Mag-log inก่อนงานพรอมวันจบมัธยมปลายหนึ่งวัน อีธานก็ล่อลวงฉันขึ้นเตียง เขาทำรุนแรงและเอาแต่ตักตวงจากฉันตลอดทั้งคืน ในระหว่างที่ฉันทนความเจ็บปวดอยู่ ในใจกลับเต็มไปด้วยความหวานชื่น เพราะฉันแอบหลงรักอีธานมาสิบปีแล้ว ในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง เขาบอกว่าหลังเรียนจบจะแต่งงานกับฉัน รอเขารับช่วงต่อตระกูลลูเซียโน่จากผู้เป็นพ่อแล้ว ก็จะทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงที่ทรงเกียรติที่สุดของตระกูล วันต่อมา อีธานโอบฉันไว้ในอ้อมแขน แล้วสารภาพกับพี่ชายบุญธรรมของฉันว่าเราสองคนได้คบกันแล้ว ฉันนั่งเขินอายในอ้อมกอดของอีธาน รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด แต่จู่ ๆ พวกเขาก็เปลี่ยนบทสนทนาเป็นภาษาอิตาลี ลูคัส พี่ชายบุญธรรม แซวอีธานว่า “สมแล้วที่เป็นนายน้อย ครั้งแรกก็มีดาวเด่นของห้องถวายตัวให้เองซะแล้ว” “รสชาติน้องสาวต่างสายเลือดของฉันเป็นยังไงบ้างล่ะ?” อีธานตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “ภายนอกดูใส ๆ แต่จริง ๆ แล้วอยู่บนเตียงน่ะร่านมาก” รอบข้างมีเสียงหัวเราะลั่นดังขึ้น “งั้นต่อไปฉันควรเรียกเธอว่าน้องสาวหรือว่าพี่สะใภ้ดี?” แต่อีธานกลับขมวดคิ้ว “เธอนับว่าเป็นพี่สะใภ้อะไรกันล่ะ? ฉันอยากจีบกัปตันเชียร์ลีดเดอร์ แต่กลัวว่าเธอจะรังเกียจว่าฝีมือฉันไม่ดี เลยเอาซินเธียมาซ้อมมือก่อนต่างหาก” “เรื่องที่ฉันนอนกับซินเธีย พวกนายอย่าให้ซิลเวียรู้ล่ะ ฉันกลัวว่าเธอจะไม่สบายใจ” แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า เพื่อที่ในอนาคตจะได้อยู่กับอีธาน ฉันได้แอบเรียนภาษาอิตาลีมานานแล้ว ได้ยินแบบนี้ ฉันก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่เปลี่ยนการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยจากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนียเป็นสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์อย่างเงียบ ๆ
view moreพ่-อ-ส-า-มี อย่าได้ปรานีข้า
นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น
ผู้เขียน
กาสะลองทองคำ / เฉ่าฟ่าน
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว*
บางช่วงบางตอนของเนื้อหา
“ท่านพี่กลับไปก่อนเถอะ… ข้าอยากเล่นน้ำต่อสักพัก… ”
อารมณ์ที่ยังค้าง ทำให้ซูเจียวยังรู้สึกงุ่นง่านไม่หาย
“งั้นข้าจะรอ… ”
“ไม่ต้อง… เดี๋ยวข้าตามกลับไป”
ซูเจียวรีบกล่าว…
ทำให้สามีของนางต้องกลับไปก่อนเพราะรู้สึกหนาวเหมือนจะเป็นไข้ อาจเป็นเพราะว่าเขาใช้ร่างกายทำงานอยู่ท่ามกลางแสงแดดร้อนมาทั้งวัน ครั้นเมื่อมาเจอกับน้ำเย็นร่างกายจึงปรับตัวไม่ทัน
ซูเจียวมองส่งจนร่างของสามีลับไปจากสายตา…
และตอนที่นางขยับกายลุกขึ้นมานั่งคุกเข่า จู่ๆ ร่างสูงใหญ่กำยำก็พุ่งออกมาจากพงหญ้าที่ซุ่มดูอยู่ข้างหลัง
“อ๊ะ… ”
ซูเจียวสะดุ้งเมื่อโดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว…
ครั้นเมื่อเหลียวกลับมามอง นางก็ต้องตกใจเมื่อแทบช็อกเมื่อพบว่าชายที่กำลังจับลำเอ็นยาวใหญ่แทงเข้าใส่รูสวาทของนางอย่างแรงนั้นคือลี่ถังพ่อสามี
“ท่านพ่อ… อ๊ะ… อ๊ายยยยย… ”
ซูเจียวสะดุ้ง นางร้องอุทาน ก่อนที่เสียงตกใจนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงของความเสียวซ่านเข้ามาแทนที่เมื่อลี่ถังเอามือรวบสะโพกของนางแล้วโก่งเอวแทงลำเอ็นรัวเข้าใส่เป็นจังหวะ
“อ๊ายยย… อ๊า… อ๊า… อ๊า… ”
ซูเจียวเพิ่งอารมณ์ค้างมาจากสามีของนาง…
ร้องครวญครางออกมาด้วยความเสียวซ่านสุดจะบรรยาย เมื่อโดนแก่นกายยาวใหญ่มหึมาของพ่อสามีแทงซ้ำเข้ามาในกลีบสวาทที่ยังเยิ้มฉ่ำไม่แห้ง
“อ๊า… แน่นมากค่ะ… ซี้ดดด… เอ็นของท่านพ่อยาวใหญ่สะใจข้าเหลือเกิน… ”
ซูเจียวกล่าวอย่างไม่รู้สึกกระดากอาย…
เมื่อครู่นี้ลูกชายของเขาไม่อึดไม่ทน ยังไม่ทันจะส่งนางถึงสรรค์ก็น้ำแตกออกมาเสียก่อน
แต่โชคดีที่พ่อสามีจอมหื่นรีบเขามาซ้ำ ทำหน้าที่มอบความสุขแทนลูกชายให้อย่างถึงอกถึงใจ
“เร่งเถอะท่านพ่อ… ขะ… ข้ากลัวว่าสามีจะกลับมาเห็น”
ซูเจียวจำต้องเหลียวหลังกลับมาส่งสายตาวิงวอน…
ทั้งที่ลึกๆ ในใจก็ยังอยากให้พ่อสามีกระแทกกระทั้นไปจนถึงรุ่งเช้า
“ไม่ต้องกลัวน่ะ… ”
ลี่ถังจ้องมองใบหน้าบิดเบ้…
ริมฝีปากสั่นระริกเพราะความเสียวซ่าน เอามือข้างหนึ่งสอดเข้ามาใต้ซอกแขนของนาง ตะล่อมบีบเต้านมมหึมาที่กำลังสั่นกระเพื่อมอยู่ใต้ลำตัวแล้วโยกเอวแทงลำเอ็นรัวเข้าใส่รูสวาทไปด้วย
“อ๊า… ท่านพ่อ ขะ… ข้าเสียว… ”
ลี่ถังเอาเก่งเหลือร้าย…
เรี่ยวแรงดีราวกับม้าศึกคึกคะนองเมื่อต้องออกรบก็สู้ตาย ใช้แท่งหยกแห่งความเป็นชายที่ติดตัวมา จ้วงทะลวงเข้าใส่รูสวรรค์ของสะใภ้อย่างไม่ปรานี
“อ๊อย… อ๊อย… ท่านพ่อแข็งแรงจัง… ”
นางเอ่ยชมพ่อสามี…
ตอนที่ 1
ณ เมืองทงไห่ มณฑลยูนนาน
ตอนค่ำ ที่บ้านไม้หลังเล็ก ตั้งอยู่หลังสวนผักใกล้กับลำธารและป่าไผ่ ทอดยาวไปถึงชายเขา ทาบทะมึนเป็นฉากหลัง พระจันทร์สีเหลืองอร่ามลอยอยู่ท่ามกลางผืนฟ้าสีเทา มองเห็นดวงดาวระยิบระยับได้เพียงลางๆ เพราะว่าเป็นคืนข้างขึ้นเดือนหงาย
“ซูเจียว… เข้านอนเถอะดึกแล้วเจ้าออกมาทำอะไร”
‘ลี่หมิง’ ร้องเรียกภรรยา…
เมื่อครู่เขาต้องเดินออกมาจากห้องนอนเพราะเห็นว่า ‘ซูเจียว’ หายไปจากเตียง ด้วยความเป็นห่วงว่านางหายไปไหน ลี่หมิงจึงลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกมาตาม
“ข้านอนไม่หลับ… ”
เสียงเข้มที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาหญิงสาวที่กำลังใจลอยมองพระจันทร์ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะหันมาตอบคำถามของสามี
“เจ้าไม่สบายหรือเปล่า… ”
ลี่หมิงเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง วัดไข้ด้วยการเอามือแตะที่หน้าผากของนาง ตัวก็ไม่ร้อน
“ท่านพี่ข้าไม่เป็นอะไร แค่นอนไม่หลับและรู้สึกปวดเมื่อยนิดหน่อย… ”
ซูเจียวหันกลับมาเผชิญหน้า…
มองสบตากับสามี รู้ว่าเขาห่วงใย ชายผู้นี้เป็นคนขยันขันแข็งและแสนดี
ตั้งแต่นางแต่งงานแล้วย้ายมาอยู่กับเขาที่บ้านหลังนี้ลี่หมิงก็ดูแลซูเจียวเป็นอย่างดี
อีธานคงไม่ได้ใส่ใจฟังคำพูดของฉันเท่าไรนักหลายวันต่อมา ฉันมักจะเห็นอีธานอยู่ตามที่ต่าง ๆ เสมอฉันถึงกับสงสัยว่าเขากำลังตามสะกดรอยตามฉันหรือเปล่าแต่ฉันไม่อยากเจอเขาเลย คำชวนทั้งหมดของเขาฉันก็ปฏิเสธ แม้แต่ของขวัญที่เขาให้มา ฉันก็ส่งกลับคืนไปโดยไม่แตะต้องตอนนี้ ฉันกับไมลส์เพิ่งตกลงเป็นแฟนกันไมลส์ตั้งท่าเป็นศัตรูกับอีธานอย่างมากทุกครั้งที่เจอเขา ไมลส์จะรีบดึงฉันหลบไปไกล ๆ จากนั้นก็แสดงอาการหึงหวงและความเป็นเจ้าของที่มีต่อฉันออกมาอย่างไม่ปิดบังจนกระทั่งวันหนึ่ง อีธานดักทำร้ายไมลส์ที่นอกมหาวิทยาลัยไปยกหนึ่ง ในที่สุดฉันก็ทนไม่ไหว ตัดสินใจไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ตอนแรกก็ชัดเจนว่าเขาไม่อยากมีแค่ฉันคนเดียว อยากลองชิมรสชาติคนอื่นบ้างแต่ตอนนี้กลับมาทำเป็นมีความรู้สึกลึกซึ้ง มาก่อกวนชีวิตของฉันพอรู้จุดประสงค์ที่ฉันมาหา อารมณ์ของอีธานก็พลุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่“ซินเธีย เธอสงสัยฉันงั้นเหรอ? ไม่ใช่ฉันที่สั่งให้คนไปทำร้ายเขา เป็นพวกลูกน้องของฉันที่อยากช่วยฉันสั่งสอนผู้ชายคนนั้นต่างหาก”ฉันมองอีธานอย่างจริงจัง แล้วพูดกับเขาอย่างตรงไปตรงมา“ไม่ว่า
จนกระทั่งวันคริสต์มาส อีธานถึงกับเคาะประตูบ้านของเรา“คุณป้าครับ พ่อแม่ผมออกไปข้างนอกแล้ว ปีนี้มีผมฉลองคริสต์มาสคนเดียว ขอมาฉลองด้วยได้ครับ?”อีธานถามอย่างสุภาพ พ่อแม่ก็เกรงใจที่จะปฏิเสธ จึงเชิญเขาเข้ามาในบ้านอีธานนั่งลงข้าง ๆ ฉันอย่างเป็นธรรมชาติฉันอยากหลบ แต่แบบนี้ก็ดูจะชัดเจนเกินไป จึงได้แต่อยู่ที่เดิมคุณป้าที่มาฉลองคริสต์มาสด้วยกันที่บ้าน ยังไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของฉันกับอีธานแตกหักกันไปแล้ว จึงยังแซวพวกเราเหมือนเมื่อก่อนเดิมทีอีธานยังคุยกับทุกคนอย่างสนุกสนานแต่หลังจากที่ฉันยิ้มแล้วค่อย ๆ อธิบายทุกอย่างออกมาสีหน้าของอีธานก็ยิ่งดูไม่ดีขึ้นเรื่อย ๆพอถึงตอนกลางคืน ทุกคนกลับห้องไปนอนหมดแล้ว ฉันก็อยากกลับไป แต่ถูกอีธานรั้งไว้“เธอรีบปฏิเสธความสัมพันธ์กับฉันขนาดนี้เลยเหรอ?”ฉันเอียงคอสงสัย“พวกเราเป็นอะไรกันเหรอ?”ประโยคนี้ทำให้อีธานชะงักอยู่กับที่เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างอีก แต่จู่ ๆ โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นเป็นไมลส์ เพื่อนที่มหาวิทยาลัยของฉันที่เขาโทรมา ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิดตั้งแต่รู้จักกันมา ก็เป็นที่รู้กันทั่วว่าไมลส์ตามจีบฉันอย่างกระตือรือร้นแต่ตอนนั้นฉัน
ตั้งแต่วันที่อีธานบอกว่าจะไม่มีวันยกโทษให้ฉัน ฉันก็ไม่เคยเจอเขาอีกเลยเอวาส่งทวิตเตอร์ที่อีธานกับซิลเวียประกาศคบกันอย่างเป็นทางการมาให้ฉันฉันมองแวบหนึ่งแล้วก็กดลบทิ้งทันทีคนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉันแล้ว มีอะไรให้น่าใส่ใจอีก?ฉันบอกเอวาเพื่อนรักว่า ต่อไปนี้อย่าส่งข่าวอะไรเกี่ยวกับอีธานมาให้ฉันอีกฉันคิดว่าฉันกับอีธานคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วไม่คิดเลยว่าวันที่ออกเดินทางไปมหาวิทยาลัยวันนั้น ฉันดันซวยไปเจออีธานกับซิลเวียอีกอีธานก็เห็นฉันเหมือนกัน แต่เขาคงยังโกรธอยู่ เลยไม่ทักทาย ทำเป็นไม่เห็นฉัน แล้วหันหน้าหนีไปฉันเองก็หันหน้าหนี แล้วเดินไปยังเกทขึ้นเครื่องฉันสังเกตเห็นว่าอีธานเห็นฉันไม่ยอมเข้าไปทักก่อน ก็จ้องฉันเขม็งหนึ่งที ก่อนจะถูกซิลเวียดึงตัวไปเอวาก็จ้องพวกเขาแวบหนึ่ง แล้วลากฉันเดินไปต่อมา เวลาผ่านไปนานมาก ฉันกับอีธานก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกเลยหลัก ๆ คือฉันบล็อกช่องทางการติดต่อของเขาทั้งหมดไปนานแล้ว และปฏิเสธไม่ให้เพื่อนคนไหนช่วยติดต่อแทนเขาด้วยไม่คิดเลยว่าพอเข้าสู่สภาพแวดล้อมใหม่ ฉันจะได้เพื่อนดี ๆ เยอะมากอย่างรวดเร็วฉันเข้าร่วมชมรมของมหาวิทยาลัย ออกไปทำโปรเจก
ในงานเลี้ยงนี้ ในใจฉันอึดอัดอยู่ตลอด อยากให้มันจบเร็ว ๆ แล้วรีบจากไปแต่พอใกล้จะจบ ฉันกลับถูกแม่ของอีธานรั้งไว้“ซินเธีย ดีมากจริง ๆ ที่วันนี้หนูมาได้ ป้าคิดถึงหนูจังเลย”คุณป้าดึงฉันไปคุยไม่หยุด ซิลเวียไม่มีโอกาสพูดแทรกเลย จึงยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าไม่ดีมากเพราะเมื่อสักครู่เธอเพิ่งชวนแม่ของอีธานคุย แต่ท่าทีของคุณป้ากลับเย็นชามากคุณป้าไม่ได้สนใจความรู้สึกของซิลเวียเลย ดึงมือฉันวางทับลงบนมือของอีธาน แล้วกำชับว่า“พอขึ้นมหาวิทยาลัยแล้ว พวกเธอสองคนก็คือคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดกันที่สุดนะ อีธาน ในฐานะผู้ชาย แกต้องดูแลซินเธียให้ดี ๆ อย่ารังแกจนเธอโกรธอีกล่ะ”อีธานชักมือกลับ แค่นหัวเราะเย็นชาทีหนึ่ง“ตอนนี้เธอไม่ต้องการให้ผมดูแลสักนิด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เพิ่มช่องทางการติดต่อของผมกลับมาเลย”ในน้ำเสียงของเขาถึงขั้นแฝงไปด้วยความน้อยใจเล็กน้อยซิลเวียเห็นแบบนั้น ก็รีบพูดแทรกขึ้นมา“คุณป้าคะ มหาวิทยาลัยที่หนูสมัครก็อยู่ที่ลอสแอนเจลิสเหมือนกัน หนูกับอีธานก็สามารถดูแลกันได้ค่ะ”“อีกอย่าง ซินเธียอยู่ที่เอ็มไอที ไกลจากพวกเรามาก ปกติก็ไม่สะดวกเจอกันบ่อย ๆ อยู่แล้วค่ะ”ซิลเวียพูดข่าวให






RebyuMore