แชร์

คืนแรกในโลกสีเทา!

ผู้เขียน: พลับพลึงดำ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-17 19:28:53

แรงสั่นสะเทือนจากพื้นปูนขยี้ลึกเข้าไปในทรวงอกสอดประสานไปกับจังหวะดนตรีที่สาดซัด น้ำค้างในชุดยูนิฟอร์มเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวและกางเกงขาสั้นสีเข้มเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สองมือที่ยังไม่คุ้นชินพยายามประคองถาดโลหะหนักอึ้งที่มีชามยำวุ้นเส้นส่งกลิ่นน้ำปลาและมะนาวเปรี้ยวปรี๊ดเคียงคู่ไปกับจานถั่วลิสงคั่ว

ไอร้อนจากร่างกายผู้คนที่เบียดเสียดกันอบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อและน้ำหอมฉุนกริบ เธอพยายามก้าวเท้าแหวกม่านควันบุหรี่และแสงไฟแฟลชที่กะพริบวาบจนพร่าเลือน สายตาคอยกวาดมองหาหมายเลขโต๊ะอย่างเก้ๆ กังๆ ท่ามกลางกระแสธารของผู้คนที่โยกย้ายไปตามแรงอารมณ์

“น้ำ! ทางโน้น!”

เสียงตะโกนฝ่าความโกลาหลของฟาง เพื่อนสนิทที่พยายามทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงประคองมือใหม่ในคืนแรกเรียกสติของเธอให้กลับมา น้ำค้างรีบเบี่ยงตัวหลบกลุ่มนักเที่ยวที่กำลังออกลวดลาย ทว่ายิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ระเหยขึ้นมาเป็นไอจางๆ ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นจนชวนเวียนหัว

“เพิ่งมาใหม่เหรอน้อง? ไม่เคยเห็นหน้าเลย โคตรน่ารักเลยว่ะ!”

เสียงแหบพร่าของแขกโต๊ะหนึ่งที่เริ่มกรึ่มได้ที่ร้องทัก นัยน์ตาฉ่ำปรือคู่นั้นจ้องมองเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง ทันใดนั้น สัมผัสหยาบโลนจากฝ่ามือที่ร้อนระอุด้วยฤทธิ์เหล้าก็พยายามเอื้อมมาสะกิดที่ต้นแขน น้ำค้างสะดุ้งสุดตัวจนถาดในมือเกือบเสียหลัก เธอรีบเอี้ยวตัวหลบ พยายามปกป้องพื้นที่ส่วนตัวอย่างสุดความสามารถ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอกด้วยความตระหนกและขยะแขยง

“อย่าไปสนใจ พยายามอย่าให้เขาแต๊ะอั๋งก็พอ ไม่ต้องไปว่าอะไรลูกค้า”

ฟางขยับเข้ามาใกล้พลางใช้สายตาและท่าทางที่กร้านโลกกว่าเป็นเกราะกำบังให้เพื่อนรัก เธอถ่ายทอดวิชาเอาตัวรอดผ่านทางสีหน้าและแววตาที่ย้ำเตือนให้น้ำค้างนิ่งสงบ แม้ในใจจะเดือดพล่านเพียงใดก็ตาม ท่ามกลางความเย้ายวนที่แสนอันตราย น้ำค้างรับรู้ได้ในวินาทีนั้นเองว่า โลกสีเทาที่เธอเลือกก้าวเข้ามาสัมผัส กำลังเริ่มทดสอบความแข็งแกร่งของดอกพลับพลึงป่าอย่างหนักหน่วงเสียแล้ว

เข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสองครึ่ง แต่แรงกระแทกกระทั้นของเสียงดนตรีรอบตัวยังไม่มีทีท่าจะลดละ ผิวกายของน้ำค้างที่เคยเนียนใส บัดนี้เหนียวเหนอะหนะไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นละอองในอากาศที่ผสมปนเปกับม่านควันบุหรี่สีเทาหม่น หลอดไฟสีส้มสลัวระยิบระยับปะทะสายตาจนระคายเคือง ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอปวดร้าวลึกเข้าไปในทรวงอก กลับเป็นความถ่อยคำและความกักขฬะที่ถาโถมเข้าใส่ไม่หยุดหย่อนตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา

สำหรับเด็กสาวที่เติบโตมากลางทุ่งกว้างอันสงบเงียบ โลกในห้องอาหารกึ่งผับแห่งนี้ไม่ต่างจากแดนมิคสิต

ทุกก้าวที่เธอประคองถาดโลหะเย็นเฉียบผ่านผู้คน น้ำค้างต้องคอยเบี่ยงตัวหลบสายตาจาบจ้วงหลายสิบคู่ที่จ้องมองมาอย่างหยาบโลน สายตาเหล่านั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลอกเสื้อยืดสีขาวของเธอออกทีละชิ้นจนรู้สึกเปลือยเปล่าและหนาวสั่น บางโต๊ะที่แอลกอฮอล์เข้มข้นจนได้ที่ ก็พ่นคำพูดแซวแทะโลมด้วยน้ำเสียงแหบพร่าหยาบคาย บาดลึกเข้าไปในแก้วหูจนเธอต้องเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้น

ที่ร้ายไปกว่านั้นคือพวกปากว่ามือถึง ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านและร้อนระอุด้วยฤทธิ์สุราพยายามจะเอื้อมมาลากผ่านสะโพก สะกิดโดนต้นขา หรือแกล้งเบียดตัวเข้าหาในจังหวะที่เธอเดินสวน น้ำค้างทำได้เพียงกัดฟันแน่นจนกรามปวดร้าว สองมือเกร็งแน่นจนปลายนิ้วที่กดขอบถาดโลหะกลายเป็นสีขาวซีด เธออยากจะสลัดถาดในมือแล้วกรีดร้องออกมาให้ลั่นร้าน ทว่าภาพของความขัดสนและกล่องโฟมเปล่าบนโต๊ะหินอ่อนในวันนั้นลอยกลับเข้ามาเตือนสติ

ต้องอดทน... เพื่อความอยู่รอด

เธอสะกดทุกอารมณ์ดิบ ความโกรธ ความขยะแยง และความริษยาในโชคชะตาเอาไว้ใต้ใบหน้านิ่งเฉย ยอมปล่อยให้หยาดเหงื่อไหลซึมผ่านโหนกแก้มแทนหยาดน้ำตาที่ไม่มีสิทธิ์ไหลออกมาในเวลางาน

กระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ตีสี่ เสียงดนตรีที่เคยแผดลั่นค่อยๆ ผ่อนจังหวะลงจนกลายเป็นเพียงเสียงฮัมเพลงแผ่วเบา กลุ่มควันเริ่มเบาบางลงพร้อมๆ กับจำนวนเหล่านักเที่ยวที่ทยอยก้าวเดินโซเซออกไปจากร้าน เหลือเพียงโต๊ะไม่กี่ตัวที่ทิ้งคราบน้ำแข็งละลายและขวดเหล้าเปล่าไว้เป็นต่างหน้า

น้ำค้างทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกหลังร้านอย่างหมดแรง สัมผัสความเย็นของลมยามวิกาลที่พัดผ่านผิวเนื้อช่วยดับไอร้อนระอุในกายลงได้บ้าง ลำคอของเธอแห้งผากจนแทบไร้เสียง มือที่เคยเกร็งแน่นค่อยๆ คลายออก แรกรู้สึกถึงความระบมที่ฝ่ามือและเรียวขาที่ก้าวเดินจนแทบไร้ความรู้สึก ในที่สุดเธอก็มีเวลาได้ปล่อยลมหายใจออกมายาวๆ เพื่อล้างมลพิษจากความกักขฬะที่เกาะกินใจมาตลอดทั้งคืน

สายลมยามวิกาลพัดเอาความเย็นเยียบมาปะทะผิวเนื้อที่เหนียวเหนอะหนะ น้ำค้างทอดสายตามองออกไปในความมืดอันเงียบสงัดของหลังร้าน หวังให้ความเงียบช่วยซับเสียงเบสที่ยังคงตกค้างและอื้ออึงอยู่ในแก้วหู

“เป็นยังไงบ้างมึง?”

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ตามด้วยสัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของฟางที่บีบลงบนลาดไหล่ที่ล้าลู่ลง น้ำหนักของมือที่กดลงมาเต็มไปด้วยกระแสของความห่วงใยที่แฝงอยู่โดยไม่ต้องใช้คำพูดมากมาย

น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไล่ความอ่อนล้า ก่อนจะหันกลับไปสบตาเพื่อนรัก แววตาที่เคยสั่นไหวในตอนหัวค่ำ บัดนี้กลับนิ่งสนิทและฉายแสงแห่งความเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างชัดเจน “วันแรก... ก็เอาการอยู่เหมือนกันว่ะ”

“วันศุกร์วันเสาร์ต้นเดือนก็แบบนี้แหละ มึงจะเหนื่อยเป็นบ้าเลย” ฟางบอกพลางทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กลิ่นน้ำหอมราคาถูกปนไอบุหรี่จากตัวฟางโชยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของความอัดอั้นที่น้ำค้างเพิ่งจะเข้าใจอย่างซาบซึ้งในคืนนี้เอง

น้ำค้างจ้องมองใบหน้าของเพื่อนที่ร่วมสู้ชีวิตกันมา แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นความเลื่อมใสอย่างปิดไม่มิด “ฟาง... กูนับถือมึงจริงๆ เลยว่ะ กูเพิ่งมารู้ซึ้งวันนี้เองว่าที่ผ่านมามึงต้องอดทนมากขนาดไหน”

“ทำไงได้วะน้ำ” ฟางแค่นยิ้ม แววตาหม่นแสงลงไปแวบหนึ่งก่อนจะกลับมากร้านโลกตามเดิม “พวกเรามันไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองนี่หว่า... ถ้าอยากทำงานที่สบายกว่านี้หน่อย ก็โน่น...”

ฟางบุ้ยปากไปทางกระจกเงาบานใหญ่หน้าเคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มยี่ห้อหรู แสงไฟฮาโลเจนสาดส่องกระทบเรือนร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสรัดรูปสีสันฉูดฉาด เธอกำลังเอียงคอมองกระจก พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยลิปสติกสีแดงสดบนริมฝีปากอย่างพิถีพิถัน กลิ่นอายความหรูหราและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความทะเยอทะยานโชยมาจากตรงนั้น

“สาวพริตตี้... อยากเป็นมั้ยล่ะ?” ฟางกระซิบเย้า แววตาฉายความนึกสนุกขึ้นมา “เป็น PG แบบนั้นไม่ต้องมาเดินวิ่งเสิร์ฟลูกค้าจนขาลากอย่างพวกเรา หุ่นดีหน้าสวย แค่เข้าไปยืนอ้อน ยืนคุยให้ลูกค้าเขายอมสั่งเครื่องดื่มตามเป้าก็ได้เงินแล้ว... อยากทำมั้ยล่ะ? ถ้าน้องอยากทำ เดินมาหาป๋าเลยนะจ๊ะหนู...”

คำพูดประโยคสุดท้าย ฟางดัดเสียงให้ทุ้มต่ำและสั่นพร่า เลียนแบบท่าทางของแขกขี้หื่นในร้านอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ไม่พูดเปล่า ฟางยังยื่นมือเรียวเล็กขยับเข้ามาเชยคางของน้ำค้างเบาๆ แกล้งทำท่าทางลวนลามป้อนคำหวานใส่

“อีบ้า!”

น้ำค้างสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตวัดสายตาค้อนขวับจนตาคว่ำ เธอปัดมือเพื่อนออกไม่แรงนัก เกิดเป็นเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความขบขัน ผสมปนเปไปกับเสียงหัวเราะคิกคักของทั้งคู่ที่ดังประสานกันท่ามกลางความมืดมิด บรรยากาศที่เคยหนักอึ้งและเต็มไปด้วยรอยราคีจากความกักขฬะของพวกผู้ชายเมื่อครู่ มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงสายใยแห่งมิตรภาพที่เยียวยาหัวใจซึ่กันและกันของเด็กสาวทั้งสองให้พร้อมจะหยัดยืนต่อในวันพรุ่งนี้

ความขบขันเมื่อครู่มลายหายไปในความมืด เหลือเพียงสายลมยามวิกาลที่พัดเอาความหนาวเย็นเข้ามาเกาะกุมผิวเนื้อ น้ำค้างมองดูรอยยิ้มของฟางที่ค่อยๆ จางลงจนเหลือเพียงความนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องแผ่วเบาจากสุมทุมพุ่มไม้หลังร้าน เธอขยับตัวเข้าใกล้เพื่อนรักอีกนิด สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“เอ้อ... ฟาง กูว่าจะถามมึงหลายหนแล้ว เรื่องแม่มึง... ตอนนี้เป็นยังไงบ้างวะ?”

คำถามนั้นราวกับเป็นค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนโครงสร้างที่ฟางพยายามพยุงไว้ ดวงตาที่เคยจัดจ้านลุ่มลึกวูบไหวและสั่นสะท้อนด้วยความหวาดกลัว ฟางเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนที่เธอจะผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด คล้ายพยายามระบายก้อนความทุกข์ที่จุกแน่นอยู่ในอก

“เห็นน้องมันโทรมาบอกว่า... หนักเอาการอยู่เหมือนกันมึง พรุ่งนี้กูคงต้องกลับบ้านจริงๆ แล้วล่ะ” น้ำเสียงของฟางสั่นเครือและเบาหวิวราวกับกิ่งไม้ที่จวนเจียนจะหักโค่น

น้ำค้างรับรู้ถึงความสั่นสะท้านในน้ำเสียงนั้น เธอไม่ปล่อยให้เพื่อนต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว มือเรียวเอื้อมออกไปคว้าฝ่ามือที่หยาบกร้านของฟางมากุมไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือและแรงบีบเบาๆ คล้ายจะส่งผ่านพลังทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยแบกรับความเจ็บปวด น้ำค้างส่งยิ้มบางๆ ให้ที่มุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความเข้าใจและคำปลอบโยนที่ไร้เสียง

ฟางก้มมองมือที่กุมกันอยู่ ความเย็นเยียบในใจคลายลงเล็กน้อยด้วยไออุ่นจากเพื่อน “ขอให้มันไม่ใช่อย่างที่กูกลัวก็แล้วกัน...” เธอเปรยออกมาเบาๆ ดวงตามองเหม่อออกไปในความมืดมิด ทว่าเต็มไปด้วยความกังวลที่หมุนวนจนแทบคลั่ง

“เราจะกลับกันรึยังฟาง” น้ำค้างเอ่ยทำลายความอึดอัด พลางพลิกข้อมือขึ้นมาดูหน้าปัดนาฬิกาเรือนเล็ก แสงจันทร์รำไรตกกระทบกระจกหน้าปัดสะท้อนเวลาที่ล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่

“ไปสิ... กูต้องรีบกลับไปเตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้ด้วย”

ฟางหยัดกายลุกขึ้น ยืนสูดอากาศเยือกเย็นเข้าปอดเพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา เพื่อนสาวทั้งสองคนก้าวเดินออกจากพื้นที่สลัวหลังร้าน มุ่งหน้ากลับสู่อ้อมกอดของค่ำคืนที่แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความมืดมน แต่ในความตระหนกและหวาดกลัวต่ออนาคต ทั้งคู่รู้ดีว่าพวกเธอยังคงมีมือของกันและกันที่บีบกระชับไว้แน่น... ไม่ยอมปล่อย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   รักแท้ไร้ข้อจำกัด (ตอนพิเศษ 6 -ตอนจบ) [NC-20+]

    แกร็ก!เสียงประตูห้องเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของตะวันในสภาพผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบมันแววเนื่องจากการกรำงานหนักเอกสารประมูลมาทั้งวัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ชายเสื้อบางส่วนหลุดลุ่ยออกมานอกขอบกางเกงสแล็กสีเข้ม ชายหนุ่มยืนเบิ่งตากลมโตเบิกกว้าง ทอดสายตาจ้องมองตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางตัณหาของทุกคนภาพของน้ำค้าง เมียรักร่างบางที่กำลังนั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเจิด โดยที่อดีตบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังนอนกัดฟันกรอด สองมือหนาใหญ่กร้านงานหนักบีบเฟ้นเค้นหนั่นเนื้อสะโพกขาวงอนอย่างมันมือ ทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวันของตะวันปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง!ทว่าสิ่งที่สร้างความรัญจวนใจจนเขาใจกระตุกวูบและเต้นระรัว คือภาพมุมต่ำของสองกลีบแคมสีสดสวยของน้ำค้างที่บัดนี้กำลังอ้าอมลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ที่อวบอ้วนสีเข้มเอาไว้มิดโคน กลีบเนื้อสีหวานเบียดรั้งรัดติ้วจนปลิ้นเข้าปลิ้นออกราวกับจะฉีกขาด พร้อมกับคราบน้ำรักสีขาวขุ่นที่ทะลักเอ่อล้นไหลย้อยลงมาชโลมฉ่ำทั่วพวงไข่เบื้องล่าง นั่นคือภาพวิชวลความร่านร้อนที่ตอกอัดเข้าเต

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พี่ฝันอยากเย็Dน้องน้ำมานานแล้ว (ตอนพิเศษ 5) [NC-20+]

    "ทีนี้ตาพี่บ้างนะ... พี่ขอนะน้องติ๊ก"เจิดกัดฟันกรอดด้วยความกระสันที่พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มหันไปสบตากับโต้งที่นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงเบาะ จิบเบียร์เย็นฉ่ำในมือพลางยิ้มกริ่มส่งสัญญาณให้เหมือนกำลังบอกว่า 'จัดไปเลยพี่... เต็มที่!'ฝ่ามือหนาใหญ่กร้านงานหนักสอดอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงของติ๊กยกขึ้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะหมุนเรือนร่างระหงวางลงเอนนอนแทนที่เขาบนเบาะโซฟา แล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับอยู่เบื้องบนอย่างดุดัน สองขาเรียวงามของแม่เล้าสาวถูกจับแยกออกกว้าง ยกเข่าขึ้นวางตั้งบนเบาะโซฟาเปิดเปลือยเรือนร่างเป็นรูปตัวเอ็มอย่างน่าหวาดเสี้ยว"ว้าว... โคตรใหญ่เลยอะ! เป็นไงบ้างพี่ติ๊ก!"ฟางก้มตัวลงต่ำ จ้องมองดูจุดสนามรบที่สัดส่วนสองแคมสีสดสวยกำลังอ้าปลิ้น คาบครอบลำแท่งเนื้อยักษ์ปูดโปนขรุขระไว้แน่นมิดโคน พร้อมกับช่องทางรักที่ตอดขมิบรัดเอวหนายวบ ๆ เป็นจังหวะถี่ระรัว"อูยยยย... สุด ๆ เลยฟาง... โอ๊ยยยย... ซี้ดดดด..."ติ๊กหลับหูหลับตาตอบกลับเสียงกระเส่าพร่า ลมหายใจขาดช่วงเป็นจังหวะ"อ๋าาาาา... อูยยยย!"ดวงตาของติ๊กเหลือกปลิ้น อ้าปากค้างหวอเมื่อเจิดถอนลำเอ็นยักษ์ยาวเหยียดออกมาจนเกือบหลุดสุดปลายหัวถอก ก่อนจะกดสะโพ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เกณฆ์ทดสอบของบาร์โฮสต์...(ตอนพิเศษ 4) [NC-20+]

    เจิดค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากความอวบอิ่มของติ๊ก ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หยุดความเร่าร้อนไว้เพียงเท่านั้น เขาซุกปลายจมูกฝังลงกับต้นคอขาวเนียนที่กรุ่นกลิ่นหอมผสานดีกรีแอลกอฮอล์ ไซ้จูบละเลียดไปตามผิวกายอุ่นร้อน ไล่เรื่อยขึ้นไปจนถึงติ่งหู ก่อนจะเม้มขบเบา ๆ อย่างหยอกเย้าและช่ำชอง"อูยยยย... อาาา... พี่เจิด..."ติ๊กตาลอยครางเสียงกระเส่าแว่ว ร่างบางเกร็งกระตุกวูบรับความเสียวซ่านที่พุ่งพุ่งพล่าน นิ้วมือหนาใหญ่กร้านงานหนักของเจิดเลื่อนขึ้นมาประคองเต้างามอวบอูมของเธอ บีบคลึงเค้นหนักเบาตามจังหวะอารมณ์อย่างคล่องแคล่ว จนร่างระหงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทว่าติ๊กผู้ช่ำชองในเกมกามมีหรือจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่ฝ่ายเดียวฝ่ามือเรียวเล็กของเธอเลื่อนลูบไล้ไปตามต้นขาแน่นเครียดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะลูบวกเข้าไปยังเป้ากางเกงตรงจุดสำคัญอย่างหญิงเจนโลกกามารมณ์"อุ๊ย... มันใหญ่ดีจัง แบบนี้ต้องขอดูชัด ๆ หน่อยแล้วล่ะ..."ติ๊กเอ่ยเสียงยานคางด้วยอารมณ์ดิบที่ถูกจุดติด นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงของเจิด รูดซิปลงอย่างชำนาญ พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ก่อนจะสอดมือเรียวเล็กผ่า

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อย่าท้าผมนะ!... พี่เจิดออกศึก. (ตอนพิเศษ 3)

    สายตาของติ๊กทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานภายในห้องรับแขกของคอนโดหรู ชั้น 32 ย่านจตุจักร ทัศนียภาพอันงดงามยามเย็นของกรุงเทพมหานครคลี่กางออกตรงหน้าอย่างประณีต แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทอประกายทองไล้เฉดสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ทอดเงายาวพาดผ่านสวนจตุจักรผืนใหญ่เบื้องล่างที่เปรียบเสมือนปอดสีเขียวขจีกว้างใหญ่ อาคารสูงตระหง่านน้อยใหญ่รายล้อมเรียงตัวตัดกับเส้นขอบฟ้า ขณะที่สายถนนเบื้องล่างเริ่มเปิดไฟส่องสว่าง ทอดตัวเป็นสายเส้นแสงเคลื่อนตัวไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวงที่ไม่มีวันนอนหลับ"ห้องนี้วิวสวยจังเลยนะน้ำ..."ติ๊กเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางหันกลับมายิ้มกริ่มให้กับน้ำค้าง เจ้าของคอนโดหรูสามห้องนอนที่กำลังเดินตรงเข้ามา ร่างบางถือกระป๋องเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบยื่นส่งให้ติ๊กที่ยืนรับไปด้วยความยินดี ก่อนที่จะส่งอีกกระป๋องให้โต้ง ชายหนุ่มร่างกำยำวัยสามสิบกลาง ๆ ซึ่งกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ข้าง ๆ แฟนสาว"บรรยากาศดีสุด ๆ ไปเลยน้องน้ำ มองเห็นทั้งสวนทั้งกรุงเทพฯ ยามเย็นแบบนี้ จิบเบียร์เย็น ๆ ไปด้วยนี่ได้อารมณ์ชะมัด"โต้งเอ่ยขึ้นพลางรับกระป๋องเบียร์มาถือไว้ สายตาฉายแววชื่นชมทั้งวิวสวยตรงหน้

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อยากเห็นค*ยฝังมุกเย็D Xี.เมีย (ตอนพิเศษ 2) [NC-20+]

    "ทำไมวันนี้พี่เสร็จไวอย่างนี้ล่ะคะ..."น้ำค้างยื่นนิ้วเรียวสวยขึ้นไปสะกิดเขี่ยเล่นที่คางสากของผัวรักอย่างออดอ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มเย้ายวน ขณะที่ร่างแกร่งของเขายังคงนอนเกยซบอยู่บนร่างบางของเธอ อกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ"พี่ตื่นเต้นน่ะสิจ๊ะ... พอนึกเห็นภาพเมียพี่กำลังโดนพี่โต้งเย็ดกระเด้าหีเมียพี่อยู่ ตั๊บ! ตี๊บ! แล้ว มันได้อารมณ์สุด ๆ ไปเลย..."ตะวันยิ้มกรุ่มกริ่มให้เมียรัก ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม เคลิ้มไปตามมโณความคิด ก่อนจะก้มลงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ พลางเอ่ยถามคำถามด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำแทบจะเป็นเสียงกระซิบ"ควยพี่โต้งใหญ่ไหมจ๊ะ?"น้ำค้างอมยิ้มแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบหลบสายตาคมของผัวรัก ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเอียงอาย"ใหญ่กว่าของพี่นิดหน่อยค่ะ..." เธอเอ่ยตอบเสียงเบาหวิวพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่พยายามซ่อนความขวยเขินไว้ไม่มิด"แล้ว... แล้วพี่เขาอึดแค่ไหน?"ตะวันยังคงถามต่ออย่างหิวโหยในข้อมูล ชายหนุ่มต้องการเสพรับความสะใจและรับรู้ทุกอณูความรู้สึกเสียวซ่านที่เมียรักเคยได้รับจากชายอื่น"อึดค่ะพี่... พี่เขาอึดแบบสั่งได้เลย..." พูดเสร็จน้ำค้างก็รีบห

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ใครเคยทำให้เมียติดใจไหม?... บอกพี่หน่อย! (ตอนพิเศษ 1) [NC-20+]

    "อาทิตย์หน้าน้ำก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วเหรอเนี่ย..."น้ำค้างพึมพำขึ้นเบา ๆ เสียงหวานใสทอดนุ่มซบศีรษะอยู่กับอกแกร่งของตะวัน ชายหนุ่มนอนหงายสบายตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มือหนาลูบไล้ปอยผมที่เรียงตัวสวยบนหน้าผากของเมียรักอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความนุ่มนวลและอุ่นไอของกันและกันในห้องนอนแสนสงบ"ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ จะได้จบ ๆ ซะที นี่ต้องขอบคุณฟางเขานะที่วิ่งเต้นเรื่องดรอปเรียนให้เรา จนไม่ต้องเสียสิทธิ์ ไม่งั้นคงโดนคัดชื่อออกไปแล้ว"ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม ทว่าเปี่ยมด้วยความหวังและห่วงใย"ดีค่ะ... อีกเรื่องที่ทำให้น้ำสบายใจ เรื่องที่แม่ยอมย้ายมาอยู่กับเราที่บ้านหลังนี้ แบบนี้ น้ำจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงแกอีก ยัยหนูก็จะได้ไม่ต้องสับสนที่ต้องกลับไปอยู่กับยายที่บ้านหลังเก่าเวลาน้ำกับพี่ไม่อยู่บ้าน"น้ำค้างพูดออกมาพลางถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ความวิตกกังวลในอดีตปลดล็อกออกไปจนหมดสิ้น ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ยันตัวเล็กน้อย เอียงหน้าเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มตรง ๆ"กลับไปคราวนี้น้ำจะให้ฟางมันย้ายไปอยู่คอนโดกับน้ำด้วย พี่จะว่าอะไรไหมคะ?""พี่ก็ว่าดีออก คอนโดออกจะกว้างขวาง มีตั้งสามห้องนอน เราอยู่กันแค่ห้องเดียว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status