LOGINตอนที่ 4: เลขาฯ ส่วนตัวกับบทเรียนบนตักท่านประธาน
เช้าวันจันทร์ที่ควรจะเร่งรีบและวุ่นวายตามประสาคนวัยทำงาน กลับกลายเป็นเช้าที่พิมพ์ลดาในวัยยี่สิบสี่ปีรู้สึกว่าสองขาของตัวเองหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ความปวดร้าวบริเวณสะโพกและต้นขาด้านในยังคงย้ำเตือนถึงบทรักอันหนักหน่วงและมาราธอนที่ลากยาวมาตั้งแต่คืนวันศุกร์จนถึงเช้าวันอาทิตย์... บนเตียงกว้างในห้องนอนของพ่อสามี ร่างอรชรในชุดเสื้อเชิ้ตชีฟองสีขาวเนื้อดีที่พอดีตัวจนเน้นให้เห็นหน้าอกอวบอิ่ม คาดทับด้วยกระโปรงทรงดินสอสีดำสนิทที่รัดรูปและผ่าหลังสูงถึงกึ่งกลางต้นขา เธอก้าวเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ของธนินทร์เข้ามาในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ท่ามกลางสายตาของพนักงานหลายสิบชีวิตที่ลอบมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามถึงตำแหน่ง ‘เลขาฯ ส่วนตัว’ ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมากะทันหัน เพราะรังสีความน่าเกรงขามและอำนาจเด็ดขาดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวท่านประธานวัยสี่สิบห้านั้น คุกคามจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ ประตูไม้บานใหญ่ของห้องผู้บริหารระดับสูงสุดบนชั้นสี่สิบถูกเปิดออกและปิดลงพร้อมกับระบบล็อคอัตโนมัติ ภายในห้องกว้างขวางโอ่อ่าและเก็บเสียงสนิท แบ็คกราวด์ด้านหลังเป็นกระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงสุดลูกหูลูกตา แต่มู่ลี่ปรับแสงกลับถูกรูดปิดลงจนเหลือเพียงแสงสลัว ธนินทร์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังผู้บริหารตัวใหญ่ ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีกรมท่าปลดกระดุมเสื้อสูทออกอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยวางมาดนักธุรกิจผู้เคร่งขรึมเมื่อครู่ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสายตาของราชสีห์ที่กำลังหิวกระหาย และเป้าหมายเดียวของเขาก็คือร่างบอบบางที่กำลังยืนสั่นระริกอยู่หน้าโต๊ะทำงาน "เอาแฟ้มรายงานการประชุมของบอร์ดบริหารมาให้ฉัน... แล้วมานี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งราบเรียบ แต่มันคือประกาศิตที่ไม่อาจขัดขืน พิมพ์ลดาเม้มริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีพีชแน่น มือเรียวที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจก ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่เข้าไปหาเขา "นี่ค่ะ... คุณพ่อ" "ในบริษัท ฉันไม่ใช่พ่อของเธอ" ธนินทร์เอ่ยแทรกเสียงดุ มือหนาที่หยาบกร้านเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็ก แล้วออกแรงกระตุกเพียงนิดเดียว ร่างอรชรก็เสียหลักล้มลงมานั่งแหมะอยู่บนตักแกร่งอย่างพอดิบพอดี "เรียกฉันว่าท่านประธาน... หรือไม่ก็ ธนินทร์" "อ๊ะ... ท่านประธานคะ ปล่อยพิมพ์ก่อนค่ะ นี่มันเวลางาน เดี๋ยวใคร..." เสียงหวานขาดห้วงเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวสอดเข้าไปใต้ชายกระโปรงทรงดินสอ ลูบไล้ต้นขาขาวเนียนผ่านรอยผ่าด้านหลัง สัมผัสสากระคายของปลายนิ้วที่กรีดกรายลงบนผิวอ่อนนุ่มทำให้พิมพ์ลดาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เธอพยายามจะลุกขึ้นยืน แต่ท่อนแขนแกร่งราวกับคีมเหล็กก็โอบรัดเอวคอดเอาไว้แน่น "ไม่มีใครกล้าเข้ามาถ้าฉันไม่อนุญาต... หันหน้ามาหาฉัน พิมพ์ลดา" เขาออกแรงบังคับให้เธอหมุนตัวกลับมานั่งคร่อมบนตักกว้าง ขาทั้งสองข้างของหญิงสาวถูกแยกออกให้คร่อมทับหน้าขาแกร่ง กระโปรงทรงดินสอที่แคบอยู่แล้วร่นขึ้นมากองอยู่บนหน้าขา เผยให้เห็นอันเดอร์แวร์ลูกไม้สีดำตัวจิ๋วที่ปกปิดความเย้ายวนเอาไว้หมิ่นเหม่ บรรยากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถดับความรุ่มร้อนที่กำลังปะทุขึ้นได้เลย ธนินทร์มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟราคะ ลำคอแกร่งแห้งผาก กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงผสมกับกลิ่นฟีโรโมนที่แผ่ซ่านจากตัวเธอทำให้ความเป็นชายที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงสแลคโป่งพองและแข็งขืนขึ้นมาอย่างดุดัน มันดุนดันอยู่ใต้บั้นท้ายกลมกลึงของเธอจนพิมพ์ลดาสัมผัสได้ชัดเจน "ท่านประธาน... อย่าค่ะ... พิมพ์ต้องสรุปวาระการประชุม..." เธอละล่ำละลักบอก ใบหน้าหวานแดงซ่านไปจรดใบหู สองมือบางดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจต้านทานผู้ชายตรงหน้าได้เลย "งานของเธอตอนนี้ คือทำตามที่ฉันสั่ง" ธนินทร์กระซิบชิดริมฝีปากบาง ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดจนเธอสั่นสะท้าน มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสกับขอบกางเกงในลูกไม้สีดำ ก่อนจะออกคำสั่งที่ทำเอาหัวใจคนฟังแทบหยุดเต้น "ถอดมันออก" "คะ? แต่..." "ฉันบอกให้ถอดกางเกงในออก พิมพ์ลดา... เดี๋ยวนี้" น้ำเสียงนั้นเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ พิมพ์ลดาน้ำตาคลอเบ้า ความรู้สึกอับอายและผิดบาปตีรวนขึ้นมาในอก แต่มันกลับถูกกลืนกินด้วยความเสียวซ่านและสัญชาตญาณของการถูกครอบงำ เธอสั่นไปทั้งตัวขณะที่ค่อยๆ ยกสะโพกขึ้นเล็กน้อย มือเรียวเกี่ยวขอบลูกไม้สีดำแล้วรูดมันลงมาตามเรียวขา ก่อนจะปล่อยมันทิ้งลงบนพื้นพรมอย่างจำยอม เมื่อปราการชิ้นสุดท้ายหลุดพ้นไป ความงดงามที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำหล่อลื่นก็ปรากฏแก่สายตา ธนินทร์ครางฮึมฮำในลำคออย่างพึงพอใจ เขาปลดตะขอกางเกงสแลคและรูดซิปลงอย่างรวดเร็ว งัดเอาแก่นกายลำใหญ่ที่ขยายตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโปนออกมาสู่ภายนอก ความร้อนผ่าวและขนาดที่ใหญ่โตของมันทำเอาพิมพ์ลดาต้องเบือนหน้าหนีด้วยความขวยเขิน แม้จะเคยผ่านมันมาแล้วหลายครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ แต่มันก็ยังทำให้เธอหวั่นใจได้ทุกครั้ง "จับหน้าอกตัวเอง... แล้วอ่านรายงานให้ฉันฟัง" เขาสั่งเสียงพร่า มือหนาจับท่อนเอ็นร้อนระอุของตัวเองไปจดจ่อที่รอยแยกอ่อนนุ่มซึ่งกำลังเยิ้มแฉะไปด้วยน้ำหวาน "อ๊ะ... ท่านประธาน..." พิมพ์ลดาทำตามอย่างว่าง่ายราวกับต้องมนต์ สองมือบางเลื่อนขึ้นไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกสามเม็ด เผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีดำที่โอบอุ้มเต้าอวบอิ่ม เธอสอดมือเข้าไปกอบกุมหน้าอกตัวเอง บีบเคล้นเบาๆ ตามคำสั่ง ขณะที่สายตาพยายามจับจ้องไปที่แฟ้มเอกสารในมือ ธนินทร์ไม่รอช้า เขากระชากสะโพกผายให้กดทับลงมาหา ในขณะที่ตัวเองก็สวนสะโพกสอบขึ้นไปรับอย่างหนักหน่วง "อ๊าาาา!" แฟ้มเอกสารในมือเกือบจะร่วงหล่นเมื่อความใหญ่โตสอดแทรกเข้ามาในร่องสวาทที่คับแคบจนสุดความยาวในคราวเดียว ความจุกเสียดผสมผสานกับความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง พิมพ์ลดาเชิดหน้าขึ้น หวีดร้องเสียงหลง สองมือที่ขยำหน้าอกตัวเองอยู่จิกเกร็งจนเนื้อเนียนขึ้นรอยแดง "แน่นชะมัด... อ่าส์... รัดของฉันซะแน่นเลยนะเลขาฯ คนสวย" ชายวัยกลางคนสบถคำหยาบโลนออกมาอย่างลืมมาดนักธุรกิจใหญ่ เขากัดฟันกรอด ขยับเอวสอบกระแทกกระทั้นสวนขึ้นไปหาคนที่นั่งคร่อมอยู่บนตักอย่างดุดันและเนิบนาบในตอนแรก ก่อนจะเพิ่มจังหวะให้เร็วและแรงขึ้นเรื่อยๆ เก้าอี้หนังผู้บริหารตัวใหญ่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามแรงขยับเบาๆ ทว่าในความรู้สึกของพิมพ์ลดา มันราวกับแผ่นดินกำลังไหว "อ๊ะ... อ๊า... คุณธนินทร์... พิมพ์เสียว... อื๊อออ..." เธอครวญครางไม่ได้ศัพท์ ร่างบางเด้งขึ้นลงตามแรงกระแทกที่สวนขึ้นมา หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวอย่างยั่วยวนสายตา ธนินทร์เอื้อมมือไปกอบกุมเต้าตูมที่ล้นทะลักออกมาจากบราเซีย บีบขยำสลับกับใช้หัวแม่มือสะกิดยอดปทุมถันที่แข็งขืนเป็นไตจนหญิงสาวบิดเร่าด้วยความทรมานแสนหวาน การลักลอบมีอะไรกันในห้องทำงานผู้บริหาร ในเวลาที่พนักงานนับร้อยกำลังเดินขวักไขว่ทำหน้าที่อยู่ด้านนอก มันสร้างความตื่นเต้นและกระตุ้นเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนได้อย่างมหาศาล พิมพ์ลดาพยายามกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงคราง กลัวเหลือเกินว่าจะมีใครเดินมาเคาะประตู แต่นั่นยิ่งทำให้ช่องทางรักของเธอตอดรัดแก่นกายของเขาแน่นขึ้นไปอีก "ตอดดีเหลือเกิน... พิมพ์... อ่าส์... พ่อจะทนไม่ไหวแล้ว" เขาเผลอหลุดสรรพนามเดิมออกมาเมื่อความเสียวซ่านพุ่งทะยานถึงขีดสุด ธนินทร์รวบเอวบางไว้แน่น ล็อกสะโพกเธอให้อยู่กับที่ ก่อนจะรัวเอวสอบกระแทกอัดเข้าไปในร่องสวาทอย่างบ้าคลั่ง ลึกซึ้ง และหนักหน่วงจนพิมพ์ลดาตัวลอย เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องห้องทำงานแข่งกับเสียงหอบหายใจ "อ๊าาา! ไม่ไหวแล้ว... พิมพ์จะ... กรี๊ดดดดดด!" ร่างอรชรกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง น้ำหวานสีใสทะลักล้นออกมาอาบชโลมแก่นกายร้อนจัด ในจังหวะเดียวกันนั้น ธนินทร์ก็อัดกระแทกสะโพกเข้าไปเป็นครั้งสุดท้าย ลึกจนสุดโคน เขากดแช่ค้างเอาไว้ คำรามเสียงต่ำในลำคอ พร้อมกับปลดปล่อยสายธารน้ำกามสีขาวขุ่นฉีดพ่นเข้าไปในช่องทางรักที่กำลังตอดตุบๆ ทุกหยาดหยดถูกฝากฝังไว้ในตัวของเธอจนล้นปรี่ออกมาตามง่ามขา พิมพ์ลดาหอบหายใจรวยริน ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอหลับตาลง เตรียมจะขยับตัวลุกขึ้นจากตักเพื่อไปทำความสะอาดร่างกายที่เหนอะหนะ ทว่า... สองแขนแกร่งกลับโอบรัดเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "จะไปไหน" น้ำเสียงของเขากลับมาราบเรียบและทรงอำนาจอีกครั้ง "พิมพ์... พิมพ์จะไปเข้าห้องน้ำค่ะ มันเลอะเทอะไปหมดแล้ว เดี๋ยวพิมพ์ต้องสรุปงาน..." เธอช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างเว้าวอน รับรู้ได้ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในกายเธอมันยังไม่ได้อ่อนตัวลงเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำมันยังขยายขนาดแข็งขืนขึ้นมาคาอยู่ภายในร่องสวาทของเธออย่างดุดัน ธนินทร์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจของผู้ชายที่ควบคุมทุกอย่างในชีวิตของเธอ มือหนาเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารที่หล่นอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ยัดมันใส่มือของหญิงสาวที่กำลังนั่งคร่อมทับแก่นกายของเขาอยู่ "ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น นั่งอยู่แบบนี้แหละ" เขาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้แท่งเอ็นร้อนระอุเสียบคาอยู่ในตัวเธอจนมิดด้าม "เวลางานคือเวลางาน พิมพ์ลดา... อ่านรายงานวาระการประชุมต่อสิ เลขาฯ ของฉันต้องทำงานให้คุ้มเงินเดือนนะ" "อ๊ะ... แต่คุณธนินทร์... มัน... มันยังคาอยู่เลยนะคะ พิมพ์ขยับไม่ได้..." ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงลำคอ แค่เธอขยับตัวเพื่อพลิกหน้ากระดาษ ความใหญ่โตที่เสียดสีอยู่ภายในก็ทำเอาเธอเสียวซ่านจนน้ำตาแทบเล็ด "ก็ไม่ได้สั่งให้ขยับไปไหนนี่ นั่งทับมันไว้อย่างนั้นแหละ... อ่านสิ เสียงสั่นทำไม" ธนินทร์หรี่ตามองลูกสะใภ้ตัวน้อยที่ถูกแปรสภาพมาเป็นของเล่นส่วนตัวบนโต๊ะทำงาน นิ้วสากแกล้งกรีดกรายไปตามร่องอกที่โผล่พ้นเสื้อเชิ้ต สลับกับออกแรงขยับสะโพกเบาๆ สวนขึ้นไปหาคนที่นั่งคร่อมอยู่เป็นระยะ เพื่อเตือนความจำว่าใครคือเจ้านาย และใครที่ต้องตกเป็นทาสอารมณ์ของเขาไปตลอดทั้งวันทำงานนี้ พิมพ์ลดากัดริมฝีปากจนห้อเลือด มือที่สั่นเทาจับแฟ้มเอกสารขึ้นมาบังหน้าอกที่ยังไม่ได้ติดกระดุม เธอสูดลมหายใจลึก พยายามเปล่งเสียงอ่านรายงานท่ามกลางความอึดอัดและเสียวซ่านแทบขาดใจ โดยมีสายตาคมกริบของมหาเศรษฐีจอมเผด็จการจ้องมองทุกปฏิกิริยาของเธออย่างพึงพอใจที่สุด... บทเรียนการเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของเขา เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นตอนที่ 21: ฮันนีมูนเหนือม่านเมฆและปลายนิ้วที่แสนร้ายกาจหลังจากการจัดงานเฉลิมฉลองวิวาห์แห่งปีที่ตลบอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและเร่าร้อนผ่านพ้นไป ท่านประธานใหญ่อย่างธนินทร์ก็จัดการเคลียร์ตารางงานทั้งหมด โยนภาระหน้าที่ให้รองประธานและบอร์ดบริหารจัดการชั่วคราว เพื่อแลกกับวันหยุดยาวถึงสามสัปดาห์เต็ม เป้าหมายเดียวของเขาคือการพาภรรยาป้ายแดงวัยยี่สิบสี่ปีไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ดื่มด่ำความสุขส่วนตัวบนเกาะสวรรค์อย่างมัลดีฟส์พิมพ์ลดาเองก็ตื่นเต้นกับทริปนี้ไม่น้อย หญิงสาวรู้ทันความหื่นกระหายของสามีวัยสี่สิบห้าดีกว่าใคร เธอจึงแอบจัดเตรียมกระเป๋าเดินทางด้วยตัวเอง ซุกซ่อนบิกินี่ตัวจิ๋วและชุดว่ายน้ำเว้าสูงปรี๊ดหลายสิบชุดที่เพิ่งสั่งตัดพิเศษเอาไว้ด้านในสุด เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะงัดเอาความสาวและความเซ็กซี่ทั้งหมดที่มี ออกมายั่วสามีจอมเผด็จการคนนี้ให้หลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น เอาให้เขาไม่ต้องก้าวขาออกจากวิลล่ากลางน้ำเลยสักวันเดียวทว่า... ดูเหมือนคนที่จะถูกสูบเรี่ยวแรงจนก้าวขาไม่ออก น่าจะเป็นตัวเธอเองเสียมากกว่าภายในเคบินกว้างขวางของเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวสุดหรูที่กำลังทะยานอยู่เหนือหมู่เมฆ พิมพ์ลดาในชุดเดรสกระ
ตอนที่ 20: ค่ำคืนส่งตัวและชุดเข้าหอที่หลอมละลายหัวใจกาลเวลาหมุนเปลี่ยนผ่านไปหลายเดือน... ค่ำคืนนี้คือช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองที่ทุกคนรอคอย งานมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของวงการอสังหาริมทรัพย์ถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราอลังการในห้องบอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาว ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับและกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพรรณ รอยยิ้มแห่งความสุขประดับอยู่บนใบหน้าของคู่บ่าวสาวอย่างปิดไม่มิดแม้สถานะก่อนหน้านี้ของพิมพ์ลดาจะเป็นอดีตลูกสะใภ้ แต่ด้วยบารมี อำนาจเบ็ดเสร็จ และการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนของธนินทร์ ทำให้ไม่มีแขกเหรื่อคนไหนกล้าปริปากพูดจาว่าร้ายหรือซุบซิบนินทาให้ระคายหู ทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้มชื่นมื่น ยอมรับในตัวนายหญิงคนใหม่ของประมุขแห่งตระกูลอย่างไม่มีข้อกังขากว่าที่เจ้าบ่าวจะปลีกตัวออกมาจากงานเลี้ยงเพื่อเข้าหอได้ก็กินเวลาไปจนดึกดื่น ธนินทร์ถูกกลุ่มเพื่อนสนิทและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจรุมมอมเหล้า แชมเปญ และไวน์รสเลิศไปหลายขนาน แม้เขาจะเป็นคนคอแข็ง แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดก็ทำให้ใบหน้าคร้ามคมซับสีเลือด สูบฉีดความร้อนรุ่มและกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนให้ตื่นตัวมากกว่าปก
ตอนที่ 19: บ่ายวันอาทิตย์อันแสนอบอุ่นและคำถามที่เปลี่ยนชีวิตแสงแดดยามบ่ายคล้อยที่สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านทึบแสง บ่งบอกกาลเวลาที่ล่วงเลยมาจนเกือบจะหมดวัน ทว่าภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์หลังใหญ่ ทุกอย่างยังคงตกอยู่ในความเงียบสงบ มีเพียงเสียง ของเครื่องปรับอากาศที่ทำหน้าที่ส่งไอเย็นฉ่ำ สวนทางกับอุณหภูมิความร้อนรุ่มใต้ผ้าห่มผืนหนาที่เพิ่งจะมอดดับลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้พิมพ์ลดาขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่โจมตีระบบประสาทคือความปวดเมื่อยร้าวลึกไปถึงกระดูก โดยเฉพาะช่วงสะโพกและเรียวขาทั้งสองข้างที่แทบจะไร้ความรู้สึก บทลงทัณฑ์แสนหวานรอบสุดท้ายที่เขาบอกว่าจะ ‘ค่อยๆ ทำ’ กลับกลายเป็นการเคี่ยวกรำที่เนิบนาบ ลึกซึ้ง และสูบเรี่ยวแรงของเธอไปจนหยดสุดท้าย ทว่าถึงแม้ร่างกายจะบอบช้ำเพียงใด แต่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดแกร่งที่กักขังเธอเอาไว้ในอ้อมอกตลอดทั้งคืนจนถึงบ่าย ก็ทำให้หัวใจดวงน้อยพองโตอย่างประหลาดหญิงสาวนอนตะแคงซุกใบหน้าอยู่กับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ท่อนแขนหนักอึ้งของธนินทร์พาดทับอยู่บนเอวคอด รั้งร่างเปลือยเปล่าของเธอให้แนบชิดกับเขาจนแทบไ
ตอนที่ 18: ทะลวงลึกทะลุขีดจำกัดและการชำระล้างที่แสนวาบหวามเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่พร่ามัวลงด้วยไอร้อนและหยาดเหงื่อ ร่างบอบบางของพิมพ์ลดาอ่อนปวกเปียกแทบจะรูดลงไปกองกับพื้นพรม หากไม่ได้แผงอกกว้างและท่อนแขนแกร่งของธนินทร์พยุงเอาไว้ หญิงสาวหอบหายใจรวยริน นัยน์ตากลมโตฉ่ำปรือไร้โฟกัส ความสุขสมที่เพิ่งปะทุผ่านพ้นไปทิ้งไว้เพียงอาการกล้ามเนื้อกระตุกเกร็งเบาๆทว่าพายุราคะของผู้ชายวัยสี่สิบห้ากลับเพิ่งจะถูกโหมกระพือให้โชติช่วงขึ้นไปอีก"ยืนให้ไหวพิมพ์... คืนนี้ยังอีกยาวไกล"น้ำเสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ชายหนุ่มใหญ่ถอนความใหญ่โตออกจากร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำอย่างเชื่องช้า พิมพ์ลดาหลุดเสียงครางเครือในลำคอเมื่อความอุ่นวาบผละออกไป แต่เธอยังไม่ทันได้พักหายใจ ธนินทร์ก็จัดการพลิกตัวเธอให้หันหน้าเข้าหาผนังกระจกใสบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องนอนกับระเบียงเขาใช้ร่างกำยำดันแผ่นหลังบางให้แนบชิดกับความเย็นเยียบของกระจก ก่อนจะก้มลงจับเรียวขาข้างขวาของเธอให้ยกสูงขึ้น พาดเกี่ยวเอาไว้บนท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ท่าทางที่ถูกบังคับให้เปิดเปลือยจุดอ่อนไหวอย่างไร้ทางหนี ทำเอาพิมพ์ลดาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตร
ตอนที่ 17: เงาสะท้อนของความปรารถนาและค่ำคืนที่ไร้ปรานีปลายปากกาหมึกซึมด้ามทองตวัดลายเซ็นลงบนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย แฟ้มเอกสารเล่มหนาถูกปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวของท่านประธานใหญ่ ปากการาคาแพงถูกโยนทิ้งลงบนโต๊ะกระจกอย่างไร้เยื่อใย ธนินทร์หมดความอดทนกับจังหวะเนิบนาบที่แสนทรมานนี้แล้วชายวัยสี่สิบห้าเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นัยน์ตาคมดุจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้ม ขย่มโยกอยู่บนหน้าขาของเขาด้วยความหลงใหล"หมดเวลาเล่นสนุกแล้วพิมพ์... งานของฉันเสร็จแล้ว ทีนี้ก็มาทำหน้าที่ของเธอให้เต็มที่สักที"สิ้นเสียงแหบพร่า มือหนาที่เคยวางโอบประคองบั้นท้ายกลมกลึงเปลี่ยนเป็นจับยึดสะโพกผายเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ธนินทร์ล็อกร่างอรชรไม่ให้ขยับหนี ก่อนจะเริ่มเป็นฝ่ายคุมเกม เขาหยัดสะโพกสอบสวนกระแทกความใหญ่โตที่ฝังลึกอยู่ภายในขึ้นไปหาอย่างดุดัน รุนแรง และรัวเร็วแบบไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว!"อ๊า! คุณธนินทร์! อ๊ะ... อ๊ะ... อ๊า!"พิมพ์ลดาหวีดร้องลั่น ร่างบางหัวสั่นหัวคลอนไปตามแรงอัดกระแทกที่โหมกระหน่ำสวนขึ้นมาอย่างไร้ความปรานี จากจังหวะเนิบนาบแสนหวาน แปรเปลี่ยนเป็นพายุราคะที่บ้าคลั่ง หญิงสาวผวาเฮือก จิกเล็บล
ตอนที่ 16: จังหวะรักเนิบนาบบนตักท่านประธานและสัญชาตญาณที่จำนน“แฉะขนาดนี้... ฉันถึงได้บอกให้เธอไปนอนพักไงพิมพ์ลดา”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดใบหูเจือความขบขันและเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด ธนินทร์รวบเอวคอดของเลขาฯ สาวที่เพิ่งถูกดึงขึ้นมาจากใต้โต๊ะ ให้ขยับเข้ามานั่งคร่อมทับบนหน้าขาแกร่งของเขาอย่างถนัดถนี่ สัมผัสเปียกชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าของกระโปรงทรงสอบลงมาปะทะกับกางเกงสแลค บ่งบอกถึงความต้องการที่พุ่งสูงปรี๊ดของคนบนตักได้อย่างชัดเจนพิมพ์ลดาหน้าแดงก่ำลามไปถึงลำคอ หอบหายใจรวยริน นัยน์ตากลมโตฉ่ำปรือช้อนขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยความขวยเขินที่ผสมปนเปกับความหิวกระหาย “ก็พิมพ์... พิมพ์ไม่อยากพักนี่คะ”“ความจริงฉันตั้งใจจะให้เธอเก็บแรงเอาไว้” มหาเศรษฐีวัยสี่สิบห้าใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำหวานที่เลอะมุมปากของเธอออกให้อย่างเบามือ นัยน์ตาคมดุทอประกายพราวระยับ “เพราะคืนนี้เป็นคืนวันศุกร์ พรุ่งนี้วันหยุด... ฉันกะจะทำกับเธอทั้งคืนจนถึงเช้า”คำขู่แสนหวานที่แฝงความดุดันเอาไว้ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัว ร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เพียงแค่จินตนาการถึงค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง ทว่าความว่างเปล่าที่จุดกึ







