LOGINซางเลี่ยรุ่ยยักคิ้ว “สถานที่ทานข้าวเราไง”เดตแรกอย่างเป็นทางการกับเธอทั้งที อย่างไรเขาก็ต้องทำให้เธอประทับใจจนยากจะลืมเลือนให้ได้เขาผลักประตูเข้าไป แล้วเดินนำพาเธอเข้าสู่ตัวบริเวณลานกว้างย่ำเดินไปตามเส้นทางสายเล็กที่ปูด้วยหินกรวด จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ภายในบ้านไม้ด้านในเต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหารที่รังสรรค์ขึ้นจากไม้ชิงชันบนผนังประดับด้วยภาพวาดน้ำมันทุก ๆ ระยะห่างจะมีดอกไม้ใบหญ้าประดับจัดวางไว้ให้เห็นตา“บรรยากาศที่นี่ดีจังเลยค่ะ!”ทันทีที่เวินหร่านก้าวเข้ามา นัยน์ตาก็พลันเป็นประกายเธอทอดสายตาสำรวจบรรยากาศโดยรอบ แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมดูออกเลยว่า ที่แห่งนี้ต้องเป็นสถานที่ที่เขาพิถีพิถันเลือกสรรมาอย่างดีแน่นอนเงียบสงบ รื่นรมย์ และยากที่จะถูกรบกวน“คุณชอบก็ดีแล้ว!” ซางเลี่ยรุ่ยยกยิ้มมุมปากเจ้าของร้านรีบออกมาต้อนรับด้วยตัวเองพร้อมทั้งแนะนำเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ให้แก่ทั้งสองคนซางเลี่ยรุ่ยจึงสั่งให้เขายกเมนูขึ้นชื่อทั้งหมดออกมาเสิร์ฟเพียงไม่นาน บนโต๊ะอาหารตรงหน้าพวกเขาก็เต็มไปด้วยจานเล็กจานน้อยหลากสีสันวางเรียงรายกันแน่นขนัดทุกจานล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ซางเลี่ยรุ่ยพยักหน้า “แน่นอนสิ! ชอบไหม?”คืนนี้เป็นเดตแรกอย่างเป็นทางการของพวกเขาการที่เขาจะมอบดอกกุหลาบให้เธอสักช่อจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้วเวินหร่านโอบอุ้มช่อกุหลาบนั้นไว้ “ชอบน่ะก็ชอบอยู่นะคะ แต่ครั้งหน้าคุณไม่ต้องให้อีกได้ไหมคะ?”ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบดอกไม้เธอเองก็เช่นกันทว่าความชอบก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องได้ครอบครองเหมือนอย่างที่เธอยอมตกลงมาเดตกับซางเลี่ยรุ่ยในคืนนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะลงเอยด้วยกัน เมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนในตอนนี้ การที่เขามอบดอกกุหลาบให้เธอจึงดูไม่เหมาะสมเท่าไรนักเธอจะรับไว้ก็ไม่เหมาะ ครั้นจะไม่รับเลยก็คงไม่ดีเช่นกันเวินหร่านกอดช่อกุหลาบนั้นเอาไว้โดยไม่พูดอะไรต่อรถหรูแล่นตรงไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องขึ้นทางยกระดับ แล้วเคลื่อนผ่านด่านทางด่วนส่วนจุดหมายปลายทางว่าจะขับไปที่ไหนนั้น เวินหร่านไม่ได้เอ่ยปากถาม และก็ไม่อาจรู้ได้เลยเธอเพียงแต่นั่งอยู่บนรถ แล้วย้อนคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยอย่างจริงจังระหว่างพวกเขาสองคน ยังพอจะมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปมากกว่านี้อีกไหมกระทั่งรู้สึกต
เมื่อเวินหร่านตื่นนอนขึ้นมาในเช้าวันใหม่ พอเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบข้อความตอบกลับจากซางเลี่ยรุ่ยทิ้งไว้หนึ่งข้อความ“งั้นเป็นคืนนี้แทน ผมจะไปรับคุณเอง!”ช่วงเวลาที่ส่งมาคือหลังจากที่เธอส่งข้อความสุดท้ายเมื่อคืนไปได้ไม่นานนี่หมายความว่าเมื่อคืนเขานั่งเฝ้ารอข้อความตอบกลับจากเธออยู่ตลอดอย่างนั้นเหรอ?เวินหร่านจ้องมองข้อความนี้ ขมวดคิ้วแน่นขึ้นมาโดยสัญชาตญาณซางเลี่ยรุ่ยยังคิดจะดันทุรังไปเดตกับเธอต่ออีกงั้นเหรอ?เขาจะตื๊อไม่เลิกราเลยใช่ไหม?เธอรู้อยู่แก่ใจตั้งแต่แรกแล้วว่า หากปล่อยให้เขารู้เรื่องที่เธอหย่าร้างแล้วล่ะก็ จะต้องมีเรื่องราววุ่นวายตามมาอีกพะเนินแน่ด้วยเหตุนี้ เธอจึงพยายามปกปิดเรื่องนี้จากเขามาโดยตลอดและผลลัพธ์ก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่เธอคาดการณ์ไว้นั้นไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิดยามนี้ซางเลี่ยรุ่ยเริ่มเปิดฉากตามเกาะแกะวนเวียนในชีวิตเธออีกครั้งแล้วและหากคิดจะตัดความสัมพันธ์กับเขาให้หมดจดสิ้นซาก คงไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยจริง ๆ เวินหร่านไม่ได้ตอบข้อความเขากลับไป เธอตัดใจก้าวลงจากเตียงตรงเข้าห้องน้ำไปจัดการอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเธอไม่ได้เอ่ยปากตกลง และก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“คุณโกรธผมไหม?”เสียงของฟู่จิ่งเฉิงพลันดังขึ้นมาจากข้างกายอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเวินหร่านชะงักเท้า หันกลับไปมองเขาดวงตาคู่คมสีดำสนิทของฟู่จิ่งเฉิงฉายแววลึกล้ำดุจมหาสมุทรไร้ก้นบึ้งเขายังคงจ้องมองเธอ และเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง “เรื่องที่ผมหย่ากับคุณ แล้วตอนนี้มาคบหากับเสิ่นปิงเจี๋ย คุณโกรธผมบ้างหรือเปล่า?”ดวงตาคู่สวยของเวินหร่านฉายรังสีลึกล้ำเพิ่มขึ้นหลายส่วน “ในเมื่อหย่าขาดกันไปแล้ว ก็ไม่มีคำว่าโกรธหรือไม่โกรธหรอกค่ะ!”หากจะพูดถึงความโกรธแค้น เธอก็เลิกเคืองแค้นเขาไปนานแล้วไม่อย่างนั้นอาการโรคฮิสทีเรียของเธอคงไม่สงบลงจนไม่กำเริบขึ้นมาอีกเลยแบบนี้หรอกยามนี้การที่เขาจะมีหญิงใหม่ ก็ล้วนอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเวินหร่านเสียที่ไหนฟู่จิ่งเฉิงหัวเราะหยันในลำคอ “คุณไม่มีสิทธิ์มาโกรธผมอยู่แล้วล่ะ ขนาดลับหลังผม คุณยังแอบไปทอดสะพานนัวเนียกับพี่เขยได้เลย...”สีหน้าของเวินหร่านแปรเปลี่ยนไปในทันทีเอ่ยถามขัดขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ “คุณพูดเรื่องบ้าอะไรของคุณ?”สายตาของฟู่จิ่งเฉิงหรี่แคบและหม่นแสงลง “ยังจะแกล้งทำเป็นไขสือแสดงละครอยู่อีกเหรอ? คุณกับฉินเยว่เชาน่ะแอบกินกันลับ ๆ ตั้งแต่เมื่อไห
ณ โรงแรมห้าดาวภายในฮอลล์จัดเลี้ยงขนาดใหญ่เวินหร่านควงแขนฉินเยว่เชาก้าวเข้าสู่บริเวณงาน พลันตกเป็นจุดสนใจของทุกคนในทันทีด้วยความที่ในอดีต พวกเขาทั้งสองเคยมีความสัมพันธ์เป็นถึงพี่เขยกับน้องเมียนับตั้งแต่ฉินเยว่เชาแต่งงานกับเวินฉี งานสังคมใหญ่โตระดับนี้เขากลับแทบไม่เคยพาเวินฉีออกงานด้วยเลยสักครั้งนึกไม่ถึงเลยว่าในวันนี้ เขาจะถึงกับพาน้องเมียมาออกงานด้วยตนเอง ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและการสอดส่องสังเกตจากผู้คนรอบข้างเวินหร่านชะงักเท้าลงโดยไม่อาจควบคุมหางตาของเธอเหลือบไปเห็นสายตาหลากหลายรูปแบบที่คนรอบกายจับจ้องส่งมา“ไม่เป็นไรหรอก มีผมอยู่ทั้งคน!”ฉินเยว่เชาราวกับอ่านความคิดและความกังวลในใจของเธอออก จึงกดเสียงต่ำเอ่ยให้คำมั่นสัญญาเวินหร่านพยายามฝืนประคองรอยยิ้มเอาไว้ “คุณไม่ได้บอกฉันนี่คะว่าคืนนี้จะมีคนมาร่วมงานมากขนาดนี้”ตอนแรกเขาบอกว่ามีงานเลี้ยงสังสรรค์ทางธุรกิจเธอจึงนึกไปเองว่าจะแค่เป็นการร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกันระหว่างคนไม่กี่คนเท่านั้นใครจะไปคาดคิดว่าจะให้มาร่วมงานเลี้ยงราตรีตระการตาขนาดนี้?ฐานะอดีตพี่เขยกับน้องเมียระหว่างเธอกับฉิน
เวินหร่านอุทานออกมาด้วยความตกใจ รีบกล่าวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ทว่าสวี่เจียฮุยที่เพิ่งเกือบจะตกงานไปเพราะเวินหร่าน กลับยังคงอุ้มความแค้นฝังหุ่นอยู่ในใจฉวยจังหวะนี้เอ่ยปากกล่าวหาทันที “เวินหร่าน เธอทำบ้าอะไรเนี่ย? ถึงกับทำน้ำชาหกใส่ประธานซาง นี่เธอจงใจใช่ไหม?”ทุกคนในห้องพลันหันขวับมามองเวินหร่านเป็นตาเดียวสายตาที่พวกเขามองมา ราวกับกำลังปักใจเชื่อว่าเธอจงใจใช้วิธีนี้เพื่ออ่อยซางเลี่ยรุ่ยไม่มีผิดเวินหร่านรู้สึกคับอกคับใจจนแทบกระอักเลือดเธอไม่ได้มีความคิดต่ำทรามแบบนั้นสักนิดแถมด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยแล้ว ต่อให้เธอคิดจะยั่วยวนเขาจริง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้วิธีตื้นเขินปัญญาอ่อนแบบนี้ไม่ใช่หรือไง?แต่ปัญหาคือคนอื่น ๆ ดันเชื่อสนิทใจไปแล้วน่ะสิ!ยามนี้สายตาที่พวกเขามองมาจึงเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดคล้ายกำลังเยาะเย้ยถากถางว่าเธอเป็นหญิงมารยาจอมเจ้าเล่ห์ใบหน้าของเวินหร่านเจื่อนลงด้วยความกระดากอายสัญชาตญาณบอกให้เธอรีบอ้าปากอธิบายอะไรสักอย่างออกมาทว่ากลับพบว่าไม่ว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดออกไปในตอนนี้ ก็ดูราวกับเป็นการร้อนตัวแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ และยิ่งแก้ก็ยิ่งแย่ไปกั
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล




![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


