Masukสองชั่วโมงต่อมา ทิศเหนือกับหนูนาก็ได้เดินทางมาถึงตึก P.M. BODYGUARD VIP เป็นศูนย์รวมบอดีการ์ดและนักฆ่าฝีมือดี ซึ่งมาเฟียหนุ่มเป็นผู้รับหน้าที่บริหารงานและควบคุมดูแลคนเหล่านี้ด้วยตัวเอง
ทิศเหนือพาน้องสาวต่างสายเลือดเข้าไปในยิมส่วนตัว ซึ่งที่นี่จะไม่มีใครกล้ามารบกวน นอกจากลูกน้องคนสนิทของเขาที่ชื่อสิงห์ แต่วันนี้เขาได้สั่งห้ามแล้วว่าไม่ให้เข้ามาถ้าไม่จำเป็น
หนูนารวบผมขึ้นไปมัดทรงหางม้า ก่อนจะรูดซิปถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นร่างเล็กในชุดออกกำลังกายแบบแนบเนื้อ กางเกงขายาวสีดำ ด้านบนเป็นเสื้อกล้ามรัดรูป ยิ่งทำให้ก้อนซาลาเปาสองลูกอวบใหญ่เด่นชัดแก่สายตา โชว์หน้าท้องแบนราบและเอวคอดของคนหุ่นดี ก่อนที่เขาและเธอจะพากันขึ้นไปยืนอยู่บนสังเวียนมวย
“วันแรกพี่จะสอนทักษะการป้องกันตัวแบบง่าย ๆ ให้ก่อน ท่าพวกนี้ไม่ต้องใช้แรงเยอะ แต่เน้นที่การจู่โจมจุดอ่อนของคู่ต่อสู้”
“ค่ะ” หนูนารีบขานรับ ริมฝีปากอวบอิ่มสีเชอร์รียกยิ้มหวานให้กับพี่ชาย
“มาเริ่มจากท่าแรก สมมุติว่าโดนจับข้อมือ…”
ระหว่างอธิบายทิศเหนือก็ได้เอื้อมไปจับข้อมือของน้องสาวแล้วออกแรงรั้งเล็กน้อย ทว่าคนที่ไม่ได้ตั้งใจฟังเพราะเอาแต่มองใบหน้าหล่อของพี่ชายก็พุ่งตัวเข้ามาหา พลันทำให้ริมฝีปากของคนตัวสูงสัมผัสโดนหน้าผากของหนูนาโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนเธอแทนที่จะผละตัวออก แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้ม ขณะช้อนดวงตาเปล่งประกายขึ้นมองใบหน้าของเขาที่กำลังขมวดคิ้วเป็นปม
“ตั้งใจหน่อยสิ”
“ค่ะ”
ทิศเหนือเริ่มอธิบายอีกครั้ง แล้วจับข้อมือของเธอกระชากเบา ๆ เพื่อสร้างสถานการณ์ว่า หนูนากำลังถูกคนร้ายจับข้อมือแล้วลากไปข้างหน้า หญิงสาวก็ทำตามที่อีกฝ่ายสอนอย่างเชื่อฟัง ทำให้ข้อมือของเธอหลุดออกจากฝ่ามือหนาอย่างง่ายดาย โดยที่เธอแทบไม่ได้ออกแรงมาก
“เก่งมาก ไปท่าที่สองกันต่อ”
มาเฟียหนุ่มรุกคืบเข้าหาคนตัวเล็ก ส่งผลให้แผ่นหลังของคนที่กำลังก้าวถอยหลังชนเข้ากับมุมหนึ่งของสังเวียนมวย คล้ายกับสถานการณ์ถูกคนร้ายต้อนจนมุม ไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ ระยะห่างระหว่างเขาและเธออยู่ใกล้กันมากในท่าคุกคาม
คนหนึ่งก้มลงมอง อีกคนก็เงยหน้าขึ้นไปหา ทำให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นเป่ารดใบหน้าของกันและกัน แต่ทว่าคนตัวเล็กกลับไม่ได้คิดตามสถานการณ์ที่ทิศเหนือกำลังกล่าวถึง แต่กลับส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้เขา ขณะที่ดวงตาเลื่อนขึ้นมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของพี่ชาย
ทิศเหนือเห็นน้องสาวไม่ได้ตั้งใจฝึก คงเป็นเพราะไม่มีสมาธิ หรือกำลังคิดถึงไอ้คนที่ชื่อเฟิร์ส จึงเลื่อนมือทั้งสองข้างไปจับสายเชือกเส้นบนสุดที่ล้อมรอบสังเวียนมวย กักขังคนตัวเล็กไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้าง ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสีเลือดฝาดของหนูนา พลันทำให้เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยกับการใกล้ชิดกันในครั้งนี้
“กำลังคิดอะไรอยู่”
“ปะ เปล่าค่ะ”
“ถ้าอยากฝึกก็ตั้งใจหน่อยสิ ท่าพวกนี้มันมีประโยชน์เวลาที่เราตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน จะได้เอาตัวรอดได้”
“ค่ะ” หนูนาก้มหน้าลงขานรับเสียงแผ่ว ริมฝีปากอมยิ้มเล็กน้อยอย่างเขินอาย
วันนี้ทิศเหนือสอนแค่สามท่าพื้นฐานให้กับน้องสาว จากนั้นก็พาหนูนาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่นำมาด้วย แล้วเข้าไปนั่งพักตรงโซฟาในห้องทำงานของเขา
“ถ้าเบื่อก็กลับบ้านก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ให้ไอ้สิงห์ไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูนาจะรอกลับพร้อมพี่ทิศเหนือ”
“งั้นก็ตามใจ แล้วห้ามมาบ่นว่าเบื่อล่ะ”
ทิศเหนือทำงานอยู่ที่โต๊ะสักพัก ก็ปล่อยให้หนูนานั่งเล่นอยู่ในห้องทำงานของเขาตามลำพัง เพราะต้องออกไปดูแลพวกลูกทีมที่กำลังอยู่ในช่วงฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ทั้งทักษะการต่อสู้ การป้องกันตัว และการจู่โจมเพื่อลอบสังหาร
อาหารมื้อกลางวันเขาก็แค่สั่งให้ลูกน้องคนสนิทนำไปส่งให้หนูนาในห้องทำงาน ส่วนเขาก็นั่งกินรวมกับพวกลูกน้อง กว่าจะกลับเข้าไปหาเธอก็ปาไปเกือบสี่โมงเย็น
ดวงตาคมเห็นคนตัวเล็กนอนหลับอยู่บนโซฟา คงจะเพราะเล่นโทรศัพท์จนเบื่อจึงเผลอหลับไป พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเธอเอาเสื้อคลุมโยนใส่ในกระเป๋ารวมกับชุดออกกำลังกายที่ชุ่มเหงื่อ เขาจึงถอดเสื้อสูตลำลองสีครีมออกจากตัว แล้วห่มให้กับร่างเล็ก เพราะในห้องนี้เปิดแอร์เย็นเฉียบ อาจจะทำให้เธอรู้สึกหนาวขึ้นมาได้
คนนอนหลับรับรู้ได้ถึงสัมผัสบางอย่างที่โดนตัวเธอ พลันทำให้ลืมตาขึ้น แล้วเห็นใบหน้าหล่อของพี่ชายที่โน้มลงมาใกล้ ส่งผลให้ใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำอย่างเสียอาการ
คราแรกธีร์ก็หลงใหลในรูปโฉมของหนูนา อยากเชยชมตอนสาวสวยคนนี้เปลือยกายอยู่บนเตียงของเขาสักครั้ง ทว่าเธอดูไม่ง่ายเหมือนคนก่อน ๆ ประจวบกับได้รับงานจากบริษัทของวัฒนา ซึ่งทั้งสองมักจะตกลงกันเรื่องส่งต่อเด็กฝึกงานให้มาเป็นของเล่นบนเตียงของนักธุรกิจวัยกลางคน เพื่อแลกกับค่าตัวหลักหมื่นที่ธีร์จะได้รับ และในเมื่อหนูนาไม่ยอมเล่นกับเขา ในฐานะพี่เลี้ยงที่เธอไว้วางใจจึงวางแผนเรื่องตรวจเอกสารผิดพลาด เพื่อพาเธอมาส่งให้ถึงมือของวัฒนาด้วยตัวเอง“ขอให้มีความสุขกับน้องหนูนานะครับ”“ฮ่าฮ่าฮ่า”วัฒนาส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทันใดนั้นหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เปิดประตูเข้าห้องมา พี่เลี้ยงของเธอก็ลุกออกจากโซฟา พลางเอ่ย“ฝากคุณวัฒนาด้วยนะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”หนูนาพยักหน้าลงเป็นการตอบรับ ก่อนจะนั่งลงโซฟาตัวเดิม ภายในห้องเหลือกันเพียงชายหนึ่งหญิงหนึ่ง นักธุรกิจวันกลางคนก็เริ่มออกลาย“มานั่งกับพี่ไหม จะได้ไม่เหงา”“มะ ไม่เป็นไรค่ะ”“มาเถอะครับ พี่อยากอยู่ใกล้น้องใจจะขาด”วัฒนาเลื่อนมือหนาไปกอบกุมข้อมือของหนูนา ส่งผลให้เธอผละตัวออกจากโซฟาเพราะถูกแรงของอีกฝ่ายเหนี่ยวรั้ง หญิงสาวในชุดนักศึกษาโน้มกายลงทาบท
หนูนาเดินทางไปยังสถานที่นัดเลี้ยงลูกค้าพร้อมกับธีร์ คราแรกเธอก็นึกว่าเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ทั่วไป ทว่ารถของพี่เลี้ยงกลับเลี้ยวเข้าไปที่คลับแห่งหนึ่ง เธอจำต้องก้าวลงจากรถ เดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน ก่อนตัดสินใจเอ่ยถาม ขณะหยุดยืนอยู่หน้าห้องวีไอพี“นัดลูกค้าที่นี่เหรอคะ”“อืม คุณวัฒนาไม่ชอบสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน มันแอร์อัด พี่ก็เลยจองห้องวีไอพีไว้รับรองลูกค้า”หนูนาเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปห้องรับรองส่วนตัวของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาคนละตัว ด้านหน้ามีโต๊ะกลาง และเมนูอาหารวางอยู่“อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”“พี่ธีร์สั่งได้เลยค่ะ หนูขอแค่น้ำเปล่าก็พอ”“มาเที่ยวทั้งทีจะกินแค่น้ำเปล่าได้ไงครับ งั้นพี่สั่งเป็นคอกเทลให้แล้วกัน ดื่มง่าย ค่อย ๆ จิบไป”“ค่ะ”ไม่นานพนักงานของคลับก็ได้ทยอยนำเครื่องดื่มและกับแกล้มที่ลูกค้าสั่งเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ สักพักประตูห้องวีไอพีก็ถูกเปิดออก ก่อนที่ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปลาย ๆ จะก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับกวาดสายตามองคนที่นั่งอยู่ภายในห้องเขาคือ วัฒนา เจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม เป็นคนรูปร่างสูงท้วมเล็กน้อย ตัด
หนูนาพาพี่ชายเข้าไปล้างแผลในห้องน้ำ เนื่องจากเธอต้องใช้น้ำเกลือราดลงบนบาดแผลโดยตรง ไม่ได้ใช้วิธีเช็ด ก่อนจะส่งเสียงพึมพำ“ไม่รู้ว่าไปโดนเลือดของพวกมันด้วยรึเปล่า ต้องล้างให้สะอาดก่อนค่ะ”หนูนาหยิบผ้าสะอาดมาซับคราบน้ำที่มือของพี่ชาย ทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องน้ำไปนั่งตรงปลายเตียง เธอบีบเนื้อครีมของยาฆ่าเชื้อพร้อมสมานแผลลงบนนิ้ว จากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยตัวยาลงบนแผลถลอกด้านหลังมือ ซึ่งเป็นผิวหนังตรงกระดูกที่เชื่อมต่อไปยังนิ้วมือทั้งห้าด้วยความระมัดระวัง“แสบไหมคะ”เธอช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าของพี่ชายที่เอาแต่นั่งนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าให้เธอเป็นคำตอบ“หนูนาไม่อยากเห็นพี่ทิศเหนือเจ็บตัวแบบนี้เลย”“หึ เห็นแผลแค่นี้ทำเป็นใจเสาะไปได้ พี่ก็แค่เจ็บมือ ไม่ได้ตายสักหน่อย”มือเล็กยกขึ้นปิดริมฝีปากของทิศเหนือเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงเรื่องอัปมงคล“ห้ามพูดค่ะ พี่ทิศเหนือจะต้องไม่เป็นอะไรทั้งนั้น”เขาจับมือของน้องสาวออก แล้วเอ่ย“ต่อไปพี่จะระวังให้มากกว่านี้ เธอเองก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ทำไมถึงไม่โทรมาหาพี่”“หนูนาขอโทษค่ะ ตอนนั้นเหตุการณ์มันฉุกละหุก แต่คิดว่ายังไงก็ต้องมีพระ
คนถูกหมัดไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั่ง นอนยกมือสั่นเทาไหว้หนุ่มรุ่นน้องที่กำลังใช้เท้าเหยียบหน้าอกเต็มแรง ร้องขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ปะ ปล่อยฉันไปเถอะ สร้อยเส้นนี้ฉันจะยกให้แทนคำขอโทษ”มาเฟียหนุ่มโน้มกายลงไปจับสร้อยเส้นหนาน้ำหนักสิบบาท มุมปากของเขายกยิ้มเย้ยหยัน ก่อนผละมือออก เมื่อของสิ่งนั้นช่างไร้ค่าในสายตาของเขา“กูจะเอาสร้อยของมึงมาทำห่าอะไร ถ้ามึงไม่เสนอหน้ามายุ่งกับน้องกูก่อน จุดจบของมึงก็คงไม่เป็นแบบนี้”ทิศเหนือกระทืบซ้ำหลายครั้งระบายอารมณ์ ก่อนจะเตะสวนเข้าใบหน้าของคนที่มันกล้ามายุ่งกับหนูนาจนหน้าหัน สลบไปทันที“ฆ่าพวกมันเลยไหมครับ” สิงห์เอ่ยถาม“ความตายมันง่ายไป คนอย่างพวกมันต้องไปลิ้มรสข้าวแดงในคุก มึงโทรหาผู้กำกับกิตติ แล้วขอยาเสพติดที่รอทำลายมายัดใส่ท้ายรถของพวกมัน จากนั้นก็จัดฉากเหมือนว่าขัดผลประโยชน์กันเอง แล้วให้ผู้กำกับนำทีมมาจับพวกมันซะ อย่าลืมจัดการกับภาพที่หลุดไปในคืนนี้ด้วยล่ะ”ทิศเหนือเคยเห็นเสี่ยคนนี้หลายครั้ง มาที่ผับของเขาแต่ละทีก็มักจะตอแยนักท่องเที่ยวสาวไปทั่ว บางครั้งก็มีการนัดรับส่งอะไรบางอย่างกันที่โรงจอดรถของผับ ในเมื่อมันกล้ามาหยามเขาถึงที่ เขา
โชคดีที่การ์ดของผับหลายคนเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทันก่อนที่ลูกน้องของเสี่ยจะถึงตัวพวกเธอ จากนั้นก็มีชายในชุดสูตคนหนึ่ง เซตผมเป็นทรงดูดี จ้ำอ้าวเข้ามาหา“คุณหนูนาเป็นยังไงบ้างครับ”“ฉันไม่เป็นไรค่ะ คุณคือ…” คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน จ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาสงสัย“ผมเป็นผู้จัดการผับครับ ต้องขอโทษด้วยที่ดูแลคุณหนูนากับเพื่อนได้ไม่ดี”“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณ”ผู้จัดการผับหันไปส่งสายตาให้กับพวกการ์ดที่กำลังล็อกตัวเสี่ยและลูกน้องอีกสองคนกดลงกับพื้น ท่ามกลางสายตาของนักดื่มที่จ้องมองมาทางโต๊ะของหนูนา บางคนก็นำโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพและถ่ายวิดีโอ แล้วสามคนนั้นก็ถูกคนของผับลากตัวออกไป“เชิญดื่มต่อได้เลยนะครับ ส่วนคนพวกนั้นเดี๋ยวผมจัดการให้เอง”ผู้จัดการผับโค้งศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหลังคนเหล่านั้นออกไปทางด้านมาเฟียหนุ่มและเพื่อนสนิทกำลังนั่งตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายที่ฝ่ายการเงินสรุปยอดมาให้ ประตูห้องทำงานก็มีเสียงเคาะดังขึ้น ก่อนที่สิงห์จะเปิดประตูเข้ามาแจ้งข่าวให้แก่ผู้เป็นนาย“เกิดเรื่องกับคุณหนูนาแล้วครับ”ทิศเหนือตวัดสายตาคมจ้องหน้าลูกน้องคนสนิท “น้องกูทำไม”“มีคนเข้าไปหาเรื่องคุณหนูนา
หลังจากมาเฟียหนุ่มเดินออกไป หนุ่มสาวทั้งห้าคนที่ใส่ชุดเที่ยวคนละสไตล์ก็พากันสั่งกับแกล้มและเครื่องดื่มกับพนักงาน ระหว่างรอของที่สั่ง วินก็เปิดประเด็นขึ้น“เป็นยังไงกันบ้าง ฝึกงานหนึ่งเดือนยังไหวกันอยู่ไหม”“ไม่ไหวก็ต้องไหว ฉันนั่งจ้องหน้าจอเทรดจนตาลาย ถึงขั้นเก็บเอาไปฝันอะคิดดู” ครีมเอ่ยถึงประสบการณ์ที่พบเจอ“อย่างน้อยแกก็ได้นั่งกินข้าวกับพี่โซ่ทุกวันไม่ใช่เหรอ” หนูนาเอ่ยแซว ส่งผลให้เพื่อนของเธออมยิ้มเขิน“แล้วเธอล่ะหนูนา” บอลอยากรู้เรื่องของเธอ เพราะไม่ได้เจอหน้าคนที่ชอบตลอดหนึ่งเดือนเต็ม“ช่วงนี้ถูกพี่เลี้ยงหิ้วไปทำงานที่บริษัทของลูกค้า สลับกับมานั่งตรวจเอกสารที่ออฟฟิศ บางวันเปิดเอกสารเทียบกันจนตาลายไม่ต่างจากยัยครีมหรอก”“ต้องออกไปบริษัทลูกค้าบ่อยไหม” วินเอ่ยถาม“แล้วแต่งาน บางช่วงก็ไปติดกันหลายวัน บางครั้งก็ครึ่งวัน จากนั้นก็นำเอกสารกลับมาทำต่อที่ออฟฟิศ”“ฉันแทบไม่ได้ไปไหนเลย อุดอู้อยู่แต่สำนักงานใหญ่ทั้งวัน แต่ละงานขั้นตอนเยอะมาก กว่าจะทำอะไรเสร็จแต่ละอย่างต้องตรวจซ้ำไม่รู้ตั้งกี่รอบ”วินพยักหน้าเห็นด้วยกับประโยคบอกเล่าแกมบ่นของมาเบล ก่อนจะถูกเพื่อนสาวหันมาส่งเสียงเอ็ด“นายจะพยัก







