Share

บทที่ 8

Author: TanyaT
last update publish date: 2026-09-02 21:04:01

ริสายังไม่ทันได้ตอบโต้อะไรกลับไปเพราะรถกระบะแล่นผ่านประตูไม้สักขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ริมทางเสียก่อน บ้านไม้เรือนไทยยกสูงสองชั้นหลังใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางแนวต้นไม้เล็กใหญ่ แสงไฟสีส้มจากใต้ชายคาส่องให้เห็นสนามดิน ลานตากสมุนไพร และเรือนไม้หลังเล็กอีกหลังซึ่งแยกออกไปทางด้านข้าง บรรยากาศโดยรอบสงบเงียบ แม่น้ำสายยาวทอดอยู่ไม่ไกลสายตาเท่าใดนัก ต่างจากความน่าสะพรึงในป่าเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

เมฆินทร์จอดรถใต้ต้นมะขามใหญ่แล้วดับเครื่องก่อนหันมามองริสาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ลงไหวไหม”

“ไหว”

หญิงสาวเปิดประตูและพยายามก้าวลงจากรถแต่ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้น ความเจ็บปวดจากรอยดำก็แล่นขึ้นมาจนเข่าทรุด เมฆินทร์ที่เดินอ้อมมาอีกด้านหนึ่งดหมือนรู้เหตุการณ์ล่วงหน้ารีบใช้มือหนาคว้าเอวบางของเธอเอาไว้ทันก่อนร่างจะล้มลง ริสาเผลอจับไหล่เขาเพื่อทรงตัวแต่เมื่อมือสัมผัสตรงบาดแผลก็ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ขอโทษ”

“ปล่อยมือจากแผลก่อน” ริสารีบชักมือกลับแต่ยังไม่ทันตั้งตัว เมฆินทร์ก็ช้อนร่างเธอขึ้นในอ้อมแขน

“ฉันเดินเองได้”

“ถ้าเดินได้ เมื่อกี้คุณคงไม่เกือบหน้าคว่ำ”

“ฉันแค่เสียหลัก”

“เงียบแล้วเก็บแรงไว้”

“คุณชอบสั่งจริง ๆ”

“และคุณก็ชอบเถียงจริง ๆ เคยได้ยินไหม เถียงข้างๆคูๆ”

แม้น้ำเสียงของเขายังคงเรียบเย็นแต่คำตอบนั้นทำให้ริสาเงียบไปชั่วครู่ หญิงสาวยอมปล่อยให้เขาอุ้มผ่านลานกว้างไปยังเรือนไทยหลังใหญ่ ใต้แสงไฟสลัวทำให้มองเห็นใบหน้าของเมฆินทร์อย่างชัดเจน เขาดูอ่อนล้ากว่าตอนอยู่ในป่าเล็กน้อย เลือดบริเวณหัวไหล่ยังไม่หยุดไหลแต่ทว่าอ้อมแขนที่ประคองเธอกลับมั่นคง ไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย

เมื่อมาถึงหน้าประตูห้อง เมฆินทร์ใช้ไหล่ดันบานไม้เข้าไป ภายในเรือนเต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรแห้ง น้ำมันจันทน์ และกลิ่นหมึกเก่า ชั้นวางด้านหนึ่งเรียงรายด้วยขวดแก้ว โถดิน และห่อผ้าหลายขนาด ส่วนผนังอีกด้านแขวนแผ่นยันต์ มีดหมอ และเครื่องมือสักแบบโบราณซึ่งถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ

ตรงกลางห้องมีเตียงไม้ขนาดเล็กตั้งอยู่ข้างโต๊ะเตี้ย เมฆินทร์วางริสาลงอย่างระมัดระวังก่อนคุกเข่าตรวจดูรอยดำที่ข้อเท้า เส้นสีคล้ำลามขึ้นมาถึงเหนือหัวเข่าแล้วและยังคงเคลื่อนตัวช้า ๆ อยู่ใต้ผิวหนัง

สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทันที

“เร็วเกินไป”

ริสามองตามสายตาเขา แม้จะพยายามข่มความหวาดหวั่นเอาไว้แต่เสียงที่ถามกลับเบาลงอย่างเห็นได้ชัด “มันจะถึงหัวใจเมื่อไร”

“ถ้ายังลามด้วยความเร็วเท่านี้ อาจไม่ถึงรุ่งเช้า”

คำตอบนั้นทำให้ปลายนิ้วของหญิงสาวเย็นเฉียบ ตลอดเวลาที่ทำงานภาคสนาม เธอเคยเผชิญความเป็นความตายมาหลายครั้งแต่ว่าทุกครั้งยังพอมองเห็นทางรอดหรืออย่างน้อยก็เข้าใจว่าตนกำลังต่อสู้กับสิ่งใด แต่ครั้งนี้เธอไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่ารอยดำคืออะไร ไม่รู้ว่าวิญญาณในศาลต้องการสิ่งใด และยิ่งไม่รู้ว่าเหตุใดชื่ออัญญาจึงฟังดูคุ้นเคยราวกับเคยได้ยินมานานแล้ว เพียงนึกถึงชื่อนั้น รอยอาคมบนหัวไหล่ก็พลันร้อนวาบขึ้นมา ริสาขบกรามแน่นก่อนเงยหน้ามองเมฆินทร์

“ถ้าการลงยันต์หยุดมันได้ ก็ทำเถอะ”

ชายหนุ่มลุกขึ้น เดินไปหยุดหน้าชั้นวางเครื่องมือโดยไม่ตอบทันที แสงตะเกียงส่องผ่านแผ่นหลังกว้าง เผยให้เห็นคราบเลือดที่ยังคงซึมออกจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่

“ผมสักยันต์ให้คุณไม่ได้”

“เพราะฉันเป็นผู้หญิง?”

“ใช่”

ริสาหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ

“ฉันอาจตายก่อนเช้า แต่คุณจะไม่ช่วยเพราะกฎข้อนี้หรือ”

“มันไม่ใช่กฎที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล”

“งั้นก็อธิบายเหตุผลมา”

เมฆินทร์ชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนหยิบโถดินใบเล็กลงมาจากชั้นวาง ภายในบรรจุเนื้อยาสีดำซึ่งส่งกลิ่นสมุนไพรฉุนจัด

“ยันต์บางชนิดไม่ได้มีไว้เพียงคุ้มครองร่างกาย มันเชื่อมไปถึงดวงจิตของผู้รับและอาจดึงผู้ลงยันต์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”

“เกี่ยวข้องอย่างไร”

“ถ้าผิดพลาด คนที่ลงยันต์อาจได้รับผลจากอาคมไปด้วย”

“แค่นั้นหรือ”

เมฆินทร์สบตาเธอนิ่ง “สำหรับคุณอาจฟังดูเหมือนแค่นั้นแต่ในสายวิชาของผม เคยมีพิธีหนึ่งผิดพลาดจนมีคนตาย กฎข้อนี้จึงถูกตั้งขึ้นนับแต่นั้น”

ริสาชะงัก “เกี่ยวกับจี้เงินหรือเปล่า”

สีหน้าของชายหนุ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย “ผมบอกได้เพียงว่าจี้เส้นนั้นเคยปรากฏในบันทึกของพิธีต้องห้าม”

“พิธีอะไร”

“ผูกวิญญาณ”

“ผูกวิญญาณของใคร”

“ไม่มีชื่อระบุไว้”

ริสาจ้องเขาอย่างจับผิดแต่ครั้งนี้สีหน้าของเมฆินทร์ไม่มีร่องรอยหลบเลี่ยง มีเพียงความเคร่งเครียดซึ่งบอกให้รู้ว่าเขาเองอาจมีคำตอบไม่มากไปกว่าเธอ

“แล้วอัญญาเกี่ยวข้องอย่างไร”

“ในบันทึกมีชื่อนั้นอยู่ใกล้กับภาพของจี้ แต่ไม่มีคำอธิบายว่าเป็นใคร”

“คุณไม่เคยพยายามค้นหาเลยหรือ”

“เรื่องที่ถูกสั่งห้ามในสำนักไม่ใช่สิ่งที่ควรขุดขึ้นมาเล่น”

“แต่ตอนนี้มันกำลังจะฆ่าฉัน”

“ผมรู้”

น้ำเสียงสั้นและหนักแน่นของเขาทำให้ริสาเงียบไปชั่วขณะ เมฆินทร์วางโถยาลงบนโต๊ะก่อนดึงเก้าอี้มานั่งตรงปลายเตียงและจับข้อเท้าของเธออย่างระมัดระวัง ความอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ตัดกับความเย็นจัดใต้ผิวหนังจนหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย

“ผมจะกดรอยไว้ก่อน”

“ได้นานแค่ไหน”

“ยังไม่รู้”

“อีกแล้วหรือ”

“อาคมในตัวคุณไม่เหมือนของทั่วไป”

ริสามองแผ่นหลังกว้างที่โน้มอยู่ตรงหน้า “ถ้ายานี่ไม่ได้ผลล่ะ”

มือของเมฆินทร์ชะงักอยู่เหนือโถยา เขาไม่ได้ตอบในทันทีก่อนใช้ปลายนิ้วตักเนื้อยาสีดำขึ้นมาเล็กน้อย

“ถ้าไม่ได้ผล ผมจะหาทางอื่น”

“รวมถึงการฝ่าฝืนกฎด้วยหรือเปล่า”

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แสงตะเกียงสะท้อนอยู่ในดวงตาคมเข้มเผยให้เห็นความลังเลที่เขาพยายามซ่อนเอาไว้

“ตอนนี้คุณควรสนใจแค่ไม่ให้รอยนั้นลามไปถึงหัวใจ”

“และคุณควรตอบคำถามให้ตรงบ้าง”

“เตรียมใจไว้ มันจะเจ็บ”

เมฆินทร์ตัดบทก่อนใช้นิ้วแตะยาสีดำลงบนรอยช้ำ ความเจ็บปวดพุ่งผ่านร่างของริสาในทันทีและรุนแรงราวกับเส้นเลือดทุกเส้นกำลังถูกไฟเผาจากภายใน หญิงสาวสะดุ้งและเผลอคว้าแขนของเขาไว้แน่นแต่ไม่ยอมร้องออกมาแม้แต่น้อย

“เจ็บก็ร้องได้”

“ฉันไม่ร้องให้คุณได้ใจหรอก”

“ผมไม่ได้จะแข่งกับคุณ”

“แต่ฉันแข่ง”

คำตอบนั้นทำให้เมฆินทร์นิ่งไปก่อนมุมปากจะขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น ทว่าเพียงชั่วขณะ สีหน้าของเขาก็กลับมาเคร่งขรึมดังเดิมเมื่อสายตาคมเห็นว่า เส้นสีดำใต้ผิวหนังหยุดลามเพียงไม่กี่อึดใจแล้วเริ่มเคลื่อนขึ้นอีกครั้ง

ยากดอาคมใช้ไม่ได้ผล…

เมฆินทร์ปล่อยข้อเท้าเธอช้า ๆ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความหนักใจ ริสาเห็นสีหน้านั้นก็เข้าใจคำตอบโดยไม่ต้องถาม

“มันไม่หยุดใช่ไหม”

ชายหนุ่มยังคงเงียบ เขาลุกขึ้นและเดินตรงไปยังตู้ไม้ด้านในสุดของห้องก่อนหยิบพวงกุญแจออกมาจากใต้เสื้อ ภายในตู้นั้นมีหีบไม้เก่าลงอักขระปิดผนึกเอาไว้หลายชั้น ริสาจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของเขาอย่างไม่วางตา

“ในนั้นมีอะไร”

“ตำราเก่า”

“เกี่ยวกับพิธีผูกวิญญาณ?”

เมฆินทร์หันมามองเธอ “คุณถามมากเกินไปแล้ว”

“ฉันเป็นนักข่าว”

“และตอนนี้คุณเป็นคนป่วย”

“คนป่วยก็มีสิทธิ์รู้ว่าคนรักษากำลังทำอะไร”

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนสอดกุญแจเข้าไปในแม่กุญแจแต่ยังไม่ทันได้เปิด เสียงเคาะประตูสามครั้งก็ดังขึ้นจากด้านนอก

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

เมฆินทร์ชะงัก มือที่จับกุญแจหยุดนิ่งทันที

ริสาหันไปมองบานประตู “มีใครอยู่ข้างนอกหรือ”

ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาค่อย ๆ วางพวงกุญแจลงก่อนเอื้อมมือหยิบมีดหมอจากผนังเพราะบ้านหลังนี้อยู่ห่างจากหมู่บ้าน ไม่มีผู้ใดกล้ามาหาเขาในยามดึกและที่สำคัญ ประตูใหญ่ด้านนอกถูกลงอาคมปิดไว้ตั้งแต่พระอาทิตย์ตก

เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

ก่อนเสียงของหญิงชราจะดังลอดผ่านบานประตูเข้ามาอย่างแผ่วเบา

“เมฆ...เปิดประตูให้ย่าหน่อยลูก” ใบหน้าของเมฆินทร์ซีดลงทันที

ริสามองเขาอย่างไม่เข้าใจ “ย่าคุณหรือ”

ชายหนุ่มกำมีดหมอแน่น ดวงตาจับจ้องประตูโดยไม่กะพริบ

“ย่าผมตายไปสิบปีแล้ว”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status