LOGINทว่ากลับถูกบอดี้การ์ดที่ได้รับสัญญาณทางสายตาจากฟู่จิ่งเฉิงเข้ามารับหน้าขวางไว้ แล้วคุมตัวออกไปผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่รอบ ๆ ต่างจ้องมองเหตุการณ์นี้ตาไม่กะพริบซึ่งรวมถึงเวินหร่านด้วยเช่นกันฟู่จิ่งเฉิงเองก็สังเกตเห็นเธอแล้วดวงตามืดมนล้ำลึกของเขาตวัดสายตามองตรงมายังเธอเขาอ้าปากทำท่าเหมือนอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างกับเธอทว่าติดที่ตรงนี้มีผู้คนอยู่มากมาย สุดท้ายจึงทำได้เพียงกลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกลงคอไปเวินหร่านดูออกว่าฟู่จิ่งเฉิงมีเรื่องอยากจะพูดกับเธอทว่าเธอไม่ได้สนใจว่าเขาอยากจะพูดอะไรเธอเดินตามหลีลี่เข้าไปทานอาหารที่ร้านข้าง ๆ ขณะที่หลีลี่กำลังสั่งอาหาร เธอก็ถือโอกาสขอตัวไปเข้าห้องน้ำใครจะไปคาดคิดว่าห้องน้ำแห่งนี้กลับเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าที่อยู่ติดกันยังไม่ทันที่เวินหร่านจะเดินก้าวเข้าไปข้างใน พลันได้ยินเสียงพูดคุยของหญิงสาวสองคนลอยออกมา“ปิงเจี๋ย เธอเนี่ยโชคดีจริง ๆ เลยนะ ที่ตาต้องใจคุณชายฟู่เข้าให้น่ะ”“โชคดีอะไรกันล่ะ? มีคนจ้างฉันด้วยเงินก้อนโต ให้มาเล่นละครเป็นเจ้าของผ้าเช็ดหน้าอะไรนั่นต่างหาก”“หรือว่าคุณชายฟู่จะชอบเจ้าของผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นจริง ๆ ?”“น่า
หลีลี่ใช้ข้อศอกสะกิดแขนเธอเบา ๆ “ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันน่ะ?”เวินหร่านส่ายหน้า “ไม่รู้สิ”ไม่นานนัก หญิงสาวคนนั้นก็ก้าวลงมาจากรถรูปร่างหน้าตาสดใสบริสุทธิ์เป็นอย่างมากทว่ากลับไม่ใช่คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ในสังคมชั้นสูงอย่างที่เวินหร่านคาดเดาเอาไว้อย่างน้อย ๆ ในแวดวงไฮโซเธอก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้มาก่อนแต่ก็งดงามหมดจดจริง ๆ “ฟู่จิ่งเฉิงมีรักใหม่แล้วเหรอ? ออกตัวแรงขนาดนี้เลย?”หลีลี่เบะปากสีแดงสด “เรื่องที่เขาหย่ากับแกยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเลยไม่ใช่เหรอ? ควงผู้หญิงคนอื่นออกหน้าออกตาแบบนี้ ไม่กลัวคนเอาไปนินทาว่านอกใจระหว่างแต่งงานหรือไง”เวินหร่านหรี่ตาลง “ด้วยฐานะในสังคมของเขาในตอนนี้ ต่อให้โดนคนนินทาว่านอกใจ ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรเขามากมายหรอก”เพราะสำหรับผู้ชายที่มียศฐาบรรดาศักดิ์และฐานะระดับเขา ใครบ้างจะไม่มีเมียน้อยคอยกกอยู่นอกบ้านสักสองสามคน?หลีลี่ถุยน้ำลายอย่างนึกรังเกียจ “เหอะ”ฟู่จิ่งเฉิงกุมมือเสิ่นปิงเจี๋ยเดินก้าวขึ้นไปบนพรมแดงย่อมดึงดูดสายตาและความสนใจจากผู้คนรอบข้างเป็นพิเศษตามระเบียบวันนี้เสิ่นปิงเจี๋ยสวมชุดกระโปรงยาวสีขาว การตัดเย็บที่เข้ารูปช่
เวินหร่านขมวดคิ้วแน่น “คุณบ้าไปแล้วเหรอ? ซางซื่อกว่าจะตกมาอยู่ในมือคุณมันไม่ง่ายเลยนะ คุณจะยอมยกคืนให้คุณอาสองของคุณไปง่าย ๆ แบบนี้น่ะนะ ไม่เท่ากับว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมดต้องสูญเปล่าหรอกเหรอ?”ดวงตาของซางเลี่ยรุ่ยทอแววล้ำลึกลง “คุณเป็นห่วงผมเหรอ?”เวินหร่านยักไหล่ “ฉันก็แค่พูดไปตามเนื้อผ้าเท่านั้นค่ะ”สายตาของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องเธออย่างร้อนแรง “หรือคุณไม่รู้ว่าสำหรับผมแล้ว สิ่งไหนสำคัญที่สุด?”เวินหร่าน “...”ความหมายของเขา หมายความว่าเธอสำคัญที่สุดอย่างนั้นเหรอ?เขายอมเอาซางซื่อมาแลกกับตัวเธอเนี่ยนะ?หัวใจของเวินหร่านพลันกระตุกวูบทว่าเธอคิดว่าเรื่องราวคงยังไม่ถลำลึกจนถึงขั้นนั้นหรอก“คุณไม่จำเป็นต้องวู่วามขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันจะหาทางอื่นเอง ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองไปพัวพันกับประธานใหญ่หวังคนนั้นแน่นอน”เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางเอ่ยขึ้นเธอไม่อยากติดค้างบุญคุณเขาเพราะเรื่องนี้“สามีคุณไม่คิดจะเข้ามาดูเลยเหรอ?”ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งจากทางด้านหลัง แววตาล้ำลึกเป็นพิเศษตามหลักแล้ว ในเมื่อพ่อแม่ของเธอคิดจะประเคนเธอให้ชายแก่ขนาดนั้นในฐานะสามีอย่างฟู่จิ่งเฉิง ย่อมไม่มี
ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรแต่เธอให้ไม่ได้ และไม่อยากจะให้ด้วยซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยหว่านล้อมชี้นำอย่างอดทน “คุณลองคิดดูให้ดี ๆ อีกทีแล้วค่อยตอบ”เวินหร่านทำหน้าเย็นชา “ฉันคิดดีแล้วเป็นหมื่นรอบ ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้นค่ะ”เรื่องนี้เขาอยากจะช่วยหรือไม่อยากช่วยก็ตามใจซางเลี่ยรุ่ยยอมปล่อยมือออกเวินหร่านรีบยันกายลุกขึ้นยืน แทบไม่สนใจความเจ็บปวดตรงข้อเท้าที่แพลงเมื่อครู่ รีบก้าวเท้าวิ่งไปทางประตูอย่างลนลานราวกับว่าไม่อยากจะอยู่ร่วมในห้องเดียวกันกับเขาต่อแม้วินาทีเดียวทันใดนั้น เสียงของซางเลี่ยรุ่ยก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง “ไปสืบดูที ว่าทำไมเรซูเม่ที่เวินหร่านส่งไปถึงไม่ผ่าน”เวินหร่านชะงักเท้าลง รีบหันขวับกลับไปมองทันทีก็เห็นเพียงซางเลี่ยรุ่ยกำลังถือโทรศัพท์โทรออกไปสั่งการเพียงไม่กี่นาทีให้หลัง ปลายสายโทรศัพท์ของเขาก็โทรกลับมารายงานความคืบหน้าหลังจากซางเลี่ยรุ่ยได้ยินสิ่งที่ปลายสายพูด สีหน้าของเขาก็ตะลึงงันและแปรเปลี่ยนไปกระทั่งเขากดวางสาย บรรยากาศรอบตัวเขาก็พลันเคร่งเครียดและจริงจังขึ้นมาทันที“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” เวินหร่านเอ่ยถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็นใบหน
เวินหร่านก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเขาไม่กี่ก้าว“ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้ฉันหางานใหม่?”ใบหน้าคมคายของซางเลี่ยรุ่ยฉายแววล้ำลึก “ผมไม่ยอมให้คุณหางานใหม่ตั้งแต่เมื่อไร?”เวินหร่านถลึงตาจ้องมองเขาด้วยความโกรธเคือง “ไม่ใช่คุณหรือไงที่ไปกดดันบริษัทที่ฉันส่งเรซูเม่ไป ห้ามไม่ให้พวกเขารับฉันเข้าทำงาน?”ซางเลี่ยรุ่ย “ไม่ใช่!”เวินหร่านไม่อยากจะเชื่อ “ไม่ใช่จริง ๆ เหรอ?”ซางเลี่ยรุ่ยเม้มริมฝีปากบางอันเย็นชาลงเบา ๆ มือของเขาออกแรงดึงเพียงครั้งเดียวเวินหร่านพลันเสียหลัก ศูนย์ถ่วงร่างกายโงนเงนจนล้มครืนลงไปบนเรือนร่างของเขาพลันพลัดตกลงไปอยู่ในอ้อมอกของซางเลี่ยรุ่ยพอดีฝ่ามือของเธอเผลอไปทาบทับลงบนกล้ามเนื้ออกอันแน่นขึงของเขาอย่างไม่ตั้งใจเวินหร่านเผลอบีบเฟ้นลงไปตามสัญชาตญาณสัมผัสแน่นกำลังดีตึงแน่นทรงพลัง และยืดหยุ่นเป็นอย่างยิ่งเธอได้ยินเสียงครางหึมฮำในลำคอเบา ๆ จากซางเลี่ยรุ่ยถัดจากนั้นพลันมีบางสิ่งบางอย่างดุนดันจ่อเข้าใส่เธอ...เวินหร่านพลันชะงักแข็งเกร็งไปในทันทีเขาแทบจะสติแตกหมดแล้วทว่าซางเลี่ยรุ่ยในยามนี้กลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้เธอมากยิ่งขึ้นลมหายใจอันร้อนผ่าวของเขารดรินพ่นลงมา
เวินหร่านรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างยิ่งด้วยวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ และรูปร่างหน้าตาของเธอ ไม่มีทางที่จะหางานดี ๆ สักตำแหน่งไม่ได้เลยเธอจึงกดโทรศัพท์หมุนสายกลับไปหาผู้จัดการฝ่ายบุคคลคนหนึ่ง และในที่สุดก็ได้รับคำตอบเธอไปล่วงเกินผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งที่ไม่มีบริษัทไหนกล้าต่อกรด้วยผู้มีอิทธิพลท่านนั้นส่งสัญญาณเตือนออกไป ห้ามมิให้บริษัทอื่นรับเธอเข้าทำงานเด็ดขาดพอเวินหร่านได้ยินเช่นนั้น คนแรกที่แล่นเข้ามาในหัวก็คือซางเลี่ยรุ่ยเขาคิดจะบีบคั้นให้เธอยอมจำนนกลับไปทำงานที่บริษัทของเขาอย่างนั้นหรือ?เธอคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะใจแคบและเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงเพียงนี้ถึงกับใช้วิธีการต่ำช้าแบบนี้มาบีบบังคับเธอ!เวินหร่านพลันเกิดความรู้สึกโกรธเคืองจนแทบระเบิดออกมาตกดึกยามที่หลีลี่ เพื่อนสนิทของเธอเดินทางมาร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้าน เวินหร่านจึงระบายความอัดอั้นตันใจเรื่องนี้ให้เพื่อนฟังทันที“แกว่ายังไงนะ? ซางเลี่ยรุ่ยถึงกับส่งข่าวไปกำชับบริษัทอื่น ๆ ที่เธอไปสัมภาษณ์ ห้ามไม่ให้ใครรับแกเข้าทำงานเนี่ยนะ?”หลีลี่ตกตะลึงจนตาค้างไปในทันทีนี่มันไม่เหมือนสไตล์การทำงานของระดับบอสใหญ่เลยสักนิด“อืม” เว
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ







