Share

บทที่ 5

Penulis: เชอร์ลีย์
ฉันลากกระเป๋าเดินทางไปจนพบห้องพักริมทางซอมซ่อแห่งหนึ่งที่ชานเมือง

ที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและบรรยากาศเก่ากึก วอลเปเปอร์หลุดลอก และพรมก็เต็มไปด้วยคราบสกปรก

แต่สำหรับคนที่ถูกขับไล่ออกมาอย่างฉัน นี่คือที่แห่งเดียวที่ฉันพอจะมีปัญญาจ่ายไหว

กลางดึก ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงฉีกกระชากฉันให้ตื่นขึ้นจากฝันร้าย

ความทรมานจากการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในไขกระดูก ทุกลมหายใจคือความทุกข์ทรมาน

ฉันขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ความทรงจำในวัยเด็กหลั่งไหลเข้ามาประดุจน้ำหลาก

ตอนนั้นฉันอายุเพียง 14 ปี และเพิ่งเริ่มรับการฝึกสอนของตระกูล

โซเฟียมักจะ "หวังดี" ช่วยเลือกชุดที่ดูสมบูรณ์แบบที่สุดให้ฉัน แต่ผลคือทุกครั้งที่ฉันใส่เสื้อผ้าที่เธอส่งให้ ผิวหนังจะถูกเส้นใยในเนื้อผ้าทิ่มแทงทั้งเจ็บทั้งคัน

ความรู้สึกนั้นทำให้ฉันเจ็บปวดจนเป็นลมในห้องเรียน ผื่นแดงขึ้นเต็มตัว ทุกคนต่างคิดว่าฉันมันคุณหนูขี้โรค แม้แต่แรงกดดันจากการเรียนเพียงเท่านี้ก็ทนไม่ได้

มีเพียงฉันที่รู้ว่านั่นไม่ใช่การแพ้

"แคลร์นี่ช่างอ่อนแอเหลือเกิน" ครูสอนพิเศษในตอนนั้นส่ายหน้าทอดถอนใจ

ส่วนโซเฟียก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางเป็นห่วง "พี่คะ เป็นอะไรมากไหม? เดี๋ยวหนูไปเอายามาให้"

ตอนอายุ 14 ในการฝึกจำลองการต่อสู้ในเมือง ฉันถูกคนผลักตกจากที่สูง ขาหักและต้องนอนอยู่ในโกดังร้างคืนหนึ่งเต็มๆ

ตอนที่ทีมกู้ภัยหาฉันพบ ฉันกำลังไข้ขึ้นสูงและเพ้อไม่ได้สติ

ตาโซเฟียน้ำตาคลอเบ้า "ผิดที่หนูเองที่ปกป้องพี่ไม่ดี หนูควรจะหาพี่ให้เจอเร็วกว่านี้"

เธอกลายเป็นฮีโร่ ส่วนฉันกลายเป็นภาระที่ต้องรอความช่วยเหลือ

ที่น่ากลัวที่สุดคือสิ่งที่เรียกว่า "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร" ทุกครั้งที่ฉันบาดเจ็บ โซเฟียมักจะอาสารับหน้าที่ดูแลฉัน เธอจะเตรียมยาด้วยตัวเองและป้อนฉันอย่างอ่อนโยน

ฉันคิดว่านั่นคือความห่วงใยจากพี่น้องที่รักกัน แต่ฉันกลับยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ

พอมาคิดดูตอนนี้ ในอาหารเสริมพวกนั้นต้องมียาพิษชนิดเรื้อรังที่ทำลายระบบสร้างเม็ดเลือดในไขกระดูกปนอยู่ทีละน้อยแน่ๆ

มันค่อยๆ กัดกินชีวิตของฉันไปทีละนิด

ทุกคนคิดว่าฉันร่างกายอ่อนแอมาแต่เกิด รวมถึงตัวฉันเองด้วย

ที่แท้ ฉันถูกวางยาพิษเรื้อรังมาตั้งแต่อายุ 14

ในเวลาเดียวกัน ณ ศูนย์บัญชาการตระกูลฟาลโคน ร็อกโกนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่เขากลับไม่สามารถรวบรวมสมาธิอ่านเอกสารใดๆ ได้เลย

ความกังวลที่ยากจะอธิบายจู่โจมเข้ามา ทำให้เขาอยู่ไม่สุข

"บ้าเอ๊ย!" เขาลุกพรวดขึ้นมาแล้วกวาดเอกสารบนโต๊ะลงพื้น

เขามีความปรารถนาอย่างแรงมากที่จะไปหาแคลร์เดี๋ยวนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัย

แต่ศักดิ์ศรีกลับไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น เขาต้องการเหตุผลสักข้อ

ตอนที่โทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงดังขึ้น ฉันเกือบจะหมดสติเพราะความเจ็บปวดเจียนตาย

เป็นข้อความจากร็อกโก น้ำเสียงเย็นชาดั่งน้ำแข็ง

"แคลร์ กลับมาขอโทษโซเฟียเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าการหนีจะแก้ปัญหาได้"

ฉันไม่ได้ตอบกลับ เพราะฉันอ่อนแอเกินกว่าจะมีแรงตอบโต้เขาแล้ว

เพียงแต่ไม่รู้ว่า เขายังมีความเป็นห่วงฉันหลงเหลืออยู่บ้างไหมนะ?

แต่นั่นก็ไม่สำคัญแล้ว เหลือเวลานับถอยหลังสู่ความตายของฉันเพียง 1 วันเท่านั้น

เที่ยงวันถัดมา พนักงานหญิงจากร้านอาหารแถวนั้นมาเคาะประตูห้องฉัน

เธอเป็นเด็กสาวที่จิตใจดี แววตาใสซื่อราวกับน้ำ

"คุณผู้หญิงคะ เถ้าแก่เนี้ยให้ฉันเอาอาหารมาส่งค่ะ"

เธอประคองชามซุปร้อนๆ มาอย่างระมัดระวัง

วินาทีนี้ ตาของฉันอดไม่ได้ที่จะร้อนผ่าว ในโลกใบนี้ ยังมีคนเต็มใจห่วงใยขยะที่ถูกทิ้งอย่างฉันอยู่อีกเหรอ

ในขณะที่ฉันกำลังจะยื่นมือไปรับซุปด้วยความซาบซึ้ง โซเฟียก็ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน

เธอสวมชุดหนังรัดรูปสีดำ บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่ดูตั้งใจ

"พี่แคลร์ ในที่สุดหนูก็หาพี่เจอสักที"

เธอเดินอาดๆ เข้ามา แล้วผลักเด็กสาวคนนั้นออกไป

ซุปร้อนๆ หกราดพื้น กระเด็นมาโดนขาของฉันจนร้อนจี๋จนต้องสูดปากด้วยความเจ็บ

"ตายจริง ขอโทษด้วยนะคะ" โซเฟียแสร้งทำเป็นขอโทษ "แต่ของที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแบบนี้ พี่อย่ากินจะดีกว่าค่ะ"

เด็กสาวคนนั้นจ้องเขม็งด้วยความโกรธ "คุณทำแบบนี้ทำไม?"

"นังหนู อย่ามาแส่เรื่องของคนอื่น" โซเฟียเหยียดยิ้ม แววตาดูดุดันร้ายกาจ

เด็กสาวตกใจจนหน้าซีดเผือด แล้วถอยหลังออกไป

"อ้อ แล้วก็ ทนายที่ช่วยพี่ทำเรื่องน่ะถูกไล่ออกแล้วนะ" โซเฟียหันมาหาฉัน พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เหมือนคุยเล่น "เขาฝ่าฝืนกฎตระกูล แอบเตรียมเอกสารหย่าให้พี่ ร็อกโกเลยสั่งไล่เขาออกจากเมืองนี้ด้วยตัวเอง"

"ดูพี่สิ ไร้ประโยชน์จริงๆ ทำให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนไปด้วย"

"ตอนนี้คนทั้งตระกูลฟาลโคนต่างก็รู้กันหมดแล้ว ว่าพี่น่ะมันคนทรยศที่เนรคุณ"

พอได้ยินแบบนั้น ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา

แม้แต่คนที่เต็มใจจะช่วยฉัน ก็ยังต้องมาซวยเพราะฉันไปด้วย

ฉันกลายเป็นตัวซวยของทุกคนจริงๆ

"ทำไมเธอต้องทำขนาดนี้?" ฉันถามด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

"ก็เพราะฉันเกลียดพี่ไง!"

โซเฟียหัวเราะอย่างเยาะเย้ย เสียงหัวเราะนั้นแหลมสูงจนบาดแก้วหู

"จะตายอยู่แล้ว ทำไมไม่ไปตายไกลๆ? ทำไมต้องมาอยู่ให้รกหูรกตาในเขตตระกูลฟาลโคน?"

"พี่ดูสิ ร็อกโกเขาเชื่อพี่ไหม? ตั้งแต่ต้นจนจบ เขามองพี่เป็นแค่ภาระเท่านั้นแหละ!"

นี่แหละคือตัวตนจริงๆ ของเธอ นี่คือโซเฟียผู้สมบูรณ์แบบในใจของทุกคน

ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง

"โซเฟีย ฉันมั่นใจว่าไม่เคยทำอะไรทำร้ายเธอเลยสักนิด ทำไมเธอถึงเกลียดฉันขนาดนี้?"

"ช่วยไม่ได้นะ เด็กกำพร้าที่มาขออาศัยเขาอยู่ ยังไงก็ไม่มีวันสูงส่งเท่าลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลหรอก" โซเฟียลุกขึ้นยืนแล้วก้มมองฉันอย่างเหนือกว่า

"แต่ฉันแค่ทนไม่ได้ ทำไมขยะอย่างพี่ถึงได้ครอบครองทุกอย่าง?"

"ตำแหน่งภรรยาของเจ้าพ่อมาเฟีย ความรักของพ่อ ความสนใจของร็อกโก... สิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นของคนแข็งแกร่งอย่างฉัน!"

"จริงๆ แล้วที่ร่างกายพี่พังขนาดนี้ ฉันรู้สาเหตุดีเชียวละ"

เธอเงยหน้ามองฉัน ในดวงตามีประกายแห่งความชั่วร้าย

"ตั้งแต่อายุ 12 ฉันก็แอบใส่ยาพิษเรื้อรังลงในอาหารเสริมของพี่ทีละนิดๆ เพื่อทำลายไขกระดูพี่ช้าๆ"

"แมลงในเสื้อผ้า การผลักตกจากที่สูง แล้วก็ไอ้ยาบำรุงผสมพิษพวกนั้น ทั้งหมดคือผลงานของฉันเอง"

ฉันโกรธจนตัวสั่น อยากจะยกมือตบหน้าเธอสักหนึ่งที แต่แค่ฉันเริ่มยกมือขึ้น เธอก็ผลักฉันล้มลงกับพื้นอย่างง่ายดาย

ใช่สิ ร่างกายที่ใกล้ตายอย่างฉัน ด้วยแรงเพียงเท่านี้จะไปสู้เธอได้ยังไง?

เธอค่อยๆ ย่อตัวลง "อะไรกัน? โกรธเหรอ? เจ็บใจนักใช่ไหม?"

"แต่น่าเสียดายนะ ที่ขยะอย่างพี่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง!"

"แม้แต่แรงจะตบฉัน พี่ยังไม่มีเลย!"

เธอเตะฉันซ้ำอีกสองสามที มองดูฉันที่นอนขดร้องครางด้วยความทรมานอยู่บนพื้น แล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ

"หลายปีมานี้ เห็นพี่ค่อยๆ อ่อนแอลงทุกวันๆ ฉันมีความสุขจนบอกไม่ถูกเลยละ"

"เอาละ พอพี่ตาย ฉันก็จะกลายเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวข้างกายร็อกโกเสียที"

ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้ฉันแทบจะหมดสติไป

โซเฟียเดินออกจากห้องไปด้วยความอารมณ์ดี

โดยที่เธอไม่สังเกตเห็นเลยว่า โทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงของฉันกำลังบันทึกเสียงอยู่

ไฟกะพริบสีแดงของโหมดบันทึกเสียงยังคงทำงานอย่างเงียบเชียบ

มันบันทึกทุกคำสารภาพของเธอเมื่อครู่ไว้ได้อย่างครบถ้วน

ฉันพยุงตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ไหลออกมาจากความเจ็บปวด

พอมองดูไฟล์เสียงที่สมบูรณ์ในโทรศัพท์ ในที่สุดฉันก็หัวเราะออกมาได้

ในที่สุด ฉันก็จะทำให้ทุกคนได้เห็นโฉมหน้าจริงๆ ของโซเฟียเสียที

ในช่วงวันสุดท้ายของการนับถอยหลังสู่ความตาย ถึงเวลาที่ความจริงต้องปรากฏต่อโลกแล้ว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 12

    สามวันผ่านไปโซเฟียนอนขดตัวอยู่ที่มุมห้องขังใต้ดิน ตามร่างกายเต็มไปด้วยคราบสกปรกและความเปียกชื้นเธอนอนคุดคู้อยู่ในมุมนั้น และในที่สุดก็นึกถึงไพ่ตายใบสุดท้ายออกตอนนี้ตระกูลฟาลโคนีได้สูญเสียภรรยาของเจ้าพ่อมาเฟียไป ซึ่งในโลกมาเฟียถือเป็นลางร้าย และขวัญกำลังใจของคนในตระกูลก็กำลังตกต่ำถึงขีดสุดส่วนเธอ คือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มีความสามารถคู่ควรกับตำแหน่งนี้ และสามารถเป็นมือขวาที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุนร็อกโกได้ดังนั้น เธอจึงแสร้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าคนคุมขัง"ฉันรู้ว่าตอนนี้ร็อกโกเกลียดฉัน แต่ช่วยบอกความจริงข้อหนึ่งกับเขาด้วย""ตระกูลฟาลโคนต้องการนายหญิงที่แข็งแกร่งเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจคนและฟื้นฟูขวัญกำลังใจ""และฉัน คือคนเดียวที่จะช่วยร็อกโกได้""ฉันยินดีจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อไถ่บาป แต่ขอโอกาสให้ฉันได้ทำประโยชน์เพื่อตระกูลด้วยเถอะ"แต่เมื่อร็อกโกปรากฏตัวที่หน้าห้องขัง ในแววตาของเขากลับมีเพียงความเกลียดชังที่เย็นชาเขาไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย และยิ้มออกมาพร้อมแฉความทะเยอทะยานของเธอ"จนถึงตอนนี้ยังจะวางแผนอีกเหรอ? โซเฟีย คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมจะดูไม่ออกว่าคุณคิดอะไร?""คุณฆ่าภรรยาของ

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 11

    ในขณะที่ร็อกโกกำลังโอบกอดร่างไร้วิญญาณของแคลร์ร้องไห้อย่างเจ็บปวด ประตูวิลล่าก็ถูกผลักเปิดออกโซเฟียเดินก้าวย่างอย่างเริงร่าเข้ามา ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มพอใจเหมือนเช่นทุกวันเธอไม่รู้เลยสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง“ร็อกโก ฉันกลับมาแล้วค่ะ!” เธอเรียกเสียงหวานหยดย้อย เตรียมจะโผเข้าอ้อมกอดของเขาเหมือนอย่างเคย“การประชุมกับที่ปรึกษาวันนี้ราบรื่นมากเลยค่ะ ฉันโน้มน้าวให้เขาสนับสนุนฉันได้แล้ว...”“จริงด้วย เมื่อวานซืนฉันเห็นพี่แคลร์ด้วยนะคะ”“เธอไปคลุกคลีอยู่กับพวคนพเนจรแถวชายขอบเขตอิทธิพล ไม่ยอมมาช่วยจัดการงานของตระกูลตั้งหลายวันแล้ว”“ร็อกโก อย่าโกรธพี่แคลร์มากเลยนะคะ”“เธออาจจะแค่คิดไม่ตกชั่วคราว คุณแค่สั่งสอนเธอเล็กๆ น้อยๆ ก็พอแล้วค่ะ...”ยังไม่ทันขาดคำร็อกโกก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที แล้วตบเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างแรงโซเฟียที่ไม่ได้ตั้งตัวถูกแรงนั้นซัดจนกระเด็นไปกระแทกกำแพงอย่างจังเธอพยุงไหล่ที่บาดเจ็บด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ“ร็อกโก... คุณเป็นอะไรไปคะ?”ดวงตาของร็อกโกลุกโชนด้วยความโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เสียแรงที่ตระกูลฟาลโคนฟูมฟักเลี

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 10

    ท่ามกลางบรรยากาศที่จมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้า จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของแคลร์ก็ดังขึ้นตอนแรก แอนโธนีคิดว่าเป็นพวกโทรศัพท์เสนอขายของทั่วไปแต่หลังจากฟังไปได้ไม่กี่วินาที เขาก็เปิดลำโพงด้วยมือที่สั่นเทา“สวัสดีครับคุณแคลร์ ไม่ทราบว่าหลุมศพที่คุณจองไว้ยังต้องการอยู่ไหมครับ? ตอนนี้เพียงแค่ชำระเงินมัดจำ 5% เราจะดำเนินการรักษาโควตาไว้ให้คุณต่อไปครับ คุณแคลร์ครับ? คุณแคลร์?”เมื่อได้ยินคำว่า "หลุมศพ" ลมหายใจของร็อกโกก็หยุดชะงักไปในทันที“ที่แท้วันนั้นฉันไม่ได้หูฝาดไปเอง แคลร์เตรียมเรื่องงานศพของตัวเองไว้ตั้งแต่ตอนที่เธอไปขอหย่าแล้ว”เสียงของร็อกโกสั่นเครือจนแทบจะพูดไม่เป็นประโยค“เธอพูดเรื่องหลุมศพต่อหน้าผม แต่ผม... ผมกลับไปด่าว่าเธอกำลังแช่งตัวเอง”แอนโธนีและลิลี่ต้องช่วยกันพยุงกันและกันไว้ ถึงจะพอหยัดยืนอยู่ได้ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตระหนักว่า แคลร์ไม่เคยโกหกเลย เธอรู้ตัวว่ากำลังเดินไปสู่ความตายจริงๆแต่ว่าพวกเขากลับปฏิเสธเสียงขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้ายของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าลิลี่สะกดกลั้นความแตกสลาย แล้วคว้าโทรศัพท์มาพูดกับปลายสายว่า“หลุมศพนั้นฉันเอา เก็บไว้ให้ฉัน! เอาที่ที่ดีที่สุด แพ

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 9

    โรซ่าไม่พูดอะไร เธอพาพวกเขาเดินทะลุร้านอาหาร และผลักประตูห้องเล็กๆ ด้านหลังออกเมื่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างไร้วิญญาณที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาว ร็อกโกและพ่อแม่ของแคลร์ต่างก็นิ่งอึ้งไปอากาศรอบตัวพลันจับตัวแข็งทื่อในชั่วพริบตา“หมายความว่ายังไง! แกพาพวกเรามาที่นี่ทำไม? ล้อเล่นอะไรอยู่!”เสียงของร็อกโกสั่นเครือ มันคือลางสังหรณ์อันเลวร้ายที่รุนแรงมหาศาลเขาพุ่งไปข้างหน้าด้วยความโกรธ แล้วกระชากผ้าขาวออกอย่างแรงเมื่อได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น โลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงนั่นคือแคลร์ ภรรยาของเขาเธอนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดูสงบราวกับเพียงแค่หลับไป มุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นราวกับว่าในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากความเจ็บปวดทั้งปวงเสียทีแต่เธอจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้วความคิดของเขาหายไปในทันที ความเจ็บปวดฟาดกระหน่ำลงสู่ส่วนลึกของหัวใจราวสายฟ้าผ่าความเจ็บปวดนี้รุนแรงกว่าแผลถูกยิงนับพันนับหมื่นเท่า ราวกับมีคนใช้มีดที่คมที่สุดค่อยๆ เฉือนหัวใจเขาออกเป็นชิ้นๆ"เจ้าพ่อมาเฟีย" ผู้ทรงอิทธิพลพังทลายลงในวินาทีนี้ เขายืนแทบไม่อยู่“แคลร์... ลูกแม่... ลูกรักของแม่...”ลิลี่โผเข้าหาข้

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 8

    โซเฟียกำลังรื้อหาบางอย่างในห้องอย่างลนลาน ภายในห้องมีเสียงขวดและกระปุกต่างๆ ล้มระเนระนาดดังออกมาเธอรีบร้อนเปิดลิ้นชักทุกใบและรื้อค้นทุกกล่อง ทั้งใต้โต๊ะเครื่องแป้ง ใต้เตียง และมุมตู้เสื้อผ้า...ท่าทางของเธอดูตื่นตระหนกเหมือนกระต่ายที่กำลังขวัญเสีย เหงื่อเย็นๆ ผุดเต็มหน้าผากหาอยู่ตั้งนาน แต่เธอก็ยังไม่เจอของที่ต้องการ“โซเฟีย คุณหาอะไรอยู่เหรอ?” เสียงของร็อกโกเย็นเยียบราวกับห้องน้ำแข็งโซเฟียหันกลับไปมองทันที เมื่อเห็นร็อกโกนิ่งยืนอยู่หน้าประตู เธอก็ตกใจจนตัวสั่น“ฉัน...” เสียงของเธอสั่นเครือ “รู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ เลยกำลังหายาแก้แพ้อยู่”“ใช่ขวดนี้ไหม?”ร็อกโกค่อยๆ ชูขวดพลาสติกสีขาวขนาดเล็กขึ้นมา มันคือสิ่งที่เขาค้นเจอในบ้านก่อนที่เธอจะกลับมาโซเฟียหน้าซีดเผือดลงในพริบตาด้วยความตึงเครียดเธอรู้ดีกว่าใครว่านั่นไม่ใช้ยาแก้แพ้ แต่มันคือสารระคายเคืองผิวชนิดพิเศษที่เธอใช้สร้างอาการแพ้ปลอมๆ ขึ้นมาและหากหมอที่ดีที่สุดของตระกูลวิเคราะห์ส่วนประกอบของมันอย่างละเอียดลออล่ะก็ เธอจบเห่แน่“ชะ... ใช่ค่ะ” เธอตอบตะกุกตะกัก เสียงเบาราวกับเสียงยุง“โซเฟีย ร่างกายคุณอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 7

    [มุมมองของร็อกโก]ภายในห้องโถงประชุมของตระกูลฟาลโคน ร็อกโกกำลังประชุมกับเหล่าหัวหน้ามาเฟียแก็งย่อยเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งเรื่องเขตอิทธิพลกับตระกูลศัตรูทันใดนั้น โทรศัพท์เครื่องที่เข้ารหัสของเขาก็ดังแจ้งเตือนขึ้นมามันคืออีเมลเข้ารหัสที่ส่งมาจากแคลร์“ลูกไม้เม็ดไหนอีกละเนี่ย” เขาเปิดดูอย่างรำคาญใจ แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกโล่งอกที่ได้รับข่าวคราวของแคลร์เสียทีเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว และส่งข้อความมาขอสงบศึกเพื่อกลับมาหาเขาแน่ๆแต่เมื่อคลิปเสียงเริ่มเล่น ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงในพริบตาเสียงของโซเฟียดังกังวานออกมาอย่างชัดเจ “ตั้งแต่อายุ 12 ฉันก็เริ่มผสมยาพิษเรื้อรังลงในอาหารเสริมของพี่...”“รวมถึงการผลักแกตกจากที่สูงครั้งนั้นด้วย ทั้งหมดคือผลงานของฉันเอง...”“การที่ได้เห็นพี่อ่อนแอลงไปทุกวันๆ มันทำให้ฉันมีความสุขจนแทบบ้า...”คลิปเสียงจบลง ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าเหล่าหัวหน้ามาเฟียกลุ่มย่อยต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออกร็อกโกรู้สึกเพียงว่า หัวใจของเขาเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป และความรู้สึกนี้ก็เกี่ยวข้องกับสิ่งที่แคลร์ต้องเผชิญเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status