Masukซางเลี่ยรุ่ยเลิกคิ้ว “ทำไมเหรอ?”เวินหร่านจ้องมองเขาด้วยสายตาแค้นเคืองสีหน้าฉายแววเจ็บใจหากรู้ว่าเขาโทรสั่งให้เจียงฮ่าวเอาเสื้อผ้ามาส่ง เธอก็จะไม่มีวันหยิบกางเกงในตัวนั้นออกมาให้เขาแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นเมื่อครู่นี้คงไม่เกือบทำให้เขาเข้าใจผิดไปไกลว่าเธอส่งสัญญาณบอกใบ้อะไรนั่นหรอก?“คุณ...”เวินหร่านถลึงตาใส่เขาอยู่นานครึ่งค่อนวัน สุดท้ายก็ทำได้เพียงตัดใจเลิกรา“ช่างเถอะค่ะ!”เธอสะบัดหน้าเดินกลับเข้าครัวไปกินอาหารเช้ายามเดินกลับออกมา ซางเลี่ยรุ่ยก็ได้เปลี่ยนเป็นชุดสูทลิมิเต็ดเอดิชันชุดใหม่เอี่ยมเรียบร้อยแล้วเนื้อผ้าชั้นเลิศกับการตัดเย็บที่เข้ารูปอย่างประณีตยิ่งขับเน้นให้เรือนกายของเขาดูสูงใหญ่กำยำและสง่าผ่าเผยยิ่งขึ้นไปอีกเครื่องหน้าคมคายหล่อเหลา ราวกับถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจากฝีมือเทพเซียนเวินหร่านชะงักตะลึงงันไปชั่วขณะผู้ชายคนนี้จะหล่อเกินไปแล้วนะทว่าเพียงไม่นาน เธอก็ตื่นจากภวังค์คืนสติกลับมาคอยเตือนตัวเองว่าอย่าได้หลงใหลไปกับเสน่ห์เรือนร่างของเขาเป็นอันขาด“ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งคุณที่บริษัทเอง”ซางเลี่ยรุ่ยยื่นมือไปรั้งไหล่ของเธอพลางเอ่ยขึ้นทว
เดิมทีนี่เป็นเพียงเรื่องราวระหว่างเธอกับฟู่จิ่งเฉิงเท่านั้นแต่ด้วยความฉุนเฉียวและเซ้าซี้ของซางเลี่ยรุ่ย เธอจึงจำใจต้องตอบไปตามความจริงเพื่อตัดปัญหาไม่ให้เขาคอยรังควานเธอไม่เลิกราซางเลี่ยรุ่ยหรี่ตาลงเล็กน้อยที่แท้เมื่อคืนเธอก็แค่ยอมร่วมเดินทางกลับบ้านใหญ่เป็นเพื่อนฟู่จิ่งเฉิงเท่านั้นดูท่าแล้วคงเป็นเขาที่เข้าใจผิดไปเองพวกเขาสองคนคงไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกันในคืนนั้นทว่าการที่ยอมเดินทางกลับบ้านใหญ่เคียงข้างฟู่จิ่งเฉิงได้ ย่อมเป็นสิ่งยืนยันว่าความสัมพันธ์ในฐานะสามีภรรยาของทั้งคู่ยังคงราบรื่นดีอยู่อย่างน้อยที่สุด ณ ตอนนี้ ก็ยังคงไร้วี่แววแผนการหย่าร้างความรู้สึกกลุ้มใจพลันก่อตัวขึ้นในอกของเขาอีกหน“คุณยังไม่อยากหย่ากับเขาอีกเหรอ?” ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างไม่คลาดสายตาเวินหร่านชะงักงันไปในทันใดนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะโพล่งเรื่องการหย่าร้างขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยหรือว่าเขาจะแอบจับสังเกตอะไรบางอย่างได้แล้วอย่างนั้นเหรอ?ทว่าเธอกับฟู่จิ่งเฉิงได้เซ็นสัญญาเก็บรักษาความลับไว้ด้วยกันย่อมไม่อาจเอ่ยความจริงให้เขาฟังได้โดยเด็ดขาด“ฉันกับ
ปฏิกิริยาแรกของเวินหร่านคือ การหนีทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับยึดข้อมือเธอไว้แน่น ทำให้เธอไม่อาจก้าวไปถึงขอบประตูได้เลยไม่ว่าจะพยายามอย่างไร“ปล่อยนะคะ!”เวินหร่านดิ้นรนไปตามสัญชาตญาณวินาทีถัดมา เธอก็ถูกเขาออกแรงรั้งเพียงครั้งเดียว ดึงตัวเข้าไปปะทะอกในอ้อมกอดเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอายจนกลายเป็นความโกรธ “ซางเลี่ยรุ่ย คุณพอได้หรือยังคะ? แค่อาบน้ำยังอาบดี ๆ ไม่ได้หรือไงคะ”ภายใต้แสงไฟในห้องน้ำใบหน้าหวานขาวเนียนดั่งกระเบื้องเคลือบของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อบางเบาอมชมพูน่าหลงใหลขนตาแน่นยาวพัดไหวระริกชวนให้ผู้คนใจสั่นไหวช่องท้องส่วนล่างของเขาพลันเกร็งสะท้าน ดวงตาทอประกายลึกล้ำมืดมนขึ้นมาทันใดอดไม่ได้ที่จะตระกองกอดเธอแน่นขึ้น พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เรามาทำกันในห้องน้ำสักรอบไหม?”เปลือกตาของเวินหร่านกระตุกอย่างรวดเร็วทำอะไรกัน?เธอรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาดีแน่ ๆ “ไม่เอาค่ะ!”เวินหร่านรีบส่งเสียงร้องห้ามออกมาทันทีสิ้นคำ ฝ่ามือใหญ่ของซางเลี่ยรุ่ยก็สอดลึกเข้าไปในเส้นผมดกดำของเธอเสียแล้วริมฝีปากบางอันทรงเสน่ห์ประกบจูบลงบนแอ่งหูของเธอปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดวนเวี
“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ?” เวินหร่านเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจซางเลี่ยรุ่ย “ผมไม่มีกางเกงในเปลี่ยน!”เวินหร่าน “...”ผู้ชายรักสะอาดระดับเขานั้น การจะให้ใส่กางเกงในตัวเดิมติดต่อกันสองวัน ย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิงมุมปากของเธอพลันกระตุกยิบ ๆ ก่อนจะช่วยเสนอแนะด้วยความหวังดี “ถ้าอย่างนั้นคุณลองให้ลูกน้องเอามาส่งให้ดีไหมคะ? หรือไม่ก็... ไม่ต้องใส่”เพียงแต่ประโยคหลังสุดนั้น เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาชัดเจนว่ากำลังรู้สึกผิดอยู่เต็มอกสายตาของซางเลี่ยรุ่ยทอดมองมาอย่างลึกล้ำ “หรือไม่ก็อะไรนะ?”เวินหร่านทำใจกล้ากัดฟันฝืนยิ้ม “หรือไม่คุณก็สวมกางเกงขายาวไปเลย ไม่จำเป็นต้องใส่กางเกงในหรอกค่ะ...”ทว่าในตอนที่เธอเอ่ยประโยคนี้ออกมา เธอกลับรู้สึกราวกับมีการเปลี่ยนแปลงตรงบริเวณแกนกลางลำตัวของเขา?เวินหร่านเบิกตากว้างจนแทบกลมโตในฉับพลันเขาคนนี้ช่าง...“ยังคิดว่าผมไม่จำเป็นต้องใส่กางเกงในอยู่อีกไหม?” ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอด้วยสายตาลึกล้ำศีรษะของเวินหร่านส่ายพรึ่บพั่บราวกับกลองป๋องแป๋งในทันใดเธอไหนเลยจะไปคาดคิดว่าเขาจะเกิดอารมณ์ขึ้นมาได้ทุกเมื่อขนาดนี้“ถ้าอย่างนั้น..
ทว่าซางเลี่ยรุ่ยยังคงเอนกายนอนอยู่บนโซฟาไม่ไหวติง ราวกับตกอยู่ในห้วงความฝันอันลึกล้ำไปนานแล้วเวินหร่านเพ่งมองเขา พูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่งสายตาของเธออดไม่ได้ที่จะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางของเขาเมื่อนึกถึงภาพอันเร่าร้อนที่ทั้งสองแลกจูบกันอย่างดูดดื่มตั้งแต่หน้าประตูเรื่อยมาจนถึงบนโซฟาเมื่อครู่นี้ใบหน้าหวานก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งหากไม่ใช่เพราะแม่ของเธอโผล่มากลางดึกเสียก่อนป่านนี้เธอกับซางเลี่ยรุ่ยคงจะทำเรื่องอย่างว่ากันไปแล้วหรือเปล่านะ?บ้าจริง ทำไมเธอถึงชอบยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่อยู่เรื่อยเลยนะ?ยอมให้เขาทำสำเร็จตามใจชอบครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่อย่างนี้เวินหร่านคิดในใจด้วยความรู้สึกเจ็บใจเธอสะบัดหน้าไปมาเพื่อสลัดเอาภาพอันประเจิดประเจ้อเหล่านั้นออกไปจากหัวเวินหร่านพยายามประคองสติให้พ้นจากความสับสนช่างเถอะในเมื่อเขาหลับไปแล้ว งั้นเธอก็ไม่ต้องปลุกเขาต่อแล้วกันซางเลี่ยรุ่ยในฐานะบอส แต่ละวันมีงานการรัดตัวให้จัดการไม่หวาดไม่ไหวอย่างไรเสียพวกเขาก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีอะไรกันเสียหน่อยจะปล่อยให้เขาค้างที่บ้านเธอสักคืนจะเป็นไรไป?เวินหร่านเดินไปหยิบผ้
เวินหร่านยังคงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่เคลื่อนไหวไปไหน และไม่ได้หันไปมองเขาทำเพียงเอ่ยเสียงเรียบ “ดึกมากแล้ว คุณกลับไปเถอะ”แต่ก่อนซางเลี่ยรุ่ยรู้เพียงแค่ว่าเธอเป็นลูกนอกกฎหมายของตระกูลเวินทว่านึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่แม่แท้ ๆ ของเธอเอง ก็ยังไม่รักลูกสาวคนนี้ถึงเพียงนี้หลายปีมานี้สถานการณ์ของเธอในตระกูลเวิน คงต้องยากลำบากมากเป็นแน่ซางเลี่ยรุ่ยทอดตัวนั่งลงข้างกายเธอ พร้อมกับตบไหล่ตัวเองเบา ๆ “ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง ยืมไหล่ผมพิงได้นะ”เขารู้ดีว่าแม้เวินหร่านจะไล่แม่ของเธอไปได้ แต่ในใจของเธอจะต้องเจ็บปวดมากอย่างแน่นอนเวินหร่านไม่ได้เอนกายพิงไหล่เขา ทำเพียงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย “ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะเศร้าใจมาก แต่ตอนนี้ฉันกลับพบว่า นอกจากความว่างเปล่าหม่นหมองในใจแล้ว ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอีกเลย”คงเป็นเพราะชินชาเสียแล้วกับการถูกทำร้ายจิตใจเช่นนี้แววตาของซางเลี่ยรุ่ยทอประกายลึกล้ำ “มีคำกล่าวที่ว่า หากไม่หวัง ก็ไม่ผิดหวัง! ดูท่าในใจคุณคงไม่ได้หลงเหลือความหวังใด ๆ อยู่อีกแล้วสินะ”เวินหร่านชะงักไปครู่หนึ่งนึกไม่ถึงเลยว่า ตัวเธอเองจะสิ้นหวังต่อเฉิงหว่านอี๋ถึงเพียงนี้แล้วหรือ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก







