานกลางคืนทุกคนในเวลานี้ กลิ่นพริกแก้งฉุน ๆ ลอยแตะจมูกพร้อมกับเสียงเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ ท่ามกลางความล้า“น้ำไม่มาทำงานเหรอวันนี้”เสียงแหบเสน่ห์ที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำลายความเงียบระหวางมื้ออาหาร และฉุดความสนใจของฟางให้ละจากจานข้าวตรงหน้า หล่อนกลืนข้าวคำโตลงคอพลางตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง“วันนี้น้ำไม่สบาย...”ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดพ้นริมฝีปาก ปลายนิ้วที่จับด้ามช้อนพลันสั่นระริกชะงักกึกกลางอากาศ สมองกระตุกวาบเมื่อภาพรอ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พรหมจันทร์ที่หลุดลอย!

    ความเงียบงันภายในห้องเช่าแคบ ๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงลูกบิดประตูดัง กริ๊ก ดังแผ่วเบา ก่อนบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าจะถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ละอองฝุ่นปลิวคว้างล้อแสงแดดเจิดจ้าภายนอก ร่างบางของน้ำค้างก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทางโซเซ สองขาที่เคยเรียวขยับก้าวอย่างอิดโรยราวกับหุ่นยนต์ที่พลังงานใกล้หมดสิ้น สภาพเรือนร่างของเธอสับสนยับยู่ยี่ เสื้อยืดสีขาวเปรอะเปื้อนรอยยับย่น คอเสื้อเบี้ยวโย้จนเผยให้เห็นรอยแดงปื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงซอกคอ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหงื่อไคลฉุนจัดที่ชวนคลื่นไส้โชยฟุ้งออกมาจากตัวเธอแทนที่จะเป็นกลิ่นแป้งเด็กอย่างเคย นัยน์ตาคู่กลมโตบัดนี้แห้งผาก เลื่อนลอย และมืดมิดไร้แววประหนึ่งคนสูญเสียจิตวิญญาณ เด็กสาวเดินตรงดิ่งไปยังเตียงนอนหลังเล็กประจำตัว ก่อนจะทิ้งกายล้มพับลงบนฟูกแข็ง ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัว ปล่อยให้ใบหน้าซุกจมลงกับหมอนนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเดิม ๆ ของบ้านนาฟางซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือส่วนตัวละสายตาจากกรอบหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นตั้งใจจะส่งเสียงทักทาย ทว่าทันทีที่นัยน์ตาปะทะเข้ากับสภาพของเพื่อนร่วมห้อง คำพูดทั้ง

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ครั้งแรกที่รู้รสชาย![NC-20+]

    เฮียตึ๋งหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มวลกล้ามเนื้อและร่างท้วมใหญ่เงาดำตระหง่านค้ำอยู่เหนือร่างของเด็กสาว แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงทาบทับใบหน้าคร้ามโลกที่บัดนี้ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกระหยิ่มใจที่มุมปาก นัยน์ตาเรียวเล็กจอดจ้องสรีระอ้อนแอ้นของน้ำค้างที่นอนระทวย อ่อนเปลี้ยไร้กระดูกอยู่บนฟูกหนาตรงหน้าดั่งลูกกวางที่หมดแรงขัดขืน ฝ่ามือหยาบใหญ่เอื้อมลงมาเกาะกุมกิเลสตัณหาอันขยายพองโตของตนเองไว้เต็มกำมือขยับส่ายไหว ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าประชิด กดจ่อส่วนปลายมนใหญ่เข้าหาปากทางเนื้อนุ่มแรกรุ่นของเหยื่อสาวที่อ้าเผยอน้อย ๆ รองรับอยู่อย่างย่ามใจ“อื้อหือ!... หีโคตรแน่น... ซี้ดดด...”หนุ่มใหญ่ครางกระเส่าในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกระสันขีดสุด ยามเมื่อออกแรงยัดเยียดแท่งเนื้อร้อนระอุเข้าสู่โพรงสวาทอันคับแคบ แม้ผิวเนื้อส่วนลึกจะเจิ่งนองชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาจนเฉอะแฉะ ทว่าความสดใหม่ที่ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมใดบุกรุกผ่านเข้าไปมาก่อนในชีวิต กลับกลายเป็นปราการธรรมชาติที่รัดตรึงบีบรัดจนส่วนหัวบานใหญ่ไม่อาจผ่านศิลาแคบเข้าไปได้โดยง่าย“อูยยย... โอ๊ยยย... ซี้ดดด... เจ็บ... เจ็บอะ...”เสียงร้องประ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status