Startseite / โรแมนติก / บ่วงรักรอยบาป [NC-20+] / คืนแรกในโลกสีเทา!

Teilen

คืนแรกในโลกสีเทา!

last update Veröffentlichungsdatum: 17.09.2026 19:28:53

แรงสั่นสะเทือนจากพื้นปูนขยี้ลึกเข้าไปในทรวงอกสอดประสานไปกับจังหวะดนตรีที่สาดซัด น้ำค้างในชุดยูนิฟอร์มเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวและกางเกงขาสั้นสีเข้มเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สองมือที่ยังไม่คุ้นชินพยายามประคองถาดโลหะหนักอึ้งที่มีชามยำวุ้นเส้นส่งกลิ่นน้ำปลาและมะนาวเปรี้ยวปรี๊ดเคียงคู่ไปกับจานถั่วลิสงคั่ว

ไอร้อนจากร่างกายผู้คนที่เบียดเสียดกันอบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อและน้ำหอมฉุนกริบ เธอพยายามก้าวเท้าแหวกม่านควันบุหรี่และแสงไฟแฟลชที่กะพริบวาบจนพร่าเลือน สายตาคอยกวาดมองหาหมายเลขโต๊ะอย่างเก้ๆ กังๆ ท่ามกลางกระแสธารของผู้คนที่โยกย้ายไปตามแรงอารมณ์

“น้ำ! ทางโน้น!”

เสียงตะโกนฝ่าความโกลาหลของฟาง เพื่อนสนิทที่พยายามทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงประคองมือใหม่ในคืนแรกเรียกสติของเธอให้กลับมา น้ำค้างรีบเบี่ยงตัวหลบกลุ่มนักเที่ยวที่กำลังออกลวดลาย ทว่ายิ่งเดินลึกเข้าไป กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ระเหยขึ้นมาเป็นไอจางๆ ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นจนชวนเวียนหัว

“เพิ่งมาใหม่เหรอน้อง? ไม่เคยเห็นหน้าเลย โคตรน่ารักเลยว่ะ!”

เสียงแหบพร่าของแขกโต๊ะหนึ่งที่เริ่มกรึ่มได้ที่ร้องทัก นัยน์ตาฉ่ำปรือคู่นั้นจ้องมองเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง ทันใดนั้น สัมผัสหยาบโลนจากฝ่ามือที่ร้อนระอุด้วยฤทธิ์เหล้าก็พยายามเอื้อมมาสะกิดที่ต้นแขน น้ำค้างสะดุ้งสุดตัวจนถาดในมือเกือบเสียหลัก เธอรีบเอี้ยวตัวหลบ พยายามปกป้องพื้นที่ส่วนตัวอย่างสุดความสามารถ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอกด้วยความตระหนกและขยะแขยง

“อย่าไปสนใจ พยายามอย่าให้เขาแต๊ะอั๋งก็พอ ไม่ต้องไปว่าอะไรลูกค้า”

ฟางขยับเข้ามาใกล้พลางใช้สายตาและท่าทางที่กร้านโลกกว่าเป็นเกราะกำบังให้เพื่อนรัก เธอถ่ายทอดวิชาเอาตัวรอดผ่านทางสีหน้าและแววตาที่ย้ำเตือนให้น้ำค้างนิ่งสงบ แม้ในใจจะเดือดพล่านเพียงใดก็ตาม ท่ามกลางความเย้ายวนที่แสนอันตราย น้ำค้างรับรู้ได้ในวินาทีนั้นเองว่า โลกสีเทาที่เธอเลือกก้าวเข้ามาสัมผัส กำลังเริ่มทดสอบความแข็งแกร่งของดอกพลับพลึงป่าอย่างหนักหน่วงเสียแล้ว

เข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสองครึ่ง แต่แรงกระแทกกระทั้นของเสียงดนตรีรอบตัวยังไม่มีทีท่าจะลดละ ผิวกายของน้ำค้างที่เคยเนียนใส บัดนี้เหนียวเหนอะหนะไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่นละอองในอากาศที่ผสมปนเปกับม่านควันบุหรี่สีเทาหม่น หลอดไฟสีส้มสลัวระยิบระยับปะทะสายตาจนระคายเคือง ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอปวดร้าวลึกเข้าไปในทรวงอก กลับเป็นความถ่อยคำและความกักขฬะที่ถาโถมเข้าใส่ไม่หยุดหย่อนตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา

สำหรับเด็กสาวที่เติบโตมากลางทุ่งกว้างอันสงบเงียบ โลกในห้องอาหารกึ่งผับแห่งนี้ไม่ต่างจากแดนมิคสิต

ทุกก้าวที่เธอประคองถาดโลหะเย็นเฉียบผ่านผู้คน น้ำค้างต้องคอยเบี่ยงตัวหลบสายตาจาบจ้วงหลายสิบคู่ที่จ้องมองมาอย่างหยาบโลน สายตาเหล่านั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลอกเสื้อยืดสีขาวของเธอออกทีละชิ้นจนรู้สึกเปลือยเปล่าและหนาวสั่น บางโต๊ะที่แอลกอฮอล์เข้มข้นจนได้ที่ ก็พ่นคำพูดแซวแทะโลมด้วยน้ำเสียงแหบพร่าหยาบคาย บาดลึกเข้าไปในแก้วหูจนเธอต้องเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้น

ที่ร้ายไปกว่านั้นคือพวกปากว่ามือถึง ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านและร้อนระอุด้วยฤทธิ์สุราพยายามจะเอื้อมมาลากผ่านสะโพก สะกิดโดนต้นขา หรือแกล้งเบียดตัวเข้าหาในจังหวะที่เธอเดินสวน น้ำค้างทำได้เพียงกัดฟันแน่นจนกรามปวดร้าว สองมือเกร็งแน่นจนปลายนิ้วที่กดขอบถาดโลหะกลายเป็นสีขาวซีด เธออยากจะสลัดถาดในมือแล้วกรีดร้องออกมาให้ลั่นร้าน ทว่าภาพของความขัดสนและกล่องโฟมเปล่าบนโต๊ะหินอ่อนในวันนั้นลอยกลับเข้ามาเตือนสติ

ต้องอดทน... เพื่อความอยู่รอด

เธอสะกดทุกอารมณ์ดิบ ความโกรธ ความขยะแยง และความริษยาในโชคชะตาเอาไว้ใต้ใบหน้านิ่งเฉย ยอมปล่อยให้หยาดเหงื่อไหลซึมผ่านโหนกแก้มแทนหยาดน้ำตาที่ไม่มีสิทธิ์ไหลออกมาในเวลางาน

กระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่ตีสี่ เสียงดนตรีที่เคยแผดลั่นค่อยๆ ผ่อนจังหวะลงจนกลายเป็นเพียงเสียงฮัมเพลงแผ่วเบา กลุ่มควันเริ่มเบาบางลงพร้อมๆ กับจำนวนเหล่านักเที่ยวที่ทยอยก้าวเดินโซเซออกไปจากร้าน เหลือเพียงโต๊ะไม่กี่ตัวที่ทิ้งคราบน้ำแข็งละลายและขวดเหล้าเปล่าไว้เป็นต่างหน้า

น้ำค้างทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกหลังร้านอย่างหมดแรง สัมผัสความเย็นของลมยามวิกาลที่พัดผ่านผิวเนื้อช่วยดับไอร้อนระอุในกายลงได้บ้าง ลำคอของเธอแห้งผากจนแทบไร้เสียง มือที่เคยเกร็งแน่นค่อยๆ คลายออก แรกรู้สึกถึงความระบมที่ฝ่ามือและเรียวขาที่ก้าวเดินจนแทบไร้ความรู้สึก ในที่สุดเธอก็มีเวลาได้ปล่อยลมหายใจออกมายาวๆ เพื่อล้างมลพิษจากความกักขฬะที่เกาะกินใจมาตลอดทั้งคืน

สายลมยามวิกาลพัดเอาความเย็นเยียบมาปะทะผิวเนื้อที่เหนียวเหนอะหนะ น้ำค้างทอดสายตามองออกไปในความมืดอันเงียบสงัดของหลังร้าน หวังให้ความเงียบช่วยซับเสียงเบสที่ยังคงตกค้างและอื้ออึงอยู่ในแก้วหู

“เป็นยังไงบ้างมึง?”

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ตามด้วยสัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของฟางที่บีบลงบนลาดไหล่ที่ล้าลู่ลง น้ำหนักของมือที่กดลงมาเต็มไปด้วยกระแสของความห่วงใยที่แฝงอยู่โดยไม่ต้องใช้คำพูดมากมาย

น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อไล่ความอ่อนล้า ก่อนจะหันกลับไปสบตาเพื่อนรัก แววตาที่เคยสั่นไหวในตอนหัวค่ำ บัดนี้กลับนิ่งสนิทและฉายแสงแห่งความเด็ดเดี่ยวออกมาอย่างชัดเจน “วันแรก... ก็เอาการอยู่เหมือนกันว่ะ”

“วันศุกร์วันเสาร์ต้นเดือนก็แบบนี้แหละ มึงจะเหนื่อยเป็นบ้าเลย” ฟางบอกพลางทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กลิ่นน้ำหอมราคาถูกปนไอบุหรี่จากตัวฟางโชยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของความอัดอั้นที่น้ำค้างเพิ่งจะเข้าใจอย่างซาบซึ้งในคืนนี้เอง

น้ำค้างจ้องมองใบหน้าของเพื่อนที่ร่วมสู้ชีวิตกันมา แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นความเลื่อมใสอย่างปิดไม่มิด “ฟาง... กูนับถือมึงจริงๆ เลยว่ะ กูเพิ่งมารู้ซึ้งวันนี้เองว่าที่ผ่านมามึงต้องอดทนมากขนาดไหน”

“ทำไงได้วะน้ำ” ฟางแค่นยิ้ม แววตาหม่นแสงลงไปแวบหนึ่งก่อนจะกลับมากร้านโลกตามเดิม “พวกเรามันไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองนี่หว่า... ถ้าอยากทำงานที่สบายกว่านี้หน่อย ก็โน่น...”

ฟางบุ้ยปากไปทางกระจกเงาบานใหญ่หน้าเคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มยี่ห้อหรู แสงไฟฮาโลเจนสาดส่องกระทบเรือนร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสรัดรูปสีสันฉูดฉาด เธอกำลังเอียงคอมองกระจก พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยลิปสติกสีแดงสดบนริมฝีปากอย่างพิถีพิถัน กลิ่นอายความหรูหราและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความทะเยอทะยานโชยมาจากตรงนั้น

“สาวพริตตี้... อยากเป็นมั้ยล่ะ?” ฟางกระซิบเย้า แววตาฉายความนึกสนุกขึ้นมา “เป็น PG แบบนั้นไม่ต้องมาเดินวิ่งเสิร์ฟลูกค้าจนขาลากอย่างพวกเรา หุ่นดีหน้าสวย แค่เข้าไปยืนอ้อน ยืนคุยให้ลูกค้าเขายอมสั่งเครื่องดื่มตามเป้าก็ได้เงินแล้ว... อยากทำมั้ยล่ะ? ถ้าน้องอยากทำ เดินมาหาป๋าเลยนะจ๊ะหนู...”

คำพูดประโยคสุดท้าย ฟางดัดเสียงให้ทุ้มต่ำและสั่นพร่า เลียนแบบท่าทางของแขกขี้หื่นในร้านอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ไม่พูดเปล่า ฟางยังยื่นมือเรียวเล็กขยับเข้ามาเชยคางของน้ำค้างเบาๆ แกล้งทำท่าทางลวนลามป้อนคำหวานใส่

“อีบ้า!”

น้ำค้างสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตวัดสายตาค้อนขวับจนตาคว่ำ เธอปัดมือเพื่อนออกไม่แรงนัก เกิดเป็นเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความขบขัน ผสมปนเปไปกับเสียงหัวเราะคิกคักของทั้งคู่ที่ดังประสานกันท่ามกลางความมืดมิด บรรยากาศที่เคยหนักอึ้งและเต็มไปด้วยรอยราคีจากความกักขฬะของพวกผู้ชายเมื่อครู่ มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงสายใยแห่งมิตรภาพที่เยียวยาหัวใจซึ่กันและกันของเด็กสาวทั้งสองให้พร้อมจะหยัดยืนต่อในวันพรุ่งนี้

ความขบขันเมื่อครู่มลายหายไปในความมืด เหลือเพียงสายลมยามวิกาลที่พัดเอาความหนาวเย็นเข้ามาเกาะกุมผิวเนื้อ น้ำค้างมองดูรอยยิ้มของฟางที่ค่อยๆ จางลงจนเหลือเพียงความนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้องแผ่วเบาจากสุมทุมพุ่มไม้หลังร้าน เธอขยับตัวเข้าใกล้เพื่อนรักอีกนิด สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“เอ้อ... ฟาง กูว่าจะถามมึงหลายหนแล้ว เรื่องแม่มึง... ตอนนี้เป็นยังไงบ้างวะ?”

คำถามนั้นราวกับเป็นค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนโครงสร้างที่ฟางพยายามพยุงไว้ ดวงตาที่เคยจัดจ้านลุ่มลึกวูบไหวและสั่นสะท้อนด้วยความหวาดกลัว ฟางเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนที่เธอจะผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด คล้ายพยายามระบายก้อนความทุกข์ที่จุกแน่นอยู่ในอก

“เห็นน้องมันโทรมาบอกว่า... หนักเอาการอยู่เหมือนกันมึง พรุ่งนี้กูคงต้องกลับบ้านจริงๆ แล้วล่ะ” น้ำเสียงของฟางสั่นเครือและเบาหวิวราวกับกิ่งไม้ที่จวนเจียนจะหักโค่น

น้ำค้างรับรู้ถึงความสั่นสะท้านในน้ำเสียงนั้น เธอไม่ปล่อยให้เพื่อนต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว มือเรียวเอื้อมออกไปคว้าฝ่ามือที่หยาบกร้านของฟางมากุมไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือและแรงบีบเบาๆ คล้ายจะส่งผ่านพลังทั้งหมดที่มีเพื่อช่วยแบกรับความเจ็บปวด น้ำค้างส่งยิ้มบางๆ ให้ที่มุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความเข้าใจและคำปลอบโยนที่ไร้เสียง

ฟางก้มมองมือที่กุมกันอยู่ ความเย็นเยียบในใจคลายลงเล็กน้อยด้วยไออุ่นจากเพื่อน “ขอให้มันไม่ใช่อย่างที่กูกลัวก็แล้วกัน...” เธอเปรยออกมาเบาๆ ดวงตามองเหม่อออกไปในความมืดมิด ทว่าเต็มไปด้วยความกังวลที่หมุนวนจนแทบคลั่ง

“เราจะกลับกันรึยังฟาง” น้ำค้างเอ่ยทำลายความอึดอัด พลางพลิกข้อมือขึ้นมาดูหน้าปัดนาฬิกาเรือนเล็ก แสงจันทร์รำไรตกกระทบกระจกหน้าปัดสะท้อนเวลาที่ล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่

“ไปสิ... กูต้องรีบกลับไปเตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้ด้วย”

ฟางหยัดกายลุกขึ้น ยืนสูดอากาศเยือกเย็นเข้าปอดเพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา เพื่อนสาวทั้งสองคนก้าวเดินออกจากพื้นที่สลัวหลังร้าน มุ่งหน้ากลับสู่อ้อมกอดของค่ำคืนที่แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความมืดมน แต่ในความตระหนกและหวาดกลัวต่ออนาคต ทั้งคู่รู้ดีว่าพวกเธอยังคงมีมือของกันและกันที่บีบกระชับไว้แน่น... ไม่ยอมปล่อย

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ห้องเชือด!

    “ไม่ต้องกังวลอะไรนะหนู... ทำตัวตามสบาย เสี่ยเป็นคนง่าย ๆ”กระแสเสียงทุ้มต่ำพยายามปรับท่วงทำนองให้นุ่มนวลชวนผ่อนคลาย เสี่ยหนูขยับรอยยิ้มกว้างพลางตบหลังฝ่ามืออวบหนาลงบนเบาะกำมะหยี่เบา ๆ สายตาที่ผ่านโลกราคีย์มาอย่างเจนจัดลอบสำรวจอาการไหล่ห่อ นั่งเกร็งจนตัวลีบของเด็กสาวข้างกาย เขารู้ในทันทีว่าเหยื่อตัวน้อยคนนี้ไม่เคยต้องมือกามารมณ์และไม่ประสาต่อโลกซ่อนเร้นชนิดนี้มาก่อน ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในแววตาของเธอ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในอกของชายสูงวัยให้กระเหี้ยนกระหือรือ แต่อาการลนลานแบบนี้ต้องใช้ความใจเย็นเข้าล่อน้ำค้างขยับมุมปากรั้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห้งผาก ฝืนความรู้สึกขยะแขยงที่แล่นริ้วขัดขืนอยู่ในใจ เธอหลับตาลงชั่ววูบ ยามนั้น เสียงเตือนสติของฟางที่เคยเกื้อหนุนแว่วดังขึ้นในมโนสำนึกดั่งเครื่องยึดเหนี่ยวชิ้นสุดท้าย ‘พยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับมัน ไม่ฝืนทำเป็นสนุกไปกับมันซะ’ เด็กสาวบ้านนาสูดลมหายใจเข้าลึก จิกปลายนิ้วลงกับหัวเข่าเพื่อบังคับตัวเองให้คลายความแข็งทื่อลงทีละน้อย“ดื่มอะไรหน่อยไหมล่ะ... มันจะช่วยทำให้เราผ่อนคลายขึ้นนะ” ชายรุ่นพ่อยังคงรุกคืบด้วยคำชวนคุย น้ำเสียงทวีความกรุ้มกริ่มพลา

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เสี่ยหนู!...

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูเคลื่อนตัวผ่านทางลาดชันแคบ ๆ ขึ้นสู่อาคารจอดรถของโรงแรมระดับสี่ดาวย่านใจกลางเมือง เสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นปูนขัดมันดัง เอี๊ยดอ๊าด สะท้อนก้องท่ามกลางความสลัว ไฟหน้ารถสาดกระทบเสาคอนกรีตต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะหักพวงมาลัยถอยเข้าซองจอดนิ่งสนิทในซองแคบที่มีเส้นสีขาวทึบกำกับ เครื่องยนต์ครางกระหึ่มต่ำเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับลง ทิ้งให้ความเงียบงันและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศโรยตัวปกคลุมผู้โดยสารทั้งสองในเวลาเกือบหกโมงเย็น“เสี่ยหนูแกเป็นคนใจป้ำ... ถ้าถูกใจขึ้นมานะแกเปย์ไม่อั้น น้ำต้องพยายามตามใจเสี่ยเขาหน่อยละกัน”ติ๊กเอ่ยขึ้นทำลายความอึดอัดที่นิ่งสนิทมาตลอดทาง ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาชำเลืองมองกระจกมองหลังเพื่อเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า น้ำค้างที่นั่งขดตัวอยู่เบาะข้าง ๆ จิกเล็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงจนยับย่น ความเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนจะเค้นกระแสเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างซื่อบริสุทธิ์“น้ำ... น้ำต้องทำตัวยังไงบ้างคะ”“ไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาจะพาทำเองแหละ” ติ๊กแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผินหน้ากลับมามองเด็กสาวรุ่นน

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เปิดประตูสู่โลกมืด!

    ครืด... ครืด... ครืด...แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้หัวเตียงส่งเสียงครางครืดคราดน่ารำคาญ มันปลุกให้เปลือกตาที่เคลือบด้วยคราบมาสคาร่าเลอะเลือนของติ๊กค่อย ๆ เผยอขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดสายของวันใหม่สาดส่องลอดบานเกล็ดเข้ามาแยงตาจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ หญิงสาวส่งเสียงจิ๊ปากในลำคอพลางวาดลำแขนเรียวไปตามพื้นผิวโต๊ะอย่างงัวเงีย ปลายนิ้วปัดป่ายคว้าสะเปะสะปะไปโดนฝาขวดน้ำหอมและแผงยาก่อนจะตะครุบวัตถุสี่เหลี่ยมด้ามเย็นเฉียบขึ้นมาได้ เธอพลิกกายหงาย พยายามหยีตาเพ่งมองหน้าจอที่สว่างวาบเพื่อปรับโฟกัสสายตาอันพร่าเบลอ‘น้ำค้าง’ทันทีที่ตัวอักษรบนหน้าจอปรากฏสู่สายตา ร่องรอยความง่วงงุนและอาการหงุดหงิดเมื่อครู่พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก นัยน์ตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างฉายแววยินดีปรีดาขึ้นมาครามครัน ผิวแก้มสลัดความอิดโรยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวราวกับเพิ่งได้รับแจ้งข่าวดีที่สุดในชีวิต ติ๊กรีบสไลด์หน้าจอรับสาย ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางกรอกน้ำเสียงหวานหยดย้อยลงไปในสายทันที“ว่าไงจ๊ะน้องน้ำ...”ริมฝีปากสีซีดแย้มยิ้มกว้าง ติ๊กจงใจปรับโทนเสียงให้ละมุนละม่อมคล้ายพี่

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก!

    สียงดนตรีจังหวะเนิบช้าที่เปิดคลอเบา ๆ ผสานไปกับแสงไฟสลัวสีส้มภายในร้านอาหารกึ่งผับ บ่งบอกว่าช่วงเวลาไนต์ไลฟ์อันคึกคักได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงชนแก้วบัดนี้เงียบเหงาลงถนัดตา พนักงานเสิร์ฟสามสี่คนในชุดยูนิฟอร์มเริ่มจับกลุ่มยืนพิงเคาน์เตอร์ กระซิบกระซาบพูดคุยกันเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการวิ่งวุ่นรับส่งออเดอร์ตลอดทั้งคืนที่โต๊ะไม้มุมมืดหลังร้าน ฟางกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนสังกะสีตักข้าวผัดกะเพราเม็ดแข็ง ๆ เข้าปากอย่างหิวโซ อาหารมื้อดึกควบเช้ามืดก่อนเวลาเลิกงานคือสิ่งเดียวที่เยียวยาความโหยของคนกรำงานกลางคืนทุกคนในเวลานี้ กลิ่นพริกแก้งฉุน ๆ ลอยแตะจมูกพร้อมกับเสียงเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ ท่ามกลางความล้า“น้ำไม่มาทำงานเหรอวันนี้”เสียงแหบเสน่ห์ที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำลายความเงียบระหวางมื้ออาหาร และฉุดความสนใจของฟางให้ละจากจานข้าวตรงหน้า หล่อนกลืนข้าวคำโตลงคอพลางตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง“วันนี้น้ำไม่สบาย...”ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดพ้นริมฝีปาก ปลายนิ้วที่จับด้ามช้อนพลันสั่นระริกชะงักกึกกลางอากาศ สมองกระตุกวาบเมื่อภาพรอ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พรหมจันทร์ที่หลุดลอย!

    ความเงียบงันภายในห้องเช่าแคบ ๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงลูกบิดประตูดัง กริ๊ก ดังแผ่วเบา ก่อนบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าจะถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ละอองฝุ่นปลิวคว้างล้อแสงแดดเจิดจ้าภายนอก ร่างบางของน้ำค้างก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทางโซเซ สองขาที่เคยเรียวขยับก้าวอย่างอิดโรยราวกับหุ่นยนต์ที่พลังงานใกล้หมดสิ้น สภาพเรือนร่างของเธอสับสนยับยู่ยี่ เสื้อยืดสีขาวเปรอะเปื้อนรอยยับย่น คอเสื้อเบี้ยวโย้จนเผยให้เห็นรอยแดงปื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงซอกคอ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหงื่อไคลฉุนจัดที่ชวนคลื่นไส้โชยฟุ้งออกมาจากตัวเธอแทนที่จะเป็นกลิ่นแป้งเด็กอย่างเคย นัยน์ตาคู่กลมโตบัดนี้แห้งผาก เลื่อนลอย และมืดมิดไร้แววประหนึ่งคนสูญเสียจิตวิญญาณ เด็กสาวเดินตรงดิ่งไปยังเตียงนอนหลังเล็กประจำตัว ก่อนจะทิ้งกายล้มพับลงบนฟูกแข็ง ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัว ปล่อยให้ใบหน้าซุกจมลงกับหมอนนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเดิม ๆ ของบ้านนาฟางซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือส่วนตัวละสายตาจากกรอบหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นตั้งใจจะส่งเสียงทักทาย ทว่าทันทีที่นัยน์ตาปะทะเข้ากับสภาพของเพื่อนร่วมห้อง คำพูดทั้ง

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ครั้งแรกที่รู้รสชาย![NC-20+]

    เฮียตึ๋งหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มวลกล้ามเนื้อและร่างท้วมใหญ่เงาดำตระหง่านค้ำอยู่เหนือร่างของเด็กสาว แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงทาบทับใบหน้าคร้ามโลกที่บัดนี้ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกระหยิ่มใจที่มุมปาก นัยน์ตาเรียวเล็กจอดจ้องสรีระอ้อนแอ้นของน้ำค้างที่นอนระทวย อ่อนเปลี้ยไร้กระดูกอยู่บนฟูกหนาตรงหน้าดั่งลูกกวางที่หมดแรงขัดขืน ฝ่ามือหยาบใหญ่เอื้อมลงมาเกาะกุมกิเลสตัณหาอันขยายพองโตของตนเองไว้เต็มกำมือขยับส่ายไหว ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าประชิด กดจ่อส่วนปลายมนใหญ่เข้าหาปากทางเนื้อนุ่มแรกรุ่นของเหยื่อสาวที่อ้าเผยอน้อย ๆ รองรับอยู่อย่างย่ามใจ“อื้อหือ!... หีโคตรแน่น... ซี้ดดด...”หนุ่มใหญ่ครางกระเส่าในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกระสันขีดสุด ยามเมื่อออกแรงยัดเยียดแท่งเนื้อร้อนระอุเข้าสู่โพรงสวาทอันคับแคบ แม้ผิวเนื้อส่วนลึกจะเจิ่งนองชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาจนเฉอะแฉะ ทว่าความสดใหม่ที่ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมใดบุกรุกผ่านเข้าไปมาก่อนในชีวิต กลับกลายเป็นปราการธรรมชาติที่รัดตรึงบีบรัดจนส่วนหัวบานใหญ่ไม่อาจผ่านศิลาแคบเข้าไปได้โดยง่าย“อูยยย... โอ๊ยยย... ซี้ดดด... เจ็บ... เจ็บอะ...”เสียงร้องประ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status